• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dnakamon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 317
  • จำนวนผู้ชม : 261317
  • ส่ง msg :
  • โหวต 350 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakamonTH
วันเสาร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 1927 , 21:44:29 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สุขภาพจิตชุมชนในภาวะวิกฤต ยุคโควิด-19 ใครจะดูแล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล [1]

นางพูนสุข เรืองวิทยาโชติ[2]

 

  

พระราชดำรัสในโอกาสที่คณะจิตแพทย์ นักวิชการสุขภาพจิต อาจารย์จากมหาวิทยาลัยและสถาบันต่างๆ

 เข้าเผ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระตำหนักภูพิงราชนิเวศน์ 15 กุมภาพันธ์ 2527

 

“...การทำให้สุขภาพจิตดีขึ้นก็คือช่วยกันขจัดปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วยการปฏิบัติตนให้ดีตามหน้าที่ของตน

คือตั้งใจที่จะเป็นคนดี"

 

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่ครูและนักเรียนที่เข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรเนื่องใน

โอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม 2511

 

 ....ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใด ๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้อง

ต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริง ๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ

พระราชดำรัส ในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 12 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา   วันที่ 12 ธันวาคม 2513

 

  . . . ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็ก เพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบาก ไปประสบ อุปสรรคใด ๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไปเจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้ แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็ง ในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ นั้นได้. . .”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิตณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2518


. . . ความสบายใจของคนเป็นของที่หายาก คนเราต้องมีความสบายใจ จึงจะมีชีวิตที่ราบรื่นได้. .”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะกรรมการจัดงาน "๕ ธันวาวันมหาราช" ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน   วันพุธที่ 5 เมษายน 2521

 

...การรักษาความสมบูรณ์แข็งแรง เป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดีและสังคมที่มั่นคง เพราะร่างกายที่แข็งแรงจะอำนวยผล ให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์ และเมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ ดีพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ย่อมมีกำลังทำประโยชน์ สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมของบ้านเมืองได้เต็มที่...”

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยมหิดล ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร   วันที่ 22 ตุลาคม 2522

 

. . .ร่างกายของเรานั้น ธรรมชาติสร้างมาสำหรับให้ออกแรงใช้งาน มิใช่ ให้อยู่เฉยๆ ถ้าใช้แรงให้พอเหมาะพอดีโดยสม่ำเสมอ ร่างกายก็เจริญแข็งแรง คล่องแคล่ว และคงทนยั่งยืน ถ้าไม่ใช้แรงเลย หรือใช้ไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะเจริญแข็งแรงอยู่ไม่ได้ แต่จะค่อยๆ เสื่อมไปเป็นลำดับ และหมดสมรรถภาพไปก่อนเวลาอันสมควร ดังนั้น ผู้ที่ปรกติทำการงานโดยไม่ได้ใช้กำลัง หรือใช้กำลังแต่น้อย จึงจำเป็นต้องหาเวลาออกกำลังกายให้พอเพียงกับความต้องการตามธรรมชาติเสมอทุกวัน มิฉะนั้น จะเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่เขาจะใช้สติปัญญาความสามารถของเขาทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่ส่วนรวมได้น้อยเกินไปเพราะร่างกายอันกลับกลายอ่อนแอลงนั้น จะไม่อำนวยโอกาสให้ทำ การงานโดยมีประสิทธิภาพได้. . .”

พระราชดำรัส เพื่อเชิญไปอ่านในการประชุมสัมมนาเรื่องการออกกำลังเพื่อสุขภาพ  วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2526

 

 

บทนำ

วิกฤตโรคระบาดของไวรัสโควิด-19 นับตั้งแต่เมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา ยังคงกระหน่ำโจมตีตั้งแต่รอบที่หนึ่งต่อเนื่องมาเป็นรอบที่สอง ทำให้สังคมไทยอยู่ในสภาพไม่ล้มก็เกือบหัวทิ่ม ทุกอย่างเหมือนจมดิ่งอยู่ในภาวะที่เกินจะยื่นมือฉุดรั้งไว้ได้ เรียกได้ว่าแทบจะอยู่ในสภาพเกินจะเยียวยา ท่วงท่าการเคลื่อนไหวทางสังคมหยุดนิ่ง เหมือนลาพักผ่อนยาว หาดทราย ทะเล สายลม สถานที่ท่องเที่ยว ผับ บาร์ ที่แต่ก่อน เคยอึกทึกและโอบกอดไปด้วยแสง สี เสียง มาบัดนี้ ทุกอย่างดูกับถูกสะกดให้สงบเงียบ สถานที่บางแห่งที่เคยคึกคัก ตอนนี้สภาพจริงที่ปรากฏตามหน้าสื่อทั้งทีวี และโซเซียลมิเดีย ความจริงที่งดงามกลายเป็นความจริงที่สุดจะวังเวง ภาพตึกร้าง สถานที่ต่าง ๆ กลับกลายเป็นความว่างเปล่า ไร้ผู้คนสัญจร ไม่มีเสียงรถ เสียงการค้าการขายของพ่อค้า แม่ค้า มีเพียงภาพสายลมพัดกระโชกเศษกระดาษ ขยะ พัดปลิวลอยไปกับสายลมบนท้องถนน   ประหนึ่งว่าเป็นคนละโลก  จักรวาลและธรรมชาติส่งสัญญาณการขอพัก และเป็นการพักยาวนาน อย่างที่ไม่มีใครจะให้คำตอบได้ว่าจะเปิดได้เมื่อไร ส่งผลให้ลมหายใจของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวชุมชน ต่างอยู่ในอาการร่างกายขาดออกซิเจนฉับพลัน  ไม่ว่ารายได้ หน้าที่การงาน ที่เคยมี หายไปในพลิบตา ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง อยู่ในสภาพเหมือนถูกลอยแพกลางทะเล ตัวเลขค่าใช้จ่ายที่เคยได้มาจากสิ่งเหล่านี้ ขยับปริมาณเพิ่มขึ้นสองเท่า ขณะที่รายได้ที่เคยได้รับหดหายไปเกือบครึ่ง หรือหายไปเกือบทั้งหมด

ทั้งนี้ สภาพการดำเนินชีวิตหลังสังคมใหม่ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุในสังคมไทย กำลังเผชิญกับแรงกระแทกอย่างรุ่นแรง สังคมปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตอย่างมาก โดยมีสาเหตุจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก การเขม็งเกลียวกลับมาเผชิญหน้ากันของระบอบอเมริกันกับระบอบจีน สภาพความทันสมัยของวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยี สังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน ที่พุ่งไปอย่างแรงมากที่กลุ่มพี่น้องประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ที่ส่วนมากแล้ว มีรายได้ค่อนข้างน้อย ในระยะที่เร่งด่วนที่สุด จึงต้องมองหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตชุมชน[3]  ซึ่งต้องเน้นการปฏิบัติตัวของคนในชุมชนที่มีต่อครอบครัว สังคม ที่อยู่รอบตัว เป็นการช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบอยู่กับสภาพความจริงของตนได้ ดังนั้น งานสุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน จึงมีความสำคัญทั้งในมุมของการส่งเสริมและมุมของการป้องกัน สร้างเสริมความมีสุขภาพจิตที่ดี[4]

1.สุขภาพจิตชุมชนกับสังคมที่หลากหลาย

จิราพร รักการ พยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช กล่าวว่า สุขภาพจิตชุมชนมีความละเอียดและสำคัญนักจิตวิทยาชุมชนจำเป็นต้องอาศัย ทีมสหวิชาชีพ ทำงานร่วมกัน ในหลายมิติ อย่างเช่น 1) จิตแพทย์ (Psychiatrist) ดูแลด้านสุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน ทั้งลงมือตรวจ วินิจฉัย และสั่งการรักษาในระยะเริ่มแรก 2) พยาบาลจิตเวช (Psychiatric nurse) ดูแลวางแผนการพยาบาล และให้การพยาบาลผู้ป่วย จัดสิ่งแวดล้อมเพื่อการรักษา เป็นผู้ติดต่อประสานงานในทีมกับผู้ป่วยและญาติ ในพื้นที่ให้บริการในชุมชน 3) นักจิตวิทยาคลินิก (Clinical psychologist) ดูแลทดสอบทางจิตวิทยา วิเคราะห์สภาวะจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค และแนวทางในการรักษา 4) นักสังคมสงเคราะห์ทางจิตเวช (Psychiatric social worker)ดูแล การสัมภาษณ์ประวัติผู้ป่วยทั้งประวัติส่วนตัว ครอบครัว การเจ็บป่วยในอดีต และปัจจุบัน 5) นักอาชีวบำบัด(Occupational therapist) ดูแลการฟื้นฟู สมรรถภาพ ประเมินความสามารถ และจัดกิจกรรมหรืองานให้เหมาะสมกับภาวะความเจ็บป่วย 6) นักนันทนาการบำบัด(Recreational therapist) ดูแลการจัด กิจกรรมให้ผู้ป่วยเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน และผ่อนคลายความเครียด เป็นการเตรียมกลับสู่ชุมชน โดยกิจกรรมครอบคลุมทั้ง เกม กีฬา การแสดง ร้องเพลง ฟังเพลง ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ

อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยต่าง ๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 38 แห่งทั่วประเทศ มีภารกิจและวิสัยทัศน์หน่วยงานคือเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ชุมชนและท้องถิ่นเป็นพื้นที่รับผิดชอบของสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่ง เปิดหลักสูตรสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้วยกลยุทธ์ทำงานร่วมกันเป็นสหวิชาชีพ หรือสหวิทยาการ เน้นบูรณาการโดยใช้ชุมชน เพื่อชุมชนโดยชุมชนเป็นศูนย์กลาง เป็นแนวทางที่ต้องเร่งดำเนินการ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนท้องถิ่น 

ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างง่าย เช่น ขณะนี้ สถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ มีคณะ หรือสาขาวิชาด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์อาหาร แพทย์แผนไทยประยุกต์  สาขาการพัฒนาชุมชน การบริหารและพัฒนาเมือง หรือแม้แต่สถาบันศาสนา วัด โบสถ์ มัสยิด ผู้นำทางศาสนา ต้องยื่นมือมาช่วยกัน เป็นต้น หากสามารถสร้างรูปแบบการทำงานสหวิชาชีพกับสถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สถาบันสาธารณสุข ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น อย่างกรณี การใช้โรงพยาบาลสุขภาพตำบล(รพสต.) เป็นศูนย์กลางเครือข่ายการทำงาน ระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน ก็จะเกิดประโยชน์มาก อย่างโครงการสุขภาพจิตชุมชน ที่อาจจะเริ่มจากการขับเคลื่อนงานสุขภาพชุมชนผ่านหลักสูตรเวชศาสตร์ป้องกันสุขภาพจิตชุมชน ขึ้น ซึ่งมีโรงพยาบาลหลายแห่ง ดำเนินการอยู่ขณะนี้ เป็นประโยชน์และช่วยชุมชนได้มาก  แม้ที่สุด  สมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 60 ปี ก็ถือเป็นหน่วยงานที่สำคัญอีกองค์กรหนึ่ง ที่จะเข้ามาช่วยกันดูแลสุขภาวะทางจิตใจของประชาชนในชุมชนท้องถิ่น ตัวอย่างการเปิดศูนย์บริการร่วมระหว่างสมาคม กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นหน่วยบริการด้านสุขภาวะแก่กลุ่มนักศึกษาอุดมศึกษา และร่วมไปถึงการให้คำปรึกษากับกลุ่มผู้นำท้องถิ่นที่เป็นเครือข่ายกัน เป็นมิติใหม่ที่องค์กร หรือสมาคม ล้วนแล้วต้องมาประสานความร่วมมือช่วยกันดูแลสังคมของเรา

2.สหวิชาชีพ สหวิทยาการเพื่อการดูแลสุขภาพจิตท้องถิ่น

งานสุขภาพจิตและจิตเวชชุมชน เดิมนั้น มีขอบเขตไม่กว้างมาก แต่ปัจจุบันนับว่ามีการขยายบทบาทงานบริการออกจากสถานบริการสุขภาพไปสู่ชุมชน เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตชุมชนให้ดีขึ้น เป็นความมากขึ้นในแง่ของบทบาทความรับผิดชอบ ซึ่งต้องอาศัยทีมสหวิชาชีพ หรือการบูรณาการข้ามศาสตร์มากขึ้นไปด้วย  โดยมีจุดเน้นการจัดบริการให้มีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมประเพณี ภูมิหลังของผู้ใช้บริการทั้งรายบุคคลและ รายกลุ่ม สนับสนุนให้ครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ และเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการ ให้การ รวมทั้งสามารถใช้ทุนทางสังคมเพื่อบริการด้านสุขภาพจิตและจิตเวชที่มีอยู่ในชุมชนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ  ช่วยเป็นพี่เลี้ยง ดูแลด้านจิตเวชที่บ้าน ส่งผลให้ครอบครัวมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข  ซึ่งในรายงานจากกรมสุขภาพจิต[5] พบว่าได้มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายและบริการสุขภาพจิตชุมชน เกี่ยวข้องกับงานสาธารณสุขและขยายงานลงสู่ชุมชนผ่านเครือข่ายหลากหลาย ผ่านทางโรงเรียน วัด และองค์กรท้องถิ่นต่าง ๆ เป้าหมายของ บริการสุขภาพจิตชุมชน นอกจากการดูแลรักษาผู้ป่วยจิตเวชอย่างต่อเนื่องแล้วยังสนับสนุนให้ผู้ป่วย มีความสามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนได้

3.การดูแลสุขภาพจิตชุมชนท้องถิ่น อย่างยั่งยืน

ความต้องการของชุมชนท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพของชุมชนมีความเชื่อมโยงกับองค์กรภาครัฐอย่างเช่น กรมสุขภาพจิต ซึ่งมีหน้าที่ดูแลงานสุขภาพจิตในภาวะวิกฤตนี้[6] ทั้งการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน  การเฝ้าระวังและดูแลจิตใจในกลุ่มเสี่ยง ผู้สงสัยติดเชื้อ และผู้ป่วย โดยเฉพาะการ จัดการด้านสุขภาพจิตในสถานกักกันของรัฐและชุมชน  โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพจิตช่วงสังคมหลังความปกติใหม่ อย่างไรก็ตาม ภัยพิบัติจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ย้ำเตือนให้สังคมมีความตระหนักรู้กับชีวิต ดำเนินชีวิตโดยให้พึ่งพาตนเองได้ มีสติ ใช้ปัญญา มีเหตุผล มีภูมิคุ้นกัน หากสังคมขาดสติ จะเสียหาย มนุษย์เรานั้นเมื่อมีเงิน อย่าใช้หมด ต้องคอยเก็บเงิน ไว้ใช้ในยามจำเป็นด้วย เพราะเวลาเกิดวิกฤตคนมีเงินอยู่บ้าง กับคนที่ไม่มีเงินเลย ทุกข์ต่างกันมากมาย  มีงาน ต้องรักงานเพราะต่อจากนี้ไม่มีอะไรการันตีความมั่นคงอีกแล้ว ต้องทำงานให้คุ้มค่า  มีคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ญาติ คู่รัก เพื่อนรัก ต้องสร้างสัมพันธ์กันให้ดี หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน แสดงความรักที่มีต่อกันออกมาตั้งแต่วันนี้ มีเวลา ต้องใช้ให้ดี อย่างปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะที่เคยคิดกันว่าทุกคนมีเวลาอย่างน้อย 70-80 ปี ต่อจากนี้จะไม่แน่เช่นนั้น มีร่างกาย ต้องดูแลรักษาให้ดีที่สุด อย่าบอกว่าไม่มีเวลา ร่างกายที่แข็งแรงจะเป็นภูมิต้านทานต่อโรคต่าง ๆ การมีชีวิตอยู่ภายใต้ร่างกายที่แข็งแรง จะทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีจิตใจ ต้องทำให้สดชื่น ต้องฝึกจิตให้มั่นคง[7] ไม่กังวลกับเรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับคนไม่ดี  มีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน โดยไม่จมอยู่กับอดีต หรือกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง มีชีวิต ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ต่อไปไม่มีใครรู้ว่า เรามีเวลาของชีวิตแค่ไหน ขอให้รู้สึกดีกับชีวิต ในแบบที่เป็นตัวเราเอง รักตัวเอง ศรัทธาในตัวเอง ภูมิใจในทุก ๆ ด้านของชีวิตเรา ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า โดยการมีความสุขง่ายๆ สุขจากสิ่งที่เรามีในชีวิต  ทำดีที่สุดกับคนที่เรารักและรักเรา  เก็บเงินสำรองไว้ในชีวิต ที่สำคัญช่วยเหลือคนอื่น ที่เราช่วยได้ โลกของเราจะไม่มีวันเหมือนเดิม  เราก็ไม่มีวันเหมือนเดิมเช่นกัน เพราะชีวิตเรานับจากนี้ มีแต่จะดีขึ้น และดีที่สุดในแบบที่ชีวิตของเราจะเป็น 

สุขภาพจิตชุมชนในภาวะวิกฤต ยุคโควิด-19 เริ่มได้ที่ตัวเรา  เลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกาย ดื่มน้ำให้มากๆ  พักผ่อนให้เพียงพอ วางแผนจัดการกับความเครียด ปรับวิธีคิดเพื่อเพิ่มพลังบวก อย่าลืมไปตรวจสุขภาพ สุขภาพจิตใจสำคัญต่อการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข การบริหารจิตใจ ช่วยให้ปรับตัวในชีวิต สร้างพลังใจให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเราเองทั้งการเรียน การทำงาน สังคม ดูแลความคิดและอารมณ์เป็นประจำ รู้จักและทำความเข้าใจตัวเองให้ดีที่สุด ฝึกทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส มองโลกในแง่ดี ฝึกเป็นคนสุขุมรอบคอบ ไม่ใจร้อน โกรธง่าย มีอารมณ์ขันไม่จริงจังกับทุกอย่างเกินไป  เปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นและรับฟังเหตุผลมากกว่าอารมณ์ วางตัวให้เข้ากับคนอื่นได้ บำรุงรักษาสุขภาพทั้งกายและจิตใจให้แข็งแรง มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามคำสอนในศาสนาที่ตนนับถือ  เมื่อมีปัญหาหรือมีความเครียด ควรหาโอกาสผ่อนคลาย ด้วยการทำงานอดิเรก ออกกำลังกายจะทำให้มีจิตใจที่สบาย ฝึกบริหารจิตใจ ฝึกทำสมาธิ ทำจิตใจให้แจ่มใส ปล่อยจิตให้ว่าง ทำให้จิตใจเข้มแข็ง สามารถเข้าใจตนเองและปรับปรุงตนเองได้เสมอ เมื่อมีปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ จะสามารถพิจารณาได้อย่างมีเหตุมีผล สุขภาพกายเราต้องดูแล สุขภาพใจเราก็ต้องดูแล ความสุขเริ่มได้ที่ตัวเราเอง.

 

เอกสารอ้างอิง

 

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2552). สุขภาพจิตชุมชน: รายงานประจำปี ระดับประเทศ พุทธศักราช

2551. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.

เกียรติภูมิ วงศ์รจิต(2554) สุขภาพจิตกับภาวะวิกฤต.วารสารสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย (ปีที่

1 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม 2554)

ฉวีวรรณ สัตยธรรม.(2556). สุขภาพจิตชุมชนและการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่บ้าน (Community Mental Health and

Psychiatric Home Care). ใน ฉวีวรรณ สัตยธรรม, แผ จันทร์สุข และศุกร์ใจ เจริญสุข (บรรณาธิการ),

การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (ฉบับปรับปรุง) เล่มที่ 2 (หน้า 264-279). กรุงเทพมหานคร: ธนาเพรส.

ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์.(2563) การดำเนินงานสุขภาพจิตภายใต้วิกฤตโควิด-19 ของประเทศไทย, วารสาร

สุขภาพจิตแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ : กรมสุขภาพจิต.

แหล่งสืบค้นจากเวปไซด์

http://www.ayhosp.go.th/ayh/images/Knowledge/JOMAT/JOMAT-Y01v03S06.pdf

https://moph.go.th/index.php/news/read/608

http://www.elnurse.ssru.ac.th/jiraporn_ra/

http://www.elnurse.ssru.ac.th/jiraporn_ra/pluginfile.php

https://mgronline.com/goodhealth/detail/9590000079619



[1] อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  และกรรมการหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต   สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

[2] กรรมการบริหาร และประธานฝ่ายส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ สมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์

[3] ฉวีวรรณ สัตยธรรม.(2556). สุขภาพจิตชุมชนและการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่บ้าน (Community Mental Health and Psychiatric Home Care). ใน ฉวีวรรณ สัตยธรรม, แผ จันทร์สุข และศุกร์ใจ เจริญสุข (บรรณาธิการ), การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต (ฉบับปรับปรุง) เล่มที่ 2 (หน้า 264-279). กรุงเทพมหานคร: ธนาเพรส.

[4] สุขภาพจิตชุมชน (Community Mental Health) หมายถึง การส่งเสริมสุขภาพจิตและ ป้องกันภาวะการเจ็บป่วยทางจิตใจ อารมณ์ให้แก่ประชาชน โดยวิธีการป้องกัน ลด และขจัดสาเหตุที่ ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยทางจิตเวชและอารมณ์ ป้องกันความพิการและให้การฟื้นฟู อาศัยหลักการ ป้องกัน 3 ระยะ ได้แก่ Primary prevention, Secondary prevention และ Tertiary prevention เพื่อลดอัตราการเกิดผู้ป่วยใหม่ ลดอัตราผู้ป่วยที่มีอยู่แล้วในชุมชน และลดความพิการที่ เกิดจากการเจ็บป่วยนั้นๆ จิตเวชชุมชน (Community Psychiatry) เป็นแขนงหนึ่งของจิตเวชศาสตร์ ซึ่งเป็นการนำเอาแนวคิดและความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์สาธารณสุขไปประยุกต์ใช้กับการรักษาโรคจิตเวชใน ชุมชน

[5] กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2552). สุขภาพจิตชุมชน: รายงานประจำปี ระดับประเทศ พ.ศ. 2551. (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.

[6]ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์.(2563) การดำเนินงานสุขภาพจิตภายใต้วิกฤตโควิด-19 ของประเทศไทย, วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ : กรมสุขภาพจิต.2563 หน้า 28  และ หน้า 280-191.

[7] พระไตรปิฎก ขุททกนิกาย ธรรมบท เล่มที่ 25 ข้อ 19 กล่าวไว้ว่า  จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ. จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้.

สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ ยตฺถ กามนิปาตินํ จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ.ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่, (เพราะว่า) จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้.




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< กุมภาพันธ์ 2021 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            



[ Add to my favorite ] [ X ]