*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1232763
  • จำนวนผู้โหวต : 1260
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1260 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< มีนาคม 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 มีนาคม 2550
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 7444 , 09:59:37 น.  
หมวด :

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           วันนี้มาแนววิชาการกึ่งประสบการณ์สักหน่อยนะคะ ได้หยิบจับงานเก่าๆแล้วนึกขึ้นมาได้ว่า น่าจะเอามาเขียนเล่าให้ฟังบ้าง เผื่อคนที่พบปัญหาหนักจะได้มีกำลังใจค่ะ

         ไม่ว่าเราจะทำอะไร ไปไหน การต่อรองย่อมมีเกิดขึ้นได้เสมอเมื่อมีความต้องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ไม่สามารถใช้กติกาปกติที่เคยใช้ในกิจกรรมนั้นๆ การเจรจากันเพื่อหาข้อตกลงกัน จะเป็นแบบ Win/Lose หรือ Win/Win ก็ว่ากันไปตามแต่สถานะการณ์

          การจะต่อรองอะไรกับใครนั้น อยู่ดีๆเราจะไปดุ่ยๆลุยกับเขาโดยไม่เตรียมตัวนั้น มีแต่ทางที่จะเสียเปรียบ มันมีเทคนิค มันเป็นเรื่องของศิลปะ ที่ไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ บางคนอาจจะมีพรสวรรค์เพียงเรียนรู้เป้าหมายของฝ่ายตัวเอง เรียนรู้คู่แข่งก็พอ ที่เหลือใช้ความสามารถส่วนตัวล้วนๆ แต่นี่คงจะเป็นเหมือน สมัยโบราณไปหน่อย เพราะสมัยนี้ไม่ค่อยเห็นการเจรจาเดี่ยวๆกันแล้ว โดยเฉพาะในวงการธุรกิจ จะเจรจากันทีต้องมีเป็นทีม อย่างน้อย 3 คน คนหนึ่งเป็นฝ่ายพระเอก อีกคนผู้ร้าย อีกคนคอยเก็บรายละเอียด สังเกตุการณ์และให้สัญญาณ โดยมากคนหลังนี่มักจะเป็นคนที่ทำหน้าที่ทางด้านการเงิน มีหน้าที่คอยรักษาผลประโยชน์นั่นเอง ทีมที่เก่งๆนั้นแค่มองตากันก็รู้ว่า โอเค โนเค หรือจะต้องเปิดประชุมลับคั่นเวลา การต่อรองเป็นเรื่องของศิลปะจึงมีจุดให้เรียนรู้มากมาย

                สมัยที่ทำงานด้านบัญชีให้บริษัทแห่งหนึ่ง ต้องรับผิดชอบงานจัดซื้อด้วย แรกเข้าไปเห็นลูกน้องที่ดูแลการสั่งซื้อวัตถุดิบนั่งร้องไห้ทุกวัน เพราะโดนนายชาวต่างชาติด่าทุกวัน ที่ใช่คำว่าด่าก็เพราะเขาด่าจริงๆ พูดจาแบบไม่สนใจว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร ยิ่งนายฝรั่งที่อยู่ในพื้นที่ด้วยนั่นไม่ด่าเปล่า มีคำผรุสวาทติดออกมาเป็นประจำ สถานะการณ์ไม่ดีเลย เราคิด จะทำอย่างไรดี ก็เริ่มเก็บข้อมูลภายในบริษัท ดูความต้องการในเรื่องปริมาณ วันเวลา ปัญหาที่เกิดมีว่าที่มาอย่างไร เคยแก้อย่างไร เจ้านายไม่พอใจเพราะอะไร เรียกตัวแทนขายของบริษัทที่สั่งวัตถุดิบมาคุย รวมทั้งตัวแทนขายอีกสองสามบริษัท ที่เราไม่ค่อยได้สั่งซื้อมาคุยด้วย การคุยนั้นก็ไม่ใช่เราเป็นคนพูด เราให้เขาพูด เราทำความรู้จักกับเขา กับเจ้านายเขาทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายจัดส่ง ฝ่ายการเงิน  รู้จักองค์กรของเขา ข้อมูลที่พรั่งพรูมายังเรานั้น ทำให้เราเข้าใจว่าเขาต้องการสิ่งใด ให้เรามองเห็นจุดแข็ง จุดอ่อน ในเรื่องนั้นได้ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมมาก  

          พอถึงเวลาเราก็เปิดเกมส์ต่อรอง ยกตัวอย่างเช่น เรารู้ว่าเขาเปิดสายการผลิตเพิ่ม เห็นล่ะกำลังการผลิตจะล้นอย่างแน่นอน เมื่อเทียบดูกับของอีกบริษัท ที่เพิ่งเริ่มหันมาจับสินค้าตัวเดียวกันก็เห็นช่องทางได้เปรียบของเรามากขึ้น เกมส์ต่อรองราคาก็เกิด เมื่อได้ราคาที่ดีขึ้นก็เอาเรื่องปริมาณการสั่งซื้อมาล่อต่อ เอ๊ย มาดึงดูดความสนใจ ให้เขามองเราเป็นลูกค้าชั้นหนึ่งไปเลย วิธีนี้จะทำให้เราได้ข้อเสนอที่ดีในเรื่องส่วนลดการค้า ส่วนลดเป้า ส่วนลดพิเศษ (ก็แล้วแต่ทางฝั่งผู้ขายจะมีครีเอทีฟออกมา เราก็จับเอามาใช้ให้หมด) ในเวลาเดียวกันก็เจรจาให้ปรับปรุงสายการขนส่ง จัดรถ จัดกำหนดเวลาที่จะส่งให้เรา ให้แน่นอน  ขอโควต้าขั้นต่ำ ซึ่งแน่นอนเราไม่บอกเป้าการการผลิตของเราขารู้ก็ไม่ได้  แต่เราเลือกที่จะบอกต่ำๆแต่ก็อยู่บนพื้นฐานที่เป็นไปได้ หากสถานะการณ์ไม่ดี ทำให้เราไม่เสียส่วนลดที่ควรจะได้ แล้วกลับได้ส่วนลดพิเศษหากเราสั่งได้เกินเป้า (อันนี้ต้องดูตามสถานะการณ์ด้วยว่าจะบอกกันได้ขนาดไหน เพราะเรื่องข้อมูลธุรกิจ เราจะเปิดเผยมากไม่ได้ อาจเป็นผลเสียกับบริษัท ทั้งในเชิงการต่อรอง และในเชิงการรั่วไหลไปสู่คู่แข่ง ที่สำคัญจะผิดกฎของบริษัท Code of Conductเอาได้)  เอาเป็นว่าบอกเท่าที่จะเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายเรา ในขึ้นแรกเราตั้งโควต้าที่เราสามารถทำทะลุเป้าได้ วิธีนี้จะช่วยให้ได้โบนัสพิเศษ ซึ่งเราตกลงไว้แล้วเป็นส่วนลดตามเป้าที่เป็นขั้นบันได  เราเจรจาแบบนี้ เป็นการกลับสถานะการณ์ให้กลายเป็นลูกค้าชั้นดี ได้รับการดูแลจากบริษัทผู้ขายที่เป็นหลักๆสองบริษัท เพียงแค่นี้ก้เพียงพอที่จะทำให้บริษัทเราได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นมากแล้ว ถ้าคิดเพียงแค่ค่าส่วนลดที่ได้มาจากเดิมเดือนละ หกเจ็ดแสน กลายเป็นเดือนละสองสามล้าน ประโยชน์สำคัญอีกประการคือ เราสมารถขยายโรงงานได้ตามเป้าโดยไม่มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบขาด สามารถรับงานได้มากขึ้น ลูกค้าพอใจ งานใหม่ๆก็เข้ามาเรื่อยๆ

         กุญแจสำคัญในการเจรจาต่อรองอีกอย่างก็คือ คนเจรจาอย่าเรียกหรืออย่ารับสินน้ำใจใดๆจากคู่กรณีเป็นอันขาด เพราะเมื่อใดที่เราผิดกฏข้อนี้เราจะกลายเป็นสุนัขในสายตาของเขาทันที ศักดิ์ศรีและความภูมิใจจะไม่เหลือ จำไว้นะคะ

         ในการจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง ใช่ว่าเราจะให้คนอื่นเปลี่ยนแต่ฝ่ายเดียว เราก็ต้องหันมามองภายในองค์กรเราด้วยว่า มีอุปสรรคอะไรที่ทำได้การสั่งซื้อติดขัด มีปัญหา ตัวอย่างเช่น ฝ่ายโรงงานไม่บอกปริมาณการใช้เข้ามาเป็นระยะ พอของใกล้หมดก็จะเร่งสั่งเอาให้ได้  เป็นต้น ในช่วงเวลาที่เราไปต่อรองกับชาวบ้านเขา เราก็ต้องหันมาเจรจากันเองภายในด้วย โดยการขออำนาจจากผู้ใหญ่ไปคุยกับผู้บริหารฝ่ายผลิตว่าต้องทำแผนการใช้ให้เราทราบล่วงหน้า มีกำหนดวันเวลาที่ต้องแจ้งชัดเจน เมื่อข้อมูลพร้อมเราก็เอาไปใช้ในการต่อรอง และกำหนดแนวทางปฏิบัติงานในทีมงานของเราใหม่ ในทีมงานเราก็ต้องเจรจา เพื่อให้ทุกคนรู้ว่านี่เป็นหน้าที่ของแผนกทุกคนต้องช่วยกัน หากคนที่รับผิดชอบโดยตรงไม่อยู่คนที่เหลือต้องสามารถรับเรื่อง ติดตาม รายงานแทนได้ งานก็ไม่ติดขัด ส่วนปัญหาที่เกิดเรื่องของขาด ของมาช้า รายงานไม่ใกล้เคียงความเป็นจริง สั่งเร่งด่วน ต่างๆก็ต้องว่ากันไปในกระบวนการทำงาน ก็เขาจ้างมาให้จัดการนี่นา

          ที่เล่ามาข้างบนมาจากประสบการณ์จริง จะเห็นว่าไม่ได้ใช้แต่เทคนิค แต่ต้องใช้ไหวพริบ ความสามารถเฉพาะตัวบางอย่างซึ่งจะสอนกันก็ลำบาก เพราะบางอย่าง บางกลเม็ด ก็ผุดขึ้นมาเมื่อมีข้อมูลมากขึ้นๆ นั่นคือ เคล็ดลับอีกอย่างที่สำคัญ ‘การเป็นนักฟังที่ดี’ ไงคะ ฟังมากรู้มาก ถามถูกจุดก็ได้คำตอบถูกใจ

        ลองมาสรุปเป็นข้อๆ แบบย่อกันค่ะ

  1. รู้เรา

  2. รู้เขา

  3. เอาใจเราไปใส่ใจเขา เอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้ว่าเขาคิดอะไร รู้ว่าเขาคิดว่าเราคิดอะไร

  4. เจรจาด้วยความซื่อสัตย์ สร้างความน่าเชื่อถือ

  5. ฟัง ฟัง และฟัง

  6. ดึง ดูด ขุด ลึก หยั่งความต้องการของอีกฝ่าย

  7. สำแดงพลังภายในตัวเองและโชว์ทีมงานที่ดี

  8. หาทางเลือกไว้รองรับ หากสิ่งที่ต้องการไม่ได้ตามที่คาดคิดไว้

  9. เจรจาต่อรองให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ อย่าลดมาตรฐาน อย่ารับปากพล่อยๆ อย่าทำเกินอำนาจ

  10. เจรจาอย่างมีศิลปะ รู้ว่าตรงไหนต้องแข็ง ตรงไหนต้องอ่อน รู้จักรุก รู้จักถอย …..

ทุกๆปัญหามีทางแก้ค่ะ …..อย่างที่เขาว่า ปัญหามาปัญญามี  ขอให้โชคดีทุกท่านค่ะ สู้ๆๆค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ระจัน วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rajun
www.torsilp.com  โรงเรียนสอนศิลปะของผม

เออแฮะ วิชานี้น่าสนสุดๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ จะมองว่าเป็นแรงสนับสนุนนะคะ เลือกตั้งคราวหน้าเลือกเบอร์ 13 lucky number ค่ะ
อ้าว อุ้ยย ไม่ช่ายย ไม่เล่นการเมืองค่ะ มนุสฺเสสุ กรุณาอย่าทำคนแตกตื่นนะ จุ๊ จุ๊ จุ๊
คุณPen สบายดีนะคะ อุตส่าห์แวะมาอ่าน จะพยายามหาสิ่งดีๆมาเสนอเรื่อยๆค่ะ
คุณซามูไรฯ พูดให้ดีใจนะคะ อาหารสมองนี่ไม่รู้ปรุงถูกปากไหม แต่จะปรุงจานใหม่ อุ่นจานเก่า (แบบงก อย่างพอเพียงน่ะค่ะ อิอิ) มาใช้รับทานกันจนอิ่มเลยค่ะ
คุณpukpik คุณไม่สำคัญ(คนเราทีความสำคัญทุกคนนะคะ อย่างน้อยก็กับตัวเราเอง กับครอบครัว คนที่เรารักและรักเรา กับเพื่อนๆใน oknation ด้วย อิอิ) ถ้าทีเล่ามาสะกิดใจ ให้เอาไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ก็จะดีใจมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pukpik วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

รับทราบแล้วค่า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มนุสฺเสสุ วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/support

เอาเเล้ว ปิรันยา เอาจริงเเล้ว งานนี้มีนายกหญิงคนเเรกเเห่งประเทศไทยเเน่ๆๆ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ซามูไรไม่มีลูกอ่อน วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 11.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/oksamurai
 

รู้สึกว่าบล็อกนี้จะเน้นอาหารสมองเป็นหลักนะคะเนี่ย
ถ้าอย่างนั้นคนอดอยากอยางอิชั้นคงต้องมารับประทานบ่อย ๆ

ปล.ตกลงว่าน้องหนามสุดที่รักของซามูไรฯหายไปไหนคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
pen วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

บทความดีมากครับ ขอคุณที่นำสิ่งดีๆมาให้อ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ไม่สำคัญ วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Alife
รักในหลวงค่ะ

ดีจังเลยค่ะ จะไปหาจุดอ่อนจุดแข็ง บ้าง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน