• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dnakamon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 260
  • จำนวนผู้ชม : 199331
  • ส่ง msg :
  • โหวต 296 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakamonTH
วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน 2563
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 161 , 09:36:28 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ทำไมเราต้องเรียนวิชาปรัชญา

คัดบางตอนจากหนังสือ พินิจ รัตนกุล, บรรณาธิการ. (๒๕๑๕). ปรัชญา . กรุงเทพฯ

เราไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีจิตใจวิพากษ์วิจารณ์ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยศึกษาวิชาปรัชญา แต่เราก็ต้องยอมรับด้วยว่ามีคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ยังไม่มีโอกาสได้สร้างนิสัยวิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดขึ้นในตัวเอง วิชาปรัชญาช่วยให้บุคคลเหล่านี้ (ซึ่งเติบโตมาในสังคมที่ประกอบด้วยวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเชื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่ก่อนการเกิด และการเจริญเติบโตของเขา) เริ่มสร้างนิสัยของการวิพากษ์วิจารณ์ (โดยกระตุ้นให้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริง หรือคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น) และให้รู้จักตีค่าสิ่งที่ศึกษาเล่าเรียนมา

คนมักจะพูดว่า วิชาปรัชญา่ทำให้ผู้ศึกษาหมดความเชื่อในขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ไม่มีศรัทธาในสิ่งใดแม้แต่ศาสนา มีแต่ความสงสัย (skepticism) หากเราเป็นคนช่างสังเกต จะเห็นว่ามีคนหลายคนที่หมดศรัทธาในความเชื่อเก่า ๆ ของตนโดยไม่ได้ศึกษาปรัชญาเลย เป็นการนอกประเด็น หากจะค้นหาสาเหตุที่ทำให้บุคคลเหล่านี้หมดความเชื่อในสิ่งที่เคยเชื่อถือมาก่อน ในที่นี้ต้องการจะชี้ให้เห็นแต่เพียงว่า สิ่งที่บุคคลเหล่านี้แสวงหาคือ ความจริงที่ไม่ขัดกับประสบการณ์ของตน หากมีโอกาสได้ศึกอ่าน ได้ศึกษาปรัชญาและพิจารณาดูความสงสัยและปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัวเขาด้วยวิธีการทางปรัชญา ก็มีทางที่เขาจะมีความเชื่อ และค่านิยมที่เหตุผลของเขาเองสนับสนุน ดังนั้น เราเห็นได้ว่าปรัชญาไม่ใช่เป็นวิชาที่มุ่งหมายสร้างคนให้หมดศรัทธาในทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ช่วยให้ผู้ศึกษามีความเป็นเอกลักษณ์ของคนในทางปัญญา จิตใจวิพากษ์วิจารณ์ที่ปรัชญาสร้างให้เกิดเป็นนิสัยในตัวเรานั้น มีจุดหมายในทางสร้างสรรค์ต้องการให้ได้คำตอบที่ถูกต้องและที่เป็นจริง เพราะว่าปัญญาของเราไม่พอใจแต่เพื่อการวิพากษ์วิจารณ์ความเชื่อต่าง ๆ เท่านั้น แต่ต้องการมีความเชื่อที่ถูกต้องด้วย

นอกจากนั้น ปรัชญายังมีความมุ่งหมายที่จะฝึกฝนผู้ศึกษาให้มีวินัยในความคิด คือ ให้คิดอย่างมีประเด็นและมีเหตุผล เหตุผลเป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้น วิชาอื่น เช่น คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ ก็มีความมุ่งหมายเช่นนี้ แต่ปรัชญาต่างกับวิชาเหล่านี้ในข้อที่ปรัชญาช่วยให้เรามีความคิดกระจ่าง และเป็นประเด็นใน สิ่งที่มีอยู่ในตัวเรา และที่เรามักมีอคติอยู่แล้ว เมื่อเราเรียนเกี่ยวกับเส้น หรือจุด หรือตัวเลข เรามักมีความกระจ่างในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นอยู่แล้ว หรือหากไม่มีความกระจ่างในความคิดทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ เราก็อาจหาความกระจ่างได้ด้วยการดูคำจำกัดความ หรือคำอธิบายต่าง ๆ ที่นักคณิตศาสตร์ หรือนักวิทยาศาสตร์ให้ไว้ แต่เมื่อเราศึกษาความคิดทางปรัชญา เช่น เสรีภาพ ความถูกหรือความยุติธรรม เราต้องเข้าใจความคิดเหล่านี้อย่างชัดเจนด้วย ความพยายามของเราเอง เรามักไม่มีอคติต่อทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ แต่น้อยคนที่จะไม่มีอคติเกี่ยวกับความคิดเรื่องความดีหรือเสรีภาพ การที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะหัวข้อเหล่านี้เกี่ยวกับชีวิตประจำวันมากกว่าทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์

เราจะมีวินัยในความคิด และมีความกระจ่างในความคิดต่าง ๆ ที่กล่าวมาได้ ก็ต่อเมื่อเราควบคุมอารมณ์ความรู้สึกไว้ได้ จิตของคนมีการศึกษาต่างจากผู้ที่ไม่มีการศึกษา คือจิตที่ได้รับการอบรมจากการศึกษาจะมีความคิด มีเหตุผล มีอารมณ์ความรู้สึกน้อยที่สุด ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ตามอารมณ์ หรือปราศจากเหตุผล หรือตามที่ได้ยินได้ฟังมาโดยปราศจากการใช้เหตุผลวิเคราะห์ความเชื่อนั้น การศึกษาวิชาปรัชญาช่วยให้เรามีจิตใจวิพากษ์วิจารณ์ มีความสามารถคิดแบบมีประเด็นและมีเหตุผล จะมีอะไรอีกหรือที่มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และที่การศึกษาจะให้แก่เราที่ดีกว่าคุณสมบัติทั้งสองนี้?

ประการที่สอง เรามีความต้องการวิชาปรัชญา หากเราต้องการจะอยู่ในโลกปัจจุบันแบบคนฉลาด ในปัจจุบันนอกจากจะมีวิทยาการใหม่จำนวนมากมายแล้ว วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และหนังสือต่าง ๆ ยังนำความคิดใหม่ ๆ มาสู่ตัวเรา จนบางครั้งเราคิดว่าเราควรรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง เช่น เราควรรู้เรื่องเกี่ยวกับปากีสถานและอินเดีย เกี่ยวกับสภาพสังคมในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น เราจะทำอย่างไรเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้? ประมาณหนึ่งในเก้าของสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบันแบบคนฉลาด แต่แม้ว่าเราจะเลือกส่วนที่สิบ เราก็จะต้องสามารถอธิบายความหมายของส่วนนั้นได้อย่างถูกต้อง วิชาปรัชญาช่วยให้เรา รู้จักคิด สามารถละทิ้งสิ่งที่ไม่สำคัญ และตีความหมายสิ่งที่สำคัญได้ เราจะเห็นได้ว่านักปรัชญายุคปัจจุบัน เช่น ไวท์เฮด และจอห์น ดิวอี้ (John Dewey) ไม่ได้คงแก่เรียนมากกว่าคนในสมัยเดียวกัน แต่เรารู้สึกว่าทั้งสองคนนี้มีจิตใจสมัยใหม่มาก มีความรู้กว้างขวาง อยู่ในโลกแบบคนฉลาด ทั้งนี้ก็เพราะทั้งไว้ท์เฮด และดิวอี้มีจิตใจเป็นนักปรัชญา คือรู้จัก เลือก และ คิด

เหตุผลทั้งสองประการที่กล่าวมา ไม่ใช่เหตุผลสำคัญที่สุดว่าทำไมเราควรศึกษาวิชาปรัชญา เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ ปรัชญาเป็นอาหารธรรมชาติของคนที่มีความหิวในการแสวงหาความรู้ ผู้ที่ใช้ความคิดในการดำเนินชีวิตจะมีความหิวนี้อยู่ไม่มากก็น้อย เช่นอย่างน้อยที่สุดเราก็อยากรู้ว่าเราคือใคร อยู่ในโลกนี้ในฐานะเช่นใด? ชีวิตที่ดีคือชีวิตแบบไหน? คนหลายคนเข้าหาศาสนาเพื่อหาคำตอบของคำถามนี้ แต่ก็มีคนจำนวนมากที่เราเรียกว่า "นักปรัชญา" หรือ "ผู้รักความรู้" พยายามหาคำตอบด้วยวิธีการของเหตุผลและใช้ปรัชญาเป็นผู้นำชีวิต.

***

ที่มา : พินิจ รัตนกุล, บรรณาธิการ. (๒๕๑๕). ปรัชญา . กรุงเทพฯ.

 




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]