• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dnakamon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 243
  • จำนวนผู้ชม : 171328
  • ส่ง msg :
  • โหวต 273 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakamonTH
วันพุธ ที่ 21 สิงหาคม 2562
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 181 , 11:06:08 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

สัมมนาชุมชน แบบไหน จัดได้ จัดไม่เสียของ

รูปแบบของการจัดสัมมนาต่างๆ ที่พบในการจัดสัมมนาชุมชน ความเหมาะสมขึ้นกับความต้องการ ข้อมูล หรือสิ่งที่ต้องการจะรู้หรือนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาชุมชน ส่วนใหญ่มักพบได้ว่าการสัมมนาชุมชนใช้วิธีที่เรียบง่าย และได้ประโยชน์จริง ที่พบได้แก่

การอภิปรายเป็นคณะ (Panel Discussion)

ผู้ทรงคุณวุฒิตั้งแต่ 3 คนไปจนถึง 10 คน เป็นผู้มีความรู้ มีความสนใจเกี่ยวกับหัวข้อหรือประเด็นในการประชุม โดยคณะผู้อภิปรายจะนั่งอยู่ต่อหน้าผู้ฟัง มีพิธีกรหรือผู้ดาเนินการอภิปราย (Moderator) เป็นผู้ดาเนินรายการ

ผู้อภิปรายจะอภิปรายไปตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมายอย่างมีระเบียบ ใช้หลักและเหตุผล เป็นวิธีการที่นิยมใช้มาก เพราะนอกจากจะได้ข้อเท็จจริงและความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ยังจะได้เห็นการใช้เหตุผลโต้แย้งหรือสนับสนุนความคิดเห็นระหว่างผู้อภิปรายร่วมกัน การอภิปรายเป็นคณะไม่ควรใช้เวลาเกิน 3 ชั่วโมง

การอภิปรายแบบซิมโพเซี่ยม (Symposium)

การอภิปรายแบบนี้เหมาะที่นามาใช้ในการประชุมทางวิชาการ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ หรือวิทยากร 2 - 6 คน มีลักษณะเป็นทางการมาก

ผู้อภิปรายมีการเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นอย่างดีโดยแต่ละคนจะเตรียมความรู้เฉพาะตอนใดตอนหนึ่งที่ได้รับมอบหมาย

การอภิปรายจะไม่ก้าวก่ายหรือไม่ซ้าซ้อนกับหัวข้อวิทยากรท่านอื่น วิทยากรแต่ละท่านจะเสนอความคิดเห็นของตนให้ตรงจุดมุ่งหมายมากที่สุด โดยใช้เวลาประมาณคนละ 10 - 15 นาที

การอภิปรายแบบบุ๊ซเซสชั่น (Buzz Session)

เป็นการประชุมที่เปิดโอกาสให้สมาชิก ซึ่งประกอบด้วยประธาน เลขานุการ และสมาชิกร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นในระยะสั้น ๆ

โดยแบ่งสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมออกเป็นกลุ่มย่อยประมาณกลุ่มละ 2 - 6 คน เพื่ออภิปรายปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกกาหนดขึ้น ใช้เวลาในการประชุมย่อยกลุ่มละประมาณ 6 -10 นาที

สาเหตุที่กาหนดให้มีสมาชิกน้อย เพราะต้องการให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยไม่กระดากอายและปราศจากการวิจารณ์หรือตัดสินว่าความคิดนั้นถูกหรือผิด

การอภิปรายแบบบทบาทสมมุติ (Role Playing)

ผู้เข้าประชุมได้มีโอกาสแสดงบทบาทสมมติ ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง เหมือนในสภาพความเป็นจริง โดยเน้นลักษณะของปัญหาที่ต้องเผชิญและขบวนการแก้ปัญหาในลักษณะต่าง ๆ

ผู้จัดประชุมเป็นผู้กาหนดโครงเรื่องให้คร่าว ๆ และให้ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงความรู้สึกออกมาตามบทบาทสมมติที่ได้รับ เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ และได้มีโอกาสพัฒนาทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ของตนให้ดียิ่งขึ้น

การอภิปรายแบบตอบกลับ (Circular Response)

ควรใช้กับกลุ่มสมาชิกประมาณ 8 - 15 คน โดยจัดที่นั่งเป็นรูปวงกลม การประชุมเริ่มโดยประธานกลุ่มเปิดการประชุม จากนั้นประธานจะเป็นผู้เสนอปัญหาเพื่อให้สมาชิกแสดงความคิดเห็น

การแสดงความคิดเห็นจะเรียงลาดับทีละคน โดยเริ่มจากคนแรกที่อยู่ด้านขวามือของประธานและคนขวามือ ต่อ ๆ ไป ตามลาดับ

กลุ่มสมาชิกของการอภิปรายแบบตอบกลับจะประกอบด้วยประธาน เลขานุการ และสมาชิก

การอภิปรายโต๊ะกลม (Round Table)

ควรจัดให้สมาชิกทุกคนเห็นหน้ากันได้ชัดเจนเป็นการประชุม ที่มีความเป็นกันเองมาก

ประธานทาหน้าที่ดาเนินการประชุม สมาชิกท่านใดต้องการแสดงความคิดเห็นสามารถยกมือเพื่อขอพูด

การประชุมแบบนี้ต่างกับแบบตอบกลับ คือสมาชิกไม่ต้องแสดงความคิดเห็นเรียงลาดับจากขวามือไปซ้ายมือ การแสดงความคิดเห็นสามารถแสดงออกได้อย่างกว้างขวางและใช้เวลามากเท่าที่สมาชิกแต่ละคนต้องการ

การอภิปรายแบบถาม - ตอบ (Dialogue)

หรืออาจเรียกว่าการอภิปรายแบบสนทนา

เป็นการจัดรูปแบบการอภิปรายโดยบุคคล 2 คน มีลักษณะที่ไม่เป็นทางการ คล้ายคน 2 คนกาลังสนทนากัน คนหนึ่งจะทาหน้าที่เป็นผู้ซักถามหรือพิธีกร อีกคนจะเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือวิทยากรทาหน้าที่ตอบปัญหาการอภิปราย โดยมีกลุ่มผู้ฟังนั่งฟังอยู่ด้วย

เทคนิคนี้จะใช้เมื่อต้องการเสนอข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นจากทรรศนะที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ข้อตกลงหรือข้อยุติหรือแง่คิดที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟังมากยิ่งขึ้น

โดยในช่วงสุดท้ายของการอภิปรายดาเนินการอภิปรายอาจเปิดโอกาสให้สมาชิกที่เข้าฟังมีโอกาสซักถามข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ ได้หากประเด็นนั้นยังไม่กระจ่าง

การอภิปรายแบบฟอรัม (Forum)

เป็นการอภิปรายโดยใช้วิธีการตั้งคาถามและตอบคาถามนั้น ๆ

ประกอบด้วยผู้ดาเนินการอภิปรายและผู้อภิปรายอาจจะเพียงคนเดียวหรือหลายคนก็ได้

ถ้ามีผู้อภิปรายคนเดียว เมื่อบรรยายจบก็จะเปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถามปัญหาได้ตามเวลาที่จัดไว้

การอภิปรายแบบนี้เหมาะที่จะนามาใช้ในกิจกรรมระดมความเห็น เช่น การประชุมระดับหมู่บ้าน อำเภอ หรือจังหวัด หรือแม้แต่การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทางการเมือง

การอภิปรายกึ่งสัมภาษณ์ (Colloquy Method)

เป็นการปรับปรุงมาจากการอภิปรายเป็นคณะโดยผู้ทรงคุณวุฒิ

การอภิปรายจะมีผู้อภิปราย 2 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มหนึ่งจะประกอบด้วยตัวแทนของผู้ฟังประมาณ 3 - 4 คน อีกกลุ่มหนึ่งประกอบด้วยวิทยากรประมาณ 3 - 4 คน เช่นเดียวกัน

ทั้งสองฝ่ายนั่งอยู่บนเวที หันหน้าเข้าหาผู้ฟัง ผู้ร่วมอภิปรายที่ได้รับเลือกมาเป็นผู้แทนของผู้ฟังนั้นจะเป็นผู้เสนอปัญหาหรือถามคาถาม วิทยากรจะเป็นผู้ตอบปัญหา มีผู้ดาเนินการอภิปรายเป็นศูนย์กลาง ผู้ดาเนินการอภิปรายจะเป็นผู้กล่าวเปิดการอภิปราย และเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายแสดงความคิดเห็น

การอภิปรายกลุ่มย่อย (Group Discussion)

เป็นการอภิปรายกลุ่มย่อยตั้งแต่ 6 - 20 คน ในเรื่องที่กาหนดให้หรือเรื่องที่สนใจร่วมกัน เพื่อสรุปผล แนวทางการแก้ปัญหา แสวงหาข้อยุติภายใต้การนาของประธานกลุ่ม โดยมีเลขาเป็นผู้บันทึก และสรุปข้อเสนอแนะ

เหมาะกับเรื่องใหญ่ ๆ ที่มีหัวข้อย่อยที่ต้องการแก้ปัญหาหลายเรื่อง เช่น "ปัญหาการ ท่องเที่ยว" อาจแบ่งกลุ่มย่อยพิจารณาในเรื่อง ที่พัก และโรงแรม, การบริการนักท่องเที่ยว, สถานที่เที่ยว, ความปลอดภัย 

 





เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น