• naitiwa
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : naitiwa@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-05
  • จำนวนเรื่อง : 705
  • จำนวนผู้ชม : 472074
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3456 คน
นายทิวา
ข้อมูล-สาระ-ศิลปะ-วัฒนธรรม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
วันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2554
Posted by naitiwa , ผู้อ่าน : 954 , 14:45:16 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



“เงินที่แม่ให้วันละ 20 บาท แม่อยากให้ลูกแบ่งออกเป็น 4 กอง จะได้ไหมจ๊ะ” 

“ทำไมเหรอแม่ ทำไมต้องแบ่งด้วยครับ” 

“เอาน่า ไว้ลูกโตขึ้น ก็จะรู้เองแหละ” 

“แล้วแบ่งยังไงล่ะครับแม่” 

“ก็แบ่งออกเป็น 4 กองเท่า ๆ กัน 20 บาทก็กองละ 5 บาท 2 กองแรกลูกก็เอาไว้ใช้ เอาไว้ซื้อขนมกิน ส่วนกองที่ 3 ก็สำรองเผื่อเอาไว้ ถ้า 2 กองแรกไม่พอใช้ ก็มาใช้กองที่ 3” 

“แล้วกองที่ 4 ล่ะครับแม่” 

“เก็บไว้จ๊ะ หยอดกระปุกไว้” 

“เก็บไว้ทำไมครับแม่” 

“เก็บไว้เวลาจำเป็นไงจ๊ะ แล้วก็เก็บสะสมไว้ เผื่อว่าลูกอยากได้ของอะไรเป็นพิเศษไง” 

“อ๋อครับ” 

“ลูกทำได้ใช่ไหมจ๊ะ” 

“อืมม...ครับแม่ ผมจะลองทำดูครับ” 

................................................... 
................................................... 

นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองโดยลำพัง นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องราวในวัยเด็ก ที่เวลานี้ มันแสนจะเลือนรางไปจากความทรงจำส่วนลึก 

ผมแทบจะไม่ได้ใช้เวลาครุ่นคิดกับเรื่องส่วนตัวอย่างนี้เลย 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมกลับบ้าน 

นานมากแล้วอีกเช่นกัน ที่ผมไม่ได้เดินทางกลับมาบ้านเกิด 

ทั้งที่ถ้าวัดระยะทางจากเมืองหลวง ก็เพียงแค่ร้อยกว่ากิโลเมตร และใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น 

วันนี้ ผมเดินทางกลับบ้าน และเป็นการกลับมาอย่างไม่มีเหตุผลอะไรมากมาย 

นอกเสียจากความเหนื่อยล้า ต่อหน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัวที่วนเวียนอยู่กับวันและคืนที่จำเจ 

ผมได้พบกับหญิงชราตรงหน้า ที่เหมือนกับคนแปลกหน้า ในวูบแรกที่ได้เห็น 

แต่หญิงชราตรงหน้า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

หญิงชราร่างเล็กหลังค้อม เดินงก ๆ เงิ่น ๆ เชื่องช้า เข้ามาหาผม พร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง ดึงริ้วรอยบนใบหน้าให้ยับย่นไม่รู้กี่เส้นต่อกี่เส้น 

ผมไม่รู้ตัวว่า น้ำตามันไหลออกมาจากสองตาได้อย่างไร 

เพราะทันทีที่ผมรู้สึกตัว ผมก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของหญิงชราตรงหน้า ซุกใบหน้าหยาบกร้าน และหนวดเคราสาก ๆ เข้ากับอกอย่างไม่อายแก่สายตาของใครทั้งสิ้น 

มืออันสั่นเทาทั้งคู่ของหญิงชรา โอบร่างสูงใหญ่ไว้หลวม ๆ พร้อมกับตบฝ่ามือเบา ๆ ที่หลังและไหล่ 

ไม่รู้สิ ผมกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก 

แม่ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ยิ้มกว้าง แล้วก็ขยับตัวผมให้ห่างออกมา เพื่อจะเพ่งสายตามองลูกชายใกล้ ๆ ขณะที่มืออันสั่นเทา ค่อย ๆ เอื้อมปาดเช็ดน้ำตาเบา ๆ 

“ผมกลับบ้านแล้วครับแม่” 

“จ๊ะ” 

................................................... 
................................................... 

แม่ไม่ได้ถามอะไรผมเลยสักคำ ที่แม่ทำคือ หาข้าวหาปลาให้ผมกิน แล้วก็นั่งดูผมกินข้าวอย่างมีความสุข 

เหมือนว่า ผมมีเรื่องมากมายอยากจะเล่าให้แม่ฟัง 

แต่ผมไม่รู้ว่า ควรจะเล่าเรื่องราวมากมายที่ว่านั้นอย่างไร และไม่รู้ว่า ควรจะเริ่มต้นที่ตรงไหน 

แม่ยังนั่งมอง แล้วก็ยิ้มอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย 

แม่รอจนผมกินเสร็จเรียบร้อย ก็ลุกขึ้นเดินมาหยิบถ้วยชามจะเอาไปเก็บในครัว เมื่อผมลุกขึ้นจะเข้าไปช่วย แม่โบกมือวุ่นวาย แล้วก็ดุว่าให้นั่งอยู่เฉย ๆ 

หญิงชราร่างเล็กหลังค้อมตรงหน้า แก่ตัวลงไปมาก 

แม่ดูงก ๆ เงิ่น ๆ แต่ก็ยังจัดการกับเรื่องตรงหน้าได้อย่างเรียบร้อย 

นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองโดยลำพัง นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องราวในวัยเด็ก ที่เวลานี้ มันแสนจะเลือนรางไปจากความทรงจำส่วนลึก 

ผมแทบจะไม่ได้ใช้เวลาครุ่นคิดกับเรื่องส่วนตัวอย่างนี้เลย 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมกลับบ้าน 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมอยู่กับหญิงชราร่างเล็กหลังค้อม ที่ทำอะไรหลาย ๆ อย่างอยู่ตรงหน้า 

................................................... 
................................................... 

ผมใช้เวลาเกือบทั้งหมดของชีวิตช่วงหลังอยู่ที่เมืองหลวง หลังการเดินทางจากบ้านเกิด เพื่อมาศึกษาต่อ กระทั่งเรียนจบและเข้าทำงานในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง 

จากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง และอีกที่หนึ่งไม่รู้อีกกี่ที่ 

ผมเป็น “มนุษย์เงินเดือน” เหมือนกับอีกหลาย ๆ คนที่เป็น “มนุษย์เงินเดือน” 

ผมเป็นเหมือน ๆ กับอีกหลาย ๆ คน และก็ใช้ชีวิตไม่ต่างกับอีกหลาย ๆ คน 

ชีวิตเดือนต่อเดือน ชีวิตผ่อนส่ง ชีวิตที่ยืมเอาอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน โดยจงใจหลงลืมอดีตที่ผ่านพ้น 

เงินเดือนก็แค่เงินผ่านบัญชี เป็นตัวเลขในวันสิ้นเดือน และหมดไปในวันสิ้นเดือน 

เงินเดือนก็แค่ตัวเลขและตัวเงินในปัจจุบัน เพื่อชดใช้ให้กับการใช้ไปอดีต แล้วก็หยิบยืมเอาเงินในอนาคตจากใครต่อใครมากมาย เพื่อมาใช้ไปในปัจจุบัน 

ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีเครดิต และก็ใช้จ่ายชีวิต ผ่านเครดิตที่ใครต่อใครสมมุติให้มีและให้ใช้ 

ทั้งหมดคือชีวิตปัจจุบัน และทั้งหมดก็คือชีวิตร่วมสมัย 

ผมเป็นเช่นนี้ เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ คนที่เป็นเช่นนี้ 

ได้มาแล้วก็หมดไป และแม้จะยังไม่ได้มา ก็พร้อมจะหมดไป 

................................................... 
................................................... 

นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองโดยลำพัง นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องราวในวัยเด็ก ที่เวลานี้ มันแสนจะเลือนรางไปจากความทรงจำส่วนลึก 

ผมแทบจะไม่ได้ใช้เวลาครุ่นคิดกับเรื่องส่วนตัวอย่างนี้เลย 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมกลับบ้าน 

ผมรู้สึกได้ เมื่อมืออันสั่นเทาทั้งคู่ของหญิงชราร่างเล็กหลังค้อม บรรจงห่มผ้าห่มผืนบางคลุมลงบนร่างของลูกชายเบา ๆ 

มืออันสั่นเทาทั้งคู่ของหญิงชราร่างเล็กหลังค้อม หยุดนิ่งลงครู่หนึ่ง เมื่อผมแกล้งขยับพลิกตัว 

แต่ก็เพียงครู่เดียว เมื่อผมอยู่นิ่ง ผ้าห่มผืนบางก็ถูกลากขึ้นจนคลุมได้ทั้งตัว 

ในความมืด คล้ายกับว่า ผมได้เห็นรอยยิ้มกว้าง 

ผมยิ้มตอบ ก่อนจะหลับไปอย่างไม่รู้ตัว... 

“เงินที่แม่ให้วันละ 20 บาท แม่อยากให้ลูกแบ่งออกเป็น 4 กอง จะได้ไหมจ๊ะ” 

“ทำไมเหรอแม่ ทำไมต้องแบ่งด้วยครับ” 

“เอาน่า ไว้ลูกโตขึ้น ก็จะรู้เองแหละ” 

“แล้วแบ่งยังไงล่ะครับแม่” 

“ก็แบ่งออกเป็น 4 กองเท่า ๆ กัน 20 บาทก็กองละ 5 บาท 2 กองแรกลูกก็เอาไว้ใช้ เอาไว้ซื้อขนมกิน ส่วนกองที่ 3 ก็สำรองเผื่อเอาไว้ ถ้า 2 กองแรกไม่พอใช้ ก็มาใช้กองที่ 3” 

“แล้วกองที่ 4 ล่ะครับแม่” 

“เก็บไว้จ๊ะ หยอดกระปุกไว้” 

“เก็บไว้ทำไมครับแม่” 

“เก็บไว้เวลาจำเป็นไงจ๊ะ แล้วก็เก็บสะสมไว้ เผื่อว่าลูกอยากได้ของอะไรเป็นพิเศษไง” 

“อ๋อครับ” 

“ลูกทำได้ใช่ไหมจ๊ะ” 

“อืมม...ครับแม่ ผมจะลองทำดูครับ” 

แสงสีทองอ่อนโยน มาพร้อมกับสายลมบาง ๆ ลอดช่องหน้าต่างสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ สองบานตรงหัวเตียงเข้ามาทักทาย ผมหยีตาทั้งคู่ขึ้นมองช้า ๆ 

มีเงาตะคุ่มปลายเตียงยืนมองอยู่ ผมเผลอขยี้ตาเล็ก ๆ ด้วยความไม่แน่ใจ 

หญิงชราร่างเล็กหลังค้อม ที่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยยับย่น ยืนยิ้มกว้างอย่างอบอุ่น 

“แม่ครับ เมื่อคืนผมฝัน” 

“จ๊ะ” 

“ผมฝันถึงเรื่องที่แม่สอนตอนเด็ก ๆ” 

“จ๊ะ” 

“อืมม... แม่ครับ หรือว่าผมไม่ได้ฝัน ผมจำได้แม่นเลยนะครับ” 

หญิงชราร่างเล็กหลังค้อมไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มกว้างให้ พร้อมกับเดินเข้ามาหาช้า ๆ 

มืออันสั่นเทาทั้งคู่ของแม่ ถือของอะไรบางอย่างไว้ในมือ และก็เหมือนกับว่า ของในมือจะหนักเอาการอยู่ไม่น้อย 

แม่ยื่นของในมือส่งให้ ผมรับมาถือไว้อย่างงง ๆ 

“อะไรครับแม่” 

“กระปุกของลูกไงจ๊ะ” 

“กระปุก ?” 

“ใช่จ๊ะ กระปุกออมสิน จำได้ไหมจ๊ะ ที่ตอนเด็ก ๆ ลูกหยอดเงินเก็บเอาไว้ทุกวันไง” 

“ของผมเหรอครับ ?” 

“จ๊ะ ของลูก แม่เก็บเอาไว้ให้ ยังมีอยู่ข้างนอกอีกหลายอันเลยจ๊ะ” 

“แม่ครับ...” 

“อะไรจ๊ะ” 

“เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับแม่” 

................................................... 
................................................... 

นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองโดยลำพัง นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องราวในวัยเด็ก ที่เวลานี้ มันแสนจะเลือนรางไปจากความทรงจำส่วนลึก 

ผมแทบจะไม่ได้ใช้เวลาครุ่นคิดกับเรื่องส่วนตัวอย่างนี้เลย 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมกลับบ้าน 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่หญิงชราร่างเล็กหลังค้อมตรงหน้า ยื่นกระปุกออมสินใบเล็ก ๆ หลายใบ ที่ในนั้นมีเงินเหรียญอัดแน่นเต็มไปหมดให้กับผม 

ผมนึกถึงคำสอนของแม่ ผมนึกถึง “เงิน 4 กอง” ที่แม่เคยถามผมตอนเด็ก ๆ ว่า ทำได้ไหม 

ผมยังจำได้ถึงคำถามที่ผมเคยถามแม่ว่า แบ่งเงิน 4 กองไปทำไม 

และผมก็ยังจำคำตอบที่แม่บอกว่า โตขึ้นก็จะรู้เอง  

ผมไม่เพียงไม่เคยรู้ ไม่เพียงไม่เคยคิดที่จะรู้ และไม่เพียงไม่เคยคิดที่จะทำ ตามคำสัญญาที่ผมให้ไว้กับแม่ แต่ผมยังจงใจที่จะลืมเลือนสิ่งที่แม่สอนอีกด้วย 

นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ อยู่กับตัวเองโดยลำพัง นานมากแล้ว ที่ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องราวในวัยเด็ก 

ผมแทบจะไม่ได้ใช้เวลาครุ่นคิดกับเรื่องส่วนตัวอย่างนี้เลย 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผมกลับบ้าน 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่หญิงชราร่างเล็กหลังค้อมตรงหน้า ยื่นกระปุกออมสินใบเล็ก ๆ หลายใบ ที่ในนั้นมีเงินเหรียญอัดแน่นเต็มไปหมดให้กับผม 

เวลานี้ความทรงจำส่วนลึกในวัยเยาว์ ชัดเจนเหลือเกิน 

ผมยิ้ม และผมก็นึกถึงรอยยิ้มกว้างอย่างอบอุ่นของแม่ ที่มีให้กับลูกทั้งชีวิตของแม่ 

แม่ครับ... ผมโตแล้วครับ... และผมก็รู้คำตอบแล้วครับแม่... 

//................................. 

หมายเหตุ : ตีพิมพ์ครั้งแรก จุดประกายวรรณกรรม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันอาทิตย์ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔  





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
naitiwa วันที่ : 15/05/2011 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

สวัสดีครับ พี่น้อย
แหะ แหะ
ครับผม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kankun วันที่ : 10/05/2011 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kankun

อยากเห็นลูกๆทุกคนจำ"คำสอนของแม่" แล้วนำมาปฏิบัติให้ได้ด้วย....ตามที่รับปากไว้....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kankun วันที่ : 10/05/2011 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kankun

อยากเห็นลูกๆทุกคนจำ"คำสอนของแม่" แล้วนำมาปฏิบัติให้ได้ด้วย....ตามที่รับปากไว้....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

อ่านสดบทกวี "ทั้งหมดล้วนมวลชนทุกคนไทย"

งานพบปะนักเขียนที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกซีไรต์ "กวีนิพนธ์" ปี 2553 วันที่ 22 ก.ค.53 ณ ห้องเจ้าพระยา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

View All