|
การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564
เปิดฉากมา เจ้าถิ่นลุยทันทีและเกือบได้ 2 จังหวะติดๆ กันทั้งจาก เจมี่ วาร์ดี้ ที่ยิงบอลผ่านหน้าประตู และ อโยเซ่ เปเรซ ที่โหม่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
จนเข้าสู่นาทีที่ 39 ความพยายามสัมฤทธิ์ผล เจมี่ วาร์ดี้ เปิดบอลเข้าเขตโทษถึง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ วิ่งเข้าชาร์จจ่อๆ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายสำเร็จ เลสเตอร์ ออกนำ 1-0 พร้อมหมดครึ่งเวลาแรก
ครึ่งหลังนาทีที่ 54 เจ้าบ้านต่อเกมขึ้นหน้า มาร์ค อัลไบรท์ตัน ไหลให้ อโยเซ่ เปเรซ สับไกหน้าเขตโทษบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปสุดสวย เลสเตอร์ หนีเป็น 2-0
นาทีที่ 69 สกอร์ไหลเป็น 3-0 เจมี่ วาร์ดี้ เปิดบอลเรียดเข้าเขตโทษให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ หลุดเข้าไปซัดเน้นๆ ด้วยขวาส่งบอลตุงตาข่าย พร้อมเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้
นาทีที่ 78 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ โชว์เหนืออีกครั้งการกระชากบอลขึ้นหน้าก่อนกดด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลพุ่งเสียบเสาแรกเข้าไป เลสเตอร์ ทิ้งห่าง 4-0 และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้
นาทีที่ 80 "จิ้งจอกสยาม" ยังไม่เพลาเกมบุก เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเข้าเขตโทษแล้วกดด้วยซ้ายบอลไปโดน อีธาน อัมปาดู เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง เลสเตอร์ นำ 5-0
จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 5-0 เก็บสามแต้ม พร้อมขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง ด้วยการมีแต้มนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่แข่งน้อยกว่าอยู่ 2 คะแนน
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม เลสเตอร์ ซิตี้ (3-1-4-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - จอห์นนี่ อีแวนส์, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ซากลาร์ โซยุนชู - วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ - ริคาร์โด้ เปเรยร่า (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.46), ลูคัส เปเรซ, ยูริ ตีเลมันส์, ติโมธี คาสตาน - เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้ เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : แอรอน แรมส์เดล - อีธาน อัมปาดู, คริส บาแชม, คีน ไบรอัน - จอร์จ บัลด็อค, จอห์น ลุนด์สแทรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, จอห์น เฟล็ค, เอ็นดา สตีเว่นส์ - โอลิเวอร์ เบิร์ก, บิลลี่ ชาร์ป


เก็บชัยต่อเนื่อง! บีจี ปทุม ยังแกร่งเปิดบ้านเชือด นครราชสีมา 1-0

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 คู่ระหว่าง "เดอะ แรบบิท" บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับ "สวาทแคท" นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564
เริ่มเกม นาทีที่ 10 ทีมเยือนได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่เจสซี่ เคอร์แรน ได้เลี้ยงจี้เข้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงด้วยขวา แต่ฉัตรชัย บุตรพรมรับเข้าซองสบาย ต่อมาในนาทีที่ 12 นครราชสีมาฯ ได้ลุ้นอีกครั้งจากการยิงฟรีคิกของเดนนิส มูริลโล่ แต่บอลก็ยังพุ่งไปเข้ามือของฉัตรชัยอีกครั้ง
นาทีที่ 18 บีจี ปทุมฯ พลาดจังหวะการทำประตูขึ้นนำ จากลูกเตะมุมเปิดโดยสารัช อยู่เย็น และเป็นอันเดรส ตูเญซ ที่ได้โถมตัวเข้าโหม่งแต่โดนสกัดบนเส้น 18 หลา อย่างไรก็ตามกรรมการเป่าให้เป็นการทำฟาล์วของตูเญซในจังหวะก่อนหน้านี้
นาทีที่ 28 นครราชสีมา พลาดการได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับ อมาดู ออตตาร่า โยนบอลข้ามฟากมาให้เจสซี่ เคอร์แรน ได้จับหนึ่งจังหวะก่อนจะไหลให้กับจีดี้ คานยุค ได้ยิงแต่เป็นชาตรี ฉิมทะเลที่โหม่งสกัดออกมาจากหน้าประตูได้อย่างหวุดหวิด
 นาทีที่ 38 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกโดยส่งสหรัฐ ปองสุวรรณ ลงไปเล่นแทนอันเดรส ตูเญซ ต่อมานครราชสีมาฯ ยังคงบุกอย่างต่อเนื่องและได้มีจังหวะลุ้นการทำประตูในนาทีที่ 40 จากการยิงไกลระยะ 25 หลาของจีดี้ คานยุค บอลพุ่งเฉียดสามเหลี่ยมออกไปอย่างเฉียดฉิว
นาทีที่ 45 นครราชสีมาฯ พลาดประตูขึ้นนำ จากจังหวะสวนกลับ อมาดู ออตาร่า แทงบอลให้เจสซี่ เคอร์แรน ได้หลุดเข้าไปยิงทางด้านซ้าย แต่เป็นฉัตรชัย บุตรพรมที่โชว์ซูเปอร์เซฟพุ่งปัดออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนกรรมการจะเป่าหมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยังคงเสมอกับนครราชสีมา มาสด้า เอฟซีอยู่ที่ 0-0
เกมกลับมาแข่งขันกันต่อในช่วงครึ่งหลัง โดยนาทีที่ 46 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่สองโดยส่งปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ และเชาว์วัตน์ วีระชาติลงไปเล่นแทนสหรัฐ โพธิ์ศรี และสิโรจน์ ฉัตรทอง นาทีที่ 50 บีจี ปทุมฯ มีจังหวะได้ลุ้นก่อนในครึ่งหลัง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ดีดไซด์ก้อยให้สุรชาติ สารีพิมพ์ พยายามเข้าชาร์จบริเวณหน้าปากประตู แต่เข้าไม่ถึงบอลทำให้บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
 นาทีที่ 52 นครราชสีมาฯ พลาดประตูขึ้นนำอย่างน่าเหลือเชื่อจากจังหวะที่เจสซี่ เคอร์แรนเปิดเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษ วิคเตอร์ คาร์โดโซ่พยายามเข้าถึงบอลก่อนเดนนิส มูริลโล่ แต่บอลกลับลอยไปเข้าทางของมูริลโล่ที่พยายามดีดบอลทันที แต่บอลพุ่งไปชนสามเหลี่ยมกระดอนออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อ
จนกระทั่งในนาทีที่ 59 บีจี ปทุม ยูไนเต็ดสามารถทำประตูขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จ จากการเปิดบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของสุรชาติ สารีพิมพ์ ก่อนจะเป็นตัวสำรองอย่าง ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ที่สอดตัวโหม่งบอลเข้าประตูไป โดยในช่วงเวลาหลังจากนั้นเป็นทีมเยือนอย่างนครราชสีมาฯ ที่ได้ครองบอลบุกเข้าหามากกว่า แต่หาจังหวะจบสกอร์ไม่ได้
นาทีที่ 81 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนที่สี่โดยส่งมิสึรุ มารุโอกะลงไปเล่นแทนที่ของสุมัญญา ปุริสาย นาทีที่ 87 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ลุ้นจากลูกเตะมุม เป็นเชาว์วัตน์ วีระชาติที่ได้เปิดเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษก่อนจะเป็นสุรชาติ สารีพิมพ์ได้ขึ้นโหม่งแต่บอลหลุดกรอบออกไป
 นครราชสีมาฯ ที่พยายามบุกอย่างหนัก ได้ลุ้นในนาทีที่ 89 ที่จีดี้ คานยุค ได้ปั่นบริเวณหน้ากรอบเขตโทษแต่บอลเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น นาทีที่ 90+4 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ตอบโต้บ้าง จากจังหวะการหลุดเข้าไปยิงของดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้แต่นายทวารทีมเยือนยังสามารถรับไว้ได้
นาทีที่ 90+ 5 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนสุดท้ายโดยส่งตะวัน โคตรสุโพธิ์ ลงไปเล่นแทนที่ของเชาว์วัตน์ วีระชาติหลังจากนั้น กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนเอาชนะนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี 1-0 ทำให้เก็บเพิ่มเป็น 73 คะแนนและยังคงไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด : ฉัตรชัย บุตรพรม (ผู้รักษาประตู), ชาตรี ฉิมทะเล, วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ (หัวหน้าทีม), อันเดรส ตูเญซ (สหรัฐ ปองสุวรรณ น.38), สันติภาพ จันทร์หง่อม, สุมัญญา ปุริสาย (มิสึรุ มารุโอกะ น.81), สารัช อยู่เย็น, สหรัฐ โพธิ์ศรี (ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ น.46), สุรชาติ สารีพิมพ์ , สิโรจน์ ฉัตรทอง (เชาว์วัตน์ วีระชาติ น.46) (ตะวัน โคตรสุโพธิ์ น.90+5) , ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี : ธณชัย หนูราช (ผู้รักษาประตู), เฉลิมพงศ์ เกิดแก้ว (หัวหน้าทีม), เอกณัฏฐ์ คงเกตุ, จีดี้ คานยุค, รัชนนท์ นคราวงศ์, เดนนิส วิลลานูเอว่า, เจสซี่ เคอร์แรน, เดนนิส มูริลโล่, ประลอง สาวันดี, ณัฐพงษ์ สายริยา, อมาดู ออตตาร่า
ได้เฮทดเจ็บ! การท่าเรือ ลุ้นเหนื่อยเฉือน ชลบุรี 10 ตัว 2-1

การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 คู่ระหว่าง "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านพบกับ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ที่สนามแพท สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564
เปิดฉากมาในครึ่งแรก ชลบุรี เอฟซี สร้างโอกาสได้ลุ้นประตูขึ้นนำก่อน บอลจากริมเส้นฝั่งขวา พิทักษ์ พิมแป้ เปิดยาวไปให้ สัมพันธ์ เกษี ได้ยิงจังหวะไปติดบล็อคแนวรับ การท่าเรือ เอฟซี มาเข้าทาง เอลิอันโดร กอนซากา ได้ยิงซ้ำแต่ไม่ถนัดนัก บอลออกหลัง
การท่าเรือ เอฟซี ยังคงกดดันอย่างหนัก นาทีที่ 15 เจ้าถิ่นได้ลูกฟรีคิก ระยะประมาณ 45 หลา ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ยิงไปติดกำแพง ก่อนเข้ามือ ชนินทร์ แซ่เอียะ ไม่มีปัญหา
นาทีที่ 30 โอกาสอีกครั้ง ของ ชลบุรี เอฟซี เมื่อมาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ยิงด้วยซ้าย บอลเหินข้ามคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
 นาทีที่ 44 ชลบุรี เอฟซี ต้องมาเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ ทรงชัย ทองฉ่ำ ไปทำฟาวล์ ยานนิค โบลี่ จังหวะแรก ผู้ตัดสินให้ใบเหลือง แต่ ผู้ตัดสิน เช็ค VAR ก่อนเปลี่ยนคำตัดสิน และให้ใบแดง ไล่ออกจากสนามไป ซึ่งลูกฟรีคิกของ การท่าเรือ เอฟซี ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ยิงไปติดกำแพง ก่อนเข้ามือ ชนินทร์ แซ่เอียะ รับไว้ได้ จบครึ่งแรกสกอร์ยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0
ครึ่งหลัง เปิดฉากมา เจ้าถิ่น การท่าเรือ เอฟซี ที่ตัวผู้เล่นมากกว่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว บอลหน้ากรอบเขตโทษ ของ ชลบุรี เอฟซี ยานนิค โบลี่ ตอกส้นให้ จตุรพัช สัทธรรม ยิงหนีมือ ชนินทร์ แซ่เอียะ เข้าประตูไป
จากนั้นรูปเกมยังเป็น เจ้าถิ่น ที่ทำได้ดีกว่า โหมบุกใส่ ชลบุรี เอฟซี อย่างหนัก แต่ชลบุรี เอฟซี ที่มีแต่นักเตะดาวรุ่งลงสู้ ก็มาได้ประตูตีเสมอจนได้ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว เปิดบอลโค้งๆทางฝั่งซ้าย เข้ามาในกรอบเขตโทษ เอลิอันโดร กอนซากา แปบเข้าประตูไปอย่างสวยงาม
เกมเริ่มสนุกมากขึ้น ซึ่งแม้ว่า การท่าเรือ เอฟซี จะยังคงเป็นฝ่ายครองบอลโหมบุกเข้าใส่ ชลบุรี เอฟซี อย่างหนัก แต่ทีมเยือน ก็มีจังหวะโต้สวยๆ ได้ลุ้นประตูหลายต่อหลายครั้ง
 เข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย การท่าเรือ เอฟซี ขึงบุกอยู่ฝ่ายเดียว ได้ลุ้นอีกครั้ง ลูกเปิด กานต์นริทร์ ถาวรศักดิ์ เข้าไปในกรอบเขตโทษ เอเลียส ดอเลาะ ได้โหม่ง บอลออกหลังไปนิดเดียว
นาที่ 84 ยานนิค โบลี่ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจตวัดยิงด้วยขวา บอลเหินข้ามคานออกหลังไปอีกครั้ง ถัดมาเกมโต้กลับของ การท่าเรือ เอฟซี พลาดโอกาสการได้ประตูขึ้นนำไปอย่างเหลือเชื่อ อดิศักดิ์ ไกรศร ได้หลุดไปดวลเดี่ยวกับ ชนินทร์ แซ่เอียะ แต่จังหวะนี้รีบยิงเกินไป บอลหลุดเสาแรกออกหลัง
นาทีที่ 90 เกมบุกของ ชลบุรี เอฟซี ได้ลุ้นประตูขึ้นนำอีกครั้ง คราวนี้เป็น กาฟาร์ ดูโรซินมี ได้ยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไป วรวุฒิ ศรีสุภา รับไว้ได้
ช่วงทดเจ็บ เจ้าบ้านมาได้ฟรีคิกหน้าประตู บดินทร์ ผาลา บรรจงปั่นเสียบเสาเข้าไปเด็ดขาดให้ การท่าเรือ เอฟซี ออกนำ 2-1 อีกครั้ง
จบเกม การท่าเรือ เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ ชลบุรี เอฟซี 2-1 เก็บสามแต้มล้ำค่า ทำแต้มทาบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับ 2 แต่ลูกได้เสียเป็นรอง
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม การท่าเรือ เอฟซี : วรวุฒิ ศรีสุภา (GK), นิติพงษ์ เสลานนท์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, เอเลียส ดอเลาะ, จตุรพัช สัทธรรม, ศิวกร จักขุประสาท, กานต์นริทร์ ถาวรศักดิ์, เซร์คิโอ ซัวเรซ, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, ยานนิค โบลี่, เนลสัน โบนิย่า ชลบุรี เอฟซี : ชนินทร์ แซ่เอียะ (GK), บุคฆอรี เหล็มดี, สัมพันธ์ เกษี, กฤษดา กาแมน, ทรงชัย ทองฉ่ำ, พิทักษ์ พิมแป้, รังสรรค์ วิรุฬห์ศรี, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, กาฟาร์ ดูโรซินมี, เอลิอันโดร กอนซากา
|