*/
  • นายเรียนรู้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : boonlert.alert@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-14
  • จำนวนเรื่อง : 158
  • จำนวนผู้ชม : 282521
  • จำนวนผู้โหวต : 26
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
flood protection by sand

วิธีการเรียงกระสอบทรายอย่างถูกต้อง แข็งแรง

View All
<< เมษายน 2015 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน 2558
Posted by นายเรียนรู้ , ผู้อ่าน : 881 , 18:52:12 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในการดำเนินชีวิตประจำวันของทุกคน ล้วนรายรอบไปด้วยข้อมูลข่าวสาร ทั้งจากการสนทนากับคนรอบข้าง ทั้งจากการประชุมต่าง ๆ นานาและจากการรับรู้ผ่านทางสื่อหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และ Internet

สิ่งสำคัญ คือ เราจะเลือกรับฟังเพื่อคัดกรองข้อมูล (Data) ที่ถาโถมเข้ามาอย่างไร เพื่อให้ได้แก่นประเด็นสำคัญ (Key Issues) ของเรื่องราวนั้น ๆ

การรับฟังที่ดีนั้น ผู้รับฟังข่าวสาร อย่าทำตัวเป็น “Passive Listener” คือ รับฟังเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้คิดไตร่ตรองในสิ่งที่ได้ยินมา แต่จะต้องทำตัวเป็น “Active Listener” ที่เมื่อได้ยินรับฟังแล้ว ต้องคิดไตร่ตรองตาม เกิดกระบวนการสงสัยใคร่รู้ อันจะนำไปสู่การซักถามเพื่อสืบค้นประเด็นเพิ่มเติม

9192263072_bb0e4d9ce3_o

Photo Credit: https://www.flickr.com/photos/85608594@N00/9192263072/ 

หากมาพิจารณาเพิ่มเติมในการสนทนากับคนรอบข้าง และการประชุมต่าง ๆ นั้น เราสามารถที่จะซักถามเพื่อสืบค้นประเด็นเพิ่มเติมจากคู่สนทนา และผู้เข้าร่วมประชุมได้ในทันที แต่ในการรับรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะในช่องทางไหน โอกาสที่เราจะซักถามเพิ่มเติมมีน้อยมาก โดยเฉพาะสื่อที่ถาโถมมาพร้อมกันทั้งภาพ และเสียง รัวกระหน่ำจนไม่มีเวลาให้เราได้ตั้งสติที่จะหยุดคิดตามเสียด้วยซ้ำ เรียกว่าเป็นพวก “Fast Media” ส่วนพวก “Slow Media” เช่น หนังสือ หนังสือพิมพ์ เช่น ที่ท่านผู้อ่านกำลังอ่านอยู่ ณ ขณะนี้ เปิดโอกาสให้สามารถหยุด (Pause) และย้อนหลัง (Rewind) กลับไปอ่านทบทวนซ้ำได้ แต่หากต้องการซักถามเพื่อสืบค้นประเด็นเพิ่มเติมจริง ๆ คงต้องอาศัยตัวช่วย “2G”

G-Google ซึ่งหลาย ๆ คนคุ้นเคยกันอยู่แล้วในการสืบค้นหาข้อมูลจากช่องทางนี้

G-Guru การซักถามจากผู้รู้ ไม่ว่าคนนั้นจะอายุมากกว่า หรือน้อยกว่าเรา ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเองพบว่าการคบหาคนหลากหลายวัย ที่มีทัศนคติ ความคิด ความเชื่อแตกต่างกันไป ก่อให้เกิดประโยชน์ในการรับฟังข่าวสารเป็นอย่างมาก

สิ่งที่ต้องพิจารณาในการรับฟังข่าวสาร คือ ต้องจับให้ได้ว่า

1. อะไร คือ แก่นประเด็นสำคัญ (Key Issues) ของเรื่องราวนั้น ๆ

2. อะไร คือ เจตนารมณ์ที่แท้จริงของ ผู้พูด ผู้เขียน ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวนั้น ๆ

หลายครั้งการรับรู้ถูกบิดเบือนไป ดังที่ในทางพระพุทธศาสนาว่าไว้ในเรื่อง “อคติ 4”

  1. ฉันทาคติ – ลำเอียงเพราะรัก หรือเพราะความพอใจ
  2. โทสาคติ – ลำเอียงเพราะโกรธ หรือเกลียด
  3. โมหาคติ – ลำเอียงเพราะเขลา โดยไม่ได้พิจารณาให้ถ่องแท้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร
  4. ภยาคติ – ลำเอียงเพราะกลัว หรือ เพราะเกรงใจ

แก่นประเด็นสำคัญ (Key Issues) ของแต่ละเรื่องราวนั้น ให้พิจารณาจาก

  1. คำสำคัญ (Keywords) ที่อยู่ในเรื่องราวนั้น ๆ
  2. ความสัมพันธ์ (Relation) ของแต่ละคำสำคัญ ว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร

การฝึกฝนเพื่อให้มีความสามารถ “จับประเด็น เห็นเรื่องราว” ควรจะเริ่มฝึกฝนจากสื่อประเภท “Slow Media” เช่น บทความต่าง ๆ ในหนังสือพิมพ์ เพราะสามารถอ่านซ้ำกลับไปกลับมาได้ ใช้กระดาษเปล่าขนาด A4 หรือ A3 (ยิ่งใหญ่ยิ่งดี) เขียนเฉพาะคำสำคัญ (Keywords) ลงไป จากนั้นลากเส้น ลูกศรต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคำสำคัญ (Keywords) ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน จนได้แผนภาพ 1 แผนภาพที่สามารถอธิบายเรื่องราวในบทความนั้นได้

จากนั้นก็ลองนำไปปรับใช้ในการประชุม ให้ลองบันทึกคำสำคัญที่พูดคุยกันในที่ประชุม ลงบนแผ่นกระดาษเปล่า ๆ แล้วค่อย ๆ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เราสามารถ “จับประเด็น เห็นเรื่องราว” ได้มากขึ้น รู้ว่าสิ่งที่พูดกันอยู่นั้น สิ่งใดเกี่ยวข้องกับสิ่งใด สิ่งใดอยู่นอกเหนือประเด็น

สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนในหัวข้อ “จับประเด็น เห็นเรื่องราว” ผู้เขียนจะมีการจัดอบรมในวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2558 ที่ร้าน House of Commons – Café&Space ถ.เจริญนคร (ระหว่างซอย 20 กับ 22) รับจำนวนจำกัดเพียง 20 ท่านเท่านั้น สนใจสมัครฝึกอบรม ติดต่อ คุณเพชร 081-7113466

นายเรียนรู้

นายบุญเลิศ คณาธนสาร

boonlert.alert@gmail.com


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน