*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1244374
  • จำนวนผู้โหวต : 1261
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1261 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2550
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 806 , 10:56:37 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทที่ 1 ต้นสายน้ำผึ้ง กับ บันทึกปริศนา

          หากจะมีใครสังเกตุบ้าง ก็จะเห็นเด็กชายรูปร่างผอมบาง ผมหยิก ตาสีดำสดใสคนหนึ่งนั่งเล่นอยู่คนเดียวที่มุมถนนในหมู่บ้านเล็กๆ ถนนเส้นนั้นจะทอดไปทางไหน เด็กน้อยผู้นั้นก็มิอาจรู้ได้ ผู้คนเดินที่ผ่านมานานๆครั้ง ไม่มีใครแม้สักคนจะเหลือบชายตามองเด็กชายนั้น ก่อนออกเดินทาง เด็กชายรับข้าวเหนียว หมูย่าง กับน้ำดื่มขวดนึงมาจากพ่อของเขา แต่นั่นก็นานกว่าสามชั่วโมงแล้วที่เขาเดินทางมาถึงที่นี่ พ่อเขาป่วยกระสาะกระแสะมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่แม่จากไป เมื่อไม่มีแม่คอยดูแล ทั้งเขาและพ่อจึงต้องช่วยตัวเองในเรื่องการกินการอยู่ในบ้าน ทุกเช้าพ่อจะออกไปร้าน ในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ลืมเตรียมข้าวเหนียวปั้นไว้ให้เขา ตอนที่เขายังเล็กกว่านี้หน่อย เด็กชายจะช่วยพ่อตักน้ำจากบ่อในหมู่บ้านมาเติมในถังเก็บน้ำที่บ้านวันละสองเที่ยว คือในตอนเช้ากับตอนเย็น

          บ่อน้ำในหมู่บ้านนี้ พ่อเล่าว่ามีมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่าตายายของพ่อ มันเก่าและลึกมาก คนในหมู่บ้านได้อาศัยบ่อน้ำนี้หล่อเลี้ยงดำรงชีวิตมาหลายชั่วอายุคนแล้ว รอบๆบ่อจะเป็นลานกว้างๆ เด็กๆมักจะชอบไปวิ่งเล่นกันตอนเย็นๆ ที่ขาดไม่ได้คือ เด็กทุกคน จะต้องไปตะโกนบอกความปรารถนาของตัวเองลงไปในบ่อ ใครตะโกนดังมาก จะมีโอกาสสมหวังมาก นั่นก็เป็นความคิดแบบเด็กๆ พ่อบอกว่าเกมส์นี้มีเล่นกันมานานแล้ว ที่จริงคงเป็นอุบายที่พวกผู้ใหญ่ใช้เพื่อให้เด็กๆได้ฝึกคิดหาเป้าหมายในชีวิต เพื่อที่จะได้ไขว่คว้าหามันต่อไป ถึงเด็กๆจะรู้ว่าการตะโกนลงไปในบ่อน้ำแล้วจะได้สิ่งที่ปรารถนา เป็นเรื่องหลอกๆ แต่ทุกคนก็รู้สึกสนุกทุกทีที่ได้ตะโกนลงไป ยิ่งเสียงสะท้อนกลับมาดังเท่าไหร่ เด็กๆยิ่งชอบ

         ก่อนวันปีใหม่ หลังจากตักน้ำขึ้นมาจากบ่อแล้ว เด็กชายนั่งลงและคิดถึงใบหน้าที่สวยงามและใจดีของแม่ คิดถึงอ้อมกอดและจูบที่แม่เคยให้ เขายังสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆของเส้นผมสีดำขลับของแม่ เมื่อตอนสาวๆ แม่เป็นคนสวยที่สุดในหมู่บ้าน ใครๆก็อดไม่ได้ที่จะรักแม่ เพราะแม่มีน้ำใจกับคนอื่นอยู่เสมอ แม้จะช่วยใครเรื่องเงินทองไม่ได้ แต่แม่ก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะไปช่วยงานต่างๆ ของหมู่บ้าน รอยยิ้มของแม่ทำให้ผู้คนที่พบเห็นมีความสุข เด็กๆในหมู่บ้านชอบแม่ของเขามาก เพราะแม่ชอบเล่านิทานให้เด็กๆฟังอย่างสนุกสนาน แม่มีความสามารถพิเศษหลายอย่าง แม่ทำเสียงได้หลายเสียง ทั้งเสียงคนและเสียงสัตว์ เด็กๆชอบกันมาก ถ้ามีแม่ในงานรื่นเริงของหมู่บ้าน ทุกคนจะสบายใจได้ว่าเด็กๆจะไม่ไปวิ่งเล่นที่ไหนไกลๆ แต่จะมาห้อมล้อมอยู่ในซุ้มเล่านิทานของแม่นั่นเอง แม่มีน้ำเสียงที่ไพเราะ เวลาแม่ร้องเพลงในบ้าน พ่อจะหยุดฟังด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้มเสมอๆ และถ้าเป็นวันที่พ่อใจดีมากๆ พ่อจะอนุญาติให้เขาไปวิ่งเล่นที่บ่อน้ำกับเพื่อนๆได้นานเป็นพิเศษ บางครั้งขณะที่เขากำลังใส่รองเท้าอยู่นั้น เขาเคยเห็นพ่อเดินไปใกล้ๆแม่ กอดแม่และทั้งคู่ก็ยิ้มให้แก่กัน ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งตื๋อออกจากบ้านไป

          เด็กชายนั่งอยู่ที่มุมถนนนานแค่ไหนแล้วนะ เขามองไปยังท้องฟ้า พระอาทิตย์สาดแสงกล้าขึ้นทุกที จนเขาต้องหรี่ตา และเอามือป้องไว้ คงจะใกล้เที่ยงเข้าไปทุกทีแล้ว คงต้องออกเดินทางต่อละ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน  พ่อสั่งไว้ว่างัยนะ อ้อ ให้มองหาบ้านที่มีต้นสายน้ำผึ้งหน้าบ้าน ไปพบกับเพื่อนเก่าแก่ของแม่คนหนึ่ง เอ่ ไหนว่าอยู่ไม่ห่างจากทางแยกที่เค้านั่งอยู่แต่ทำไมมองไม่เห็นสักต้น ว่าแล้วเขาก็ลุกขึนปัดฝุ่นออกจากตัว เขาไม่ทันสังเกตุในตอนแรกว่ามีทางแยกสองทางข้างหน้า พ่อเคยสอนว่าเมื่อใดที่ต้องเลือกทางเดิน จงเลือกทางที่เห็นว่าดีที่สุด เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ต้องเสียใจในภายหลัง ในตอนนี้ เขาต้องการจะไปหาบ้านที่มีต้นสายน้ำผึ้ง เพื่อจะได้พบเพื่อนเก่าของแม่ที่แม่ฝากบันทึกไว้ พ่อบอกว่าเขาจะสามารถใช้บันทึกของแม่เพื่อชีวิตที่ดีกว่าได้ พ่อมักจะทำตามคำแนะนำของแม่เสมอๆ แต่แม่ก็เชื่อฟังคำพูดของพ่อด้วยเช่นกัน

         เขายิ้มให้กับตัวเองก่อนที่จะเอาแขนเสื้อปาดเหงื่อที่หน้าผากแล้วเริ่มก้าวขาเดินออกไป เพื่อมองหาต้นสายน้ำผึ้งเสียก่อน ไม่มีต้นไม้ไหนที่น่าจะใช่ต้นสายน้ำผึ้งเลย ที่จริงเขาก็ไม่เคยได้ยินหรือเห็นต้นไม้ชนิดนี้มาก่อน เพียงแม่บอกอะไร เขาก็จะเชื่อโดยสนิทใจ คิดเอาเองว่าแม่ต้องถูกเสมอ ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนี่นา แต่ถ้าไม่มีใครรู้จักล่ะ อืมม ต้องมีสิ อย่างน้อยก็เพื่อนของแม่คนที่แม่ให้มาหาไง และเจ้าต้นสายน้ำผึ้งนี้ น่าจะเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่นะ

          เขาตัดสินใจเดินไปทาง บ้านที่มีคนนั่งอยู่หน้าบ้าน ซึ่งก็ไม่ไกลจากที่ที่เขานั่งพักนัก รู้สึกว่าลืมอะไรบางอย่าง อ้อ ขวดน้ำนั่นเอง เขาหมุนตัวกลับไปคว้าขวดน้ำขึ้นมาเปิดฝาดื่ม อ้าวหมดไปตั้งแต่เมื่อไหร่นะ สงสัยว่าเขาคงจะจิบน้ำเรื่อยๆตอนที่นั่งอยู่จนหมดโดยไม่รู้ตัว อืมม น้ำเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการจริงๆ นี่เขาดื่มจนหมดไปก็ยังไม่รู้ตัวเลย คงต้องไปขอน้ำจากบ้านนี้แล้วละ หวังว่าจะเจอคนใจดีนะ

          “สวัสดีครับคุณป้า” เขายกมือไหว้ และรีบเอ่ยทักทายก่อน แม่สอนไว้ว่าให้นอบน้อมต่อผู้ใหญ่ แล้วเราจะได้รับความเมตตาตอบแทน ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา
          “สวัสดีครับ ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ” เขาถามต่อทันที
          “ใครน่ะ มีอะไรหรือ มาจากไหนละนี่ แป๊บนะ” เสียงนุ่มนวลน่าฟังจากคุณป้าที่นั่งอยู่ตอบกลับมา เธอก็หันไปหยิบแว่นสายตาขึ้นมาใส่
         “ผมเดินทางมาจากอีกหมู่บ้านนึงนะครับ มาตามหาคนที่อยู่แถวนี้ละครับ บ้านเค้ามีต้นสายน้ำผึ้งอยู่หน้าบ้านน่ะครับ คุณป้าพอจะบอกทางให้ผมได้ไหมครับ”
         “หืออ เราว่าอะไรนะ ต้นอะไร” หญิงวัยกลางคนถามกลับมา 
         “ต้นสายน้ำผึ้งครับ” เขารีบตอบ แล้วก้ปาดเหงื่อที่หน้าผากไปด้วย
         “ฉันไม่ได้ยินมานานแล้ว ชื่อนี้ มีคนเดียวเท่านั้นที่ฉันรู้จักที่จะเรียกต้นหางนกยูงว่าต้นสายน้ำผึ้ง”
         “คุณป้ารู้จักหรือครับ” 
         “ก็รู้จักทั้งคน ทั้งต้นไม้น่ะแหละจ้ะ” คุณป้าคนนั้น ยิ้มอย่างใจดี ว๊าวว ดีใจจัง เขาคิดคงจะไม่ผิดหวังละวันนี้ อุตส่าห์ตะโกนลงไปในบ่อน้ำหมู่บ้านแล้ว ว่าขอให้ตามหาบันทึกของแม่พบ จะได้รู้ว่าสมบัติมีค่าอะไรกันที่แม่เก็บไว้ให้
          “มานั่งสิจ๊ะ หนูจะได้คุยกันถนัดๆหน่อย กินน้ำกินท่าซะหน่อยสิ รอเดี๋ยวนะ” เขาเดินเข้าไปนั่งพับเพียบเรียบร้อย ข้างหน้าที่คุณป้าผู้ใจดีนั่งเมื่อสักครู่ รอน้ำเย็นอย่างใจจดใจจ่อ เพราะรู้สึกกระหายมากยิ่งขึ้น คงจะเพราะตื่นเต้นที่ได้เจอคนรู้จักแม่ จะได้คุยเรื่องแม่ตอนสาวๆ ฮิฮิ

          เขารับน้ำมาดื่มจนหมดแก้ว แล้วชวนคุยต่อว่า
         “คุณป้ารู้จักแม่ผมได้ยังไงครับ อยู่กันละหมู่บ้านเลยครับ”
        “ยังไม่ทันไร ก็จ้อเลยนะจ๊ะ แม่เราน่ะ เขาช่างเจรจาอย่างนี้ละ ไหนเราน่ะอายุเท่าไหร่แล้ว พ่อเราเขาสบายดีไหม”
        “พ่อผมสบายพอควรครับ ตั้งแต่แม่เสีย พ่อก็ดูเศร้าไปน่ะครับ ส่วนผมปีนี้จะครบ 13 ปีแล้วครับ” 
        “เวลาช่างผ่านไปเร็วอะไรอย่างนี้ ฉันไม่ได้พบแม่เธอ นานหลายปีแล้ว เคยไปเยี่ยมที่บ้านตอนที่ไม่สบายอยู่ครั้งสองครั้ง ตอนนั้นฉันยังมีคนพอที่จะพาไปไหนมาไหนได้ พอเขาตายไปฉันก็อยู่คนเดียวอย่างนี้ เลยไม่ได้ไปไหน แต่ก็มีคนผ่านมาเยี่ยมเยียน ไม่ขาด”
         “ใกล้เที่ยงแล้ว มาทานข้าวด้วยกันก่อน”
         “ครับ ขอบพระคุณ คุณป้ามากครับ” เด็กชายรีบขอบคุณเพราะเขาก็รู้สึกว่าตาชักจะลายแล้วเหมือนกัน
         หลังจากอิ่มหนำสำราญ สองคนก็นั่งสนทนาเรื่องเกี่ยวกับแม่ของเด็กชายเสียเพลิน จนกระทั่งเด็กชายนึกขึ้นมาได้ว่า เค้าต้องตามหาคนที่มีต้นสายน้ำผึ้ง เอ้ย ต้นหางนกยูงอยู่หน้าบ้าน
         คุณป้าบอกว่า “บ้านป้าน่ะเคยมีต้นหางนกยูง แต่ว่ามันอยู่ในเขตบ้านข้างๆ เขาก็มาตัดทิ้งไปเสียสองปีแล้ว เห็นว่าจะมาสร้างสนามบินนานาชาติ เอ้อ ไม่ใช่สิ สร้างบ้านจัดสรรน่ะ แต่ไมเห็นมาทำอะไรเลย”
        “คุณป้า มีอารมณ์ขันดีนะครับ งั้นแสดงว่าผมได้พบคนที่ผมต้องมาพบแล้วสิครับ ขอถามต่อเลยนะครับว่า คุณแม่ได้ฝากบันทึกอะไรไว้กับคุณป้าใช่ไหมครับ”
         “อืมม มันไม่ใช่บันทึกของแม่เธอหรอกนะจ๊ะ ที่จริงมันเป็นสิ่งที่เราค้นพบด้วยกัน เลยทำบันทึกเอาไว้ ก่อนเขาจะตัดต้นหางนกยูงทิ้งนั่น ฉันก็ยังนึกถึงบันทึกเล่มนั้นอยู่เลย เราเคยไปนั่งเล่นด้วยกันที่นั่น” แล้วคุณป้าก็นั่งหลับตา เหมือนจะรำลึกถึงอะไรบางอย่าง 
         “ถ้าเธอจะมาเอาบันทึกไปอย่างเดียว ฉันว่าเธอจะไม่ได้ประโยชน์อะไรนัก แต่ถ้าเธอจะทำอย่างที่ฉันจะบอกต่อไปนี้ เธอจะได้สิ่งที่แม่เธออยากให้เธออย่างแน่นอน”
         “ผมเองก็ยังไม่ทราบครับว่า แม่ทิ้งสมบัติอะไรไว้ให้ผม พอพ่อเล่าเรื่องที่แม่สั่งไว้ ผมก็ตั้งใจมาหาคุณป้าทันทีเลยครับ” 
         “คนมักหลงทาง ใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่า” คุณป้าเริ่มเล็กเชอร์ เด็กชายอยากจะยกมือเกาหัว แต่ก็เกรงใจ จึงนั่งนิ่งอยู่
        “ป้ากับแม่ของเธอโตขึ้นมาด้วยกัน เรียนหนังสือด้วยกัน เล่นด้วยกัน ความขี้สงสัย ช่างเจรจาของเราทำให้เราได้รับความรู้นอกตำรามากมาย จากการอ่านหนังสือ การศึกษาและพูดคุยกับผู้รู้ การถกเถียง เราเอาชีวิตคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาสังเคราะห์ สิ่งหนึ่งที่เราพยายามอย่างมากในการทำความเข้าใจก็คือ ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานี่ละ แล้วเราก็ได้ข้อสรุปบางอย่างที่คิดว่ามีประโยชน์กับใครก็ตามที่เข้าใจและนำไปใช้ เธอพอจะมองเห็นไหมที่พูดมานี้”
         “ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอ่ะครับ แต่กำลังพยายามคิดตามอยู่ครับ”
         “ถ้าเธอคิดตาม อย่างเดียว เธอไม่กลัวลืมรึ”
         “อืมม นั่น่ะสิครับ ผมน่าจะทำบันทึกบ้างนะครับ”
         “เธอเริ่มมาถูกทางแล้วนะ อ้ะ เดี๋ยวฉันไปหยิบ สโม๊ดหนุด สมุดโน้ต กะ ดินสอ มาให้เธอก็แล้วกัน” 
         ฮิฮิ คุณป้า นี่วัยรุ่นจริงๆเลย



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
รถเมล์ไทย ( guest ! ) วันที่ : 17/02/2007 เวลา : 18.50 น.

คุณทิงนองนอย บอกว่าไม่ชอบเผด็จการทหาร แต่ชอบเผด็จการเบ็ดเสร็จแบบทักษิณ ขำว่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
crab on the rock ( guest ! ) วันที่ : 17/02/2007 เวลา : 18.48 น.

To Ting
if u have the ability to express alot why don't do some of your own and see how much attention u gain. interesting isn't it?

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
narunta วันที่ : 17/02/2007 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narunta

พหุสังคมที่มีความแตกต่างทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม บางทีข้อคิดเห็นกับข้อเท็จจริงมันก็แตกต่างกัน ทุกคนมีสิทธิที่จะคิดไปได้ต่างๆนาๆ แต่เราก็ต้องมาดูถึงเหตุและผลว่าความเป็นจริงเป็นอย่างไร ไม่มีใครถูกไปซะทุกอย่างและไม่มีใครผิดไปซะทุกเรื่อง ความเห็นที่แตกต่างก็ไม่ใช่ความต่างที่แปลกแยกนะครับ แต่เราก็ต้องเคารพความคิดเห็นของกันและกัน ขอความสมานฉันท์จงมีแด่ทุกๆท่านด้วยเทอญ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 17/02/2007 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

ขอบคุณสำหรับกำลังใจจากคุณarm และคุณบลูฮิลล์ (เรียกตามนามปากกาดีกว่านะคะ อิอิ)
กำลังใจเต็มเปี่ยมค่ะ ขอเพียงแค่ได้ทำประโยชน์บ้างในนาทีนี้ ก็พอใจแล้ว อุปสรรคก็คือ ยากระตุ้น ให้เรายิ่งทำให้ดีกว่าเดิม พยายามจะชูเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำมาใช้กับแนวคิดแบบคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตด้วย
ก็หวังว่าบทความชุดนี้จะแพร่หลายและเข้าถึงคนหมู่มากได้ต่อไป มีอะไรที่จะติติงไม่ต้องเกรงใจค่ะ จะได้แก้ไขให้เหมาะสมต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 17/02/2007 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณปิรันย่าครับ ทราบข่าวมาว่า ทางwebmaster กำล้งเร่งปรับปรุงระบบอยู่ครับ เร็ว ๆ นี้คงมีอะไรใหม่ ๆ ออกมาแก้ไข อย่าเพิ่งท้อนะครับ นึกเสียว่า คนดีมักถูกคนกลั่นแกล้ง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
arm ( guest ! ) วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 17.15 น.

ขอเป็นกำลังใจ
ให้เจ้าของบทความ

จะลองแจ้งผู้ดูแลระบบหน่อยมั๊ยครับ



ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ท่านขุน ( guest ! ) วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 14.18 น.

ไม่ได้สร้างสรรค์
ก้อโปรดอย่าทำลาย
ไม่ชอบใจ
ก้อ อย่า (เจือก) เข้ามาโพส
55555555

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ทิงนองนอย ( guest ! ) วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 13.24 น.


ตาหานโจร กรูไม่ยอมรับอ่ะ

เด๋วมีตามอีกเยอะ เหอๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

ฝากถึง คุณทิงนองนอย ว่าน่าจะไปเปิดบล็อกของคุณเองนะ มาโพสปะปนอย่างนี้ แถมยังยาวอีกต่างหาก ให้ครั้งเดียวพอนะคะ ไม่งั้น ฮึ่มมม!!!

<<<< ไม่สนับสนุนคนโกงชาติ ให้โอกาสคนทำดี >>>>
<<<< รู้รักสามัคคี >>>>
<<<< ร่วมใจ แก้ไข พัฒนาบ้านเมือง สู่สังคมที่พอเพียง >>>>

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ท... ( guest ! ) วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 12.42 น.

ฝากถึง....ทิง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ท..... ( guest ! ) วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 12.41 น.

หากไม่เกิดปฎิวัติ เมื่องไทย คนไทยที่ถูกปกครองโดยวัสการพราหมณ์ ยกพวกฆ่ากันนองเลือแล้ว หากทหารวางเฉย แต่คนนั้นยิ่งกว่าวัสการพรามหม์อีก ...ทำไมไม่มีสติเลย ....เขาทำบเราอย่างรัย ขายสมบัติชาติ ที่ให้โอกาศเขาหากิน ให้พวกพ้องหาทุนเข้าพรรค ปกครองคนแบบแตกแยกประชาธิปไตย..แบบสุนัก..จังหวัดไหนเลือกพรรคตนใงบจังหวัดนั้น นี่หรือประชาธิปไตย คุณก้อความรู้ดีนะ ..แต่ทุลส...คิดบแบ สาดๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

คุณทิงนองนอย ตามมาขยายผลถึงที่เลยนะคุณ
ปล่อยให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณที่ดีของตนเองดีกว่า เรื่องการเมืองไทยตอนนี้ ยังอยู่ในระยะคาบลูก-คาบดอก รัฐบาลยังทำรัยเหมือนพายเรือในอ่าง ยังมองไม่เห็นผลงานชัดเจน แต่ก็อยากให้คนไทยใจเย็นกันนิดนึง หลายๆอย่างกำลังมีความคืบหน้า คนโกงชาติต้องถูกลงโทษ เราจะสนับสนุนคนดี ที่ทำงานแก้ปัญหาบ้านเมืองได้เท่านั้น คนโกงเราไม่สนับสนุน ขอให้ผู้ที่เข้ามาอ่านคอมเม้นท์ที่ 1 โปรดเข้าใจตามนี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ทิงนองนอย ( guest ! ) วันที่ : 16/02/2007 เวลา : 11.16 น.


http://www.petitiononline.com/woodeben/petition.html



-เลื่อนลงไปข้างล่าง คลิกที่ Click Here to Sign Petition
-ใส่ชื่อ ใส่อีเมลล์ และคอมเมนต์ (ภาษาไทย หรือ อังกฤษ ก็ได้)
-คลิก Preview your Signature
-คลิก Approve Signature
จากนั้นจะมีอีเมล์ตอบกลับ เป็นอันเสร็จเรียบร้อย


Open letter to the international community

Plea for Democracy in Thailand

As you are well aware, Thailand's elected government, under the leadership of Thaksin Shinawatra, was overthrown by a faction of military elites last September.

We, Thai people who love democracy, were embarrassed, frustrated and stunned as we had never expected that an obsolete coup d' tat would take place again in our country in the 21st century.

Thai people are currently living in desperation and under oppression by the military junta who has stripped us of our rights of speech, rights of access to information and the basic rights of human beings.

The putsch has not only set back our relatively deep-rooted democracy to nothing, but also destroyed our economic strength, which was built up by former elected governments.

The junta is trying to convince us that they would draft a new constitution and schedule a general election within a year. But we do not want the constitution handed to us by "a group of robbers in the disguise of army generals". We want our 1992 Constitution to be reinstated as it is widely accepted as the best one in Thailand's modern democratic history.

We believe that the junta-drafted constitution would only legitimize their political gain allowing for the continuation of their presence in Thai politics.

We seek military reform; a military that is akin to other civilized nations; a military without political influence.

Thai people historically are opposed to a dictatorship, we believe that another protest resulting in bloodshed is inevitable if the military declines to step down. Thai people will not tolerate a military regime over the long term.

We do not want to see history repeat itself, like the major popular uprising in 1973, 1976 and 1992, when thousands of unarmed civilians had to sacrifice their lives for the sake of democracy. In fact, the present military-appointed prime minister General Surayud Chulanont was the one who led a paramilitary troop to violently suppress protesters in the 1992 pro-democratic demonstration.

To seize administrative power from an elected government is a criminal act according to the Thailand's Criminal Law. We want to see those who have perpetrated this crime to be brought to justice so as to prevent this barbarous act from reoccurring in the future.

In the present era of globalization, political and economic instability in one country or one region does affect the region and thus the global community. Hence, it is time for the world community to act in unity in eliminating an unjustifiable coup d’tat.

Therefore;
We call on the world communities to condemn and impose possible measures to punish these dictators.

We call on the world communities to isolate the illegitimate government.

We call on the governments around the world to freeze diplomatic relations with the junta-installed government.

We call for an international forum wherein the political destitution of Thailand is addressed; wherein the Thai people are represented in a multi-lateral fashion.

The Alliance of Pro-democracy Movements






(คำแปล)

ดังเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า ได้มีกลุ่มทหารที่กระหายอำนาจกระทำการโค่นล้มรัฐบาลที่มากจากการเลือกตั้งโดยประชาชน เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2549

เราประชาชนคนไทยที่รักและหวงแหนการปกครองระบอบประชาธิปไตย รู้สึกชิงชังและอับอายเป็นอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่คาดคิดมาก่อนว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะอุบัติขึ้นอีกในประเทศอันเป็นที่รักของเรา

พวกเราตอนนี้ตกอยู่ในสภาพสิ้นหวัง อึดอัดกับระบอบการปกครองทหารที่กีดกันเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และเสรีภาพขั้นพื้นฐานต่าง ๆ ที่บุคคลซึ่งอยู่ภายในใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยพึงมี

การยึดอำนาจ นอกจากจะทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องถอยหลังแล้ว ยังทำลายเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอุตส่าห์สร้างสมมาอย่างยากลำบาก

กลุ่มเผด็จการทหารให้สัญญาว่าจะคืนอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตยให้แก่ประชาชนชาวไทยภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ได้ทำการยึดอำนาจ แต่พวกเราจะไม่ยินยอมก้มหัวให้กับรัฐธรรมนูญที่หยิบยื่นให้โดย “กลุ่มโจรในคราบทหาร”

เราต้องการให้นำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปีพุทธศักราช 2540 กลับมาใช้ตามเดิม

เราเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับทหารจะเปิดช่องให้มีการสืบทอดอำนาจกลุ่มผู้สนับสนุนได้มีอำนาจสืบต่อไปอีก

เราต้องการให้มีการปรับรื้อโครงสร้างกองทัพ ให้เป็นกองทัพอาชีพดั่งเช่นนานาอารยะประเทศเป็นอยู่ เราไม่ต้องการให้กองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม

หากทหารยังไม่ยอมลงจากอำนาจโดยเร็วที่สุด เราเชื่อว่าเหตุการณ์นองเลือดจะกลับมาสู่ผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พุทธศักราช 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลาคม พุทธศักราช 2519 และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พุทธศักราช 2535 ซึ่งวีรชนหลายพันคนต้องพลีชีพเพื่อปกป้องประชาธิปไตย

ภายใต้ประมวลกฎหมายอาญาของไทย การก่อการรัฐประหารเพี่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นความผิดฐาน “กบฏ” เราจึงอยากให้ดำเนินคดีกับกลุ่มทหารที่กระทำการยึดอำนาจในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลหรือกลุ่มใด ๆ ที่คิดจะทำการปฏิวัติยึดอำนาจไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

ในยุคโลกาภิวัติ ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศใดประเทศหนึ่งหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมไปทั่วภูมิภาคนั้น ๆ และส่งผลลุกลามไปทั่วโลก

จึงถึงเวลาแล้วที่ประชาคมโลกต้องร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อกำจัดการก่อการรัฐประหารให้สูญสิ้นไปจากโลกนี้โดยสิ้นเชิง

ดังนั้น เราจึงขอเรียกร้อง
 ให้ประชาคมโลกประณามและดำเนินมาตรการลงโทษเผด็จการทหาร
 ให้ประชาคมโลกโดดเดียวรัฐบาลเถื่อนที่ไร้ความชอบธรรมในการบริหารประเทศ
 ให้รัฐบาลทั่วโลกระงับความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลหุ่นของคณะปฏิวัติ
 ให้เปิดเวทีนานาชาติเพื่อหารือสถานการณ์ของประเทศไทยและหาทางแก้ไขให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

แนวร่วมขบวนการเพี่อประชาธิปไตย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน