• นายหัวไทร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chalieo@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-24
  • จำนวนเรื่อง : 1574
  • จำนวนผู้ชม : 2585923
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1441 คน
นายหัวไทร
ซดกาแฟเข้ม ถกการเมืองข้น คุยเป็นกันเอง ไม่เกรงอิทธิพล
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman
วันจันทร์ ที่ 29 กันยายน 2551
Posted by นายหัวไทร , ผู้อ่าน : 20608 , 07:43:44 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

85 ปี สืบสานงานบุญเดือนสิบ       

         แลกหัวเช้าตื่นขึ้นมาประมาณตีห้าอาบน้ำอาบท่า ล้างหน้า แปรงฟัน พาลูกพาเมียออกจากบ้านแต่เช้า 6โมงหวาๆ ไปทำบุญเดือนสิบ อุทิศส่วนบุญส่วนกุลศลไปให้พ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ยาย และผู้ล่วงลับ เนื่องจากปีนี้ไม่ได้กลับบ้านไปทำบุญเหมือนเคย เหตุ"งานมันยุ่ง" (ข้ออ้าง) แต่อยู่ที่ไหนเราก็ทำบุญได้ครับ

   "ขอให้ทุกคนรับเอาส่วนบุญส่วนกุศลไปทุกคนอย่างถ้วนหน้า"  

           

        ถ้าพูดถึงงานบุญเดือนสิบถือเป็นงานประเพณีของชาวใต้ เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศ ส่วนบุญส่วนกุศลให้ญาติพี่น้อง บรรพบุรุษผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และงานบุญเดือนสิบ ก็จะมีงาน "ประเพณีชิงเปรต"ควบคู่กันไปด้วย

       "งานเดือนสิบ"คนส่วนใหญ่ที่เป็นชาวปักษ์ใต้ ถือเป็นการทำบุญครั้งสำคัญ หากไม่ได้อาศัยอยู่ในถิ่นฐานบ้านเกิดส่วนใหญ่ก็จะฉวยโอกาสกลับภูมิลำเนาไปทำบุญ เยี่ยมพ่อแม่ญาติพี่น้องที่แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพต่างพื้นที่ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษและผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว

      ประเพณีสารทเดือนสิบ ถือกันว่าตั้งแต่แรม 1 ค่ำเดือนสิบ พญายมได้ปล่อยให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว กลับมารับผลบุญยังโลกมนุษย์จากลูกหลานญาติพี่น้อง ดังนั้นก่อนที่บรรพบุรุษจะกลับสู่ยมโลก ในวันแรม 15 ค่ำ ลูกหลานจะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ในวันแรม 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ ดังนั้นคืนวันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบ จะคึกคักเป็นพิเศษ ชาวบ้านจะออกจับจ่ายซื้อของกัน เรียกว่า วันจ่าย งานจัดสืบต่อกันมาตั้งแต่พ.ศ.2466 จนถึงปีนี้ปี 2551 รวมแล้วเป็นปีที่ 85

        หัวใจของการทำบุญเดือนสิบ คือการการจัด "หฺมฺรับ" (หมรับ)  เป็นการเตรียมอาหารคาวหวานบรรจุภาชนะไปถวายพระ อุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชน ให้นำกลับไปใช้สอยในนรกภูมิ ลูกหลานจะต้องจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร มิให้ขาดตกบกพร่องตกแต่งประดับประดาสวยงามด้วยใจกตัญญู

       มีวันเกี่ยวกับหฺมฺรับอยู่หลายวัน คือวันหฺมฺรับเล็ก หรือ วันรับตายาย ในวันแรม 1 ค่ำเดือนสิบ เป็นวันแรกที่วิญญาณของบรรพบุรุษได้รับอนุญาตให้กลับมา  ลูกหลานจะจัดสำรับอาหารไปทำบุญที่วัด วันยกหฺมฺรับ ตรงกับวันแรม 14 ค่ำ  เป็นวันที่ลูกหลานร่วมกันแบกหามหฺมฺรับที่จัดเตรียมเรียบร้อยแล้วไปถวายพระที่วัด รวมกลุ่มกันในหมู่คนบ้านใกล้เรือนเคียง

       บางทีก็จัดเป็นขบวนแห่เพื่อความคึกคักสนุกสนาน สุดท้ายคือวันหฺมฺรับใหญ่ ในวันแรม 15 ค่ำ ญาติโยมจะนำอาหารไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัดครั้งใหญ่ ทำพิธีบังสุกุล อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ มีการตั้งเปรตอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณที่ไม่มีลูกหลานมาทำบุญให้ พร้อมทำพิธีฉลองสมโภชหฺมฺรับที่ยกมา

      สำหรับการจัดหฺมฺรับ ส่วนใหญ่จะใช้ของแห้งที่เก็บไว้ได้นาน วิธีจัดจะใส่ข้าวสารรองชั้นล่างในภาชนะ ตามด้วยเครื่องปรุงพวกของแห้งที่ใช้ในครัว ชั้นถัดมาเป็นพวกอาหารแห้ง หยูกยา หมากพลู และของใช้ประจำวัน ส่วนหัวใจของหฺมฺรับที่เป็นเอกลักษณ์ขาดไม่ได้มี 5 อย่าง คือ  ขนมพอง ขนมลา ขนมบ้า ขนมดีซำ และขนมกง (หรือขนมไข่ปลา)

---------


         ขนมพอง-เป็นสัญลักษณ์แทนเรือแพ ที่บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ ขนมลา-เป็นสัญลักษณ์แทนแพรพรรณ เครื่องนุ่งห่ม ขนมบ้า-เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า สำหรับไว้ใช้เล่นต้อนรับสงกรานต์ ขนมดีซำ-เป็นสัญลักษณ์แทนเงินเบี้ย และขนมกง-เป็นสัญลักษณ์แทนเครื่องประดับ เพราะมีรูปทรงคล้ายกำไล แหวน

         ส่วนการตั้งเปรต ลูกหลานจะนำขนมหรืออาหารไปวางในที่ต่างๆ ในวัด หรือริมกำแพงวัดด้านนอก สำหรับเปรตไร้ญาติ หรือญาติไม่ได้ทำบุญอุทิศให้ หรือมีกรรมไม่สามารถเข้าวัดได้ หลังพระสงฆ์สวดบังสุกุล ญาติๆ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ เด็กๆ ลูกหลานจะเข้าแย่งชิงขนมกันเป็นที่สนุกสนาน ที่เรียกว่า ชิงเปรต การได้กินเดนชานจากวิญญาณบรรพบุรุษเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่ง และถือเป็นสิริมงคลสำหรับลูกหลาน

          

                     -------------จบ-------------


ประเพณีสารทเดือนสิบ

            สารทเดือนสิบ หรือที่ชาวบ้านอย่างเราๆเรียกกันว่า ประเพณีทำบุญเดือนสิบ  เป็นประเพณีทำบุญกลางเดือนสิบ  เพื่อนำเครื่องอุปโภคและเครื่องบริโภครวมทั้งขนมสำคัญ 5 อย่างไปถวายพระ อุทิศส่วนกุศลแด่บรรพบุรุษของตน ชาวปักษ์ใต้ที่เป็นพุทธศาสนิกชนไม่ว่าจะไปอยู่ไกลเพียงใด เมื่อถึงช่วงทำบุญเดือนสิบ ก็กลับภูมิลำเนามาร่วมทำบุญ  ด้วยความสำนึกกตัญญูที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจมาแต่เยาว์วัย

  

          ประเพณีสารทเดือนสิบ มีวิวัฒนาการมาจากประเพณีเปตพลีของพราหมณ์ ลูกหลานจัดขึ้นเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ต่อมาพวกพราหมณ์จำนวนมากได้หันมานับถือพระพุทธศาสนา และยังถือปฏิบัติในประเพณีนี้อยู่ พระพุทธองค์เห็นว่าประเพณีนี้มีคุณค่า เป็นการแสดงออกซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ นำความสุขใจให้ผู้ปฏิบัติ จึงทรงอนุญาตอุบาสกอุบาสิกาประกอบพิธีนี้ต่อไปได้ ประเพณีสารทเดือนสิบมีมาตั้งแต่พุทธกาล คาดว่าเมื่อพระพุทธศาสนาเผยแผ่เข้ามาในนครศรีธรรมราช จึงรับประเพณีนี้มาด้วย

             ชาวพุทธเชื่อว่า บรรพบุรุษอันได้แก่ ปู่ย่าตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว หากทำความดีไว้เมื่อครั้งที่มีชีวิตอยู่ จะได้ไปเกิดในสรวงสวรรค์ แต่หากทำความชั่วตกนรกกลายเป็นเปรต ต้องทนทุกข์ทรมานในอเวจี ต้องอาศัยผลบุญที่ลูกหลานอุทิศส่วนกุศลให้ในแต่ละปีมายังชีพ  ดังนั้นในวันแรม  1  ค่ำเดือนสิบ  คนบาปทั้งหลายที่เรียกว่าเปรตจึงถูกปล่อยตัวกลับมายังโลกมนุษย์  เพื่อมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้องซึ่งเรียกวันนี้ว่า วันรับตายาย  และจะกลับไปนรกในวันแรม 15 ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งเรียกว่า "วันส่งตายาย" โอกาสนี้เองลูกหลานและผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่จึงนำอาหารไปทำบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นการแสดงกตัญญูกตเวที

ช่วงเวลาของการประกอบพิธีประเพณีสารทเดือนสิบมีขึ้นในวันแรม  1  ค่ำ ถึงแรม  15  ค่ำ  เดือนสิบ แต่วันที่ชาวนครศรีธรรมราชนิยมทำบุญคือวันแรม 13 – 15 ค่ำ

การปฏิบัติพิธีกรรมการทำบุญสารทเดือนสิบมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 

         1) การจัดหมรับและยกหมรับ การเตรียมสิ่งของที่ใช้จัดหมรับ เริ่มขึ้นในวันแรม 13 ค่ำ วันนี้เรียกกันว่า “วันจ่าย” ตลาดต่างๆ จึงคึกคักไปด้วยฝูงชนชาวบ้านจะซื้ออาหารแห้ง เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน และขนมที่เป็นสัญลักษณ์ของสารทเดือนสิบ  จัดเตรียมไว้สำหรับใส่หมรับ  และสำหรับนำไปมอบให้ผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ

                   

                                      ยกหมรับ

            การจัดหมรับมักจัดเฉพาะครอบครัวหรือจัดรวมกันในหมู่ญาติ  และจัดเป็นกลุ่ม  ภาชนะที่ใช้จัดหมรับนิยมใช้กระบุงหรือเข่งสานด้วยตอกไม้ไผ่ ขนาดเล็กหรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของเจ้าของหมรับ ปัจจุบันใช้ภาชนะหลายชนิด  เช่น  ถาด  กระเชอ  กะละมัง ถัง หรือภาชนะที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นกรณีพิเศษ การจัดหมรับเป็นการบรรจุ ประดับด้วยสิ่งของอาหารขนมเดือนสิบ  ฯลฯ  โดยจัดเป็นชั้น ๆ  ดังนี้

 

                 ชั้นล่างสุด จัดบรรจุสิ่งของประเภทอาหารแห้ง  ลงไว้ที่ก้นภาชนะ  ได้แก่  ข้าวสาร  แล้วใส่พริก  เกลือ  หอม  กระเทียม  กะปิ  น้ำเปล่า  น้ำตาล  มะขามเปียก  รวมทั้งบรรดาปลาเค็ม  เนื้อเค็ม  หมูเค็ม  กุ้งแกง  เครื่องปรุงอาหารที่จำเป็น

                 ชั้นที่สอง จัดบรรจุอาหารประเภทพืชผักที่เก็บไว้ได้นานใส่ขึ้นมาจากชั้นแรก  ได้แก่  มะพร้าว  ขี้พร้า  หัวมันทุกชนิด  กล้วยแก่  ข้าวโพด  อ้อย  ตะไคร้  ลูกเนียง  สะตอ  รวมทั้งพืชผักอื่นที่มีในเวลานั้น

                 ชั้นที่สาม  จัดบรรจุสิ่งของประเภทของใช้ในชีวิตประจำวัน  ได้แก่  น้ำมันพืช  น้ำมันมะพร้าว  น้ำมันก๊าด  ไต้  ไม้ขีดไฟ  หม้อ  กระทะ  ถ้วยชาม  เข็ม  ด้าย  หมาก  พลู  กานพลู  การบูร  พิมเสน  สีเสียด  ปูน  ยาเส้น  บุหรี่  ยาสามัญประจำบ้าน  ธูป  เทียน

                 ชั้นบนสุด ใช้บรรจุขนมสัญลักษณ์ของสารทเดือนสิบเป็นสิ่งสำคัญของหมรับ  ได้แก่ ขนมพอง  ขนมลา  ขนมกง (ขนมไข่ปลา)  ขนมบ้า  ขนมดีซำ  ขนมเหล่านี้มีความหมายในการทำบุญเดือนสิบ  ซึ่งจะขาดเสียมิได้ เพื่อให้บรรพบุรุษและญาติที่ล่วงลับได้นำไปใช้ประโยชน์  โดยมีความหมายดังนี้

                

                   

      ขนมบ้า -เปรียบเสมือนเมล็ดสะบ้า ให้บรรพบุรุษไว้เล่นสะบ้าในวันตรุษสงกรานต์

                   

 

                                 ขนมบ้า 

     

         2. เมื่อได้จัดหมรับเรียบร้อยแล้ว ก็มีการยกหมรับ โดยในวันแรม  14  ค่ำ  ชาวบ้านนำหมรับที่จัดเตรียมไว้ ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่วัด โดยเลือกวัดที่อยู่ใกล้บ้านหรือวัดที่บรรพบุรุษของตนนิยม  การยกหมรับไปวัดจะจัดเป็นขบวนแห่ก็ได้  โดยนำหมรับและภัตตาหารไปถวายพระด้วย  จากนั้น  ในวันแรม  15  ค่ำ  ซึ่งเป็นวันสารทเรียกว่า  “วันหลองหมรับ”  มีการทำบุญเลี้ยงพระและบังสุกุล  การทำบุญวันนี้เป็นการส่งบรรพบุรุษและญาติพี่น้องให้กลับไปยังเมืองนรก  นับเป็นสันสำคัญยิ่งวันหนึ่ง  ซึ่งเชื่อกันว่าหากไม่ได้กระทำพิธีกรรมในวันนี้  บรรพบุรุษญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้วจะไม่ได้รับส่วนกุศล  ทำให้เกิดทุกขเวทนาด้วยความอดอยากลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ก็กลายเป็นคนอกตัญญูไป

                

                               ยกหมรับ

           3.ชิงเปรต..เสร็จจากการฉลองหมรับและถวายภัตตาหารแล้วก็นิยมนำขนมอีกส่วนหนึ่งไปวางไว้ตามบริเวณลานวัด  โคนไม้ใหญ่  หรือ  กำแพงวัด  เรียกว่า  ตั้งเปรตเป็นการแผ่ส่วนกุศลให้เป็นสาธารณะทานแก่ผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติหรือญาติไม่ได้มาร่วมทำบุญให้ บางวัดนิยมสร้างร้านขึ้นเพื่อสะดวกแก่ตั้งเปรตเสร็จแล้ว  ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรียกว่า  “ชิงเปรต”  ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจะวิ่งกันเข้าไปแย่งขนมกันอย่างคึกคัก  เพราะความเชื่อว่าของที่เหลือจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ  ถ้าใครได้ไปกินก็จะได้กุศลแรง  เป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว         

       วัดบางแห่งสร้างหลาเปรตไว้สูง โดยมีเสาเพียงเสาเดียว เสานี้เกลาจนลื่นและชะโลมด้วยน้ำมันเมื่อถึงเวลาชิงเปรต  เด็ก ๆ แย่งกันปีนขึ้นไป หลายคนตกลงมาเพราะเสาลื่น  และอาจถูกคนอื่นดึงขาพลัดตกลงมา กว่าจะมีผู้ชนะการปืนไปถึงหลาเปรต ก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก จึงมีทั้งความสนุกสนานและความตื่นเต้น

ตั้งเปรต

        1.5  ความสำคัญของการเกิดประเพณี         
                
1)  เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ  โดยรำลึกถึงคุณความดีของบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว  ที่ได้เลี้ยงดูลูกหลานและให้การศึกษาอบรมเป็นอย่างดี  เพื่อตอบแทนบุญคุณดังกล่าวลูกหลานจึงทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้

            2)  เป็นโอกาสได้รวมญาติที่อยู่ห่างไกล  ได้มาพบปะพูดคุย  ได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน  เป็นการสร้างความสนิทสนมกลมเกลียวในหมู่ญาติ  สร้างความสบายใจที่ได้ทำบุญ

            3)  เป็นการเก็บพืชผลของตนไปทำบุญถวายพระ เนื่องจากชาวนครศรีธรรมราชส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตร  ในช่วงปลายเดือนสิบเป็นระยะที่พืชพันธุ์ต่าง ๆ  กำลังออกดอกผล  จึงได้เก็บพืชผลไปทำบุญอันเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

                 4)  เป็นการเก็บเสบียงอาหาร  มีทั้งพืชผัก  อาหารแห้ง  อาหาร สำเร็จรูป  จัดนำไปถวายในรูปหมรับหรือรูปสำรับ  เพื่อที่ทางวัดจะได้เก็บรักษาไว้เป็นเสบียงสำหรับพระภิกษุสงฆ์ในฤดูฝน  ทั้งนี้เพราะในภาคใต้ฤดูฝนจะเริ่มขึ้นในปลายเดือนสิบ  ซึ่งพระภิกษุสงฆ์จะบิณฑบาตด้วยความยากลำบาก

                 5) เป็นการจัดงานรื่นเริงสนุกสนานประจำปีงานรื่นเริงจัดขึ้นเพราะความภาคภูมิใจ  ความสุขใจ  ความอิ่มใจ  ที่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ  ญาติมิตรที่ล่วงลับไป  และเป็นการทำบุญในโอกาสที่ได้รับผลผลิตทางการเกษตรและชื่นชมในผลผลิตที่ได้รับ  จึงได้ร่วมกันจัดงานรื่นเริงเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกัน  งานเพื่อเฉลิมฉลองประเพณีสารทเดือนสิบของชาวนครศรีธรรมราช  ซึ่งนับเป็นงานมหกรรมอันยิ่งใหญ่งานหนึ่งของภาคใต้และประเทศไทย

                                                                                       

                  ------------------------------------------------

  ขนมทำบุญเดือนสิบ และความหมาย

                

 ขนมพอง- เปรียบเสมือนแพอันเป็นพาหนะให้บรรพบุรุษใช้ข้ามห้วงมหรรณพ

 

              

   ขนมลา -เปรียบเสมือนเสื้อผ้าแพรพรรณที่บรรพบุรุษจะได้ใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม

               

     ขนมกง - (หรือขนมไข่ปลา) เปรียบเสมือนเครื่องประดับให้บรรพบุรุษได้ใช้ประดับร่างกาย  

      สมัยก่อน ก่อนงานเดือนสิบจะเริ่มขึ้น ชาวบ้านชาวช่องจะต้องจัดเตรียมทำข้าวปลา อาหาร โดยเฉพาะขนมกันล่วงหน้า อย่าง "ขนมลา" เนื่องจากทำยาก ต้องแช่แป้ง (ข้าวเหนียว)  นำมาบดเป็นแป้ง ต้องบด 3-4 ครั้ง เพื่อให้แป้งละเอียดจริงๆ (พรกลารูนิดเดียว)

     จากนั้นนำแป้งมาผสมกับน้ำผึ้ง (น้ำลูกตาล) แล้วนำไปทอดในกระทะร้อนๆ ร่อนไปเป็นวงกลมรอบๆกระทะ ใช้ไม้ไผ่ที่ดัดแปรงมา ตวัดขึ้นมา กลิ่นหอมกรุ่นเลยครับ อร่อย

     นอกจากขนมลาแล้ว ยังมีขนมฟอง ขนมเจาะหู (เบซัม) ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมการล่วงหน้าเป็นสิบๆวันกว่าจะเสร็จ พูดได้ว่า งานบุญเดือนสิบยุ่งอยู่เดือนเดือน

     ก่อนงานชิงเปรตจะเริ่มขึ้น ชาวบ้านข้างวัดจะไปช่วยกัน "ทำร้านเปรต" เพื่อใช้เป็นที่วางเครื่องเซ็น ทำบุญให้บรรพบุรุษ สมัยก่อนร้านเปรตก็วางต่ำๆ แต่ช่วงหลังเอาเด็กไม่อยู่ พระสวดยังไม่ทันเสร็จ "เปรตตัวจริง" ชิงกันเสียก่อนแล้ว

     มีบางวัดแก้เผ็ดเปรตตัวจริง ด้วยการยกร้านเปรตให้สูงขึ้น เอาตั้นหมากสูงๆ 4 ต้นมาทำเป็นเสาร้านเปรต ทำให้เปรตตัวจริงขึ้นไปแย่งชิงก่อนเวลาไม่ได้ หนักกว่านั้นเคยเห็นวัดบางวัดแก้เผ็ดด้วยการนำน้ำมันเครื่องรถยนต์มาทาให้ดำไปทั้งเสาร้านเปรต....หมดสิทธิเลยครับ รูดปรี๊ด รูดปรี๊ด

    ประเพณีชิงเปรต หรืองานบุญเดือนสิบ มีส่วนคล้ายกับวันเชงเม้งของจีน คือเป็นกิจกรรมที่ลูกหลานมาร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปถึงญาติมิตรผู้ล่วงลับ ทางเหนือก็เหมือนกับการถวายทานสลากภัตต์ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเดือนเดียวกันแต่สลากภัตต์ทำในวันเดือนเพ็ง ขณะที่ชิงเปรตเป็นวันแรมสิบห้าค่ำ

    ส่วนตัวผมเองไม่ได้กลับบ้านไปทำบุญเดือนสิบมา 2-3 ปีแล้ว แต่ก็ไปร่วมทำบุญตามวัดที่เป็นแหล่งชุมนุมของชาวใต้ เช่น วัดหลวงพ่อเณร ย่านห้วยขวาง วัดวิเศษ ย่านฝั่งธน หรือแม้กระทั้งสมาคมชาวปักษ์ใต้ก็จัดทุกปี

     ปีนี้ถ้าไม่ได้ไปก็ไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยก็มีสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน "สืบสานประเพณีบุญเดือนสิบ" ทุกปีอยู่แล้ว สามารถเดินทางไปร่วมได้

      ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ นอกจากจะมีงานบุญเดือนสิบแล้ว ยังมีการแสดงเชิงศิลปวัฒนธรรม นักร้อง นักแสดง (หนังลุง โนราห์) ให้ได้สนุกสนานตามประสาคนใต้ทุกวัน

      ของกินสารพัดจากแดนใต้ถูกขนมาอยู่ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้แน่นเอี๊ยด ขนมจีน ต้มพุงวัว ต้มหนาง เป็นต้น

      อยากให้ไปลองแล............ 

(ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากวารสารสมาคมชาวปักษ์ใต้ / ภาพประกอบส่วนนหึ่งมาจากเวบ ททท.)

  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
นายอินเตอร์ วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/technology-update
9 สู่โลกเทคโนโลยีกับนาย อินเตอร์ ทีมงาน http://www.9inter.com พูดคุยผ่าน Facebook : http://www.facebook.com/JShopping

ความเป็นมา http://www.oknation.net/blog/technology-update/2011/09/24/entry-5

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
MK182 วันที่ : 03/10/2008 เวลา : 18.53 น.
http://www.rejuvenatelive.asia/einein/

ขนมบ้า รสชาติเป็นยังไงครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ทนายแต๊ก วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanyasak
ธัญศักดิ์ ณ นคร

งานเดือนสิบ

............................................................


๐แสงไฟงาน เดือนสิบ ระยิบระยับ

เขียวเหลืองแดง แข่งสลับ กับม้าหมุน

ไฟงานบุญ ใช่งานบาป คราบนักบุญ

หลอมต้นทุน เคล้าเหงื่อ เป็นเนื้องาน


๐ถึงวันสารท ญาติมิตร สนิทยิ่ง


ทั้งชายหญิง หนุ่มชรา ลากลับบ้าน


ส่งตายาย จัดหฺมฺรับ* สำรับทาน


เมื่อเสร็จงาน เที่ยวฉลอง ท่องราตรี


๐ทุ่งท่าลาด ลานโล่ง ฟ้าโปร่งใส


สวนนก สวนดอกไม้ ไฟหลากสี


บุญเดือนสิบ พัฒนา การค้าเสรี


จาตุคามฯ ยามนี้ ไม่มีข่าว...

๐ร้านเบียร์เหล้า ข้าวผัด สารพัดขาย


นั่นตั๊กแตน เรียงราย ในถาดขาว


โน่นคนเหาะ รถไต่ถัง เสียงดังกราว


เชิญหนุ่มสาว เสพสุข ในยุคทุน


๐วอนเปรต เดือนสิบ เยือนทิพย์โลก


มาดับโศก ผ่อนคลาย เรื่องวายวุ่น


มาดลจิต คนนคร ต้อนรับทุน


ยิ้มละมุน อ่อนหวาน ลูกหลานเอย.


.........................................................


ธัญศักดิ์ ณ นคร


ทุ่งท่าลาด/เมืองคอน





* หฺมฺรับ คือ การจัดสำรับเครื่องเซ่นไหว้ในเทศกาลเดือนสิบของเมืองนครศรีฯ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 06.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

ผมไม่ได้กลับบ้าน แต่แม่ พี่สาว หลานๆบางคน กลับไปทำบุญที่คอนครับ....เลยไปงานศพญาติที่ อ.นาทีวี จ.สงขลา
ทั้งสองงานผมไม่ได้ไปตามเคย งานมันยุ่ง ...ข้ออ้างนะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ChaiManU วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    


ฮาย หยากแปลบ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
แล่มจันท์พิศาโล วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/laemkcl

ประเพณีงานเดือนสิบ ต้องยกให้คนเมืองคอนครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

กระบี่ฝนตกตลอดวันค่ะ.. กว่าจะมีแดดก็บ่าย
ไปถึงวัด.. ตากล้อง(แจมเองแหละ) เก่งมาก..

เก่งจริงๆ

น้านพ(กระบี่ทูเดย์) ก็แว๊ด.. "หรอยนิ ตากล้องเรา พากล้องไปแต่ลืมเมมโมรี่การ์ด"

จะฮา ก็กลัวโดนด่าต่อ..
มาเล่าให้คนแถวนี้ฮาดีกว่าค่ะ.. อิอิ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

คิดถึงขนมลา

ฮือ ฮือ

นายหัวไทรไม่เอามาฝาก


ความคิดเห็นที่ 19 (0)
หนมเปียกปูน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovejung

เมื่อเช้าไปที่วัดราชาฯครับพอดีส่งลูกไปโรงเรียนแถวนั้นเลยแวะไปทำบุญ จึงรู้ถึงประเพณีทางใต้ที่ดีงามอีกประเพณีหนึ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 15.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เห็นขนม แล้วนึกถึงวัยเด็กนะครับ

อร่อยมาก ปัจจุบันก็ยังอยากทาน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
นายประธาน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/luechaimr

คุณแม่ คุณพ่อ น้อง จัดสำหรับให้เมื่อวานนี้ รีบกลับมากรุงเทพให้ทัน ถึงเมื่อวานค่ำ ภรรยาจัดกับข้าว ขนม พร้อมแล้ว เช้าวันนี้ เข้าทำบุญที่วัดเขมาภิรตาราม นนทบุรี ปีนี้จัดประเพณีวันสารทเดือนสิบ งานใหญ่มาก ตั้งแต 26 กันยา...เพิ่งรู้วันนี้ หว่างเพลพรรคพวกบ้านเรามากจริง ๆ
คืนนี้ คืนสุดท้าย ใครว่าง.... พรรคพวกเชิญ แลหนังลุง คืนนี้ คืนสุดท้ายครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ปรายแสง วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 14.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/koravee
ใยไหม: คือฉัน  คือตะวัน  คือกรวี

ไปมาเมื่อวานค่ะที่วัดศาลาไพ จ.นครฯ
ก้อพบญาติๆทุกคนเหมือนเดิม ได้เจออาจารย์สมันเรียนอยู รร.วัดพระมหาธาตุด้วย
ดีใจค่ะที่อาจารย์นั่งมองเราด้วยความคลับคล้ายคลับคลา
แม้ไม่ได้เจอกันนาน 20 กว่าปีมั้งค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
sertphoto วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sertphoto
ทุกที่ ทุกภาพ

ไปชิงเปรตมาแล้ว ที่วัดดุสิดาราม

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สายเลือดไทย วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 12.04 น.

เสียดายมาก จำได้ว่าได้ไปร่วมงานชิงเปรตที่วัดบ่อตรุ ระโนด สงขลา เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ก็ยังได้เห็นบรรยากาศดั้งเดิม ซึ่งดีใจมากที่นครศรีฯยังรักษาประเพณีโบราณนี้ไว้

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

หลวงไปวัดในสองวิหาร อยู่ที่ปากน้ำ สมุทรปราการ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เคียงดิน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

หลวงไปวัด จังหวัดไหรคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
arekoy วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arekoy
อนาคตและอดีตไม่สำคัญ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด


ที่บ้านเรียกว่า วันส่งตายาย
ที่วัดมีร้านเปรต และชิงเปรตด้วยค่ะ
และที่แน่ๆ ได้ทานขนมเดือน 10 อร่อยยยยย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลูกพระบิดา วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 09.35 น.

ทำงาน ไมได้ไปวัดค่ะ โดนพี่ที่ทำงานแย่งไปทุกปี เลยต้องเฝ้าออฟฟิศ
เดี๋ยวว่าจะไปตอนตั้งเปรตที่หน้าวัดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

นำเสนอดีมาก ค่ะ
ขอบคุณ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

หลวงไปมาแล้ว วัดข้างบ้าน (วัดในสองวิหาร)

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 08.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

เดี๋ยวก็ ไปปวัด ครับ
บ่าวล่ะ
ไม่ไปเหรอ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

แจมก็ว่าจะไปดูเขาชิงเปรต..ไม่มั่นใจ
รอน้องเขามาแตะมือเปลี่ยนอยู่ค่ะ..
(ตอนนี้เฝ้าร้านลำพัง.. ลูกค้าก็ยังไม่มีเล้ย)


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แมงป่องจำศีล วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 08.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maengpong

วันนี้ส่งตายายช่วยบอกตายายด้วยอย่าลืมพาเปรตกลับนรกไปด้วยนะตาจ๋ายายจ๋าลูกหลานจะได้ไม่เดือดร้อน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เจนอักษราพิจารณ์ วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numsunjon

เป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากโบราณ
เห็นความหลากหลายของแนวปฏิบัติ
ที่บ้านทุ่งผมก็มีเช่นเดียวกันเรียกว่า "บุญข้าวสาก"
แต่ก็นิยมทำกันอย่างเรียบง่ายตามอัตภาพของชุมชน
ขอบคุณมากครับสำหรับรูปภาพและเรื่องราวที่น่าสนใจ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นายหัวไทร วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naiman

เปรต......ถูกส่งมาจากนรก
เพื่อมารอรับส่วนบุญอยู่ทั่วประเทศแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องราวดี ๆ
จะหาโอกาสไปทำ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
IAmJubJub วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iamjubjub

ขอ...อนุโมทนาบุญด้วยคนค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]