• dr.nakamon
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dnakamon@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-06-11
  • จำนวนเรื่อง : 323
  • จำนวนผู้ชม : 270770
  • ส่ง msg :
  • โหวต 357 คน
ชมรมรักและศรัทธา ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ส่งเสริมความรู้เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง การศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย-อาเซียนในโลกสมัยใหม่
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakamonTH
วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม 2564
Posted by dr.nakamon , ผู้อ่าน : 327 , 11:16:47 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 
เอกสารประกอบการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง“การศึกษาทั่วไปกับการรักษาความเป็นไทยในกระแสนานาชาติ ”การประชุมสัมมนาทางวิชาการ ในโอกาสครบรอบ ๘๔ ปี แห่งการสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   จัดโดยโครงการ การศึกษาทั่วไป  ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระหว่างวันที่ ๑๓–๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๔
   เรื่อง “การศึกษาทั่วไป เพื่อการสร้างสรรค์ความเป็นไทย  ในศตวรรษที่ ๒๑ : กระบวนทัศน์ในพุทธสาส์นว่าด้วยสารัตถแห่งจินตนโกศล(ปรีชาญาณเชิงความคิด)ทฤษฎีการสร้างทักษะความคิดแบบโยนิโสมนสิการ (Emotional Quotient in the Buddhist Way : The theory of Thinking Skills Development  with  Yonisomanasikara Process)”
  ผู้นำเสนอ :  อาจารย์ ดร. ณกมล  ปุญชเขตต์ทิกุล
 บทคัดย่อ

การสร้างทักษะความคิด ตามแนวพุทธธรรมด้วยกระบวนทัศน์แบบโยนิโสมนสิการ ตั้งอยู่บนฐานของความจริงที่ว่าสภาวะจิตใจของมนุษย์ มีส่วนสัมพันธ์ต่อการแสดงออกด้านพฤติกรรมมนุษย์ทั้งในด้านกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม หมายความว่าหากจิตใจมีการอบรม ฝึกฝนและสร้างทักษะให้เกิดวิธีคิดอย่างถูกต้องดีแล้วก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดดุลยภาพของพฤติกรรมนั้นได้ ตามนัยพุทธธรรมเรียกว่ากระบวนการนี้ว่าวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ คือการคิดไตร่ตรองอย่างแยบคาย การคิดเชิงวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ มี ๑๐ ขั้น ผู้ฝึกฝนอบรมความคิดด้วยวิธีนี้อย่างครบถ้วน  สามารถพัฒนาตนไปสู่ความเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุขได้จัดเป็นกระบวนการขัดเกลาทางพุทธศาสนาเรียกว่าไตรสิกขา คือสีลสิกขา ศึกษาให้เป็นคนดี สมาธิสิกขา ศึกษาให้มีความสุข จิตใจมั่นคง เบิกบานและปัญญาสิกขา ศึกษาให้เป็นคนเก่ง มีความเชี่ยวชาญ มีสติปัญญา มีความคิดถูกต้องดีงาม หากพิจารณาตามหลักสัมพันธภาพแล้ว  วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ มีความสัมพันธ์กับกระบวนการที่เรียกว่าไตรสิกขาและอริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ ซึ่งอำนวยผลคือจะทำให้เป็นคนคิดกว้าง มองไกล ใฝ่สูง(หมายถึงใฝ่คุณธรรม) เป็นกระบวนการที่สอดคล้องเกี่ยวเนื่อง ถักทอ และเชื่อมต่อกันตลอดสาย 

Abstract

Thinking Skill formation on the Buddhadhamma with the Yonisomanasikara process is based on the facts that Human mind had relations with human behavior in the bodily, verbal and mental states. That is to say, If  our mind is trained or practiced to bring about the thinking method in the right way, it will be an important factor to cultivate that behavior balance. According to Buddhamahamma’s definition, 10 steps of process is called Yonisomanasikara  critical reflection, critical thinking, analytical reflection, if a person practiced or trained with method, he could develop himself to be a good, excellent and happy person. In the other word, Buddhist process is called Trisikkha or the threefold training, namely : Silasikkha-training in morality, Samadhisikkha-training in cheerfulness, happiness and Panyasikkha-training in wisdom, will be professional or correct thinking. If we consider on relationship theory, Yonisomanasikara will have interaction with Trisikkha process and the Noble Eight Fold Paths, They developed to be the wide viewers, creative thinking.

  ๑.บทนำ

มนุษย์ประกอบด้วยร่างกายและจิตใจ  หรืออาจเรียกว่ารูปธรรม นามธรรม ตามแบบอภิธรรมก็ตาม  ส่วนที่เป็นนามธรรมคือจิตนี้มีความสำคัญต่อการคิดแบบโยนิโสมนสิการ เพราะจิตมีลักษณะเป็นธรรมชาติที่คิดอารมณ์  นามธรรมที่เกิดเพราะมีปัจจัยปรุงแต่งมี ๒ ประเภทคือ ๑.จิต ได้แก่สภาพที่คิดอารมณ์ ๒.เจตสิก คือสภาพธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต  อธิบายความคือ จิตเป็นสภาพธรรมที่รู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด จิตแต่ละดวงต้องมีสิ่งที่จิตกำลังรู้ เรียกว่าอารมณ์(อารัมมณะ) จิตที่เห็นมีสิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นอารมณ์ จิตที่ได้ยินมีเสียงเป็นอารมณ์(๑) ในทางพุทธศาสนาระบุว่า  จิตเห็นได้ยาก ละเอียดยิ่งนัก มักใฝ่ในอารมณ์ตามที่ใคร่ ผู้มีปัญญาจึงควรควบคุมจิตไว้ให้ดี เพราะจิตคนเรามักดิ้นรน กลับกลอก ป้องกันยาก คนมีปัญญาสามารถดัดให้ตรงได้เหมือนช่างศรดัดลูกศร(๒) 
.โยนิโส มนสิการวิทยา ความหมายเชิงความคิด
โยนิโสมนสิการ ประกอบด้วย โยนิโส กับ มนสิการ โยนิโส มาจาก โยนิ ซึ่งแปลว่า เหตุ ต้นเค้า แหล่งเกิด ปัญญา อุบาย วิธี ทาง ที่แปลว่า อุบาย และปถ(๓)  ส่วนมนสิการ แปลว่า การทำในใจ การคิด คำนึงนึกถึง ใส่ใจ พิจารณา และคำที่มีความหมายเหมือนมนสิการ คืออาวัชชนา อาโภค สมันนาหาร ปัจจเวกขณ์(๔) โดยจำแนกเป็น ๑. อุบายมนสิการ แปลว่าคิดหรือพิจารณาโดยอุบาย   คือคิดอย่างมีวิธีหรือคิดถูกวิธี หมายถึงคิดถูกวิธีที่จะให้เข้าถึงความจริง ๒. ปถมนสิการ แปลว่าคิดเป็นทางหรือคิดถูกทาง คือคิดได้ต่อเนื่องเป็นลำดับ จัดลำดับได้ มีลำดับ มีขั้นตอน หรือแล่นไปเป็นแถวเป็นแนว หมายถึง ความคิดเป็นระเบียบตามแนวเหตุผล สามารถที่จะชักความนึกคิดเข้าสู่แนวทางที่ถูกต้อง ๓. การณมนสิการ แปลว่า คิดตามเหตุ คิดค้นเหตุ คิดตามเหตุผลหรือคิดอย่างมีเหตุผล หมายถึงการคิดสืบค้นตามแนวสัมพันธ์สืบทอดกันแห่งเหตุปัจจัย พิจารณาหาสาเหตุ ให้เข้าใจถึงต้นเค้า ๔. อุปปาทกมนสิการ แปลว่า คิดให้เกิดผล คือใช้ความคิดให้เกิดผลที่พึงประสงค์ คิดอย่างมีเป้าหมาย การคิดการพิจารณาที่ทำให้เกิดกุศลธรรม
รวมความคือโยนิโสมนสิการ เป็นความคิดถูกวิธี คิดมีระเบียบ คิดมีเหตุผล  ความรู้จักคิด การคิดเป็น การคิดตรงตามสภาวะและเหตุปัจจัย การคิดสืบค้นถึงต้นเค้า เป็นปัจจัยให้เกิดปัญญาคือให้เกิดสัมมาทิฐิ เป็นมนสิการชนิดที่ทำให้เกิดการใช้ปัญญาและทำให้ปัญญานั้นเจริญงอกงามยิ่งขึ้น(๕)
.วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ ๑๐ ชนิด
ระดับความคิดโยนิโสมนสิการที่นำมาใช้มี ๒ แบบ คือ โยนิโสมนสิการที่มุ่งสกัด กำจัดอวิชชาโดยตรง และโยนิโสมนสิการที่มุ่งเพื่อสกัด บรรเทาตัณหา มี ๑๐ ชนิดคือ
.วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย   คือพิจารณาปรากฏการณ์ที่เป็นผลให้รู้จักสภาวะที่เป็นจริง พิจารณาปัญหา
หาทางแก้ไข ด้วยการค้นหาสาเหตุและปัจจัยที่สัมพันธ์ส่งผลสืบทอดกันมา เรียกว่าคิดแบบอิทัปปัจจยตา จัดเป็นวิธีโยนิโสมนสิการแบบพื้นฐาน
.วิธีคิดแบบแยกแยะส่วนประกอบ กระจายเนื้อหา เป็นการคิดที่มุ่งให้มองและให้รู้จักสิ่งทั้งหลายตามสภาวะ ในทางศาสนา มักใช้พิจารณาให้เห็นความไม่มีแก่นสาร ความไม่เป็นตัวตนที่แท้จริงของสิ่งทั้งหลาย ให้หายยึดมั่น ในสมมติบัญญัติ
. วิธีคิดแบบสามัญลักษณ์ หรือ วิธีคิดแบบรู้เท่าทันธรรมดา คือ มองอย่างรู้เท่าทันความเป็นไปของสิ่งทั้ง
หลาย ซึ่งจะต้องเป็นอย่างนั้นตามธรรมดาของมันเอง ในฐานะที่เป็นสิ่งซึ่งเกิดจากเหตุปัจจัยปรุงแต่ง จะต้องเป็นไปตามเหตุปัจจัย ตามธรรมดา
. วิธีคิดแบบอริยสัจ หรือ  คิดแบบแก้ปัญหา   เรียกว่า    วิธีแห่งความดับทุกข์ หลักการคือ การเริ่มต้นจาก
ปัญหาที่ประสบ โดยกำหนดรู้ ทำความเข้าใจกับปัญหาให้ชัดเจนแล้วหาสาเหตุเพื่อแก้ไข ขณะเดียวกันกำหนดเป้าหมายของตนให้แน่ชัดว่าคืออะไร จะเป็นไปได้หรือไม่ และเป็นไปได้อย่างไร และคิดวางวิธีปฏิบัติที่จะกำจัดสาเหตุของปัญหาโดยสอดคล้องกับการที่จะบรรลุจุดหมายที่กำหนดไว้นั้น       
. วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์ คือการคิดตามหลักการและความมุ่งหมาย ได้แก่การพิจารณาให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างธรรมกับอรรถ เป็นความคิดที่มีความสำคัญ เพราะเมื่อลงมือปฏิบัติธรรมตามหลักการอย่างใดอย่างหนึ่ง จะให้ผลตรงตามความมุ่งหมายไม่คลาดเคลื่อน
. วิธีคิดแบบคุณโทษและทางออกเป็นการพิจารณาให้เห็นทั้งอัสสาทะ อาทีนวะและนิสสรณะ เป็นการมอง
สิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริงแบบหนึ่ง เน้นการยอมรับความจริงตามสิ่งนั้นทุกด้าน เป็นวิธีคิดที่ต่อเนื่องกับการปฏิบัติ
.วิธีคิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม      เป็นวิธีคิดแบบสกัดหรือบรรเทาตัณหา เป็นขั้นฝึกหัดขัดเกลากิเลส ไม่ให้กิเลสเข้ามาครอบงำจิตใจแล้วชักจูงพฤติกรรม วิธีคิดแบบนี้ใช้มากในชีวิตประจำวัน มีหลักการว่า คนเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆ เพราะเรามีความต้องการและเห็นว่าสิ่งนั้นจะสนองความต้องการของเราได้ สิ่งใดสามารถสนองความต้องการของเราได้ สิ่งนั้นก็มีคุณค่า
.วิธีคิดแบบอุบายปลุกเร้าคุณธรรม หรือวิธีคิดแบบเร้ากุศล เป็นการคิดในแนวสะกัด บรรเทา  หรือขัดเกลา
ตัวกิเลสตัณหา เป็นข้อปฏิบัติระดับต้น เพื่อส่งเสริมความเจริญงอกงามของกุศลธรรมและสัมมาทิฐิ  
. วิธีคิดแบบเป็นอยู่ในขณะปัจจุบัน   วิธีคิดแบบมีปัจจุบันเป็นอารมณ์ มีเนื้อหารวมอยู่ในสติปัฏฐาน ๔  เป็นการเพ่งถึงการตั้งสติ  ระลึกรู้กับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น กำลังเป็นไปอยู่ กำลังรับรู้ หรือกำลังกระทำในปัจจุบัน
๑๐. วิธีคิดแบบวิภัชชวาท  เป็นการแสดงหลักแห่งคำสอนที่ว่าการคิดกับการพูดเป็นสิ่งใกล้ชิดกัน
ที่สุด ก่อนพูดก็ต้องคิดก่อน สิ่งที่พูดล้วนสำเร็จมาจากความคิดทั้งสิ้น  ลักษณะสำคัญคือ เป็นการมองและแสดงความจริง โดยแยกแยะออกให้เห็นแต่ละแง่ แต่ละด้านอย่างครบถ้วน
๔.ประยุกต์วิทยา : ผลลัพธ์จากการนำไปใช้ เพื่อการสร้างสรรค์ความเป็นไทย
ตามกระบวนทัศน์ในพุทธสาส์น
ประเด็นประยุกต์วิทยาและการสร้างสรรค์ความเป็นไทยตามกระบวนทัศน์ดังกล่าวนี้  ได้มีการนำแนวคิดเหล่านี้มาปรับใช้ในงานวิจัย เรื่องการศึกษาความสัมพันธ์ด้านจริยธรรมระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา  มหาวิทยาลัยศรีปทุมตามหลักจริยศาสตร์พุทธศาสนา,(๒๕๔๐)*** ผลการวิจัย โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย จำนวน ๒๐๐ ตัวอย่าง จากประชากร ๑,๔๒๓ ตัวอย่าง และการวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าเฉลี่ยร้อยละ และการหาค่าความสัมพันธ์ด้านจริยธรรมระหว่างความคิดเห็นของอาจารย์กับนักศึกษา  โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน(Pearson Product Moment Correlation Coefficient)   พบว่า ความคิดเห็นของอาจารย์และนักศึกษาแต่ละหลักจริยศาสตร์มีค่าความสัมพันธ์ของความคิดเห็นค่อนข้างสูงโดยค่า r = 0.965 และเมื่อพิจารณาแยกเป็นแต่ละหลักจริยศาสตร์แล้วมีค่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง ตั้งแต่ 0.950-0.984
การวิจัยนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของวิธีคิดที่มีต่อการปลูกฝังคุณค่าทางจริยธรรม คุณธรรมของอาจารย์ต่อนักศึกษาและการตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมไทยมารยาทไทยที่มีรากฐานจากพุทธศาสนาคือการมีสัมมาคารวธรรมต่อผู้อาวุโสของเยาวชนไทย ซึ่งในงานของทินพันธ์ นาคะตะ ก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมาก อาทิเช่น เรื่อง“พุทธศาสนากับสังคมไทย” ท่านเน้นว่าการศึกษาอบรมด้วยจริยศาสตร์พระพุทธศาสนา สะท้อนความเป็นชาติไทยและวัฒนธรรมที่มีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนา ซึ่งมีคุณค่าและให้ความสำคัญต่อจิตใจของคน ซึ่งล้วนเป็นเป้าหมายหลักของการศึกษาทั่วไป ที่มุ่งพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่รากฐานคือจิตใจ เพื่อทำให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี   มีเหตุ มีผลและคิดหาความจริงบนพื้นฐานการคิดเชิงคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์  อันนำไปสู่หลักความรู้คู่คุณธรรมในมิติของการเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข  ที่พร้อมสำหรับการสร้างสรรค์ความเป็นไทยในศตวรรษที่ ๒๑
.บทสรุป โยนิโสมนสิการวิทยา ในฐานะเป็นกระบวนทัศน์พุทธสาส์นและสารัตถแห่งจินตนโกศล
(ปรีชาญาณเชิงความคิด) : ข้อสังเกตและพิจารณา
สารัตถแห่งจินตนโกศล จัดเป็นปรีชาญาณเชิงความคิดของพระพุทธเจ้าที่สำคัญยิ่ง เมื่อนำปรีชาญาณนี้มาประยุกต์ใช้รักษาความเป็นไทยในหมวดวิชาการศึกษาทั่วไป เพื่อการสร้างสรรค์ความเป็นไทยในศตวรรษที่ ๒๑ พึงมนสิการ โดยกำหนดโยนิโสมนสิการเป็น ๔ ชนิดก่อนคือ ๑.การคิดถูกวิธี อันได้แก่การคิดถูกต้องตามหลักการ  ประกอบด้วยเหตุผล รอบคอบและสร้างสรรค์ ๒.การคิดอย่างเป็นระเบียบ คือคิดและกระทำอย่างเป็นขึ้นตอน จัดลำดับได้เหมาะสม  ๓.การคิดอย่างมีเหตุผล คือสามารถอธิบายเหตุผลให้มีความเชื่อมโยงอย่างถูกต้อง ๔.การคิดแบบเร้าต่อกุศล คือคิดในทางสร้างสรรค์สิ่งที่ดี เป็นประโยชน์ต่อตน สังคม(๑)   ซึ่งเป็นฐานความคิดที่สำคัญเพราะเป็นการคิดในเชิงคุณค่าและจำเป็นในสหัสวรรษใหม่ (๒)  เพราะกระบวนทัศน์เหล่านี้จะนำไปสู่การคิดเป็น(๓) กล่าวคือการแสวงหาแนวทางตอบข้อสงสัย โดยการนำข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ต่างๆ ที่มีอยู่มาจัดวางในกระบวนการคิดอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อาทิเช่น การตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
อนึ่ง การคิดเป็นเปรียบได้กับการเรียงอิฐที่กระจัดกระจายให้เป็นระเบียบ  โดยนำอิฐแต่ละก้อนมาประกอบกันในแต่ละที่อย่างเหมาะสม การเรียงอิฐเปรียบได้กับการจัดระเบียบและเข้าใจความสัมพันธ์และตรรกะของข้อมูล ที่เราได้ใช้การคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบลึกซึ้งและมีระบบ ข้อมูลที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ จนกลายเป็นความคิดที่ละเอียดรอบคอบดีที่สุดเช่นเดียวกับอิฐที่ได้รับการวางเรียงอย่างเหมาะสมกลายเป็นอาคารที่งดงามได้ในที่สุด ซึ่งต้องอาศัยคุณลักษณ์คือ
๑. การเป็นนักคิดที่ดี โดยพัฒนานิสัยการคิดเพื่อให้มีลักษณะของผู้เป็นนักคิด อาทิเช่น มีคำถามหรือข้อสงสัยต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ ไม่เชื่อหรือคล้อยตามสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ 
๒. การรู้จักวิธีคิด(โยนิโสมนสิการเชิงประยุกต์) ๑๐ ประการ คือ ๑. ความสามารถคิดเชิงวิพากษ์(Critical Thinking) ๒.ความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์(Analytical Thinking) ๓.ความสามารถในการคิดเชิงสังเคราะห์(Synthesis-Type Thinking) ๔.ความสามารถในการคิดเชิงเปรียบเทียบ(Comparative Thinking) ๕.ความสามารถในการคิดเชิงมโนทัศน์(Conceptual Thinking) ๖.ความสามารถในการคิดเชิงสร้างสรรค์(Creative Thinking) ๗.ความสามารถในการคิดเชิงประยุกต์(Applicative thinking)๘.ความสามารถในการคิดเชิงกลยุทธ์(Strategic Thinking) ๙.ความสามารถในการคิดเชิงบูรณาการ(Integrative Thinking) ๑๐. ความสามารถในการคิดเชิงอนาคต(Futuristic Thinking)
๓. รู้จักการคิดเชิงระบบ(Systematic thinking)  คือต้องมีวิธีการคิดเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบเป็นลำดับขั้นและอย่างครบถ้วนโดยใช้วิธีคิด ๑๐ ประการ   ในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นเครื่องมือ เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ของการคิดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
คุณลักษณ์ดังกล่าวมานี้ จะรวมและประสานสอดคล้องกันจนกลายเป็นกระบวนทัศน์ในพุทธสาส์นที่ว่าด้วยสารัตถแห่งจินตนโกศล(ปรีชาญาณเชิงความคิด)ที่สำคัญต่อการจัดการศึกษาในกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปที่ฐานความเป็นมนุษย์ในมิติของคนดี คนเก่ง คนมีความสุขเพื่อสร้างสรรค์และรักษาไว้ซึ่งความเป็นไทยในศตวรรษที่ ๒๑ ในระนาบของการอาศัยทฤษฎีการสร้างทักษะความคิดแบบโยนิโสมนสิการ เป็นฐานวิธีคิดอย่างเป็นกระบวนทัศน์ต่อไปอีกนัยหนึ่ง.
บรรณานุกรม
 กรมการศาสนา.(๒๕๒๕)   พระไตรปิฎกบาลีอักษรไทย ฉบับสยามรัฐ ๔๕ เล่ม.   กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.
คณาจารย์มหามกุฏราชวิทยาลัย.(๒๕๒๘) คัมภีร์ปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรคเล่ม๑-๒. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
คณาจารย์มหามกุฎราชวิทยาลัย.(๒๕๒๖) พระธรรมบทคาถาแปลภาค ๔. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย.
จุลชีพ   ชินวรรโณ.(๒๕๔๓)   สู่สหัสวรรษที่ ๓ .  กรุงเทพมหานคร :  สำนักพิมพ์ชวนพิมพ์.
ดวงเดือน  บารมีธรรม,ผู้แปล.(๒๕๓๔) พระอภิธรรมในชีวิตประจำวัน.  โดย Nina Van Gorkom. กรุงเทพมหานคร :  โรงพิมพ์ชวนพิมพ์.
ทอฟฟ์เลอร์, ไฮดี้ อัลวิน.(๒๕๔๐) อารยธรรมใหม่ :การเมืองในคลื่นลูกที่สาม. แปลโดยศุภศิริ. กรุงเทพมหานคร :  บริษัทคู่แข่งจำกัด(มหาชน).
ธนภณ   สมหวัง.   ”การอ่านเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ตามแนวพุทธศาสตร์”  ใน  วารสารการอ่านฉบับพิเศษ. ปีที่  ๑๑ ฉบับ-๒.และ ปีที่ ๑๒  ฉบับ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๒ หน้า ๕๗.
พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตฺโต).(๒๕๓๒)  พุทธธรรม  (ฉบับปรับปรุงขยายความ  ครั้งที่ ๘).   กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระราชวรมุนี(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)(๒๕๒๗)พจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร:บริษัทอมรินทร์ การพิมพ์.
วิทย์ วิศทเวทย์  และ  เสฐียรพงษ์ วรรณปก.(๒๕๓๓) พระพุทธศาสนา.กรุงเทพมหานคร  :  สำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์.
สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสภมหาเถร) และคณะ.(๒๕๓๓) วิสุทธิมรรค เล่ม ๒ (แปลและเรียบเรียง). กรุงเทพมหานคร : บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊พ จำกัด.
เสฐียรพงษ์  วรรณปก.(๒๕๓๑) พุทธวจนะในธรรมบท. กรุงเทพมหานคร : บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ  จำกัด.
เอกศักดิ์ ยุกตนันทน์.(๒๕๔๑) การสอนวิชาปรัชญาตามแนวการสอบแบบคิดวิพากษ์วิจารณ์ และตามแนวทฤษฎีการเรียนรู้
แบบคอนสตรัคชันนิซึม. และ ความคิดวิเคราะห์ในฐานะคุณธรรมทางปัญญาและพลังผลักดันพัฒนาการทาง
วัฒนธรรม.   มหาวิทยาลัยขอนแก่น. เอกสารประกอบการสัมมนา จัดโดย  ชมรมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย.
เอกสารแนะนำอ่านเพิ่มเติม
 กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๔๓)  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน.(๒๕๔๓) การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก :แนวโน้มและประเด็นสำคัญ.  กรุงเทพมหานคร : ฟันนี่พลับลิชชิ่ง.
โครงการ“การศึกษาไทยในยุคโลกาภิวัตน์” (๒๕๓๙) ข้อเสนอปฏิรูปการศึกษาไทย. เอกสารจากการประชุมสมัชชาการศึกษา
ณ ธนาคารกสิกรไทย. กรุงเทพมหานคร : (๒๖ มกราคม ๒๕๓๙ ).
เจือจันทน์   อัชพรรณ,ผู้แปล. (๒๕๓๕)  โอวาทสี่ของท่านเหลี่ยวฝาน.  กรุงเทพมหานคร  :  สำนักพิมพ์ธรรมสภา.
ณกมล ชาวปลายนา.  “ปฏิสัมพันธ์แห่งกระบวนทัศน์ บทบาทและหน้าที่ฒิสมาชิกต่อการศึกษาชาติตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ๒๕๔๒ : ข้อพิจารณาเชิงปรัชญาพุทธาส์น(ปรัชญาและสาระวิชาว่าด้วยการศึกษาสร้างคน คนสร้างชาติ)ตอนที่ ๑.” วารสารนิสิตวัง   ๓ : ๓ (พ.ย.-ธ.ค.๒๕๔๔)  ๒๕–๓๗.
ประเสริฐ  สุทธิประสิทธิ์.(๒๕๔๔) “ISO9000 ในสถานศึกษา : หัวใจอยู่ที่ความตระหนักในการประกันคุณภาพการศึกษา” วารสาร
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น For Quality. (มกราคม-กุมภาพันธ์) ๒๕๔๔ : ๘๔.
ประเสริฐ  สุทธิประสิทธ์. (๒๕๔๔)   “การศึกษากับรัฐธรรมนูญ :  เพื่อปวงชนอย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน”. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช .
๑๔  : ๑ (มกราคม-เมษายน ๒๕๔๔) : ๑๑.   และโปรดอ่าน   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐  ราชกิจจานุเบกษา.
เล่มที่ ๑๔๔  ตอนที่ ๕๕ ก (๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐)  และ  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒  ราชกิจจานุเบกษา.
เล่มที่ ๑๑๖ ตอนที่ ๗๔ ก (๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๒).
พรศักดิ์  ตระกูลชีวพานิตต์. (๒๕๔๐) การสอนISO๙๐๐๒. ในระดับอุดมศึกษา.  กรุงเทพมหานคร : (เอกสารประกอบการสัมมนา) โครงการการศึกษาทั่วไป. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระราชวรมุนี(ประยุทธ์ ปยุตโต).(๒๕๑๘)  ปรัชญาการศึกษาไทย.   กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์เคล็ดไทย.
พระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยุตฺโต). (๒๕๔๔) ปฏิรูปการศึกษา พระพุทธศาสนาจะไปอยู่ไหน?. กรุง เทพมหานคร : บริษัท สหธรรมิก จำกัด.
พัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ  พระองค์เจ้า. (๒๕๔๔)   “ยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในกระแสโลกาภิวัตน์.”   วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช . ๑๔ :  ๑ (มกราคม-เมษายน ๒๕๔๔) : ๖.
รุ่ง  แก้วแดง. (๒๕๔๓) การศึกษาในฐานะปัจจัยกำลังอำนาจแห่งชาติ.   ปาฐกถาพิเศษแสดง ณ  วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร. ๒๑ (พฤศจิกายน) ๒๕๔๓ : ๙.
รุ่ง  แก้วแดง. (๒๕๔๓) “คุณภาพการศึกษาไทย ในทัศนะประชาชน”.หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน.  ๗ (กรกฎาคม) ๒๕๔๓ : ๖.
รุ่ง   แก้วแดง. (๒๕๔๐) “ศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของคนไทย”.   หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน.  ๒๑ (กรกฎาคม) ๒๕๔๐ : ๖.
รุ่ง  แก้วแดง.  (๒๕๔๑) “ทิศทางอุดมศึกษาไทย”. สารปฏิรูป.  กรกฎาคม ๒๕๔๑ : ๙๑–๙๔.
วิจิตร ศรีสอ้าน, ศาสตราจารย์, ดร. (๒๕๓๙) อนาคตการศึกษาไทยในสองทศวรรษหน้า. กรุงเทพมหานคร : บริษัทซัคเซสมีเดีย จำกัด.
ศึกษาธิการ,กระทรวง.(๒๕๔๒) คำชี้แจงประกอบพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.
สุรางค์  โค้วตระกูล. (๒๕๓๓)  จิตวิทยาการศึกษาทั่วไป.  กรุงเทพมหานคร  : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม, สำนัก กระทรวงศึกษาธิการ.(๒๕๔๒) การวิเคราะห์ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติในรูปของนโยบายและแผน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.
อดุลย์  วิริยเวชกุล, รองศาสตราจารย์,นายแพทย์. (๒๕๓๘)การอุดมศึกษาปริทัศน์ ๒.  มหาวิทยาลัยมหิดล.  (พฤศจิกายน ๒๕๓๘) : ๓.
อำรุง จันทวานิช. (๒๕๔๒) การพัฒนาคุณภาพการศึกษา : แนวทางสู่การปฏิบัติเพื่อการพัฒนาประเทศ.   เอกสารการวิจัย ว.ป.อ. รุ่น ๔๑.
Afred Bloom. (1971) “Far Eastern Religions Tradition” in W.Rechard  Comstock,(ed.) Religion and Man : An Introduction. (New York : Harper&Row Publishers).
Chen Jingpan. (1993)  Confucius as a Teacher. Malaysia : Delta Publishing Sdn Bhd.
Walton, Mary. (1986) The Deming Management Method. A Perigee Book, New York.
Weley, Arther.(1969) Three Ways of Thought in Ancient China. London : George Allen & Unwin Ltd.,

(๑) ดวงเดือน บารมีธรรม, ผู้แปล.  พระอภิธรรมในชีวิตประจำวัน. โดย Nina Van Gorkom.  กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์. ๒๕๓๔ หน้า ๑ และ  หน้า ๖.

(๒) เสฐียรพงษ์   วรรณปก. พุทธวจนะในธรรมบท. กรุงเทพมหานคร  :  บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ฟ  จำกัด. ๒๕๓๑ หน้า ๔๑–๔๔.

(๓) คณาจารย์มหามกุฏราชวิทยาลัย. คัมภีร์ปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรค เล่ม ๑. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.๒๕๒๘  หน้า ๓๗.

(๔) คณาจารย์มหามกุฏราชวิทยาลัย. คัมภีร์ปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรค เล่ม ๒ . กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย. ๒๕๒๘ หน้า ๖๓, ๑๓๘.

(๕) คัมภีร์มิลินทปัญหาแสดง ความแตกต่างระหว่างโยนิโสมนสิการกับปัญญา ว่าประการแรกสัตว์ดิรัจฉานทั้งหลายเช่น แพะ แกะ วัว ควาย อูฐ ลา มีมนสิการ (มนสิการแต่ไม่เป็นโยนิโส) แต่ไม่มีปัญญา  ประการที่สอง มนสิการมีลักษณะคำนึงพิจารณา ส่วนปัญญามีลักษณะตัดขาด   มนสิการรวบจับความคิดมาเสนอทำให้ปัญญาทำงานกำจัดกิเลสได้   เหมือนมือซ้ายรวบจับเอารวงข้าวไว้ ให้มือขวาที่ถือเคียวเกี่ยวตัดได้สำเร็จ(ปัญหาพระยามิลินท์ฉบับพิสดาร : ศิลปบรรณาการ.๒๕๒๖ หน้า ๔๗, ๑๓๑–๑๓๗),โปรดดูตัวอย่างใน พระธรรมปิฎก(ป.อ.ปยุตฺโต). พุทธธรรม(ฉบับปรับปรุงขยายความครั้งที่ ๘). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. ๒๕๓๒. หน้า ๗๑๕–๗๔๐.

 *** อ่านรายละเอียดเพิ่มใน ณกมล ชาวปลายนา. รายงานการวิจัย เรื่อง การศึกษาความสัมพันธ์ด้านจริยธรรมระหว่างอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมตามหลักจริยศาสตร์พุทธศาสนา. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยศรีปทุม. ๒๕๔๐. รายงานการวิจัยเสนอต่อที่ประชุมสัมมนาทางวิชาการของสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย  ณ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่. ๒๕๔๒.

(๑)  วิทย์ วิศทเวทย์  และ  เสฐียรพงษ์ วรรณปก.  พระพุทธศาสนา, หน้า ๘๕–๘๖.

(๒) ทอฟฟ์เลอร์, ไฮดี้ อัลวิน.  อารยธรรมใหม่ : การเมืองในคลื่นลูกที่สาม. แปลโดย ศุภศิริ. กรุงเทพมหานคร :  บริษัทคู่แข่งจำกัด (มหาชน). ๒๕๔๐ หน้า ๘.

()มีหนังสือที่น่าสนใจหลายเล่มที่พูดถึงวิธีคิดแบบต่างๆ อาทิเช่น หนังสือในกลุ่มงานเขียนของเครือบริษัทซัคเซส ชื่อผู้ชนะ ๑๐ คิด  และงานด้านการพัฒนาความคิดของสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา โดยศาสตราจารย์ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ หรือแนวคิดของ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์ อาทิเช่นเรื่อง Six Thinking Hats and Latreral Thinking.



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< ธันวาคม 2021 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]