• ณจันทร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 3
  • จำนวนผู้ชม : 12297
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
nana-nalanjun บ้านบวกสวน
ท่องเที่ยวแบบคนบ้านบ้าน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nana-nalanjun
วันจันทร์ ที่ 30 กันยายน 2556
Posted by ณจันทร์ , ผู้อ่าน : 1379 , 23:52:35 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน หวานหวาน , พญาสุขุม โหวตเรื่องนี้

ทุกครั้งที่ไปเที่ยว สิ่งที่สำคัญต้องเตรียมเป็นอันดับต้น ๆ นั่นคือ  กล้องถ่ายรูป  กับ 

พาหนะคู่ใจ เพราะสองอย่างนี้ไม่สามารถซื้อหาได้ในทันทีทัน โดยเฉพาะอย่างหลัง

เรามักจะสร้างความมั่นใจด้วยการกราบนิมนต์หลวงปู่ทวดและแม่ย่านางประจำรถ

ประจำที่ไปด้วยเสมอ ไปไหนไปกัน ไม่ปล่อยให้ท่านอยู่เฝ้าบ้านโดยเด็ดขาด

ด้วยพวงมาลัยดอกมะลิหอมกรุ่น เสร็จสรรพเรื่องรถแล้ว ก็จะประชุมสมาชิกทั้งหลาย

ที่ไปด้วยกัน วางแผนการเที่ยว โดยต้องคำนึงถึงการประหยัดในทุก ๆ เรื่องถ้าวาง

แผนดี  ก็จะไม่ต้องเสียเวลาย้อนไปย้อนมาให้สิ้นเปลืองพลังงานโลก และเสียเวลา

โดยใช่เหตุด้วยพาหนะคู่ใจของครอบครัวเราในวันนี้เลือกพี่เชฟ แทน น้องตี้เพราะ

คิดว่าคงต้องลุย ๆ  น้องตี้อาจจะบอบบางจนเกินไปหากต้องเกิดพายุฝนกระหน่ำ

ตามคำพยากรณ์อากาศของสำนักต่าง ๆ 

ถ้าถามว่า ส่วนใดของรถที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้มากที่สุด  แต่ละคนตอบแตก

ต่างกันไปแล้วแต่มุมมองหลากหลายความคิด แต่สำหรับฉัน ขอตอบอย่างไม่ลังเลว่า

ส่วนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ "ส่วนทีอยู่หลังพวงมาลัย"  นั่นก็คือ " คนขับ"

นั่นเองเพราะรถยนต์ทุกคันเป็นสิ่งที่ควบคุมด้วยคน การใส่ใจในส่วนต่าง ๆ ของ

รถอย่างสม่ำเสมอ และการระมัดระวัง "ไม่ให้ไปชนเขา" ไม่พอ ต้องระวังไม่ให้

"เขามาชนเราด้วย"และสิ่งสำคัญที่สุดของส่วนที่อยู่หลังพวงมาลัย ก็คือ "ความมั่นใจ

ความมีไหวพริบ  การตัดสินใจที่เฉียบขาด อยู่บนความไม่ประมาท"และแน่นอน

ความมั่นใจจะเกิดขึ้นได้นั้น ปัจจัยสำคัญคือ "เรากับรถของเรา จะต้องมีความรู้สึก

เป็นหนึ่งเดียวกัน" เลือกรถให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละครั้ง แต่ละทริป  สำหรับ

ฉันแล้ว การพุ่งทะยานออกถนนใหญ่ครั้งคราวใด จะรู้สึกตัวลีบแบน หรือรู้สึกสง่างาม

อยู่บนท้องถนน ขึ้นอยู่กับรถค่ะ ยามใดที่ขับน้องตี้ จะมีความรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิง

ตัวเล็ก ๆ ที่ต้องระมัดระวัง เหมือนคนตัวเตี้ยที่ต้องคอยชะเง้อมอง ยามที่จอดรถรอ

ยูเทิร์นขณะที่มีรถคันอื่นจอดบังไว้เพื่อรอยูเทิร์นเช่นกัน  ตรงกันข้ามกับ เมื่อฉันได้

นั่งอยู่หลังพวงมาลัยของพี่เชฟ ฉันรู้สึกว่าฉันมีความสง่างามเป็นผู้หญิงมั่น หุ่นดี

ที่ใคร ๆ ก็ต้องหันมามอง และฉันเองก็สามารถมองเห็นใครต่อใครได้อย่างผู้มีวิสัย

ทัศน์กว้างไกล 

และทุกทริป ทุกช่วงแห่งการเดินทางไปกับ Chevrolet ไม่ว่าจะขณะโลดแล่นอยู่บนถนน

ที่มีสภาพใด หรือขณะละเลียด ละเลง ชะลอจอดที่ลานจอดรถบนห้างใหญ่ ๆ  หรือแม้

แต่ที่ลานจอดรถกว้างของแหล่งท่องเที่ยว ฉันก็มักเจอเพื่อน เจอน้องเชฟ ได้ไม่ยากเลย

โดยเฉพาะรุ่นเดียวกัน และแน่นอน ทริปนี้ก็เช่นเดียวกัน 

-----------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ ๑ "The Venezia Hua Hin" (๒๘ กันย์ ๕๖)

การเที่ยวในจังหวัด ของตัวเอง เกิดจากความคิดที่ว่า เราควรทำความรู้จักกับ

แผ่นดินที่เราอาศัยอยู่ให้มากพอที่จะสามารถพูดคุยกับใคร ต่อใครได้ แม้ว่าจะ

ไม่ใช่บ้านเกิด แต่ก็มาอาศัยอยู่อาศัยกินหลายปี ดังนั้นเมื่อลูกชายสองคนปิดภาคเรีย

พร้อมกัน แม้ว่าคนเป็นแม่อย่างฉันยังคงมีภาระงานยุ่งเหยิงอยู่ ก็ตามเราวางแผนกัน

อย่างดีว่า เดินทางจากทับสะแกแต่เช้าตรู่ แบบสบาย ๆ ด้วยสมาชิกเดินทางเพียง 

๔ คน เท่านั้นต่างกับทริปอื่น ๆ อย่างน้อยต้อง ๗-๘ คน ทำให้พี่เชฟของเราไม่หนัก

หน่วงอะไรเลย ไปเที่ยวจากไกลเข้ามาใกล้ตามลำดับ ดังนั้น สถานีแรกของเราจึง

อยู่ที่สถานที่เที่ยวแห่งใหม่ที่หัวหินใกล้ชะอำ นั่นคือ"The Venezia Hua Hin"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"The Venezia HuaHin" ที่ได้สัมผัสในวันนี้ 28 กันยายน 2556 ยังไม่เสร็จสมบูรณ์นัก

ประเมินคร่าว ๆ น่าจะแล้วเสร็จ ประมาณร้อยละ 80 เท่านั้น แต่ความงดงามเริ่มฉายแวว

โดดเด่น  ถ้าจะให้สันนิษฐานคำว่า Venezia  น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับคำว่า  

เวนิสและจากการอ่านป้ายต่าง ๆ ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นผู้สร้างน่าจะตั้งใจให้ The Venezia 

HuaHin เป็น เวนิสเมืองไทย 

นอกจากนายแบบหนุ่มน้อย 2 คน ที่ฉันควงซ้ายควงขวา อยู่เป็นประจำกับทุกการท่อง

เที่ยวแล้ววันนี้เรายังมี นางแบบสาวสวย   เดินทางไปกับเราด้วยค่ะ ทำให้การถ่ายภาพ

เต็มไปด้วยสีสันสอดรับกันอย่างเหมาะเจาะกับสีสันของสถานที่สไตล์อิตาลีเวนิส  

เมืองไทยในวันนี้ ถ้าใครเคยไป Palio Khaoyai มาหล่ะก็จะเห็นได้ว่า คล้ายกันมาก

แต่อะไร ๆ ก็แล้วแต่หากทำทีหลังเขา ก็ต้องปรับปรุงให้ดีกว่าเขาดังนั้น ณ วันนี้ "The

Venezia HuaHin"จึงให้ความเพลิดกับครอบครัวของฉันได้มากกว่า Palio Khaoyai

แน่นอนค่ะ อีกทั้งระยะทางใกล้บ้านมากกว่ากันเยอะ

 

อาคารด้านหน้าติดถนนใหญ่ สวยงามมากค่ะ อลังการแม้แต่พื้นที่ปูด้วยลวดลายการ

ออกแบบหลายหลากสีสร้างความสดชื่่นด้วยน้ำพุ ที่มีลานกว้างโดยรอบ ทำให้ผู้คน

มากมายเดินขวักไขว่เพราะจุดนี้เป็นจุดที่สามารถมองเห็นตัวอาคาร เหลื่อมล้ำ หลาก

สีสันได้อย่างเกือบจะทั่วถึง

และนี่คือส่วนหนึ่งของอาคารหลากสีสัน ถ้าใครโปรดปรานเรื่องการถ่ายรูปหละก็ รับรอง

ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ 

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 ตอนที่ ๒ "โปรดปราณ ถนนคนเดินปราณบุรี" (๒๘ กันย์ ๕๖) 

ทริปนี้ เป็นทริปแห่งการเก็บภาพสวย สมาชิกทุกคน ไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหารการกิน

มากนัก พี่เชฟของเราก็อึดสมใจอยู่แล้ว แวะปั้มเพียงครั้งเดียวก็เดินทางได้โดยไม่ต้อง

กังวลออกจาก "TheVenezia HuaHin" ประมาณ ห้าโมงเย็น แวะทานอาหารกันที่ร้าน

อาหารป่า ไม่ห่างจากโรงพยาบาลหัวหินมากนัก ใช้เวลาทานอาหารไม่กี่นาที เพราะ

สถานีต่อไปของเรา คือ "ถนนคนเดินปราณบุรี" ทั้ง ๆ ทีไม่ใช่ครั้งแรกกับที่แห่งนี้ แต่ก็ตื่่น

เต้นเพราะอยู่ในโหมดแห่งการ เห่อกล้องถ่ายรูปตัวใหม่  เจออะไรเป็นต้องโฟกัส และ

ภาพที่ได้ก็สวยได้ดั่งใจจริง ๆ 

บ้านหลังนี้เขาเขียนป้ายว่า "พิพิธภัณฑ์บ้านครู" ค่ะ เจ้าของร้านคงจะเป็นครูมาก่อน

ผู้ที่ร้องเพลงก็น่าจะอายุรุ่น ๆ คุณรวงทอง  แต่ก็ร้องเพลงได้ไพเราะ  ฉันอดที่จะหยุด

ฟังไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อฃได้ยินเสียงเพลงของสุนทราภรณ์ นับเป็นการสร้างความ

เพลิดเพลินให้กับผู้คน แห่งถนนคนเดินได้ไม่น้อย

เดินไปกลาง ๆ ถนนสายนี้ อยากจะคลิกไลท์ให้กับบ้านหลังหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร

จึงสอบถามทำให้ทราบว่า เป็นร้านขายโปสการ์ด  และเสื้อยืด พวกเราจึงอุดหนุน

โปสการ์ด แม่ค้าเชิญชวนให้ถ่ายรูปได้ตามสบาย  ไม่รอช้า ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง

โพสท่า กดชัตเตอร์กันมือระวิง

ถนนคนเดินปราณบุรี นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำ ณ วันนี้ ผู้คนที่เดินขวักไขว่ส่วนมาก

เป็นคนในพื้นที่เสียมากกว่าประเภทออกมาหาอาหารอร่อย ๆ และซื้อของกระจุก กระจิก

ต่างจากเมื่อครั้งเปิดใหม่ ๆ ตอนนั้นจะถ่ายรูปสักรูปก็ต้องรอแล้วรออีก  

--------------------------------------------------------------------------------------

ตอนที่ ๓ "ตราจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ ถ้ำพระยานคร" (๒๙ กันย์ ๕๖) 

เช้าวันที่ ๒๙ กันยายน วันนี้นี่เองที่ พี่เชฟ ของเราจะได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ หลังจากเที่ยว

ในตัวเมือง สบาย ๆ คราวนี้จะได้โลดโผน กระโจนทะยานออกนอกเมืองกันบ้าง ตื่นเต้น

กันถ้วนหน้า หลังจากหลงทางอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจถามตำรวจท่องเที่ยว ได้รับคำอธิบาย

ด้วยดี แต่ก็ยังคงหลงทางอยู่ดี ตัดสินใจพุ่งทะยานไปตามที่ปรากฏบนเครื่องมือนำทาง

จึงเป็นผลสำเร็จ การเดินทางก็มิได้โลดโผนแต่ประการใด แต่ก็ตัดสินใจถูกต้องแล้วที่

เลือกพี่เชฟแทนน้องตี้ เนื่องจาก ถนนบางช่วงไม่ดี อาจทำให้สเกิร์ตหน้าของน้องตี้

ครูดกับถนนจนพังได้  และมีถนนบางช่วงเป็นทางขาด  ผู้รับผิดชอบกำลังซ่อมสะพาน

และน้ำใต้สะพานเชี่ยวมาก 

เมื่อถึงจุดหมาย จุดที่พี่เชฟของเราไม่สามารถตะลุยต่อไปได้อีก เรามองหาที่จอด

พี่เชฟที่คิดว่าดีที่สุด เพราะเราต้องทิ้งพี่เชฟไว้ที่นี่ เพื่อลงเรือ ลูก ๆ มองลำเรือไปจาก

ชายฝั่งแล้ว รู้สึกกล้า ๆ กลัว เพราะเรือที่เห็นเบื้องหน้า มีลำเล็กเพียงนิดเดียว แต่เมื่อ

เดินเข้าไปใกล้ ภาพเรือลำเล็กที่ปรากฏข้างหน้า กลับมีรู้สึกว่า "ใหญ่ ยาว สามเท่า

ตัวจริง ๆ "  ไม่เชื่อพิสูจน์ได้ค่ะ อยากบอกให้ทราบว่า อันที่จริงแล้ว ทางเดินไปถ้ำ

พระยานครก็มีนะคะ ไม่ต้องลงเรืออ้อมเขา หากไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินค่าเหมาเรือ

แต่ระยะทางในการปีนเขา ต้องใช้เวลาและใช้แรงกายอย่างหนักหน่วงเลยหละค่ะ

หลังจากติดต่อตกลงราคา "เรือนำเที่ยวแล้ว" ด้วยราคาเหมาลำ ๑,๐๐๐ บาท กับการ

นั่งเรือเที่ยว ๓ จุด ได้แก่ เกาะเจ้าแม่นมสาว   หมู่บ้านชาวประมง  และถ้าพระยา

นคร ไป-กลับ ซึ่งเจ้าของเรือบอกว่า เป็นราคามาตรฐานที่ทางอุทยานเขากำหนดไว้  

นอกจากนี้แล้วเราจะต้องซื้อบัตรสำหรับเข้าชมอุทยานอีก คนละ ๔๐ บาทสำหรับผู้ใหญ่

และ ๓๐ บาท สำหรับนักเรียนนักศึกษา 

หลังจากเรือลำใหญ่พาพวกเราวอ้อมไปทางเกาะเจ้าแม่นมสาวเพื่อบูชาเจ้าแม่แล้ว

ฉันสอบถามมัคคุเทศก์ประจำเรือ(คนขับเรือ) ว่าผู้มาบูชาเจ้าแม่ส่วนใหญ่ขออะไร

กับเจ้าแม่ ก็ได้รับคำตอบว่า ขอได้ทุกอย่าง เวลาแก้บน สิ่งของที่นำมาแก้บนส่วน

ใหญ่คือ "เสื้อยกทรง" ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้ เจ้าแม่นมสาว น่าจะมีสถิติเป็นผู้ที่มีเสื้อ

ยกทรงมากที่สุด ก็ได้ค่ะ เพราะมีนับพัน ๆ ตัว

ภาพเบื้องหลังโน่น ที่เห็นเป็นเกาะสองเกาะนั่่นแหละค่ะ ที่เรือจะพาเราอ้อมไป เพื่อไป

เยี่ยมเยือนหมู่บ้านชาวประมงค่ะ คงใช้ทักษะชีวิตตัดสินใจบอกตัวเองได้ไม่ยากนะคะ

ว่าเกาะลูกใดคือ "เกาะเจ้าแม่นมสาว" 

พวกเรารู้สึกสดชื่นมาก ๆ กับการนั่งเรือชมทิวทัศน์สองข้างทางท่ามกลางน้ำเขียวใส  

สวยงามมากค่ะ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า "อันตัวข้าพเจ้านี้่ เสมือนใกล้เกลือกินด่าง"

มีของดีอยู่ใกล้บ้านแท้ ๆ กลับไปหลงใหลได้ปลื้มแดนไกลทางฝั่งอันดามัน

ไม่ว่าจะเป็น กระบี่ พังงา ภูเก็ต เกาะสมุย จริง ๆ แล้วประจวบคีรีขันธ์ของเรา

เองก็งดงามสมดังคำขวัญที่ว่า "เมืองทองเนี้อเก้า มะพร้าว สับปะรด สวยสดหาด

เขาถ้ำ  งามล้ำน้ำใจ" วันนี้เป็นวันที่โชคดีมาก ๆท้องฟ้าสดใสไร้เมฆครึ้มแต่ก็ใช่ว่า

จะมีแดดอากาศกำลังสบาย ๆ พอดี  พอเพียงจริง ๆ 

หลังจากสักการะเจ้าแม่นมสาวและเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวประมงแล้ว เรือก็พาเรา

มุ่งตรงไปยังถ้ำพระยานครค่ะ ซึ่งเมื่อขึ้นจากเรือแล้วก็จะต้องเดินเท้าค่ะ สิ่งที่ต้อง

เตรียมคือ น้ำเปล่าขวดเล็ก ๆ พยายามทำตัวเองให้เบาที่สุด ไม่ต้องหอบหิ้วอะไร

ไปเลยเป็นดีที่สุดค่ะ

 

ระหว่างป้ายแรกคือป้าย อุทยาน กับป้ายที่สอง เป็นป้ายบอกระยะทาง มีช่วงห่าง

กันพอสมควรแต่ทางเดินร่มรื่นด้วยร่มไม้จึงไม่รู้สึกเหนื่อย แต่หลังจากนี้ไปสิคะ

ต้องเดินไปตามเส้นทางที่สูง ๆ ต่ำ ๆ ตะปุ่มตะป่ำ บางช่วงก็สูงชันพอสมควร

มีป้ายเตือนด้วยนะคะว่า ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรใช้วิจารณญาณ

ในการที่จะเดินทางต่อ

นี่คือเส้นทางแห่งการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกาย ผลลัพธ์ที่ได้คือความ

สวยงาม ความประทับใจที่รออยู่เบื้องหน้า ไหวไหมกับทางแบบนี้ ๔๓๐ เมตร

จุด ๒๐๐ เมตร จะเป็นจุดชมวิวค่ะ ซึ่งทุกคนจะต้องแวะพัก แวะหายใจทาง

ปากบ้างก็ถ่ายรูปลงมาเบื้องล่าง เพราะสามารถมองเห็นชายหาดที่เราเดินผ่าน

มาบางคนก็พักยาว ไม่สามารถไปต่อได้ อาจจะนั่งรอเพื่อน ๆ ที่ยังสู้ไหว ส่วนคนที่

สู้ไหวจริง ๆ ก็จะได้รับรางวัลด้วยภาพงาม ๆ เป็นสิ่งตอบแทน พร้อมกับความ

ภูมิใจ พูดอวดใครต่อใครได้ด้วยความภาคภูมิ

ถ้ำพระยานคร เป็นถ้ำมีพลับพลาที่ประทับสวยเมื่อต้องแสงตะวัน ประวัติแต่โบราณ

ได้ชื่อนี้เพราะเจ้าพระยานครเป็นผู้ค้นพบ คราร่วมเสด็จประพาสในรัชกาลที่ ๕

ต่อมาพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ก็ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ใครจะเชื่อ

ว่ายาม พระอาทิตย์ส่อง แสงผ่านปล่องเขาพลับพลาที่ประทับเรืองรอง

งดงามยิ่งกว่าใช้ไฟดวงใด ตามประวัติเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ ๑ เจ้าพระยานคร

ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด และเกิดพายุ

ใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็น

เวลาหลายวันและได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่ม เรียกว่า"บ่อพระยานคร""ถ้ำพระยานคร"

เป็นถ้ำขนาดใหญ่บนเพดานถ้ำมีปล่องให้แสงสว่างลอดเข้ามาได้ จุดเด่นของ

ถ้ำแห่งนี้ คือ"พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์"

"พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์"เป็นพลับพลา แบบจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 คราวเสด็จ

ประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2433 เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอ พระองค์

เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างขึ้นในกรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบทีหลังโดยให้พระยาชล

ยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมายก

ช่อฟ้าด้วยพระองค์เอง ที่กำแพงหินด้านขวามีพระปรมาภิไธยย่อในรัชกาลที่ 5 และ

รัชกาลที่ 7 เป็นตัวหนังสือใหญ่สีขาวสะดุดตา  พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์นับเป็นจุดเด่น

ของถ้ำพระยานคร และเป็นตราประจำ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน

-------------------------------------------------------------------------

 

ขากลับ...ฝนตกหนักมาก ชนิดมองทางไม่ค่อยเห็น กว่าจะออกถนนเพชรเกษมได้

ก็ใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็น แต่พี่เชฟของเราก็สามารถพาพวกเราโลดแล่น

ไปได้อย่างไม่ติดขัด ไม่นานนัก ก็พบว่าเรากำลังนั่งรออาหารอยู่ที่ร้านอาหาร

แห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านคลองวาฬ จะด้วยความหิว หรืออาหารอร่อยจริง ๆ ก็มิอาจ

พิสูจน์ได้ สัมผัสได้แต่เพียงว่า ข้าวทุกเม็ด อาหารทุกจาน อร่อยและหมดไปใน

พริบตาค่ะ ไม่มีแรงจะถ่ายรูปด้วยค่ะ พออิ่มท้อง ก็มีแรงเดินทางกันต่อ และก็ยัง

พอจะมีเวลา ที่จะปันใจ แวะจุดพักรถใกล้บ้าน นั่งลิ้มละเลียดเครื่องดื่มตามใจ

ชอบของแต่ละคน ที่แบลคแคนยอน แบบชุ่มฉ่ำในดวงใจจริง ๆ ค่ะ 

ถึงตรงนี้ นับว่าทริปนี้ บรรลุตามจุดประสงค์ที่วางไว้ นั่นคือ การพาลูก ๆ มารู้จัก

มาเรียนรู้นอกห้องเรียน เรื่อง "ตราประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์" ซึ่งลูก ๆ เห็น

จากปกสมุดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การได้เรียนรู้แบบนี้ เชื่อว่าลูก ๆ คงจดจำไปนาน

แสนนาน และที่สำคัญสามารถเล่าเรื่องราวของจังหวัดตัวเองได้

ขอขอบคุณ Chevrolet ที่สร้างพาหนะคู่ใจ ที่แสนสบาย ขับขี่ด้วยความมั่นใจ ปลอดภัย

ทุกเส้นทาง สมกับสโลแกน Chevrolet for life's journey  Chevrolet เติบโตเคียง

ข้างคุณ และทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องรถ เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการดูแลรถ

การขับรถ ฉันก็จะแวะไปที่นี่ค่ะ Chevrolet Thailand คุณแวะไปหรือยัง

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
nongkoy วันที่ : 05/04/2015 เวลา : 12.55 น.
http://www.chaichana.net/
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

แวะมาชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เมื่อคิดถึงกัน วันที่ : 09/10/2013 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vrfam

ดีจังมีไกด์พาเที่ยวก่อนลุยเอง...ขอบคุณนะคะสำหรับข้อมูลดีๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ณจันทร์ วันที่ : 09/10/2013 เวลา : 05.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nana-nalanjun
ณ จันทร์ <<นานา ณ ลานจันทร์ บ้านบวกสวนและการท่องเที่ยว>>

สวัสดีค่ะคุณหวานหวาน ขอบพระคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยมเยือน
มีความสุขเสมอ ๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ณจันทร์ วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nana-nalanjun
ณ จันทร์ <<นานา ณ ลานจันทร์ บ้านบวกสวนและการท่องเที่ยว>>

@สุกรวดี
ขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
สำหรับสนามแห่งนี้แล้ว ณ จันทร์ มื่อใหม่หัดขับค่ะ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเจ้าคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หวานหวาน วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong


สวัสดีค่ะคุณณจันทร์
สวัสดีค่ะพี่หมูและท่านพญาสุขุมด้วยค่ะ

คุณณจันทร์ พาเที่ยวสนุกมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สุกรวดี วันที่ : 08/10/2013 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

สวัสดีค่ะ
หายไปนานๆ มียากันปลวกหรือเปล่าคะ?


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ณจันทร์ วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nana-nalanjun
ณ จันทร์ <<นานา ณ ลานจันทร์ บ้านบวกสวนและการท่องเที่ยว>>

ขอบพระคุณค่ะอาจารย์ "พญาสุขุม "

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 05/10/2013 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak


ดีใจที่ทราบว่าครูอิงมาเขียนบล็อกในโอเคเนชั่นด้วย
ยินดีต้อนรับครับผม
ที่นี่ดินแดนแห่งมิตรภาพของแท้ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน