• ณขจร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nakhajohn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-11-10
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 17297
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
เหยียบโลกให้เต็มตีน
เผยแพร่บทบันทึกส่วนตัว ชีวิตและการงานที่ทั้งสุข เศร้า เหงา ตามวันเวลาและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน โดยพยายามเหยียบโลกให้เต็มทั้งสองตีน...
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nakhajohn
วันศุกร์ ที่ 11 ธันวาคม 2552
Posted by ณขจร , ผู้อ่าน : 1323 , 18:26:42 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนหาปลา

ณขจร จันทวงศ์

               แดดอุ่นทอประกายระริกกระทบพื้นน้ำละเลียดผ่านผิวกายฉ่ำชื้นไปด้วยดอกเหงื่อที่ผุดออกมาจากเนื้อกร้านกรำแดดกรำลม  อากาศยามนี้ช่างร้อนระอุและแห้งนัก   แต่มีบางสิ่งกลับหนาวยะเยือกจับขั้วหัวใจ  “เจิด” ชายชาวเลนัยน์ตาสนิมเหล็กสายตาเคยทอประกาย สุกใส บัดนี้กลับดูว่างเปล่ายิ่งนัก เขากำลังพาเรือหัวโทง เรือคู่ชีวิตในวัย ๔๕ ของเขาลอยลำอ้อยอิ่งอ้อยสร้อยไร้ชีวิตชีวา เข้าหาฝั่ง ในยามแสงอัสดงเช่นเดียวกับทุกวัน

เจิดละสายตาจากพื้นน้ำมองท้องเรือซึ่งมีปลาตัวเล็ก ๆ กองรวมกันราว ๑๐ กว่าตัวนั้นด้วยสายตาสลดหดหู่ สีของผืนน้ำที่เคยเป็นสีเดียวกับฟ้า ใสจนมองเห็นนิ้วเท้าตัวเอง บัดนี้ แทบทุกตารางนิ้วของท้องน้ำที่เจิดรู้จัก ถูกปนเปื้อนไปด้วยตะกอนเคมี สีของมันไม่แตกต่างไปจากน้ำเหลืองที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผล 

เจิดเป็นชาวเล มาทั้งชีวิต บรรพบุรุษของเขาหากินกับน้ำและฟ้า ดำรงชีพมาหลายชั่วอายุคน แต่มาวันนี้ เขากลับนึกไม่ออกว่าจะนำพาอีกสองชีวิตน้อย ๆ ผ่านพ้นชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ไปได้อีกนานเท่าใด เขาหวนคิดถึงชีวิตในวัยเยาว์ ที่พื้นน้ำแห่งนี้เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำเป็นทั้งเพื่อนและที่พักพิงของเจิดและครอบครัว เจิดเคยคิดว่ารู้จักท้องน้ำแห่งนี้ดีกว่าใคร ๆ แต่ มาวันนี้เขากลับรู้สึกว่างเปล่าจนแทบไม่อยากรับรู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น กับสิ่งที่อยู่กับเขามาชั่วชีวิต 
                 
ยามนี้มันควรจะเป็นยามที่เจิดนั่งถักแหอวนอยู่ที่บ้านกับลูกและเมียมิใช่รึ ?     มันมิใช่เวลาที่เจิดจะนำเรือออกหาปลาเลย แต่นั่นไม่สำคัญหรอก สำคัญคือ สรรพสิ่งทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงไป แต่มันเร็วจนน่าใจหาย เร็วจนเจิดรับไม่ทัน มันยากเกินกว่าคนอย่างเจิดจะจินตนาการได้
                       
เจิด สะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อหัวเรือกระแทกเข้ากับหินโสโครกริมหน้าผา พยายามบังคับหัวเรือเข้าเทียบท่า อืม จะเรียกว่าท่าเทียบเรือก็ไม่ถูกนัก พื้นที่นี้ในอดีตเขาและเพื่อนบ้านเคยขึ้นมาหาของป่าด้วยกัน บัดนี้มันกลายสภาพเป็นท่าเรือชั่วคราวของชาวบ้าน และต้องถูกย้ายจุดไปทุกๆ วันตามระดับของน้ำที่เพิ่มขึ้น และหมายรวมถึง เขาและครอบครัวกับคนอื่นๆ ที่ยังพอมีชีวิตจะต้องถอยร่นไปเรื่อยๆ เพื่อหนีน้ำ 

เจ้าหญิงน้อย ๆ ของเขาไต่หน้าผาลงมาพร้อมส่งเสียงเรียก คงรอคอยการกลับมาของเขาอยู่ด้วยความหิวโหย 

“พ่อ วันนี้ได้ปลามาให้หนูรึเปล่า หนูอยากกินปลาทอด  แม่ก็รอพ่ออยู่” เด็กน้อยโดดเข้าสวมกอดพ่อทันทีที่เขาขึ้นจากเรือ 

ลูกหญิงเป็นแก้วตาดวงใจของเขา ยามใดที่เขาได้อยู่ใกล้ลูก เขาจะสลัดความคิดทั้งหมดทิ้งและทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เห็นรอยยิ้มจากเจ้าหญิงน้อยของเขา  เจิดแหงนหน้าดูฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยม่านควันหนาทึบ  หากฟ้าและตะวันที่เขาเคยใช้เพื่อบอกเวลา ตอนนี้หาช่วยเขาได้ไม่  สำเหนียกแรกที่เกิดขึ้นจากสัญชาตญาณคือ เขาต้องรีบเอาปลากลับไปให้เมียรักก่อนแสงอัสดงที่พยายามแทรกส่องลงมาจะลับหาย
                   
ใกล้ค่ำเข้าไปทุกที  เมียและลูกหญิงน้อย ๆ ของเขาคงสาละวนทำปลาเพื่อมาเป็นอาหารประทังชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้อีกครา    เจิดนั่งคิดถึงข่าวที่เขาได้ยินจากเพื่อนชาวเลด้วยกันเมื่อวานนี้ ทำให้เขายิ่งคิดหนัก  หวนคิดคำนึงถึงหนทางที่จะต้องนำมาสู่การตัดสินใจในระยะเวลาอันใกล้นี้ นักวิทยาศาสตร์รายงานอย่างต่อเนื่องเรื่องสถานการณ์การละลายของน้ำแข็งจากขั้วโลก อันเป็นผลมาจากอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน พื้นที่ที่เคยเป็นผืนดินถูกแทนที่ด้วยน้ำ มันเพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ มันทำให้ในแต่ละวันที่เขาออกไปหาปลาทีไร เวลากลับเข้าฝั่งชายฝั่งของเขาจะไกลออกไปทุกทีๆ
                      
เจิดหยิบหินขึ้นมาและปามันออกไปจนสุดแรง   เสียงหินหล่นลงไประทบอะไรบางอย่างในน้ำ  เจิดถอนหายใจ คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้  เจิดและคนในหมู่บ้านอีกหลายคนเคยคัดค้านชนิดหัวชนฝาไม่ให้รัฐเอาโรงงานนี้มาตั้งที่นี่ แต่ในที่สุดไม้ซีกที่พยายามเข้างัดไม้ซุงก็หักลง ท่าเรือน้ำลึก โรงงานเคมี และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากก๊าซธรรมชาติผุดขึ้นราววัชพืชที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วหลังซังข้าวถูกเผา คิดมาถึงตรงนี้เขาเริ่มหงุดหงิดเมื่อมองลงไปใต้ท้องน้ำผ่านแสงสลัว ๆ จากหลอดไฟ เขายังคงเห็นปล่องควันโรงงานจมอยู่อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อชะตามกรรมที่เขาและอีกหลายคนในโลกกำลังเผชิญอยู่ยามนี้ จากจุดที่เขายืนไม่ไกลนัก เบื้องล่างก่อนหน้านี้มันเคยเป็นโรงงานแยกก๊าซธรรมชาติที่รัฐบาลสูญเสียเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแลกเอาสถาปัตยกรรมใต้น้ำนี้มา

น้ำขึ้นจนเกือบจะถึงตีนภูเขาที่เจิดและเพื่อนบ้านอพยพมาอยู่อีกแล้วหรือนี่ บัดนี้หาดทรายที่วัยเยาว์เจิดเคยแก้ผ้าวิ่งเล่นมันหายไปไหน ต้นมะพร้าวริมเล เปลยวน แสงตะเกียงของเรือไดร์หมึก บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว   หากมองจากท้องทะเลจุดที่เขายืนอยู่มีสภาพเป็นเกาะโดดเดี่ยว อ้างว้าง และไร้ซึ่งชะตากรรม เจ้าหน้าที่ได้อพยพชาวบ้านขึ้นมารวมกันบนภูเขาแห่งนี้ตั้งแต่วันแรกที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันเป็นแผ่นดินผืนเดียวที่ยังโผล่พ้นน้ำ เจ้าหน้าที่ทิ้งอาหารส่วนหนึ่ง พร้อมวิทยุเครื่องเล็กและแบตเตอรี่อีกจำนวนหนึ่งให้ชาวบ้านไว้ติดตามสถานการณ์ข่าวสาร หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นใครหน้าไหนมาให้ความช่วยเหลืออีกเลย และน้ำก็เพิ่มขึ้นทุกวัน
      
เจิดหันหลังกลับเดินลัดเลาะไปตามป่าสวนยางมุ่งหน้ากลับเพิงพัก ป่านนี้เมียเขาคงตั้งสำรับรอกินข้าวด้วยแล้ว ผ่านชาวบ้านที่ยังพอมีชีวิตรอดต่างนั่งไม่ไหวติง บางคนนิ่งเหมือนปูนปั้น เด็กหลายคนร่างกายซูบผอมเพราะอดอาหารมาหลายวัน 2 วันก่อนระดับน้ำเกิดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่สร้างเพิงตรงจุดลาดชันถูกคลื่นซัดหายไปหลายร้อยคน โชคร้ายที่แผ่นดินซึ่งเหลืออยู่ยามนี้เป็นยอดเขาแห่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ในแถบนี้ เรือและสิ่งที่ลอยน้ำได้คือสิ่งที่มีค่าพอๆ กับชีวิต  เด็กน้อยมองไปที่ใบหน้าของพ่อสลับกับใบหน้าของแม่ และปลาในสำรับที่พ่อหามาได้ถูกทอดวางเรียงกันอยู่สามตัว พร้อมน้ำปลาในถ้วย แค่นี้ก็ดูดีมากแล้วเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่เขาเดินผ่านมา  นอกเหนือจากนิทานพื้นบ้านแล้ว สิ่งที่หามาได้จากทะเลคือความสุขอีกอย่างหนึ่งที่เขามอบให้แก้วตาดวงใจได้ แต่มันหาได้เป็นเช่นนั้นทุกวัน
                  
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ แม้ทั้งอำเภอจะถูกครอบครอง ด้วยสิ่งที่เรียกกันว่าความเจริญ แต่ครอบครัวนี้ก็คือชาวบ้านที่ยังยืนหยัดอยู่กินตามวิถีเดิมๆ แม้ครอบครัวอื่นๆ จะพากันขายที่ ขายเรือ ได้เงินมาก็เอาไปซื้อของตามสมัยนิยม บ้างก็ทิ้งถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ เขาจึงยังเหลือเรือลำเล็กๆ ไว้หาอาหารเลี้ยงครอบครัวได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ยามนี้ และนี่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ยังทำให้เขา ครอบครัว รวมทั้งเพื่อนชาวประมงกลุ่มเล็กๆ ยังมีชีวิตรอดอยู่ได้

เสร็จจากอาหารค่ำในคืนนั้นซึ่งเป็นคืนที่ดีอีกคืนสำหรับเขา เพราะพอจะมองเห็นพระจันทร์ทอดวงเด่นเป็นสง่าต่างกับเมื่อวานนี้ ฟ้าทั้งฟ้ามืดสนิทมองไม่เห็นแม้กระทั่งดาวดวงเล็กๆ ผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาลส่งแสงระยิบระยับคราวต้องแสงจันทร์ เขาและลูกสาวตัวน้อยนั่งชมพระจันทร์ดวงนั้น ด้วยกันมันยังพอเป็นความบันเทิงได้บ้างในยามนี้ เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นถามพ่อว่า

“ พ่อจ๋า ถ้าน้ำท่วมโลกหมดแล้ว เราจะไปอยู่กันที่ไหนคะพ่อ” เด็กน้อยถาม

เจิดมองลูกสาวตัวน้อยของเขาด้วยแววตาอ่อนโยนและตอบว่า

“ถ้าโลกเราถูกน้ำท่วมหมดแล้ว เราก็ไปอยู่บนดวงจันทร์สิลูก แต่พ่อว่าเดี๋ยวน้ำก็ลดแล้ว” ผู้เป็นพ่อพูดเอาใจเด็กน้อย 

“ถ้าเราไปอยู่บนดวงจันทร์ พ่อต้องหาปลาตัวใหญ่ๆ มาให้แม่กับหนูกินด้วยนะ บนดวงจันทร์คงมีปลาตัวใหญ่เยอะแยะแน่เลย” เด็กน้อยพูด ดวงตาเธอทอประกายล้อกับแสงจันทร์
                  
เจิดไม่รู้ว่าน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่รู้สึกตัวเองว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในทะเลเบื้องหน้า หมู่เมฆเริ่มเคลื่อนตัวมาบดบังดวงจันทร์อีกครั้ง ขณะกำลังจะอ้าปากพูด กลับได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกของเพื่อนชาวประมงดังมาจากด้านหลัง พร้อมๆ กับความโกลาหลที่เกิดขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว

“เร็วเข้า เราต้องขึ้นไป น้ำมาเยอะแล้ว เรือที่ผูกไว้ก็ถูกคลื่นซัดหายไปหมดแล้ว ไปปลุกเมียเอ็งเร็วเข้า” เสียงเพื่อนบ้านตะโกนด้วยความตระหนกสุดขีด เขารีบอุ้มลูกน้อยขึ้นแนบอก พลางจ้ำอ้าวไปยังเพิงพัก พอดีกับที่ผู้เป็นเมียเก็บข้าวของเสร็จสรรพพร้อมออกเดินทาง เสียงแห่งความโกลาหลของผู้อพยพยังดังไม่หยุด หลายคนรีบไต่ขึ้นไปตามเนินชันของภูเขา ในขณะที่ระดับน้ำก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เสียงคลื่นคำราม ดังไล่หลังดุจมัจจุราชไล่ล่าหาดวงวิญญาณ
 
“เราจะไปไหนกันจ๊ะพ่อ ไหนพ่อบอกว่าน้ำจะแห้ง” เด็กน้อยพูดปนสะอื้น พลางกอดพ่อไว้แน่น

“น้ำคงไม่แห้งแล้ว เราไปอยู่บนดวงจันทร์กันดีกว่าลูก เดี๋ยวพ่อจะพาลูกปีนขึ้นไป”

“จริงเหรอพ่อ งั้นพ่อรีบพาหนูไปเถอะน้ำมาแล้ว”

ชาวบ้านต่างอพยพปีนขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุดของภูเขา บางคนหนีไม่ทันถูกน้ำพัดตกภูเขาไปหลายคน เขาอุ้มลูกน้อยไว้แนบอก จูงมือเมียรัก ไต่ขึ้นไปจนถึงยอดเขาอันเป็นจุดที่สูงที่สุด พบว่ามีเพียงชาวบ้านไม่กี่คนเท่านั้นที่ไต่ขึ้นมาจนถึงจุดนี้ เขาไม่กล้าคิดว่าคนที่เหลือหายไปไหน แต่ทว่า ชั่วอึดใจเดียวระดับน้ำก็เริ่มท่วมฝ่าเท้าของคนทั้งหมด ระดับของมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เขาสำเหนียกได้ทันทีว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขาและครอบครัวอันเป็นที่รัก

“พ่อจ๋าใกล้ถึงดวงจันทร์หรือยัง” เด็กน้อยถาม ตายังเพ่งมองไปที่ดวงจันทร์
“อีกนิดเดียวแล้วลูกเอ๋ย หลับเถอะนะลูก หลับให้สบายถึงดวงจันทร์แล้วพ่อจะปลุก”

ระดับน้ำที่รุกเข้ามาทุกทิศทางบนยอดเขา บีบให้คนทั้งหมดตกอยู่ในวงล้อมของคลื่นที่สูงท่วมหัว เขากอดเด็กน้อยไว้แนบอก จับมือเมียรัก กระซิบข้างหูเด็กน้อยที่หลับตาด้วยความกลัวในอ้อมแขน

“เรือมารับเราไปดวงจันทร์แล้วลูก พ่อจะหาปลาตัวโตๆ ให้หนูกิน”

แล้วคลื่นที่ถาโถมเข้ามาทุกทิศทางก็มาบรรจบกันบนยอดเขา กลืนเขาทั้งลูกจมหายไปในที่สุด ไม่มีเสียงร้องไห้ ไม่มีเสียงอ้อนวอน มีเพียงผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาล กับความหวังทั้งหมดที่ริบหรี่ลงแล้ว

................................................................................................................................................................

เรือหัวโทงลำเล็กลอยลำอ้อยอิ่งไร้จุดหมาย ผืนน้ำกว้างใหญ่มีแสงระยิบระยับรับแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมากระทบ คืนนี้พระจันทร์ยังคงทอแสงเต็มดวง เงาของมันเด่นชัดอยู่บนผิวน้ำ ปลาใหญ่ตัวหนึ่งกระโดดผลุงขึ้นมาจากผิวทะเลคล้ายกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็กลับตกลงไปในทะเลเช่นเดิม ลมทะเลยามค่ำพัดเอาเรือหัวโทงลอยลำไปอย่างไร้ทิศทาง ทิ้งไว้เพียงเงาจันทร์กับผืนน้ำ เป็นเงาของดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ไม่มีทะเล และไม่มีคนหาปลาอยู่บนนั้น แม้แต่คนเดียว





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปรัตยา วันที่ : 24/12/2009 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ตนภูเก็จ วันที่ : 24/12/2009 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watlayan


ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่
อวยพรชัย ให้เธอนั้น จงสุขสันต์
คิดสิ่งใด ปราถนาสิ่งใด ขอได้พลัน
ทุกคืนวัน จง happy ปีใหม่เทอญ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ป๋าโด่ง วันที่ : 22/12/2009 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/idongphoto
" follow ป๋าโด่ง ได้ที่ http://twitter.com/idongphoto "

เหอๆๆๆ

นึกว่าใคร

บิ๊กจอห์น เรานี่เอง

DSW เยยมิใช่ๆ OKNATION ยินดีต้อนรับ(เว้ย)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เณรรูน วันที่ : 22/12/2009 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/singslatan


........ ยินดีต้อนรับ สู่ โอเกเนจั้น บิ๊กจอห์น
........ เดี๊ยวเจอกัน วันไหนไป หญ.จะว.13ไปหา...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 11/12/2009 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

วันที่พูดอะไรไม่ออก อึ้งไปกับสิ่งที่ได้เจอ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
วรดา วันที่ : 11/12/2009 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/worada
ใต้ตะวันเดียวเดิม กลางความทุกข์ยาก เธอล่ะอยากเต้นรำกับฉันไหม

สะเทือนใจ ..
ไม่มีปลาที่อยากได้ ..
สิ่งที่ได้ ใครยัดเยียดให้ ..

หวัดดีจ้า

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไอ้เฒ่ารูญภูผาเพชร วันที่ : 11/12/2009 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakaisociety

Tsaunami เจ้าไปแล้ว ขอให้ไปลับ อย่ากลับมาอีกเลย
ครบรอบ 5 ปี Tsunami

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]