• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dnakamon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 277
  • จำนวนผู้ชม : 202795
  • ส่ง msg :
  • โหวต 313 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakamonTH
วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม 2563
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 341 , 12:20:10 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แกะรอยตำนาน บทสวดรตนสูตร จากชมพูทวีป-สุวรรณภูมิ

ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล  ผู้อำนวยการพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

ข้อสรุปของการสวดมนต์ที่หลายคนทราบกัน นอกจะช่วยให้ผ่อนคลาย จิตใจสบาย เจริญสติ มีสมาธิ  จะทำให้ไม่ขาดสติไปกับความรู้สึก นึก คิด ตรึก ตรอง ปรุงแต่งอารมณ์   ช่วยรักษาแผล ลดน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของหัวใจ กระตุ้นระบบขับถ่ายที่มีผลต่อสุขภาพแล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องการสร้างกำลังใจมวลรวมได้อีกด้วย ดังกระแสข่าวสังคมไทยกับบทสวดรตนสูตร พระปริตรที่กำลังเป็นที่กล่าวขาน เพราะหากจะว่าไปแล้ว สปอต์ไลท์สถานการณ์ของบ้านเมืองขณะนี้  ความร้อนแรงคงไม่พ้นข่าวรัฐบาล เคลื่อนไหว กราบทูลอาราธนาสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานในพิธีสวดบทรัตนสูตร ที่ช่วยในด้านจิตใจ กราบอาราธนาคณะสงฆ์ทั่วประเทศสวดมนต์บทรัตนสูตรในช่วงทำวัตรเย็น ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

 เกี่ยวกับเรื่องนี้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กราบเรียนมหาเถรสมาคม เพื่อให้ความเห็นชอบ มอบให้วัดทั่วประเทศสวดรัตนสูตรเพื่อเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจในช่วงสถานการณ์ประเทศเกิดวิกฤต เพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าเรื่องโรคภัยไข้เจ็บและสิ่งไม่ดีให้พ้นจากประเทศไป 

รัตนสูตร เป็นบทสวดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศเพื่อขจัดปัดเป่าภัยความอดอยาก ภัยจากโรคระบาด และภัยจากอมนุษย์เบียดเบียน ชาวพุทธจึงถือเป็นธรรมเนียมสวดพระสูตรนี้เพื่อขจัดโรคภัยเช่นโรคห่า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่า การสาธยายรัตนปริตรจะทำให้พ้นจากอุปสรรคอันตรายทั้งหลาย

ความเป็นมาของพระสูตรนี้  กล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งพุทธกาล กรุงเวสาลี เกิดทุพภิกขภัย ฝนแล้ง ข้าวกล้าไร่นาเสียหาย ชาวเมืองมากมายล้มตายเพราะความอดอยากและโรคห่า หรือปัจจุบันคืออหิวาตกโรค ระบาด ต้องนำศพมากมายไปทิ้งนอกเมือง ครั้นพวกอมนุษย์ได้กลิ่นคนตายก็พากันเข้าพระนคร รบกวนมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ บรรดาเจ้าลิจฉวีจึงตกลงให้เชิญเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาโปรด เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จถึงเขตแดนนครเวสาลี ฝนโบกขรพรรษก็โปรยเม็ดลงมา ซากศพทั้งปวงถูกน้ำลงสู่แม่น้ำคงคาจนหมดสิ้น และเมื่อพระองค์เสด็จถึงกรุงเวสาลี ท้าวสักกะจอมทวยเทพและหมู่เทพก็เสด็จมา ยังผลให้อมนุษย์ทั้งหลายต้องหลบลี้หนีไปจากเมืองเวสาลี  จากนั้นพระพุทธเจ้าได้ตรัสเรียกพระอานนท์สั่งว่า ดูก่อนอานนท์ เธอจงเรียนรัตนสูตรนี้ ถือเครื่องประกอบพลีกรรม เที่ยวเดินไประหว่างปราการ 3 ชั้นแห่งกรุงเวสาลีกับพวกเจ้าลิจฉวีราชกุมาร ทำพระปริตร แล้ว ได้ตรัสรัตนสูตร พอพระเถระเริ่มสวดว่า ยังฺกิญฺจิ เท่านั้น อมนุษย์ทั้งหลายก็หลบหนีไปจนหมดสิ้น โรคภัยทั้งหลายก็หมดสิ้นไป

โดยเนื้อหารัตนสูตรนี้ กล่าวถึงคุณแห่งพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ โดยส่วนแรกเป็นการประกาศให้เหล่าภูตคุ้มครองรักษาพวกมนุษย์ที่นำเครื่องพลีกรรมมาบวงสรวงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ซึ่งพลีกรรมนี้หมายถึงการทำบุญตามหลักพุทธศาสนา ส่วนที่ 2 เป็นการบรรยายคุณพระรัตนตรัยว่าเป็นรัตนะอันประเสริฐสุด และส่วนที่ 3 เป็นการประกาศให้ภูตทั้งหลายจงนมัสการพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ และอำนวยพรให้สรรพสัตว์เหล่านี้มีความโชคดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีปรากฎการณ์สวดมนต์ทั่วเมืองครั้งนี้ จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่จะเกิดการเรียนรู้ศาสนาของคนทั่วโลกร่วมกันมากขึ้น และได้เห็นความสำคัญของศาสนาในฐานะที่เป็นที่พึ่งของจิตใจอย่างชัดขึ้น ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึกรักและความเมตตาของมนุษย์ด้วยกันจะมีพลังช่วยกันก้าวผ่านเหตุการณ์นี้ ไปด้วยกัน โดยเฉาพะอย่างยิ่งพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจะได้เรียนรู้ และระลึกพระพุทธเจ้าร่วมกันอีกครั้งว่าเมื่อเกิดโรคระบาดในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงทำอย่างไร กำเนิดพระพุทธมนต์ และพระรัตนสูตร หรือพระรัตนปริตร เป็นพระสูตรขจัดภัยพิบัติสูตร มีที่มาที่ไปคืออย่างไร การศึกษาเรียนรู้จะเกิดไปพร้อมกัน

สำหรับแนวคิดเรื่องการสวดมนต์เพื่อปัดป่าวโรคโควิด-19 นี้ เกิดขึ้นแล้วหลายแห่ง และหลายศาสนา ไม่ใช่ที่ประเทศไทยเท่านั้น หลายแห่งก็ได้เริ่มจัดกันขึ้นแล้ว อย่างเช่นที่ กรุงวาติกันซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งศาสนาคริสต์ นำโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสก็ได้สวดภาวนาให้กรุงโรมพ้นจากโรคระบาด ไมค์ เพนซ์ ที่สหรัฐอเมิกา รองประธานาธิบดี ได้ร่วมสวดมนต์กับสมาชิกที่ทำเนียบขาวเพื่อเป็นกำลังใจสู้ไวรัสโคโรน่า และทางด้านองค์ดาไลลามะ ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งธิเบต ก็ได้ชวนสวดมนต์ป้องกันไวรัสเช่นกัน

การที่รัฐบาลส่งสัญญาณให้วัดจัดสวดมนต์สร้างกำลังใจสู้ไวรัสโควิด-19 จึงถือเป็นนัยแห่งการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสของสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น สวดมนต์ ต้านไวรัส มองมุมบวก เป็นการผนึกกำลังพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับ mind set ของมนุษยชาติใหม่ว่าศัตรูที่เราต้องต่อสู้ร่วมกันคือภัยพิบัติไวรัส การเจริญสติ สมาธิ บนหลักการของการพิจารณาด้วยใจในเส้นทางแห่งอารมณ์ที่เข้าใจแท้แห่งมรณานุสติภาวนา หรือมรณัสสติ เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีสมาธิ และตื่นรู้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทนั่นเอง

ว.วชิรเมธี หรือ พระเมธีวชิโรดม(วุฒิชัย วชิรเมธธี) แห่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เคยนำเรื่องมรณัสสติ มากล่าวไว้เช่นกัน โดยท่านเน้นว่าเป็นสิ่งที่ช่วยให้ไม่หวั่นกลัวความตาย การภาวนานี้ จะช่วยให้คนหันกลับมาใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราหมั่นระลึกถึงความตาย ไม่ใช่เพื่อจะให้กลัวตาย แต่เพื่อที่จะให้เรารู้จักที่จะดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างดีที่สุด หัวใจของการดำรงชีวิตอยู่อย่างดีที่สุด ก็คือ การดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาทกล่าวคือไม่ประมาทในชีวิตว่าจะยืนยาว ไม่ประมาทในวัยว่ายังหนุ่มสาวไม่ประมาทในสุขภาพว่ายังแข็งแรง ไม่ประมาทเวลาว่ายังมีอีกมาก ไม่ประมาทในธรรมว่าเอาไว้ก่อนวันหลังค่อยสนใจสมดังที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเป็นคำบาลีไว้ว่า ขโณ โว มา อุปจฺจคา ความหมายคืออย่าปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไร้ค่าแม้เพียงขณะจิตเดียว ผู้มีมรณัสสติภาวนาจะเลือกปฏิบัติแต่กรรมดี มีประโยชน์ จะทำให้คิดถึงตัวเองน้อยลง ไม่เอาเปรียบคนอื่น แบ่งปันและช่วยเหลือคนอื่นมากขึ้น

นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา ประธานมูลนิธิ จิตเป็นผู้ให้ใจเป็นนิพพาน ท่านให้ภาพชัดไวรัส Covid 19  ไว้ว่าเปรียบเช่นเครื่องมือของจักรวาล ใช้ในการจัดระเบียบโลกใหม่ ท่านพูดว่าธรรมชาติกำลังทำความสะอาดโลก  อากาศโลกนี้ จะสะอาดขึ้น เครื่องบิน บินไปทั่วโลกน้อยลง  มลพิษลงสู่ทะเลน้อยลง  เรือสำราญและเรือนักท่องเที่ยวจะลดความสกปรกของท้องทะเล   เสียงดังบนถนนลดลง อากาศควันพิษบนถนนน้อยลง  ครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ผู้คนเริ่มหาวิธีการแก้ไขปัญหาให้ท้องถิ่นตัวเอง คนล้างมือกันมากขึ้น คนเริ่มใส่ใจในการดูแลตนเองมากขึ้น พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป พฤติกรรมของการทักทายเปลี่ยนไป ความวุ่นวายของโลกชะลอตัวลงอย่างมาก การสร้างวัตถุช้าลง  เราหายใจด้วยความระมัดระวังและมีสติมากขึ้น  สงครามหยุดลงชั่วคราว การก้าวล่วงซึ่งกันและกันน้อยลง การเที่ยวตามแหล่งบันเทิง แหล่งอบายมุข สถานเริงรมย์น้อยลง  เราลองใช้เวลาที่ว่างขึ้นนี้มาเป็นโอกาสในการใคร่ครวญสำรวจตัวเอง การใช้ชีวิตที่ช้าลง ไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้าย  กว่า40 ปี ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่บ้าคลั่ง พยายามจะเอาชนะธรรมชาติ. จะวิ่งแซงธรรมชาติ ทำลายป่า ทำลายดิน ทำลายน้ำ ทำลายอากาศ ทำลายโลกนี้อย่างยาวนาน ดังนั้น มนุษย์ต้องเพิ่มพลังงานบวกให้โลกนี้ โดยรักและเมตตากัน อภัยกัน รู้จักความพอดี  ดูแลรักษาธรรมชาติและโลกนี้  ลดพลังงานลบให้โลกนี้ โดยการลดการฆ่ากัน ลดการทำร้าย ทำลายตัวเองและผู้อื่น ลดการทำลายธรรมชาติ เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ  ลดโลภ ลดโกรธที่ทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา ลดการก้าวล่วงผู้อื่น  ลดการทำลายธรรมชาติ ทำลายมนุษย์ สัตว์ ป่า เขา แม่น้ำ อากาศ แผ่นดิน  ลดการใช้สารพิษที่ทำลายธรรมชาติ  จงอยู่กับธรรมชาติ ด้วยความสำนึก รักและรักษาสภาพแวดล้อมให้ดี

อาจพูดได้ว่า ในภาวะวิกฤติที่มนุษยชาติกำลังเอาตัวรอด ความคิดที่จะช่วยแบ่งปัน หรือคิดกอบโกย มนุษย์ซึ่งได้ชื่อทางสังคมวิทยาว่าเป็นสัตว์สังคมที่มีเหตุผล ต้องเลือกเอง เลือกด้วยโยนิโสมนสิการ เลือกให้ดี รู้จักคิด พิจารณา มหันตภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่สังคมโลก ต่างหันมาคิดร่วมกันได้ว่าชนชาติ สายพันธุ์ที่แตกต่างกันไปตามแต่ละเครื่องประกอบที่โอบรัดตีตราไว้ด้วยความเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หลักปรัชญา วัฒนธรรมวิถี โดยต่างคิดคว่าความต่างนั้นเป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่ของชาติพันธุ์ของกันและกัน จึงหาทางปกป้อง และถูกทุบทำลายกันตลอดมา แต่นับจากนี้ สิ่งเหล่านั้นหาได้เป็นศัตรูที่สร้างความหวาดกลัวแก่กันต่อไปไม่ หากแต่ศัตรูที่เราต้องต่อสู้ร่วมกันคือไวรัสที่รุกคืบเข้าใกล้อารยธรรมสังคมมนุษย์เข้ามาทุกขณะ  กำแพงปกป้องโลกและมวลมนุษย์ที่ดีที่สุดคือความสามัคคีและการแบ่งปัน การเอาตัวรอดหรือคิดกอบโกย กำลังถูกแทนที่ด้วยความเสียสละ  

 




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< มีนาคม 2020 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]