• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dnakamon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 277
  • จำนวนผู้ชม : 202920
  • ส่ง msg :
  • โหวต 313 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakamonTH
วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน 2563
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 161 , 11:52:29 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน dr.nakamon โหวตเรื่องนี้

 

กระบวนทัศน์ความคิดสันติภาพในพระไตรปิฏก  : ยุทธศาสตร์และทิศทางในการลดระดับความขัดแย้ง                     

ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันแล้วว่า ความขัดแย้งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมที่เกือบจะเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตในสังคม ทั้งในส่วนที่เป็นชีวิตส่วนตัว ครอบครัว และที่ทำงาน สิ่งเหล่านี้ใช่ว่าจะเป็นสิ่งดีที่มนุษย์ถวิลหา แต่ก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถจะปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ แล้วหลักการที่แท้จริงในทางศาสนาและหลักปรัชญาที่ปรากฏตามหลักคำสอนของนักการศาสนาและนักปรัชญาที่ว่าด้วยความสันติแห่งมนุษยชาติหายไปไหน หรือว่าหลักการทางศาสนาดังกล่าวนี้เป็นเพียงภาพสะท้อนความสันติที่มีเฉพาะตัวหนังสือในคัมภีร์เท่านั้น หาเป็นสิ่งที่สามารถนำมาเป็นยุทธศาสตร์ในการบริหารความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางสังคมได้ไม่ และนี่เป็นท่วงทำนองที่สำคัญของการนำประเด็นเหล่านี้  มาพูดจากันประสาคนใฝ่หาสันติทั้งหลายว่าหลักพุทธธรรมและกระบวนทัศน์ที่ว่าด้วยความคิดแห่งหลักสันติธรรมในพระไตรปิฏก เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเป็นหลักการบริหารความขัดแย้งในสังคมในประเด็นใดบ้าง

โดยผมขอเริ่มที่กระทัศน์ทางความคิดของมนุษย์ก่อนเป็นลำดับแรก    จากการศึกษาพบว่ามนุษย์มีกระบวนการทางความคิดที่ซับซ้อนและยากที่จะทำความเข้าใจได้ครบถ้วนทุกประเด็น แต่สามารถจำแนกเป็นข้อหลักๆ ได้ดังนี้คือมนุษย์มีความคิดในแบบ ๑.ความคิดเชิงสร้างสรรค์( Creative Thinking) ซึ่งได้แก่การคิดหาคำตอบใหม่ๆ  ไม่หยุดนิ่ง ๒.ความคิดเชิงวิพากษ์( Critical Thinking) การคิดทั้งแง่ลบและแง่บวก คิดทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ไม่ใช่คิดแต่ผลดีโดยไม่คำนึงถึงผลเสีย ๓.ความคิดเชิงบวก(Positive Thinking) การคิดแบบสุขนิยม มองการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งดี ไม่ท้อถอยหรือท้อแท้ ๔.ความคิดเชิงกลยุทธ์(Strategic Thinking) การคิดโดยหาทางเลือก ทางออกไว้หลายๆ ทาง  มองหาทั้งโอกาสและภัยคุกคาม และ ๕.ความคิดเชิงจริยธรรม(Ethical Thinking) คือการคิดแบบมีสติสัมปชัญญะ คำนึงถึงความถูกต้อง ผิดชอบชั่วดีและมีศีลธรรม ซึ่งแต่ละชนิดนั้นทำให้เกิดรูปแบบกระบวนทัศน์ทางความคิดที่เรียกว่าโยนิโสมนสิการ(ความคิดอันแยบคายหรือความคิดที่ดีมีประโยชน์) ขึ้น ๒ ชนิดคือ ๑.โยนิโสมนสิการแบบปลุกปัญญา มุ่งให้เกิดความรู้แจ้งตามสภาวะ เน้นที่การขจัดอวิชชา เป็นฝ่ายวิปัสสนา มีลักษณะเป็นการส่องสว่างทำลายความมืด ให้ผลไม่จำกัดกาล นำไปสู่สัมมาทิฐิ และ ๒. โยนิโสมนสิการแบบสร้างเสริมคุณภาพจิต มุ่งปลุกเร้ากุศลธรรมอื่น เน้นที่การสกัดหรือข่มตัณหาเป็นการเสริมสร้างพลังฝ่ายดี ข่มทับฝ่ายชั่วไว้และสร้างนิสัยนำไปสู่สัมมาทิฐิในเบื้องต้น อันเป็นพื้นฐานของสัมมาทิฐิในเบื้องสูงต่อไป

อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมนะครับว่า การสร้างทักษะความคิด ตามแนวพุทธธรรมด้วยกระบวนทัศน์แบบโยนิโสมนสิการ ตั้งอยู่บนฐานของความจริงที่ว่าสภาวะจิตใจของมนุษย์ มีส่วนสัมพันธ์ต่อการแสดงออกด้านพฤติกรรมมนุษย์ทั้งด้านกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม หมายความว่าถ้าใจมีการอบรม ฝึกฝนและสร้างทักษะให้เกิดวิธีคิดอย่างถูกต้องดีแล้วก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดดุลยภาพของพฤติกรรมนั้นได้ ตามพุทธธรรมเรียกว่ากระบวนการนี้ว่าวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ คือการคิดไตร่ตรองอย่างแยบคาย การคิดเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์  ๑๐ ขั้นตอน ผู้ฝึกฝนอบรมความคิดด้วยวิธีนี้อย่างครบถ้วน  สามารถพัฒนาตนไปสู่ความเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุขได้ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นคนคิดกว้าง มองไกล ใฝ่สูง(หมายถึงใฝ่คุณธรรม) เป็นกระบวนการที่สอดคล้องเกี่ยวเนื่องและถักทอเป็นวงจรเชื่อมต่อกันไปตลอดสาย

กระบวนทัศน์ตามหลักพุทธสาส์นเหล่านี้จะนำไปสู่การคิดเป็น กล่าวคือการแสวงหาแนวทางตอบข้อสงสัยบางประการ โดยการนำข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ ที่มีอยู่มาจัดวางในกระบวนการคิดอย่างเหมาะสม โดยใช้วิธีคิดที่เหมาะสมเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาทิเช่น การตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด จะเห็นได้ว่าการคิดเป็นเปรียบได้กับการเรียงอิฐที่กระจัดกระจายให้เป็นระเบียบเรียบร้อย  เป็นดัชนีของความเข้าใจในความสัมพันธ์ของข้อมูล ที่เราได้ใช้การคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบลึกซึ้งและมีระบบระเบียบ ข้อมูลที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนกลายเป็นความคิดที่ละเอียดรอบคอบดีที่สุดเช่นเดียวกับอิฐที่ได้รับการวางเรียงอย่างเหมาะสมกลายเป็นอาคารที่งดงามได้ในที่สุด

เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการมีลักษณะของการเป็นนักคิดที่ดี กล่าวคือรับรู้ข้อมูลตามความเข้าใจของตน  ไม่ละเลยแม้ข้อมูลจำกำกวม ไม่ด่วนสรุป พยายามหาทางเลือกที่แตกต่าง เก็บไว้เผื่อคิดต่อได้ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ย้อนคิดตั้งใจที่จะค้นหาให้กว้างขวางครอบคลุมมากที่สุด แก้ปัญหา ตัดสินใจด้วยตนเอง มีความคิดริเริ่ม มีทิศทางของตนเอง  กล้าเสี่ยง เรียนรู้จากความผิดพลาด มีความยืดหยุ่นและมีจินตนาการ พิจารณาทางเลือกที่แตกต่างได้ ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ ส่งผ่านความรู้และนำทักษะมาใช่ในสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ มีศักยภาพทางความคิด ๑๐ ประการคือ ๑. ความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์(Critical Thinking) ๒.ความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์(Analytical Thinking) ๓. ความสามรถในการคิดเชิงสังเคราะห์(Synthesis-Type Thinking) ๔.ความสามารถในการคิดเชิงเปรียบเทียบ(Comparative Thinking) ๕. ความสามารถในการคิดเชิงมโนทัศน์(Conceptual Thinking) ๖. ความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์(Creative Thinking) ๗. ความสามารถในการคิดเชิงประยุกต์(Applicative thinking) ๘. ความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์(Strategic Thinking) ๙. ความสามารถในการคิดเชิงบูรณาการ(Integrative Thinking) ๑๐. ความสามารถในการคิดเชิงอนาคต(Futuristic Thinking) และมีความเข้าในเรื่องความคิดเชิงระบบ(Systematic thinking)  คือต้องมีวิธีการคิดเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบเป็นลำดับขึ้นและอย่างครบถ้วนโดยใช้วิธีคิด ๑๐ ประการในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องมือเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ของการคิดทีมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

เอกสารอ้างอิง

กรมการศาสนา.(๒๕๒๕)   พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ ๔๕ เล่ม.   กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์การศาสนา.

เอกศักดิ์ ยุกตนันทน์.(๒๕๔๑) การสอนวิชาปรัชญาตามแนวการสอบแบบคิดวิพากษ์วิจารณ์ และตามแนวทฤษฎีการเรียนรู้แบบคอนสตรัคชันนิซึม. และ ความคิดวิเคราะห์ในฐานะคุณธรรมทาง

ปัญญาและพลังผลักดันพัฒนาการทางวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น. เอกสารประกอบการสัมมนา จัดโดย  ชมรมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย.

คณาจารย์มหามกุฎราชวิทยาลัย. (๒๕๒๖)พระธรรมบทคาถา ฉบับแปล ภาค ๔. กรุงเทพมหานคร :  โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย.

จุลชีพ   ชินวรรโณ.(๒๕๔๓)   สู่สหัสวรรษที่ ๓ .  กรุงเทพมหานคร :  สำนักพิมพ์ชวนพิมพ์.

ดวงเดือน บารมีธรรม,ผู้แปล. (๒๕๓๔) พระอภิธรรมในชีวิตประจำวัน.  โดย Nina Van Gorkom.กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์.

ทอฟฟ์เลอร์, ไฮดี้ อัลวิน.  (๒๕๔๐) อารยธรรมใหม่ : การเมืองในคลื่นลูกที่สาม.   แปลโดย ศุภศิริ.กรุงเทพมหานคร :  บริษัทคู่แข่งจำกัด (มหาชน).

ธนภณ   สมหวัง.   ”การอ่านเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ตามแนวพุทธศาสตร์”  ใน  วารสารการอ่านฉบับพิเศษ. ปีที่  ๑๑ ฉบับ ๑-๒.และ ปีที่ ๑๒  ฉบับ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ หน้า ๕๗.

ปานจิตต์  โกญจนาวรรณ,ธนิกานต์ มาฆะศิรานนท์. (๒๕๔๒) หนังสือชุดการบริหารภูมิปัญญา(KnowledgeManagement). กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ เอ็กซเปอร์เน็ท จำกัด.

พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตโต).(๒๕๓๒)  พุทธธรรม  (ฉบับปรับปรุงขยายความ  ครั้งที่ ๘).   กรุงเทพมหานคร :              โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระราชวรมุนี(ประยุทธ์ ปยุตโต).(๒๕๒๗) พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร :   บริษัทอมรินทร์ การพิมพ์.

วิทย์ วิศทเวทย์  และ  เสฐียรพงษ์ วรรณปก.(๒๕๓๓)   พระพุทธศาสนา.  กรุงเทพมหานคร  :  สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์.

สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสภมหาเถร) และคณะ.(๒๕๓๓) วิสุทธิมรรค เล่ม ๒ (แปลและเรียบเรียง).กรุงเทพมหานคร : บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ จำกัด.

เสฐียรพงษ์  วรรณปก.(๒๕๓๑)พุทธวจนะในธรรมบท. กรุงเทพมหานคร : บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ จำกัด.




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< เมษายน 2020 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]