• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dnakamon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 260
  • จำนวนผู้ชม : 199333
  • ส่ง msg :
  • โหวต 296 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakamonTH
วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน 2563
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 164 , 09:33:24 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มหาวิทยาลัยไทย ICT  และระบบเรียน e-Learning

ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล 

ยุคปฏิรูปการศึกษาเปลี่ยนผ่าน มีการพูดถึงเป้าหมายของมหาวิทยาลัยในหลายๆ มิติ ที่สำคัญคือการสร้างมหาวิทยาลัยให้ก้าวหน้าด้วยระบบ ICT รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอนแบบe-Learning หรือที่รู้จักกันในชื่อมหาวิทยาลัย ICT ถี่มากขึ้นซึ่งเรื่องนี้มีแนวโน้ม ทิศทางของโลกในศตวรรษที่ 21 จะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลก โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ การศึกษา ดังนั้นต้องสร้างความรู้ ความเข้าใจ พัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถ เพื่อก้าวทันต่อการแข่งขัน และการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้สามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้วยเครื่องมือสำคัญคือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology: ICT หรือไอซีที) เทคโนโลยีสารสนเทศ นั้นประกอบด้วย เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม เทคโนโลยีนี้มีความพิเศษตรงที่ต่างก็เป็นส่วนประกอบที่ช่วยซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามแม้เทคโนโลยีสารสนเทศจะเป็นประโยชน์มาก แต่การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเทคโนโลยีนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก อย่างเช่น ซอฟต์แวร์สำหรับใช้กับคอมพิวเตอร์ ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว   ด้วยเหตุนี้การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้งาน จึงจำเป็นจะต้องมีวิธีการที่จะบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม และคุ้มค่าในการลงทุน และยิ่งในปัจจุบันความเปลี่ยนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมีความรวดเร็วมาก ส่งผลทำให้การเรียนการสอนในทุกระดับชั้นมีความเปลี่ยนไปตามความเติบโตและก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการศึกษาเช่นกัน และกรณีการจัดทำระบบe-Learning ในการเพิ่มช่องทางในการเรียนการสอนนั้น พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

กระแสของการเรียนรู้ ในยุคของสารสนเทศ (Information Age) เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก แหล่งการเรียนรู้ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา สถานที่ และภูมิศาสตร์อีกต่อไป เนื่องจากมีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย ทำให้การเรียนรู้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ที่เราเข้าใจกันในนาม

การเรียนรู้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Electronic Learning หรือ e-Learning สำหรับในมหาวิทยาลัย การเรียนในห้องเรียนเป็นหลักสำคัญอย่างยิ่งยวดส่วนหนึ่ง เพราะทำให้นักศึกษาได้สัมผัสสถานการณ์ชีวิตจริงกับอาจารย์ผู้สอนโดยตรง แต่ทุกมหาวิทยาลัยต่างก็สร้างระบบ e-Learning ขึ้นมา เพื่อช่วยและสนับสนุนนักศึกษาด้วยกันทั้งนั้น เช่น ในบางกรณีนักศึกษาบางคนไม่ได้เข้าเรียน หรือเรียนไม่ทัน ก็สามารถมาใช้ระบบ e-Learning นี้เรียนทบทวนบทเรียนต่างๆ ได้ ระบบ e-Learning มีองค์ประกอบมาตรฐานหลัก 3 ประการคือ

1. อภิข้อมูล (Metadata) คือเป็นส่วนของข้อมูลที่ใช้ควบคุมข้อมูล ที่มีลักษณะบ่งบอกให้รู้

ว่า ข้อมูล นี้เป็นประเภทอะไรบ้าง ใครเป็นผู้สร้าง หรือนำข้อมูลใช้เพื่ออะไร เมตะจึงเป็นส่วนที่ใช้อธิบายรายละเอียดของตัวข้อมูล ผู้พัฒนาระบบส่วนใหญ่ลงความเห็นร่วมกันว่า Metadata เป็นหัวใจของระบบ e-Learning (Heart of e-Learning) ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนในด้านดรรชนี การจัดเก็บ การค้นหาข้อมูล และการเรียกข้อมูลออกมาใช้ตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้

 2. สวนประกอบของเนื้อหา(Content Packaging) คือ ส่วนที่ประกอบไปด้วยวัตถุประสงค์

ของการเรียน และสารสนเทศ ที่จะบอกให้รู้ว่า จะเอาอะไรใส่เข้าไปในแต่ละบทเรียน ซึ่งก็จะมีกฏระเบียบตามแต่ชนิดสำหรับถ่ายโอนส่วนประกอบของเนื้อหาในบทเรียนไปยังผู้เรียน

 3. ชีวประวัติสั้นๆ ของผู้เรียน (Learner Profiles) คือ ประวัติย่อของผู้เรียน ซึ่งจะประกอบ

ไปด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล แผนการเรียนรู้ ประวัติการเรียนรู้ ความต้องการในการเข้าถึงการเรียนรู้ ใบประกาศนียบัตร และคุณวุฒิ ความเชี่ยวชาญ/สมรรถนะ (Skills/Competencies) นอกจากนั้น ระบบนี้ยังต้องการส่วนประกอบของข้อมูลสำหรับการสื่อสารของผู้เรียน เช่น แต้ม หรือสถานะการแข่งขัน ในที่นี้ ขอยกตัวอย่างเว็บไซต์ e-Learning ซึ่งในหน้าหลักนี้จะประกอบไปด้วยเมนูคือ

-การสร้างรายวิชาใหม่ (Create a New Course) หมายถึง รายวิชาใดที่ยังไม่มีในระบบ อาจารย์สามารถเข้าไปสร้างขึ้นใหม่ได้ด้วยตัวเอง

-ระบบจัดการรายวิชา (Course Management) อาจารย์สามารถเข้าไปทำการจัดการราย วิชาที่ตัวเองสอน เช่น การเข้าไปเพิ่มเนื้อหาของบทเรียน ซึ่งนักศึกษาสามารถเข้าไปศึกษาเรียนรู้ได้ตลอดเวลา

-ระบบจัดการโครงการสอน(Course Outline Managementอาจารย์ผู้สอนสามารถเข้าไป จัดการเกี่ยวกับโครงการได้ เช่น ปรับเปลี่ยนโครงการสอน ให้ตรงตามฝ่ายวิชาการเสนอแบบฟอร์มมาให้

-ระบบการจัดการแผนการสอน (Lesson Plan Management) ผู้สอนสามารถเข้าไปเพิ่มหรือ

แก้ไขเกี่ยวกับแผนการสอนได้เอง

-ระบบการทดสอบ (Testing Systems) ผู้สอนสามารถเข้าไป สร้างแบบทดสอบ หรือแบบฝึก

หัดเองได้ โดยให้ตรงตามเนื้อหาในแต่ละบทเรียน

-ระบบการตรวจสอบสถิติ (Tracking) ผู้สอนสามารถเข้าไปตรวจสอบสถิติของจำนวนนัก

ศึกษาที่เข้ามาใช้บริการของเว็บไซต์รายวิชาได้

-ระบบการสื่อสาร (Communication) มีระบบการสนทนาอำนวยความสะดวกให้ เช่น การับ

ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail) หรือในกรณีมีปัญหา ผู้ใช้สามารถส่งอีเมล์ติดต่อกับผู้ดูแลระบบได้โดยตรง

-ค้นหาผู้สอน (Search Instructor) นักศึกษาสามารถเข้าไปค้นหาอาจารย์ผู้สอนว่า ชื่ออะไร ประจำอยู่คณะไหน หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อเบอร์อะไร เป็นต้น

-ห้องสนทนา (Chat Room) เป็นห้องสนทนาระหว่างผู้เข้ามาใช้บริการ อาจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนร่วมกันได้

ระบบ e-Learning ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้สอนและผู้เรียนเป็นอย่างมาก จากตัวอย่างของ e-Learning ของมหาวิทยาลัยเอกชนและมหาวิทยาลัยหลายแห่งขณะนี้ สำนักวิทยบริการหรือศูนย์มีเดียและศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาเข้าไปถ่ายทำเป็นวิดีโอการสอนและนำมาใส่ไว้ในระบบ นักศึกษาผู้ที่ไม่ได้เข้าเรียน หรือเรียนไม่ทันสามารถเข้ามาเปิดวิดีโอผ่านเว็บไซต์ได้อีก  ทั้งนี้ยังไม่รวมกับการนำนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างเช่นการนำเอาโปรแกรมเคมทาเซีย(Camtasai Studio)    ที่ทำการบันทึกการสอนผ่านระบบอินเตอร์เนตความเร็วสูงมาใช้ในการช่วยในการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นอีก เพื่อช่วยในการทบทวนบทเรียนซึ่งเป็นการเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดสถานที่และวันเวลา และเป็นบริการที่ทันสมัยสอดคล้องกับภารกิจที่จะก้าวไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยICT และมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ในยุคที่ปฏิรูปการศึกษาไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายของนวัตกรรมเทคโนโลยีราคาแสนถูกและการใช้งานที่สะดวกสบายเช่นนี้.

 




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]