*/
  • นายเรียนรู้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonlert.alert@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-14
  • จำนวนเรื่อง : 158
  • จำนวนผู้ชม : 284227
  • จำนวนผู้โหวต : 26
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
flood protection by sand

วิธีการเรียงกระสอบทรายอย่างถูกต้อง แข็งแรง

View All
<< พฤศจิกายน 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน 2557
Posted by นายเรียนรู้ , ผู้อ่าน : 1105 , 08:11:56 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(บทความนี้ตีพิมพ์ในคอลัมน์ “Life is Learning” นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ ​13/07/2557)

“Please listen carefully and try to hear what i am not saying” – Charles Finn

Listen

สุ-จิ-ปุ-ลิ ทักษะการฟัง คือ หนึ่งในทักษะที่เป็นหัวใจของนักปราชญ์ พอผู้เขียนได้เห็น Quote นี้แล้ว ยิ่งทำให้มาย้อนคิดอีกว่าแท้ที่จริงแล้ว คำว่า LISTEN ประกอบด้วยตัวภาษาอังกฤษ 6 ตัว ที่พอมาจัดเรียงใหม่จะได้เป็นคำว่า SILENT ที่แปลว่า ความเงียบ ใช่แล้วการที่เราจะสามารถฟังผู้อื่นได้ดีนั้น เราจะต้องเงียบเสียงตัวเราเอง ไม่พูดแทรก ขัดจังหวะ และคำว่า HEAR ที่แปลว่า รับรู้ได้ยิน นั้น ก็ออกเสียงพ้องกับกับคำว่า HERE ที่แปลว่า ที่นี่ ตรงนี้ แน่นอนอีกเช่นกัน การที่เราจะสามารถฟังผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้นนั้น เราจะต้องมีสติอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับคู่สนทนาของเรา ไม่ใช่ว่าสบตามอง แต่ใจเหม่อลอยไปที่อื่น

David Bohm (1897-1922) นักวิทยาศาสตร์ควอนตัมฟิสิกส์ ที่เคยร่วมงานกับ Albert Einstein ณ มหาวิทยาลัยพรินซตัน เป็นบุตรชายของผู้อพยพชาวยิว เป็นผู้คิดค้น และพัฒนาศาสตร์แห่งการฟังขึ้นมา เรียกว่า “Dialogue” ซึ่งมีที่มาจากภาษากรีกสองคำ คือ คำว่า “dia” ที่หมายถึง ทะลุผ่าน และคำว่า “logos” ที่หมายถึง ถ้อยคำ ซึ่งเมื่อแปลความหมายโดยรวมแล้ว คือ การทะลุผ่านของถ้อยคำ ซึ่งมิได้หมายความว่าจะจำกัดเพียงแค่การสนทนาสองคนเท่านั้น และต่อมาได้มีคนนิยามคำว่า “Dialogue” เป็นภาษาไทยว่า “สุนทรียสนทนา”

แนวคิดเรื่อง Dialogue (สุนทรียสนทนา) ถูกนำมาเผยแพร่สู่สังคมไทยโดยอาจารย์วิศิษฐ์ วังวิญญู และได้มีการขยายศาสตร์นี้ออกไปในแวดวงจิตตปัญญา แวดวงกระบวนกร แวดวงนักเคลื่อนไหวทางสังคม

Dialogue (สุนทรียสนทนา) แตกต่างจาก Discussion (การโต้เถียง) อย่างไร คำว่า “Discussion” นั้นมีรากศัพท์เดียวกันกับคำว่า “Percussion” ที่แปลว่า เคาะหรือตี และคำว่า “Concussion” ที่แปลว่า การกระทบกระเทือนอย่างแรง ซึ่งสังเกตได้ว่าถ้อยคำเหล่านี้ล้วนมีความหมายว่า ทำให้แตกแยกออกจากกัน มุ่งเน้นไปที่การคิดเชิงวิเคราะห์ เพื่อจำแนกแยกแยะมุมมองความคิดต่าง ๆ ที่ทุกคนกำลังนำเสนอความคิดของตนเองในมุมที่ต่างกันไป ซึ่งทำให้มีข้อจำกัดในระดับความคิดเพียงแค่ระดับหนึ่งที่ว่า สุดท้ายจะมีเพียงความคิดเดียวที่ดีกว่าความคิดอื่น ๆ เท่านั้น

แต่ Dialogue (สุนทรียสนทนา) มุ่งไปสู่ความตระหนักรู้ที่ว่า ความคิดของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ผ่านมาในอดีต หลายคนมักจะยึดติดกับความคิด ความเชื่อของตนเองที่ได้นำเสนอออกไป โดยไม่ยอมละทิ้งปล่อยวาง เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ย่อมที่จะไม่สามารถเกิดกระบวนการสุนทรียสนทนาได้ แต่หากทุกคนสามารถละทิ้งปล่อยวางความคิดตนเองได้ ค่อย ๆ ช่วยกันคิดพิจารณาในประเด็นที่สนทนากัน ก็จะนำไปสู่ความคิดอีกระดับหนึ่งที่เรียกว่า Collective Wisdom (ปัญญาร่วม)

ลองเริ่มต้นนำ Dialogue (สุนทรียสนทนา) ไปใช้ตัวเองดูซิครับ ฟังแบบไม่ตัดสินความคิดผู้อื่น ไม่ยึดติดความคิดเราเอง ผู้เขียนคิดว่าจะเป็นการ “เปิดพื้นที่แห่งการรับฟัง” ภายในตนเองได้อย่างดีเลยทีเดียว

“นายเรียนรู้”

บุญเลิศ คณาธนสาร

boonlert.alert@gmail.com


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน