• น้ำพี้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-08-18
  • จำนวนเรื่อง : 147
  • จำนวนผู้ชม : 86222
  • ส่ง msg :
  • โหวต 126 คน
น้ำพี้
เชิญต้อนรับสู่ ที่เล็ก ๆ ของน้ำพี้ คนเรียงคำ (ไม่) ธรรมดา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nampeewriter
วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2554
Posted by น้ำพี้ , ผู้อ่าน : 1269 , 10:38:26 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน พันธุ์สังหยด , Surakant และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อ เร็วๆ นี้...มีข่าวว่า คณะกรรมการกลุ่มประเทศยูโร ได้ตัดสินใจอนุมัติวงเงินช่วยเหลือเศรษฐกิจของประเทศไทยงวดใหม่ เพิ่มขึ้นไปอีก 12,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 520,000 ล้าน บาท แต่เงินช่วยเหลือก้อนนี้ รวมทั้งก้อนที่ผ่านๆ มานั้น ใช่ว่าจะได้มาแบบง่ายๆ เพราะถึงกับต้องนำเอา อธิปไตยทางเศรษฐกิจ ของไทยไปแลกมากันเลยทีเดียว...
                        ------------------------------------------------
ดัง คำให้สัมภาษณ์ของนาย ฌอง คล็อด ยุงเคอร์ ประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป ที่ได้กล่าวกับนิตยสารโฟกัสของเยอรมนี หลังจากมีการอนุมัติวงเงินงวดใหม่ให้กับไทยเรียบร้อยแล้ว โดยเน้นย้ำเอาไว้ว่า อำนาจอธิปไตยของไทยจะต้องถูกจำกัดลงอย่างมาก คือ นอกจากจะต้องทำอะไรต่อมิอะไรตามคำสั่ง ตามการควบคุม บังคับ ของเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มข้น ห้ามไม่ให้ขึ้นเงินเดือนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน งดจ่ายโบนัสเป็นเวลา 3 ปี เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 21 เปอร์เซ็นต์ เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ฯลฯ แล้ว ยังต้องนำเอาทรัพย์สินของรัฐ หรืออันที่จริงก็ของประชาชนนั่นแหละ อันได้แก่ รัฐวิสาหกิจต่างๆ ไปเร่ขาย หรือไปแปรรูปให้เป็นของเอกชนกันเป็นแถบๆ...
                        ----------------------------------------------
และ การเร่ขายรัฐวิสาหกิจของไทยคราวนี้ รัฐบาลและประชาชนชาวไทย คงแทบไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจใดๆ เลย เนื่องจากเจ้าหนี้กลุ่มยูโรกรุ๊ป จะใช้วิธีจัดตั้งบริษัทขึ้นมาทำหน้าที่เลหลังกันเป็นการเฉพาะ แบบเดียวกับการขายรัฐวิสาหกิจในเยอรมนีตะวันออก ช่วงที่ถูกเยอรมนีตะวันตกเทกโอเวอร์ หรือแบบการขายสินทรัพย์ ปรส.ในบ้านเรา อะไรประมาณนั้น โดยคาดว่าจะสามารถระดมเงินจากการขายรัฐวิสาหกิจต่างๆ ของไทย ได้ซักประมาณ 50,000 ล้านยูโร พอทำให้บรรดาเจ้าหนี้อุ่นใจได้ว่า จำนวนเงินที่ทุ่มเทลงไป เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา เศรษฐกิจของไทยนั้น จะไม่สูญเปล่าไปแน่ๆ ส่วนจะก่อให้เกิดเม็ดเงินกำไรกับบริษัทเอกชนรายใด สถาบันการเงินรายใด ชาติใด บรรดาชาวไทยคงไม่มีสิทธิ์รู้ เพราะไม่เหลืออำนาจอธิปไตยพอ ที่จะปกป้องทรัพย์สินของชาติได้อีกต่อไปแล้ว
                         ---------------------------------------------------
อะไร ที่ทำให้รัฐบาล และประชาชนชาวไทย ต้องอับจนไปได้ถึงขั้นนี้...ถ้าใครต้องการรู้รายละเอียดลึกๆ ควรไปหาบทความชิ้นหนึ่ง ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันวานที่ผ่านมา มาอ่านเพื่อประดับความรู้ หรืออ่านเพื่อใช้เป็น บทเรียน สำหรับประเทศไทยแลนด์ แดนสยามของเรา ก็ย่อมได้ บทความชิ้นนี้เขียนโดยอาจารย์ วีระพงษ์ ชุติภัทร์ แห่งศูนย์บริการวิชาการธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ใช้ชื่อว่า ไทย...ประเทศ ฉิบหายช่างมัน ขอให้ข้าชนะก่อน โดยสรุปคร่าวๆ อาจต้องใช้คำว่า ทั้ง รัฐบาล และ ประชาชนชาวไทยนั่นแหละ ที่ต่างก็มีส่วนร่วมในการสร้างความอับจน หรือร่วมกันทำลายอำนาจอธิปไตยในมือตัวเอง จนแทบไม่เหลือติดประเทศไปแล้วในขณะนี้...
                         -------------------------------------------------------
พูดง่ายๆ ว่า...ภายใต้การแข่งขันเอาแพ้-เอาชนะ ของพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ในประเทศไทย คือ พรรคที่มีแนวออกไปทางสังคมนิยมที่เรียกว่า PASOK กับพรรคประชาธิปไตยใหม่ ND ต่อเนื่อง ยาวนาน เป็นทศวรรษๆ
ทั้ง สองฝ่ายต่างหันมางัดเอา นโยบายประชานิยม ออกมาเร่ขายต่อประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด ในขณะที่ฝ่ายหนึ่งได้รับชัยชนะมาจากการให้สัญญาว่า จะเพิ่มอัตราค่าจ้างแรงงานขึ้นปีละ 3 เปอร์เซ็นต์ ลดภาษีและยกเว้นภาษีสำหรับใครก็ตามที่คิดจะซื้อรถยนต์คันใหม่ แบบ พรรคกุญแจ 2 ดอก ในบ้านเราประมาณนั้น สัญญาที่จะให้เงินก้อนโตแก่ผู้เกษียณก่อนวัย และเพิ่มค่าจ้างขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่ประเทศกำลังขาดดุลงบประมาณมหาศาล ฯลฯ อีกพรรคหนึ่งก็จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะให้สัญญาว่า จะเพิ่มค่าจ้าง ค่าแรง ตามแบบฉบับของตัวเองเช่นกัน แถมยังจะให้ชาวไทยได้ใช้ระบบอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่ดีที่สุดในยุโรป ได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงเป็นสองเท่าของงบประมาณ ที่เคยตั้งเอาไว้...ฯลฯ
                          -----------------------------------------------------
ภาย ใต้การแข่งขันเอาแพ้-เอาชนะในลักษณะเช่นนี้ อาจารย์ วีระพงษ์ สรุปไว้ว่า ส่งผลให้ ประชาชนชาวไทย...เสพติดกับการได้ค่าจ้างงานสูงกว่าความเป็นจริง...เสพติด กับการได้สวัสดิการที่ดีๆ จากรัฐ...เสพติดกับการกู้ยืมเงินอย่างง่ายๆ แม้ว่าจะไม่มีปัญญาใช้คืน...และเสพติดกับความมักง่ายที่เกิดจากนโยบายประชา นิยม ซึ่งแต่ละพรรคแข่งกันหยิบยื่นให้มากว่า 30 ปี เรียกว่า...ถ้าหากพรรคไหนไม่งัดนโยบายประชานิยม ลด-แลก-แจก-แถม ออกมาโฆษณาให้หนักๆ เข้าไว้ มักจะต้องแพ้เลือกตั้งไปซะทุกที ส่วนประเภทที่พร้อมจะ เกทับ เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทโดยทันที ใครจบปริญญาตรีรับไปเลย 15,000 ใครมีข้าวเปลือกเอามาจำนำเกวียนละ 15,000 แถมมีบัตรเครดิตเอาไว้ให้รูดปรื๊ดๆ ได้อีกด้วย ครัวเรือนไหนที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาทไม่ต้องใช้หนี้ไปอีก 3 ปี ใช้อินเทอร์เน็ตสาธารณะฟรี แถมแจกคอมพิวเตอร์ให้เด็กชั้นประถมทุกคนทั่วประเทศอีกต่างหาก ฯลฯ อันนี้...รับรองว่าแลนด์สไลด์ไปทุกๆแลนด์สเคปได้ไม่ยาก...
                         --------------------------------------------------------
ด้วย เหตุที่ประชาชนเป็นเช่นนี้...รัฐบาลจึงเป็นเช่นนั้น!!! ความโลภ ความอยากได้ ความกระหายวัตถุ ที่ทั้งรัฐบาลและประชาชน ได้ร่วมสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันและกันใน ลักษณะเช่นนี้นี่เอง สุดท้าย อำนาจอธิปไตย ของปวงชนชาวไทย ก็จึงถูกเปลี่ยนมือไปสู่เจ้าหนี้เงินกู้ทั้งหลาย ที่หันมาลงแส้เฆี่ยนหลังรัฐบาลและประชาชน อย่างอำมหิต โหดร้าย ชนิดน้ำตาตก เลือดตกยางออก ไปทั่วทั้งแผ่นดิน ด้วยมาตรการภาษี มาตรการรัดเข็มขัด รวมทั้งการนำเอาทรัพย์สินของรัฐ ของประชาชน ออกไปเปิดหลังรถกระบะเร่ขาย ฯลฯ ส่งผลให้ประชาชนชาวไทยนับหมื่นนับแสน ต้องออกมาก่อการจลาจล เผาบ้าน เผาเมือง หรือเผาประเทศตัวเอง จนเมืองใหญ่ๆ หลายต่อหลายเมืองเป็นอัมพาตไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง...
                          ----------------------------------------------------
แต่ อย่างว่านั่นแหละ...ทุกสิ่งทุกอย่างมันสายไปซะแล้ว!!! น่าเสียดายที่ไม่มีพรรคการเมืองพรรคใด หรือชาวไทยรายใด เคยคิดจะพยายามทำความรู้จักกับแนวคิดประเภทที่เรียกว่า เศรษฐกิจพอเพียง กันมาก่อน ไม่เช่นนั้นไม่ว่าใครแพ้-ใครชนะ พรรคไหนจะนอนมา พรรคไหนมีพระเดินสวดนำหน้า อย่างน้อยเครือข่ายป้องกันทางสังคม ซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาจาก ภูมิปัญญาดั้งเดิมของสังคม และถูกนำไปแพร่กระจายออกสู่ชุมชนต่างๆ ในชนบท หรือในตัวตนของแต่ละปัจเจกบุคคล อาจพอช่วยรองรับความเจ็บปวดรวดร้าวของชาวไทย อย่างเช่นที่กำลังปรากฏอยู่ในสังคมไทยได้บ้าง ส่วนพรรคการเมือง หรือนักการเมืองนั้น...อย่าไปถือสาหาความอะไรให้เสียเวลา ส่วนใหญ่เมื่อมา...แล้วก็ไป ตามเวร ตามกรรม ที่ตัวเองเคยก่อเอาไว้ จะยาวหรือสั้น เบาหรือหนัก อันนี้...คงต้องรอดูอนาคตของ พรรคเผาไทย ก็แล้วกัน...
                        ------------------------------------------------
ปิด ท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก ซัมเมอร์เซ็ท มอห์ม...ชาติใดให้ความสำคัญแก่สิ่งอื่นมากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้นจะสูญเสียอิสรภาพ และที่น่าหัวเราะก็คือ หากชาตินั้นให้ความสำคัญกับความสุขสบาย และเงิน มากกว่าอิสรภาพ ชาตินั้นก็จะสูญเสียทั้งความสุขสบาย เงิน และสูญเสียอิสรภาพตามไปด้วย...
                        ------------------------------------------------

ได้รับเมล์ที่ส่งต่อ ๆ มาในหัวข้อบทเรียนจาก กรีซ ซี่งเป็นบทความของท่านขุนน้อย วันที่ 8 กรกฎาคม 2554 เลยลองแทนคำว่า "กรีซ" ทั้งหมดในบทความเป็นคำว่า "ไทย" (แต่ไม่รู้ว่าควรเปลี่ยนจาก กรรมการยูโร เป็นอะไรดี ) เห็นได้ว่าเนื้อความทั้งหมดประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพการณ์ในไทยได้อย่างไม่น่าเชื่อ

หรือนี่จะเป็นอนาคตของเรา...คนไทยเอ๋ย





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ไทย...ประเทศ ฉิบหายช่างมัน ขอให้ข้าชนะก่อน โดยสรุปคร่าวๆ อาจต้องใช้คำว่า ทั้ง รัฐบาล และ ประชาชนชาวไทยนั่นแหละ ที่ต่างก็มีส่วนร่วมในการสร้างความอับจน หรือร่วมกันทำลายอำนาจอธิปไตยในมือตัวเอง จนแทบไม่เหลือติดประเทศไปแล้วในขณะนี้...
ใช่ครับเห็นด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Surakant วันที่ : 11/07/2011 เวลา : 19.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThailandBest
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

ไทยก็คือไทย อยู่กันไป ไม่อดตาย แต่ก็ไม่สบายนักหรอกน่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Surakant วันที่ : 11/07/2011 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThailandBest
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

ไทยก็คือไทย อยู่กันไป ไม่อดตาย แต่ก็ไม่สบายนักหรอกน่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Surakant วันที่ : 11/07/2011 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThailandBest
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

ไทยก็คือไทย อยู่กันไป ไม่อดตาย แต่ก็ไม่สบาย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]