*/
  • น้าเกรียง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suwannaphak@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-16
  • จำนวนเรื่อง : 81
  • จำนวนผู้ชม : 346274
  • จำนวนผู้โหวต : 217
  • ส่ง msg :
  • โหวต 217 คน
<< สิงหาคม 2009 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 27 สิงหาคม 2552
Posted by น้าเกรียง , ผู้อ่าน : 3305 , 23:17:16 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“สัมผัสธรรมชาติในความมืดมัว”

น้องสตางค์กำลังวัดขนาดความยาวของปากนกเงือกด้วยความตื่นเต้น

 

คุณลุงต้อยเล่าเรื่องธรรมชาติให้ฟัง

 ทักทายพูดคุย ทำความรู้จักกันระหว่างพี่เลี้ยงกับหลานๆ

ใส่ถุงเท้ากันทากเตรียมลุยป่า

อาจารย์วัชระ แนะนำให้รู้จักนกเงือกที่เป็นโมเดล

หัวนกอะไรกันเนี่ยะ

สวัสดีน้องหมิง น้องมินครับ

          ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ หมิงเดินได้สะดวกหรือยัง ส่วนน้องมินน้าคิดว่าคงวิ่งเล่นได้ปร๋อแล้ว

          จะว่าไปแล้วอาการของหมิงกับมินที่เกิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้นน้าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กมาก เมื่อเทียบกับหลานๆที่เป็นทั้งน้องๆ และพี่ๆ ของหมิง มินอีกกว่า 30 ชีวิตที่น้ากำลังเจอพวกเขาอยู่ตอนนี้

น้องหมิงครับ พวกเขามองไม่เห็น แม้ว่าบางคนอาจจะมองเห็นลางๆ แต่ก็มองได้ไม่ไกลเกินเอื้อม น่าจะประมาณว่า เอาถุงพลาสติกใสซ้อนกันสักสิบชั้นแล้วมองผ่านออกไป น้าคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ หมิงลองทำดูก็ได้ ถ้าจะให้ดีลองอยู่แบบนี้ไปสักวันสองวัน หมิงต้องเห็นด้วยกับน้าแน่ๆ ว่า เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับหมิง มินเมื่อหลายเดือนก่อนนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยจริงๆ

          และอีกอย่าง หมิงกับมินกำลังจะหายเป็นปกติ ส่วนพี่ๆ น้องๆ เหล่านี้เขาเป็นตลอดชีวิตครับ และคนที่มองเห็นลางๆ ตอนนี้ ก็อาจจะมองไม่เห็นอีกเลยในอนาคต

          ตอนนี้น้ากำลังอยู่บนเขาใหญ่ ท่ามกลางหลานๆ ที่เป็นผู้พิการทางสายตา เมื่อวานพวกเขามาถึงเป็นวันแรก ก็ได้ทำความรู้จักกันไปบ้างแล้ว น้องเล็กสุดอายุราวๆ 6-7 ขวบเท่านั้นเอง ส่วนที่เป็นพี่ๆ ที่อายุมากสุดก็ประมาณ 22 ปี พวกเขาเป็นนักเรียนจาก “โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด นครราชสีมา” น้ามาเจอหลานๆ เหล่านี้ได้ก็เพราะ “ชมรมนักนิยมธรรมชาติ” ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรมลักษณะนี้ และ “บริษัทปตท.สผ.”ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายจนได้เกิดกิจกรรมแบบนี้ ส่วนน้าได้รับเกียรติเชิญมาเป็นวิทยากรในการพาหลานๆ เหล่านี้มาเรียนรู้และสัมผัสกับธรรมชาติของจริง

          และเช่นกัน “อาจารย์” ที่ขาดไม่ได้ คือ “อาจารย์วัชระ อยู่สวัสดิ์” ที่จะมาเป็นผู้นำหลานๆ ให้ได้รู้จักนกกันอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมี “คุณลุงต้อย” ที่มาคุยเรื่องพลังของธรรมชาติ ให้หลานๆ ฟังกันตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา มี “ลุงพี่เอก” เจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ที่มาเล่นกีตาร์และร้องเพลงธรรมชาติเพราะๆ ให้ฟัง

วันนี้ตอนเช้าตรู่ อาจารย์วัชระและน้าก็แบ่งกลุ่มหลานๆ กันไปคนละครึ่ง น้าพาหลานที่ตัวเล็กหน่อยไปเลือกมุมสงบนั่งฟังเสียงนก เสียงจักจั่น จิ้งหรีด และเสียงลมพัดกัน

เสียงที่ทำเอาทุกคนตื่นเต้นก็คือเสียงนกแก๊ก ที่เป็นนกขนาดใหญ่ มันมาร้องให้เราได้ยินกันใกล้ๆ น้าเล่าให้หลานๆ ฟังว่านกแก๊กเป็นหนึ่งในนกเงือกที่เป็นนกขนาดใหญ่ น้าให้ทุกคนกางแขนออก  แล้วบอกว่านี่แหละคือความกว้างของปีกนกเงือก ลองจินตนาการดูซิว่าตัวมันจะใหญ่สักเท่าไหร่

มีเสียงพุ่มไม้ไหวดังขึ้นในป่าใกล้ๆ  หลานๆ บอกว่านั่นเป็นเสียงลิงกำลังเขย่า ราวกับว่าพวกเขาเห็นมันด้วยตาตัวเอง น้าบอกเพิ่มให้ว่าเสียงแบบนี้ไม่ใช่มีแต่ลิงเท่านั้น ยังมีนกแก๊กที่ส่งเสียงอยู่เมื่อครู่ และยังมีกระรอกยักษ์ที่ตัวเท่าแมว ทุกคนฮือฮาเมื่อได้ยินว่าในป่าแถวนี้มีกระรอกตัวเท่าแมว ก็เจ้าพญากระรอกดำ หรือที่แถวบ้านหมิงเรียกว่า “ภาพแมว” นั่นแหละ

ไม่รู้ว่าน้าคุยกันไปถึงเรื่องไหนบ้าง สุดท้ายไปลงที่โป่งช้าง น้าบอกว่าที่นั่นมีวิตามินและเกลือแร่ชั้นดีให้สัตว์กินพืชได้ไปใช้บริการ และบอกว่าถ้าบ่ายวันนี้เราโชคดีเดินผ่านโป่งช้าง ใครอยากจะทดลองชิมวิตามินของช้างป่าก็เชิญได้เลย น้าจะอนุญาตให้ลองชิม

หลานคนหนึ่งสงสัยว่ารอยตีนช้างมันจะใหญ่สักเท่าไหร่ น้าบอกว่าให้ลองเอามือวัดขนาดหัวตัวเองดู นั่นแหละขนาดของรอยเท้าช้างล่ะ หลายคนร้อง “โอ้โฮ”

หลังอาหารเช้าเราก็เริ่มมาทำความรู้จัก “นก” กันบ้าง อาจารย์วัชระเอาโมเดลรูปปากและตีนนกมาให้ได้สัมผัสกัน หลายคนประทับใจเหยี่ยวกันมาก อาจารย์วัชระจึงเล่าให้ฟังว่า เหยี่ยวบางชนิดสามารถพุ่งลงกระแทกเหยื่อด้วยความเร็วถึง 200 กม.ต่อชั่วโมง เร็วกว่ารถมอเตอร์ไซค์เสียอีก ถ้าเหยี่ยวมันพุ่งชนเราด้วยความเร็วขนาดนั้น เราก็คงต้องไปวัด (ตาย) เหมือนกัน

และโมเดลที่ทำเอาหลานๆ พากันอึ้งไปเลยก็คือหัวของนกกกที่มีขนาดเท่าของจริง บางคนพยายามยืดแขนตัวเองเพื่อวัดขนาดความยาวของปาก มันยาวสุดแขนเลยทีเดียว

เมื่อทุกคนได้รู้จักนกกันไปพอสมควรแล้ว คราวนี้ก็มาถึงการถ่ายทอดออกมาเป็นรูปปั้น ทุกคนได้รับ “ดินกระดาษ” (เป็นดินที่อาจารย์วัชระคิดสูตรขึ้นมาด้วยการใช้แป้งมัน กาว และกระดาษหนังสือพิมพ์มาปั้นรวมกัน เอาไว้คราวหน้าน้าจะเอาสูตรนี้ไปลองทำกันกับหมิง มินและเพื่อนๆ นะ) และแล้วก็ได้ “นกตามจินตนาการ” ของตัวเองไปคนละตัว 

 ถ่ายทอดจินตนาการออกมาเป็นตัวนก

พี่ช่วยมั้ยครับ       

เหมือนนกมั้ยครับ           

นี่แหละนกของ “เอ็ม” ครับ

ลุยทุ่งหญ้า

ฝ่าดงทาก

ตกบ่าย เราพากันไปเดินป่า ที่จริงก็ไม่ใช่ป่าลึกอะไรหรอก เป็นทุ่งหญ้าแถวๆ สนามกอล์ฟเก่า ไม่ทราบว่าหมิงกับมินเคยไปเดินแถวนั้นหรือเปล่า ถ้ายัง เอาไว้คราวหน้านะ

ถึงบ่ายวันนี้จะเงียบเสียงนก แต่ก็มีเรื่องสนุกๆ และดงหญ้าคาก็สร้างความเจ็บจี้ดๆ ให้กับหลานๆ ในกลุ่มที่เดินไปกับน้า น้าบอกให้ทุกคนกางมือออก แล้วค่อยวางๆลงบนยอดหญ้า น้าเองก็ลองด้วย มันเจ็บราวกับถูกเข็มแทงเมื่อโดนยอดหญ้าคาตำ และทุกคนปฏิเสธที่จะทดลองเป็นครั้งที่สอง

หลานคนหนึ่งชื่อ “ต้นไผ่” สนใจอยากจะลองชิมวิตามินของช้าง ที่น้าเล่าให้ฟังเมื่อเช้า น้าบอกว่าเสียใจด้วยที่แถวนี้ไม่มีโป่งช้าง ดมอึกวางไปพรางๆ ก่อนก็แล้วกัน ว่าแล้วน้าก็หยิบอึกวางขึ้นมาเม็ดหนึ่ง ทุกคนได้ดมอย่างใกล้ชิดด้วยความสนใจ น้องบางคนที่มองเห็นลางๆ เอามาดูใกล้ๆ ตา

น้าบอกว่าถ้าเป็นอึเสือ หรืออึของพวกสัตว์กินเนื้อแล้วล่ะก็ รับรองว่าหลานๆ คงไม่อยากแตะต้องมันเด็ดขาด เพราะเหม็นมาก น้าแนะนำให้หมิงกับมินดมอึแมวแถวๆ บ้านไปก่อนก็แล้วกัน

น้าเล่าให้หลานๆ ฟังว่า ในทุ่งแห่งนี้มีสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องทุ่ง คือหญ้าคากับสาบเสือที่เป็นคู่อริกัน ต่างคนต่างแย่งชิงพื้นที่กัน และไม่ค่อยมีใครยอมใคร แต่ขณะที่สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งท้องทุ่งทะเลาะกันอยู่นั้น ก็มีผู้หนึ่งฉวยโอกาสทองในพื้นที่ว่างที่สองผู้ยิ่งใหญ่ตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะอยู่ใครจะไป มือที่สามนี้ก็คือต้นโคลงเคลง

พอโคลงเคลงหยั่งรากแตกใบได้พักหนึ่งมันก็โตเอา โตเอา จนมีพุ่มสูงเหนือต้นสาบเสือและหญ้าคา ต้นแรกเกิดขึ้นได้ ต้นที่สอง ที่สาม ที่สี่ ที่สิบ... ก็ทะยอยตามมา หน้าดินที่เคยถูกปกคลุมด้วยรากหญ้าคาและรากสาบเสือก็เปิดออก เพราะต้นโคลงเคลงมีโคนต้นที่โปร่งโล่ง  แถมนกก็ชอบมาเกาะพักบนต้นโคลงเคลงเสียด้วย กิ่งก้านมันแข็งแรงพอให้นกเกาะได้สบายๆ นกที่กินผลไม้ในป่าก็มาถ่ายอึพร้อมเมล็ดพืชทิ้งไว้แถวๆ โคนต้นโคลงเคลง เมล็ดพันธุ์ไม้ในป่าที่ได้โอกาสเหมาะก็งอกขึ้น

แถมยังมีเก้งกวางที่ช่วยนำเมล็ดพันธุ์ไม้จากในป่าลึกมาเพาะไว้แถวๆโคนต้นโคงเคลงต้นนั้นบ้าง ต้นนี้บ้าง อีกห้าสิบปีร้อยปีข้างหน้าทุ่งหญ้าแห่งนี้ก็จะกลายเป็นป่า (ถ้าไม่มีใครมาเผาหญ้าทุกๆ ปีนะ)

ที่ชายทุ่งด้านหนึ่งขณะที่พวกเราพากันหยุดพักเหนื่อยหลบแดดมีต้นไม้ใหญ่ให้ทุกคนได้ทดลองโอบกอด ต้องเดินกันคนละสี่ห้าก้าวจึงได้ครบรอบ

จากทุ่งหญ้าน้าพาเดินเข้าป่าหย่อมเล็กๆ ริมบึงน้ำ ถึงจะเป็นป่าหย่อมเล็กแต่ก็มีทากเยอะ ทุกคนได้ทากเป็นของแถม บางคนถูกฝากรอยแผลไว้บนพุงกลมๆ บางคนได้จับปลายใบหวายที่เป็นตะขอแซ่สำหรับเกี่ยวยอดไม้อื่น ทุกคนได้เอามือทาบลงบนรอยตีนกวาง

เส้นทางเดินมาสิ้นสุดบนถนนลาดยางกลางสนามกอล์ฟ ทุกคนไม่ยอมหยุดบอกให้น้าพาไปเล่นน้ำในห้วยตามที่ตกลงกันไว้ ว่าไงก็ว่าตามกัน พวกเขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามถนนด้วยความคล่องแคล่ว ราวกับมีสายตาปกติ ด้วยความอยากเล่นน้ำ จนไม่สนใจอื่นใด น้าเองก็ลืมไปเลยว่าพวกเขามองไม่เห็นและบางคนมองเห็นได้ไม่ดีนัก และน้าก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าพวกเขาไม่มีไม้เท้านำทางมาด้วย

หลานๆ หลายคนถอดเสื้อผ้าลงเล่นน้ำในห้วยลำตะคองกันสนุกสนาน ส่วนใครที่ไม่ยอมลงน้ำก็เปียกฝนกันไปถ้วนหน้า เพราะฝนเทลงมาอย่างหนัก นี่ถ้าน้องมินอยู่ด้วยก็คงไม่พลาดเหมือนกัน

ทุกคนกลับบ้านพักด้วยความเปียกปอน ได้ยินเสียงคุณครูที่มากับนักเรียนบ่นแว่วๆ ว่า กลับไปต้องรีบกินยา ไม่งั้นเป็นหวัดกันทั้งโรงเรียนแน่

ค่ำคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย ที่เราจะอยู่ด้วยกัน  รอบกองไฟอุ่นๆ หลานๆ ออกมาเล่าความในใจกของสองวันหนึ่งคืนที่ผ่านมา ก่อนที่จะเข้าสู่บรรยากาศสงบเงียบ พวกพี่เลี้ยงที่ทำหน้าที่ดูแลหลานๆ มาตลอด พากันผูกข้อมือรับขวัญหลานๆ หวังจะผูกใจหลานๆ ไว้กับธรรมชาติและความทรงจำดีๆ แบบนี้ตลอดไป เราแยกย้ายกันเข้านอนด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ

น้ากลับมาที่ห้องพัก นั่งเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงน้องหมิง น้องมิน ก่อนที่จะหลับอย่างเป็นสุขที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวจากธรรมชาติไปยังหลานๆ ที่มีความบกพร่องทางสายตา  ซึ่งพวกเขามีโอกาสไม่บ่อยนัก น้าเชื่อว่าบรรยากาศรายรอบที่สัมผัสได้นี้จะช่วยให้เรื่องที่น้าเล่าให้ฟังได้เข้าไปประทับอยู่ในจิตใจของหลานๆ ทุกคน ที่แม้จะมองไม่เห็นด้วยตา แต่การเห็นด้วยใจนั้นน่าจะอยู่ในความทรงจำที่ยาวนานยิ่งกว่า

น้าหวังว่าอย่างนั้นนะ

                                      คิดถึงหมิง มิน และเพื่อนๆ ทุกคนครับ

                                                น้าเกรียง

 

ไม่มีอะไรจะสนุกเท่ากับการได้เล่นน้ำกลางป่าเขาใหญ่อีกแล้ว

น้องเล็กแด้นซ์กระจาย

ใช้ดินกระดาษประทับลายผิวต้นไม้เอากลับบ้านเป็นของที่ระลึกส่วนตัว

บันทึกลวดลายเปลือกไม้ไว้บนดินกระดาษก่อนเอากลับบ้าน

"ปลาบู่" บันทึกประสบการณ์ส่วนตัว

 “นพ” ตั้งอกตั้งใจเขียนบันทึกของตัวเอง

“สอง” มองเห็นได้เล็กน้อย จึงเขียนบันทึกด้วยปากกา

“ตัวเล็ก” วาดภาพธรรมชาติที่ได้เห็นมา

ความประทับใจของ “สอง”

ความประทับใจของ “สอง”

ผลงานของ “ตัวเล็ก”

 ความประทับใจของ“ต้นไผ่”

โรงเรียนการศึกษาคนตาบอด นครราชสีมา


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
nuphong26 วันที่ : 20/10/2009 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nuphong26

พลัดหลงมาเจอเรื่องราวดีๆกิจกรรมดีๆ อ่านแล้วอิ่มเอิบใจครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 17/09/2009 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

โมเดลเท่าจริงเลยเหรอน้า

แล้ว จะมีค่ายอีกกลางเดือน ตค. พี่ต้นโทรหาหรือยัง
หรือน้าจะไปเนปาลแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 13/09/2009 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

ขออภัยค่ะ..จริงๆต้องบอกว่าน้องๆกลุ่มนี้คือกลุ่มเด็กพิเศษไม่ใช่ด้อยโอกาส...ขอแก้ตัวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ทรายรุ้ง วันที่ : 13/09/2009 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

กิจกรรมดีดี น่าชื่นชมค่ะ
เป็นการให้กำลังใจและสร้างโอกาสให้เด้กด้อยโอกาสได้เรียนรู้
รักษาสุขภาพและมีความสุขทุกๆวันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 10/09/2009 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอบคุณมาก ๆ ครับ ที่เปิดโอกาสให้เด็กพิเศษ ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างด้วยความเข้าใจ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
หมิงมิลล์ วันที่ : 31/08/2009 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mingmill

ขอบคุณน้าเกรียงที่ให้ข้อคิดดีๆแก่หนูกับน้องมิลล์ค่ะ

หนูเห็นด้วยกับน้าเกรียงทุกเรื่องเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pjeabja วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

น่าสนุก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/kintaro/2009/08/28/entry-1
----------------
เป็นกิจกรรมที่น่ารัก
น่าสนับสนุน
น่าชื่นชม
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

ยินดี และดีใจ ที่มีอะไรดี ๆ อยู่ในสังคมอีกเยอะ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

เยี่ยมมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ไบนอคสีเขียว วันที่ : 28/08/2009 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Home61103

สวัสดีครับพี่เกรียงบันทึกในแบบจดหมาย น่ารักสนุกและน่าสนใจไปในอีกรูปแบบหนึ่งนะครับ คิดถึงหนังสือ"ธรรมชาตินานาสัตว์"ของคุณหมอบุญส่ง เลขะกุลที่ยังค้างการอ่านให้จบ

งานนี้รวมผู้เยี่ยมยุทธหลายท่านเลยนะครับ
ทั้งลุงเกรียง ลุงวัชระ ลุงแต๋ม และลุงต้อย เสียดายเชียวที่ผมไม่ได้ไปค่ายนี้ บันทึกนี้คงต้องขอเก็บไปเป็นตัวอย่างรูปแบบไว้ใช้บันทึกกิจกรรมค่ายนะครับพี่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รำพึง@ริมเล วันที่ : 27/08/2009 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kodarayong

กิจกรรมที่ดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน