• nampik
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : namchoke@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-19
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 439533
  • ส่ง msg :
  • โหวต 38 คน
Golden Bin
การรีไซเคิล ช่วยรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nampik
วันพุธ ที่ 16 กันยายน 2552
Posted by nampik , ผู้อ่าน : 4300 , 22:03:23 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

1. ความเป็นมาของคาร์บอนเครดิต

ตามข้อตกลงในพิธีสารเกียวโต กำหนดให้ประเทศพัฒนาแล้ว (Annex1) ต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดปฏิกริยาเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ "โลกร้อน" ในหลายแนวทาง หนึ่งในนั้นคือ

"การซื้อขายมลพิษ" หรือ คาร์บอนเครดิต กับประเทศที่กำลังพัฒนา (Non-Annex1)

เพราะประเทศที่พัฒนาแล้ว กำลังอยู่ในภาวะ "จนแต้ม" จากการที่ไม่สามารถลดก๊าซ ที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจกลงได้

เนื่องจากพิธีสารดังกล่าว ที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อ 16 ก.พ.2549 โดยกำหนดให้ประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่ลงนามไว้ อาทิ สหภาพยุโรป แคนาดา และญี่ปุ่น ต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ต่ำกว่าระดับก๊าซที่เป็นมลพิษในปี 2533 โดยเฉลี่ย 5.2% ระหว่างปี 2551-2555

หากผู้ที่ร่วมโครงการไม่สามารถดำเนินการได้ตามข้อกำหนด จะต้องมี "บทปรับ" โดยในสหภาพยุโรป มีค่าปรับถึงตันละ 40 ยูโร ตามแผนการลดมลพิษในระยะที่ 1 (2548-2550) และเพิ่มค่าปรับเป็นตันละ100 ยูโร ตามแผนในระยะที่ 2 (2551-2555) ซึ่งสูงกว่าราคารับซื้อหลายเท่าตัว ปฏิบัติการ "ควานหา" (Matching) ผู้ซื้อพบผู้ขายจึงเกิดขึ้น จากดีมานด์ในประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหภาพยุโรป เป็นเหตุ !

2. คาร์บอนเครดิตกับประเทศไทย

 สำหรับประเทศไทยจัดว่าเป็นเพียงการเริ่มต้น เพราะยังไม่มีโรงงานใด ที่ได้รับใบรับรอง (Certified Emission Reduction-CERs) เมื่อเทียบกับ อินเดีย จีน เวียดนาม เกาหลีใต้ บราซิล และอาเจนติน่า

บริษัทเอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งขยายไลน์จากตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพไอเอสโอ 9000 และ 14000 มาสู่การตรวจประเมินและรับรองโครงการ (Designated Operational Entity-DOE) เครดิต คาร์บอน บอกว่า บริษัทเพิ่งเริ่มเข้าสู่ธุรกิจดังกล่าวในไทยเป็นปีแรก หลังจากประสบความสำเร็จในการดำเนินการในอินเดีย ซึ่งเอสจีเอสเป็นผู้ตรวจและยืนยันโครงการให้กับโรงงานอุตสาหกรรมกว่า 100 บริษัท

สำหรับบริษัทในไทย เอสจีเอสได้เข้าไปตรวจรับรองเอกสารประกอบโครงการ (Validation) ให้แก่ โรงไฟฟ้าขอนแก่น ในเครือเคเอสแอล เป็นบริษัทแรก โดยได้รับรองเอกสารดังกล่าวแล้ว และขณะนี้ได้ส่งเอกสาร Recommend ให้คอมมิททรีของสหประชาชาติรับรอง เพื่อออก CERs ให้กับโรงไฟฟ้าขอนแก่น เพื่อซื้อขายคาร์บอนเครดิตต่อไป โดยคาดว่าโรงไฟฟ้าขอนแก่น น่าจะได้รับใบรับรองฯ เป็น "รายแรก" ในไทย ราวปลายเดือนมีนาคม หรือ ต้นเดือนเมษายนนี้ ในปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ 5.7 หมื่นตันต่อปี หรือคิดเป็นเงินในการซื้อขายราว 21 ล้านบาท (37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) จากการใช้ชานอ้อยเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า

ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิต คร่าวๆจะอยู่ที่ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ตัน โรงงานหนึ่งก็พูดกันที่ประมาณก๊าซที่ลดได้ปีละ 5 หมื่นตัน แต่ละโรงงานจะมีก๊าซที่เป็นมลพิษหลายตัว เช่น มีเทน ซีเอฟซี ฯลฯ แต่เราจะแปลง (Transfer)ให้อยู่บนพื้นฐานของคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมด เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณ"

ปัจจุบันโรงงานในไทยจำนวน 19 แห่ง ที่ประสงค์จะขอซื้อขายคาร์บอนเครดิต และผ่านการรับรองจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจรับรองเอกสารประกอบโครงการ (Validation) จากบริษัทตรวจประเมินและรับรองโครงการรายอื่นๆ

3. ขั้นตอนการขออนุญาตซื้อขายเครดิตตาร์บอน

1.เมื่อโรงงานต้องการจะทำเรื่องคาร์บอนเครดิต ขั้นตอนแรกจะต้องจ้างบริษัทที่ปรึกษา เพื่อไปจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการ รับรองว่าโรงงานของคุณเข้าหลักการที่สามารถทำได้ ปัจจุบันรัฐบาลมอบหมายให้ สผ.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมารองรับไปก่อน

2.เพื่อผ่านการรับรองจากสผ.แล้ว ก็ต้องมาผ่านการรับรองจากคณะรัฐมนตรีปัจจุบันโรงงานในไทยจำนวน 19 แห่ง ที่ประสงค์จะขอซื้อขายคาร์บอนเครดิต และผ่านการรับรองจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะรัฐมนตรีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจรับรองเอกสารประกอบโครงการ (Validation) จากบริษัทตรวจประเมินและรับรองโครงการรายอื่นๆ

3.จากนั้นจะต้องส่งเรื่องไปให้ สหประชาชาติรับรอง ในชั้นต้น

4.ให้บุคคลที่สามอย่างเอสจีเอสเข้าไปตรวจ เมื่อตรวจแล้ว ก็ต้องส่งเอกสารการตรวจสอบกลับไปให้สหประชาชาติพิจารณาอีกครั้ง

5.คณะกรรมการของหน่วยงานสหประชาชาติ จะออกใบรับรองที่มีอายุ 1 ปี "

แม้ขั้นตอนจะค่อนข้างยุ่งยาก  ซับซ้อน แต่ต่อไป เรื่องนี้จะเป็นประเด็นร้อน ที่สร้างรายได้ให้กับหลายบริษัทในไทย แม้แต่ยักษ์คอร์ปอเรทในไทย อย่าง เครือซิเมนต์ไทย (ธุรกิจในทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์) ยังขยับที่จะขายคาร์บอนเครดิต โดยเริ่มดำเนินการในส่วนของโรงปูนซีเมนต์ ขณะนี้กำลังจะเริ่มขั้นตอนการออกแบบโครงการ (Project Design) ซึ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นมากๆ

 

4. ธุรกิจที่เหมาะสมกับการซื้อขายคาร์บอนเครดิต

ธุรกิจที่มีศักยภาพในการดำเนินการ จะเป็นธุรกิจที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Energy) เช่น โรงไฟฟ้าชีวมวล เขื่อน ธุรกิจบำบัดน้ำเสียด้วยชีวมวล โรงปูนซีเมนต์ เป็นต้น แต่การสร้างใหม่น่าจะคุ้มค่ากว่าการปรับปรุงเครื่องจักรเก่า เพราะถ้าปรับปรุงได้ ประเทศพัฒนาแล้วทางฝั่งตะวันตก คงจะลงทุนเปลี่ยนระบบการผลิตดีกว่าจะยอมมาซื้อเครดิต จากประเทศกำลังพัฒนา

โรงงานเก่าก็สามารถทำได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาลดมลพิษ ซึ่งอาจจะต้องลงทุนมากกว่า แต่ถ้าเป็นโรงงานใหม่ ก็สามารถคุยกับที่ปรึกษาฯได้เลยว่า เข้าข่ายที่จะทำได้หรือไม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการไฟแนนซ์โครงการ จากรีเทริ์นที่จะกลับมาจากการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งอาจจะคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนเรื่องเทคโนโลยี ที่จะมาลดปฏิกิริยาเรือนกระจก"

ด้าน มร.ซานดี้ มัคคินนอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท McKinnon & Clarke บริษัทที่ได้รับอนุญาตในการซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Emission Trader) สัญชาติยุโรป บอกว่า เขาได้จะเป็นบริษัท ต้นๆ ที่เข้ามาดำเนินการการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในไทย โดยได้ตั้งหน่วยงานใหม่ด้านบริการสิ่งแวดล้อม (Environmental Services) ในไทย เพื่อดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยเห็นว่าประเทศกำลังพัฒนาเช่นไทย มีต้นทุนต่ำหากจะลดการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จึงมีโอกาสที่จะขายคาร์บอนเครดิตจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนให้ กับประเทศที่พัฒนาแล้ว

5. จะขายคาร์บอนเครดิต ต้องลงทุนสูง มีขั้นตอน แต่สหภาพยุโรปพร้อมจ่าย

เราคิดว่าธุรกิจเทรดคาร์บอนเครดิต จะเป็นธุรกิจที่จะโตต่อไป นอกจากเราจะเข้ามาช่วยลูกค้าเรื่องไฟแนนซ์แล้ว ก็ยังจะเกิดประโยชน์กับสิ่งแวดล้อม ในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง โดยเราจะมีซอฟว์แวร์เพื่อเข้าไปช่วยลูกค้า ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเริ่มต้นดำเนินการ

ซึ่งเราต้องแน่ใจเกี่ยวกับมาตรการต่างๆของรัฐบาล ว่าวิธีการทำงานเป็นอย่างไรก่อน"  เขาระบุ

อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า เรื่องการลงทุนลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยังคงเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสำหรับลูกค้าคนไทย เพราะค่อนข้างใช้เงินลงทุนสูง หากลงทุนแล้วไม่ได้รับใบรับรองเพื่อนำไปสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตในอนาคต การดำเนินการต่างๆ จึงต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด โดยเขาระบุว่า การซื้อขายคาร์บอนเครดิต ในสหภาพยุโรป มีวิธีการที่ง่าย แค่ยกบิลค่าไฟฟ้าให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดู เท่านี้ก็ได้เงินกลับคืนมา ถ้าเทียบกับในไทยที่มีความซับซ้อนมากกว่า

6. คาร์บอนเครดิต ทำแล้วได้อะไร

การซื้อขายคาร์บอนเครดิต ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้มลพิษลดลง เพราะคนอื่นเป็นคนก่อแต่เราเป็นคนเข้าไปแก้ แต่อย่างน้อยก็สร้างแรงจูงใจ ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในการลงทุนเพื่อลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ถ้าลดแล้วสามารถนำไปซื้อขายกันได้ในอนาคต จะสร้างแรงจูงใจให้ทุกคน เกิดความกระตือรืนร้น ที่จะทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมขึ้นมา แม้ว่าราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตในปัจจุบัน จะไม่จูงใจผู้ขายมากนักก็ตาม

พิธีสารเกียวโต ยังไม่ทำให้เกิดการลดการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ลงอย่างมากมาย เพราะราคาซื้อขายยังไม่สูงพอที่จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลดการใช้พลังงาน หรือปล่อยคาร์บอนฯ ต้องผมเชื่อว่าราคาซื้อขายในปี2551-2555 จะสูงขึ้น จากเกณฑ์การลดปริมาณการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเข้มงวดมากขึ้น"

สาเหตุที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ปล่อยมลพิษสูงสุดในโลก แต่กลับไม่ยอมลงนามในพิธีสารเกียวโตนั้น เพราะเกรงว่าธุรกิจจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน อเมริกา แต่สำหรับประเทศอังกฤษ ยุโรป แม้จะเป็นประเทศที่ไม่ใหญ่ แต่ก็เริ่มมีการดำเนินการเรื่องนี้ ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย


ที่มา: http://www.pakxe.com/home/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=4004

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วสิทธ์ วันที่ : 16/09/2009 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ขุดทองคำจากคอมพิวเตอร์เก่า

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์นับว่า เป็นขยะที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้คอมพิวเตอร์ตกรุ่นเร็วขึ้น แต่เราสามารถขุดหาทองจากขยะเหล่านี้ได้

View All
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]