*/
  • น้าเกรียง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suwannaphak@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 346274
  • จำนวนผู้โหวต : 217
  • ส่ง msg :
  • โหวต 217 คน
<< มกราคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม 2552
Posted by น้าเกรียง , ผู้อ่าน : 4237 , 16:35:46 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

น้านกตะกรุม หนึ่งในนกหัวโล้นที่ตกอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ น้าถ่ายภาพนี้มาจากทางตอนใต้ของเนปาล แถวๆ แม่น้ำโกสี

ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะใช้คำไหนจึงจะสุภาพและไม่ขัดใจคนผมน้อย ระหว่างคำว่า “หัวล้าน” กับ “หัวโล้น” สำหรับน้า (คนไม่ค่อยมีผม) แล้วรับได้ทั้งสองคำ

          สมัยก่อนถ้าใครถามถึงนกหัวโล้น น้าเชื่อว่าหลายๆ คนตอบได้โดยไม่ลังเล แต่พอมาถึงยุคนี้ น้าไม่ค่อยแน่ใจนักว่าหลานๆ พอจะรู้จักนกหัวล้านสักตัวหนึ่งไหม ถ้าให้น้าเดา หลานคงตอบว่าแร้งเป็นแน่ แต่แร้งยังไม่โดดเด่นมากนักในเรื่องหัวโล้น

          นกหัวโล้น (รวมทั้งแร้งด้วย) ค่อยๆ หายไปจากแหล่งธรรมชาติของเมืองไทยทีละชนิดสองชนิด ที่ยังพอหลงเหลืออยู่ก็ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง

          นกหัวโล้นสองชนิดที่คนเฒ่าคนแก่รู้จักกันดีคือนกตะกรุม และนกตะกราม ซึ่งเป็นนกที่ถูกกล่าวถึงอยู่ในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องขุนช้างขุนแผน ที่มีตัวเอกอย่างขุนช้างที่เป็นชายอ้วนหัวล้าน และไม่ใช่ล้านธรรมดา แต่ล้านมาตั้งแต่คลอดเลย ก่อนที่แม่ของขุนช้างจะคลอด นางฝันว่าได้นอนกอดช้างกับนกตะกรุม เป็นฝันที่ทำนายได้ว่านางจะได้ลูกหัวล้านเหมือนอย่างนกตะกรุม

          วรรณคดีไทยอีกหลายเรื่องที่กล่าวถึงนกกตะกรุม เช่น นิราศสุพรรณ ของสุนทรภู่  เขียนไว้วรรคหนึ่งว่า

             “สีสกระกรุมโล้ง   เล่ล้านบ้านเรา”

          ในนิราศพระบาทของสุนทรภู่ บอกกว่า

             “หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก             ให้แนบอกของพี่ว่าโหยให้

            มิทันสั่งสกุนินก็บินไป                                 ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน

            ศีรษะเตียนเลียนโล่งหัวล้านเลื่อม     เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน

            โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน             เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง”

 

          รัชกาลที่ห้าเขียนเกี่ยวกับนกตะกรุมไว้เหมือนกันตอนที่พระองค์เสด็จประพาสต้นแม่น้ำแควน้อย

             “นกตะกรุมเกาะซุ้มพุ่มมะเกลือ                     ดูน่าเบื่อโกนฤาถอนจึงล่อนโจ้ง”

         

          แต่คงไม่มีท่านใดที่จะเขียนถึงหัวของนกตะกรุมได้ชัดแจ้งเท่ากับหม่อมราโชทัย ในนิราศลอนดอนอีกแล้ว

             “นกตะกรุมชั่วหัวล้านกระบานใส       นกจัญไรถ่อยทมิฬมักกินผี”

 

          ในสายตาของหม่อมราโชทัย มันเป็นนกที่น่าจงเหลียดจงชังมากพอดู

          เมื่อมีเรื่องของนกตะกรุมอยู่ในวรรณคดีไทยมากขนาดนี้ คนเฒ่าคนแก่จึงคุ้นเคยกับนกตะกรุมอยู่พอสมควร และในสมัยก่อนมันก็คงมีอยู่จำนวนมาก ไม่ใช่นกหายากเหมือนในปัจจุบัน ไม่รู้ว่ามันลดจำนวนลงไปได้อย่างไร เพราะนกหน้าตาอัปลักษณ์แบบนี้ไม่น่าจะถูกล่ากิน หรือจับไปขายเป็นนกเลี้ยงสวยงามแต่อย่างใด น้าเคยได้ยินมาเลาๆ จากคนรุ่นปู่ย่าตายายว่า เนื้อมันเหม็นสาบอย่างร้ายกาจ พอๆ กับเนื้อแร้งเลยทีเดียว

          ที่หม่อมราโชทัยว่ามันกินผี ก็อาจจะเดาว่ามันน่าจะมีนิสัยเหมือนพวกแร้งที่กินของเน่า และแร้งในกรุงเทพฯ สมัยก่อนนั้นก็กินศพมนุษย์ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วนกตะกรุมจะกินพวกสัตว์น้ำอย่าง กุ้ง หอย ปู ปลามากกว่า อาจจะรวมพวก ตั๊กแตน กบ เขียด งู หนู ด้วย แต่ที่แน่ๆ มันไม่นิยมกินซากสัตว์ตาย อาจมีบ้างถ้าอาหารขาดแคลนและมันหิวจัด หรือนกที่ถูกเลี้ยงอยู่ในกรงขัง  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะญาติสนิทที่อยู่ในสกุลเดียวกันอย่างนกกระสามาราบู (Marabou Stork) ที่น้าเคยเจอตัวมันที่ประเทศแทนซาเนียในทวีฟแอฟริกาโน่น มันเป็นคู่ปรับของพวกแร้งเลยทีเดียว คือมีซากสัตว์ตายที่ไหนเป็นอันต้องเจอเจ้ากระสามาราบูร่วมวงแย่งชิงอยู่กับพวกแร้งเสมอ น้าก็เลยคิดว่ามันก็น่าจะมีเชื้ออยู่บ้างในการที่มันจะกินซากเน่า

          การตกอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ไม่ใช่เพียงแต่สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเท่านั้นนะครับ แต่มันอาจจะสูญพันธุ์ไปจากโลกเลยก็ว่าได้ ทุกวันนี้ทั่วโลกมีนกตะกรุมเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งหมื่นตัว มีมากสุดในประเทศอินโดนีเซีย แต่ก็ดูท่าว่าจะไม่เหลือที่ทางให้พวกมันอาศัยและทำรังวางไข่แล้ว พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งอาศัยจำนวนมากกำลังกลายเป็นสวนปาล์มน้ำมัน

          สิบกว่าปีก่อนเคยมีคนพบว่ามันทำรังวางไข่อยู่บนเกาะพระทองถึงสิบตัวด้วยกัน และกำลังมีลูกเล็กอีกแปดตัว ไม่รู้ว่าว่าถึงวันนี้แล้วมันรอดเหลืออยู่กี่ตัวมากน้อยแค่ไหน ไม่มีรายงานจากเกาะพระทองอีกเลย

          น้ากองขยะที่เมือง Guwahati เมืองทางอิสานของอินเดีย แหล่งที่พบนกตะกรามจำนวนมาก

เล่าถึงแต่นกตะกรุม ยังไม่ได้พูดถึงนกตะกรามเลย ทั้งสองตัวนี้รูปร่างหน้าตาคล้ายกันมากครับ อาจจะมีนกตะกรามบางตัวที่มีเหนียงบริเวณคอห้อยย้อยลงมาเห็นได้ชัด หากสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่านกตะกรามมีแถบปีกสีเทาอ่อนตลอดด้านข้าง ซึ่งแถบปีกของนกตะกรุมจะเป็นสีดำ ที่สำคัญก็คือทั้งคู่มีหัวโล้นโล่ง ตะกรุมอาจจะมีขนบางๆ อยู่บ้าง แต่ถ้ามองในระยะไกลก็โล้นพอๆ กัน เรื่อยลงมาถึงคอก็เป็นเพียงหนังเปลือยเปล่า จะมีขนก็บริเวณลำตัวเท่านั้น

          นกตะกรุมที่เอ่ยถึงในวรรณคดีไทย ส่วนหนึ่งน้าคิดว่าน่าจะหมายรวมรวมถึงนกตะกรามอยู่ด้วย เพราะมักจะพูดรวมๆ กันไปว่านกตะกรุมตะกราม

          นกตะกรุมมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Lesser Adjutant ส่วนนกตะกรามมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Greater Adjutant ตั้งชื่อกันตามขนาดของตัวมันนั่นเอง ไม่ทราบว่าปีนี้หลานๆ สูงเท่าไหร่กันแล้ว พอจะเทียบความสูงของนกตะกรามได้มั้ย คือโดยเฉลี่ยจะสูงเฉียดๆ ๑๕๐ เซนติเมตร ถ้าเป็นตะกรุมก็เล็กลงมาหน่อยคือเมตรเศษๆ

          น้าเคยเห็นนกตะกรุมในธรรมชาติครั้งแรกที่ทางภาคใต้ของเนปาลมาแล้ว และได้เห็นรังและลูกๆ ของมันด้วย ช่วงที่น้าเห็นนั้นเป็นเดือนธันวาคม ลูกมันยังนอนแบเบาะในรังอยู่เลย

         

ทั้งคนเก็บขยะ นกตะกราม นกยาง นกเอี้ยง เหยี่ยว วัว หมา รวมกันอยู่ที่นี่

วันนี้น้ากำลังอยู่ทางภาคอีสานของอินเดีย แถวๆ กองภูเขาขยะของเมือง Guwahatiในแคว้นอัสสัม หลานทราบมั้ยว่าน้ามาทำอะไรที่นี่ ที่แน่ๆ ไม่ได้มาคุ้ยหาของมีค่าในกองขยะหรอก ตัวที่กำลังคุ้ยอยู่คือนกตะกรามนั่นเอง ที่กองขยะแห่งนี้มีตะกรามฝูงใหญ่อาศัยหากินอยู่ น้ากะด้วยสายตาก็น่าจะมีอยู่เกือบร้อยตัวเห็นจะได้ เพราะมองไปทางไหนก็เห็นมันยืนเรียงกันอยู่เป็นทิวแถว หลายตัวกำลังคุ้ยหาเศษอาหารอยู่

   สะพานที่เห็นไกลๆ นั่นคือสะพานข้ามแม่น้ำพรหมบุตร

      เป็นการเจอกันในแบบที่ไม่น่าอภิรมณ์สักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องถือว่ามันยังอยู่กันในสภาพที่เป็นธรรมชาติ มีอิสระที่บินไปไหนมาไหนก็ได้ ไม่ใช่เดินต้วมเตี้ยมอยู่ในกรงแคบๆ ของสวนสัตว์

          เมื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือคู่มือดูนกของอินเดีย ปรากฏว่าเราจะพบนกตะกรามในแถบแคว้นอัสสัมเท่านั้น ในพื้นที่อื่นๆ จัดเป็นนกหายากเช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่ระบุไว้ในหนังสือ “นกเมืองไทย” อย่งชัดเจนว่า “..หายากมากและใกล้สูญพันธุ์”

สองหนุ่มไทยและอินเดีย ส่องกล้องดูนกตะกรามท่ามกลางฝุ่น และกลิ่นขยะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ย่าดา วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

สวัสดีค่ะน้าเกรียง ตามมาอ่านตอนก่อนหน้านี้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 17/03/2009 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สงสารนกมันครับน้า
เพราะคนแท้ ๆ ทำให้เกิดเรื่องผิดธรรมชาติขึ้น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สายลม...มหาสมุทร...(^_^) วันที่ : 04/02/2009 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuttipong
"ร่วมกันใช้สินค้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันนะครับ"___(^.^)//

โชคดีที่ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้นะครับ
แต่ไม่ว่านกกินขยะนกจะตายไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
plains-wanderer วันที่ : 04/02/2009 เวลา : 23.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blankpage
http://www.oknation.net/blog/plains-wanderer  (นกป่าสัปดาห์ละตัว)

โอ้โห.. ภาพนกตะกรามอยู่กันเป็นฝูงหากินบนภูเขาขยะแบบนี้ ไม่รู้จะบอกว่าอยากให้มีดีรึเปล่าในบ้านเรา แปลกตาดีนะครับ แต่ที่อยากแน่ๆคือให้ประชากรพวกมันฟื้นตัวคืนมาเหมือนกับสมัยก่อนจัง ผมยังไม่เคยเห็นมันในธรรมชาติเลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 01/02/2009 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

สวสัดีเดือนแห่งความรักค่ะน้าเกรียง
ไม่ได้มาเยี่ยมเสียนาน..สบายดีนะค่ะ...
ขอให่มีความสุขกับทุก ๆวันของการทำงานค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นาฬิกาลืมเวลา วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamline

น่าเศร้านะครับ
ครั้งหนึ่งเคยพบได้ทั่วไปในไทย ตอนนี้ต้องไปดูที่ต่างประเทศ
ผมชอบอ่านหนังสือชุดสามเกลอ พล นิกร กิมหงวน ที่จะมีเจ้าคุณปัจจนึก เป็นคนแก่ศีรษะล้านเลี่ยน และชอบเจอพวกหนุ่มๆ ล้อเลียนว่า นกตะกรุม
ผมอ่านตอนยังเป็นเด็กๆ ก็ไม่เข้าใจคำล้อเลียนนี้ หรือรู้จักหน้าค่าตาของเจ้านกตะกรุมหรอกครับ เพราะไม่เคยเห็นตัวจริง
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อสัก 50 ปีก่อน มีพวกมันมากเพียงไหน และในปัจจุบัน ก็คงไม่เข้าใจคำล้อเลียนนี้อีกแล้ว เพราะไม่มีพวกมันเหลือให้เห็นอีกต่อไป
การสูญเสียของชีวิต โยงไปถึงการสูญเสียของอีกหลายสิ่ง แม้แต่คำในภาษาไทย...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น้องนางบ้านนา วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongnangbaanna

สวัสดีค่ะ น้าเกรียง
เพิ่งกลับจากอินเดียหรือคะ
แวะมาอ่านค่ะ
นางค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

น้าเกรียงหายไปนานเลยย ...

ผมได้เคยอ่านเรื่อง นกตะกรุม นกตะกาม มาบ้างในหนังสือธรรมชาตินานาสัตว์ของหมอบุญส่งครับ เป็นนกหายากไปแล้ว
ก่อนหน้านี้ ได้ดูข่าวที่ชาวบ้านทางภาคใต้ พบนกแร้ง ผมดูยังอดสงสารแร้งไม่ได้เลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
luerat วันที่ : 30/01/2009 เวลา : 17.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrd
เภสัชกรปริญญาผู้หันมาเอาดีทางด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์กรเจ้าของผลงานหนังสือ Generation Yร้ายจริงหรือ? และ (ปัญ)ญาแผนปัจจุบันโดยเภสัชกรปริญญา-ประสบการณ์ด้านฝึกอบรมผู้จัดรายการ ธำรงธรรม ช่วงธรรมะแผนปัจจุบัน กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ AM 1422 kHz ทุกวันพฤหัสบดี-ศุกร์ เวลา ๖.๐๕-๖.๓๐ น.


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน