*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1235183
  • จำนวนผู้โหวต : 1260
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1260 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 8 มิถุนายน 2550
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 1846 , 13:45:45 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในทางกฏหมาย

สิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารและแสดงความคิดเห็น
Vs
การหมิ่นประมาท การล่วงละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล
เส้นกั้นอยู่ตรงไหน ?

          คำถามนี้มีคำตอบอยู่ในตัวบทกฎหมายอยู่แล้ว แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงก็นับว่า 'ยังหาคำตอบได้ไม่ชัดเจนในหลายๆกรณี' จึงต้องไปต่อสู้ รอพิสูจน์กันในศาล และรอการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฏหมาย ระเบียบการปฎิบัติงานของฝ่ายต่างๆในขบวนการยุติธรรมให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงไปของโลกสมัยใหม่แต่ก็ยังมีคำถามในอีกหลายๆเรื่อง เช่น

'การนำกฎหมายไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม'

'การใช้อำนาจเกินขอบเขตของผู้มีอำนาจหน้าที่'

'การปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล
องค์กร การนำเสนอข่าวสารในสื่อต่างๆ'

'การหายตัวไปอย่างไม่มีเหตุผลของผู้ที่ต่อสู้ในเรื่องนี้ ในกรณีพิพาทสาธารณะต่างๆ'

           แต่ประเด็นที่จะเน้นในคราวนี้ เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในโลกไซเบอร์ ที่พวกเราชาว blogger เกลอกันมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ไม่มากก็น้อย ศึกษากันสักหน่อยก็น่าจะดีและเป็นประโยชน์เพื่อการระดมความคิด หาแนวปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องการถูกฟ้องร้อง และอาจรวมไปถึงการหามาตรการตั้งรับหากมีใครคิดจะกระทำขึ้นมา ดังเช่นที่ได้มีการฟ้องร้อง blogger กันขึ้นมาแล้วในประเทศมาเลเซีย แล้วเกิดกลุ่มพลังชาวบล็อกร่วมมือกันประนาม ต่อสู้ในเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง .....เราก็มากันไว้ดีกว่าแก้ เพราะถ้าแย่แล้วจะแก้ไม่ทันค่ะ

          ไม่ว่าสื่อ สิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ จะมีกฏหมาย กฏหมู่อะไรออกมาใช้บังคับ ก็ขออย่าให้มาเบียดบังเวทีอิสระอย่าง blog นี่เลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ชาว blogger เกลอกันก็ต้อง Behave คือวางตนให้สมกับเป็นพลเมืองชาว blog ที่ไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาทด้วยเช่นกัน จะทำอย่างไร ก็ขอให้กลับไปคิดดูกันค่ะ แต่ก่อนไปช่วยออกความเห็นไว้สักนิดนะคะ

ขอฝากข้อคิดถึง Blogger เกลอกัน ทุกท่าน

เราต้องควบคุม ดูแลการใช้สิทธิเสรีภาพของเรา

ให้พอเหมาะพอดี ให้อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง

ไม่ล่วงเกินสิทธิส่วนบุคคลของใคร 

วิจารณ์บุคคลสาธารณะด้วยใจเป็นธรรม

มีข้อเท็จจริงรองรับ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ไม่ส่งเสริมให้เหตุร้ายบานปลาย

ไม่ยั่วยุให้เกิดความแตกแยกในสังคม

ไม่ลงบทความที่เป็นอันตรายต่อส่วนรวม

ประเทศชาติและสถาบันอันเป็นที่คารพรักของเรา

เรียนรู้อดีต จากสิ่งที่มีสภาพใกล้เคียงกัน แล้วปรับใช้เพื่ออนาคตที่ปลอดความเสี่ยง

อย่ารอให้ใครเข้ามาคุ้มครองเลย เพราะอาจจะไม่ทันการก็ได้นะคะ


 บทกฏหมายที่เกี่ยวข้อง

          ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ระบุว่า "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ        

รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ ระบุว่า "บุคคลจะไม่ต้องรับโทษอาญา เว้นแต่จะได้กระทำการอันกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำนั้นบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ และโทษที่จะลงแก่บุคคลนั้นจะหนักกว่าโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่ใช้อยู่ในเวลาที่กระทำความผิดมิได้"

ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์

ลักษณะ ๕ ละเมิด หมวด 1 ความรับผิดเพื่อละเมิด

มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา ๔๒๑ การใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นนั้น ท่านว่าเป็นการอันมิชอบด้วยกฎหมาย

มาตรา ๔๒๒ ถ้าความเสียหายเกิดแต่การฝ่าฝืนบทบังคับแห่ง กฎหมายใดอันมีที่ประสงค์เพื่อจะปกป้องบุคคลอื่น ๆ ผู้ใดทำการ ฝ่าฝืนเช่นนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นผู้ผิด

มาตรา ๔๒๓ ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลาย ซึ่งข้อความอันฝ่าฝืน ต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่น ก็ดีหรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้ หรือทางเจริญของเขาโดย ประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อ ความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อ ความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้
ผู้ใดส่งข่าวสาส์นอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเอง หรือผู้รับข่าวสาส์นนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่า เพียงที่ส่งข่าวสาส์นเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหม ทดแทนไม่ (กรุณาอ่านด้านล่าง Note ประกอบ)

มาตรา ๔๒๔ ในการพิพากษาคดีข้อความรับผิดเพื่อละเมิดและ กำหนดค่าสินไหมทดแทนนั้น ท่านว่าศาลไม่จำต้องดำเนินตามตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันว่าด้วยการที่จะต้องรับโทษ และไม่จำต้องพิเคราะห์ถึงการที่ผู้กระทำผิดต้องคำพิพากษาลงโทษ ทางอาญาหรือไม่

มาตรา ๔๒๕ นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น

มาตรา ๔๒๖ นายจ้างซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อละเมิดอันลูกจ้างได้ทำนั้น ชอบที่จะได้ชดใช้จากลูกจ้างนั้น

มาตรา ๔๒๗ บทบัญญัติใน มาตรา ทั้งสองก่อนนั้น ท่านให้ใช้ บังคับแก่ตัวการและตัวแทนด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๔๒๘ ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้ รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตน ให้ไว้หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
มาตรา ๔๒๙ บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์ หรือวิกลจริตก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้ อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแล ซึ่งทำอยู่นั้น

มาตรา ๔๓๐ ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือบุคคลอื่นซึ่งรับดูแล บุคคลผู้ไร้ความสามารถอยู่เป็นนิตย์ก็ดี ชั่วคราวก็ดี จำต้องรับผิด ร่วมกับผู้ไร้ความสามารถในการละเมิด ซึ่งเขาได้กระทำลงในระหว่าง ที่อยู่ในความดูแลของตน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้น ๆ มิได้ใช้ ความระมัดระวังตามสมควร

มาตรา ๔๓๑ ในกรณีที่กล่าวมาในสอง มาตรา ก่อนนั้น ท่านให้นำ บทบัญญัติแห่ง มาตรา ๔๒๖ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม

มาตรา ๔๓๒ ถ้าบุคคลหลายคนก่อให้เกิดเสียหายแก่บุคคลอื่นโดย ร่วมกันทำละเมิด ท่านว่าบุคคลเหล่านั้นจะต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสิน ไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น ความข้อนี้ท่านให้ใช้ตลอดถึงกรณี ที่ไม่สามารถสืบรู้ตัวได้แน่ว่าในจำพวกที่ทำละเมิดร่วมกันนั้น คนไหน เป็นผู้ก่อให้เกิดเสียหายนั้นด้วย
อนึ่ง บุคคลผู้ยุยงส่งเสริมหรือช่วยเหลือในการทำละเมิด ท่านก็ ให้ถือว่าเป็นผู้กระทำละเมิดร่วมกันด้วยในระหว่างบุคคลทั้งหลายซึ่งต้องรับผิดร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน นั้น ท่านว่าต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน เว้นแต่โดยพฤติการณ์ ศาลจะวินิจฉัยเป็นประการอื่น

Note:
การละเมิดอาจจะเป็นความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ก็ได้
ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้กระทำเป็นสำคัญ กล่าวคือ
ถ้าผู้กระทำทำละเมิดตามมาตรา ๔๒๓ โดยเจตนา การกระทำนั้นย่อมเป็นความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาท
และถึงแม้จะไม่มีความผิดในทางอาญาฐานหมิ่นประมาท เพราะไม่มีเจตนา
แต่อาจจะต้องรับผิดในทางแพ่งฐานละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา๔๒๓

พระราชบัญญัติการพิมพ์

          มาตรา ๔๑ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่ระบุว่า "หนังสือพิมพ์ใดโฆษณาเรื่องเกี่ยวแก่บุคคลใดคลาดเคลื่อนจากความจริง และอาจจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลนั้น บุคคลนั้นอาจแจ้งเป็นหนังสือขอให้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์นั้นแก้เองหรือลงหนังสือซึ่งแก้หรือปฏิเสธเรื่องนั้น การแก้หรือลงพิมพ์หนังสือซึ่งแก้หรือปฏิเสธเรื่องที่ว่านี้จะต้องพิมพ์ในฉบับที่จะออกโฆษณาต่อไปจากเวลาที่ได้รับคำขอดังกล่าวแล้ว หรือฉบับที่ถัดไป

         เมื่อได้แก้หรือพิมพ์หนังสือซึ่งแก้หรือปฏิเสธเรื่องที่ว่านี้โดยถูกต้องแล้ว สิทธิในการฟ้องของบุคคลผู้ขอแก้ทั้งทางแพ่งและทางอาญาเป็นอันระงับลง"
         มาตรา ๕๐ ของกฎหมายฉบับเดียวกันระบุว่า "ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบให้คดีเลิกกันได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา"

สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

ข้อสรุปจากการเสวนาเรื่อง "การปรับปรุงแนวคิดและกระบวนการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทในประเทศไทย" เพื่อให้การใช้กฎหมายมีความเป็นธรรมและมโนธรรม ของสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๔๘

๑. การรับเรื่องราวร้องทุกข์ในคดีหมิ่นประมาท

สรุปว่า ควรกำหนดให้มีการไกล่เกลี่ยในชั้นพนักงานสอบสวน และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการไกล่เกลี่ยในชั้นสอบสวน มีการสัมมนาผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม

ส่วนการแจ้งความในหลายๆ ท้องที่และหลายจังหวัดในคดีหมิ่นประมาทคดีเดียว ควรจะมีการรวมศูนย์รับแจ้งความ เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายที่ว่า การกระทำผิดกรรมเดียว ควรได้รับการพิจารณาเพียงครั้งเดียว

๒. กระบวนการไต่สวนมูลฟ้องของศาล

สรุปว่า ควรจะดำเนินการไต่สวนมูลฟ้อง กรณีอัยการเป็นโจทก์ด้วย เพื่อกลั่นกรองให้ชัดเจน และควรมีการแก้กฎหมายให้ไต่สวนมูลฟ้องได้หากมีลักษณะความผิดพิเศษสมควรให้มีการไต่สวนมูลฟ้อง

ประธานศาลฎีกาควรออกแนวปฏิบัติเหมือนกันทุกศาล ว่าประเด็นหมิ่นประมาทที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะไต่สวนมูลฟ้องได้ โดยยังไม่ต้องแก้กฎหมาย

ควรแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๒ และมาตรา ๑๖๕ ให้จำเลยสามารถนำพยานมาสืบได้

๓. โจทก์และจำเลยในคดีอาญา และพ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔

สรุปว่า นิติบุคคลเป็นผู้เสียหายได้ เพราะโดยหลักของความเป็นธรรม อาจได้รับความเสื่อมเสียจากการใส่ความของผู้อื่น

แต่นิติบุคคลไม่ควรเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะนิติบุคคลไม่สามารถกระทำการใดๆ ด้วยตัวเองได้

ส่วนหนังสือพิมพ์ใดโฆษณาเรื่องเกี่ยวแก่บุคคลใดคลาดเคลื่อนจากความจริง และอาจจะเกิดความเสียหาย ผู้เสียหายอาจแจ้งเป็นหนังสือขอให้บรรณาธิการหนังสือพิมพ์นั้นแก้เอง หรือลงพิมพ์แก้ ในฉบับที่จะออกโฆษณาต่อไป จากเวลาที่ได้รับคำขอดังกล่าวแล้วหรือฉบับที่ถัดไป

เมื่อแก้หรือลงพิมพ์หนังสือโดยถูกต้องแล้ว สิทธิในการฟ้องของบุคคลผู้ขอแก้ ทั้งทางแพ่งและอาญาเป็นอันระงับลง

๔. กระบวนการทางสังคมเพื่อปกป้องผู้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

สรุปว่า ในคดีหมิ่นประมาทที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ หรือบุคคลที่ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าในฐานะผู้เสียหาย หรือผู้ถูกฟ้อง ควรมีเกณฑ์ในการพิจารณาแตกต่างจากบุคคลทั่วไป

เมื่อมีการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเป็นเครื่องมือในการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น หรือใช้ในการต่อรอง สังคมควรสร้างกลไกในการกดดันไม่ให้เกิดลักษณะดังกล่าว และควรส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพที่สภาการหนังสือพิมพ์ฯ กำหนดขึ้น

และให้ยกเลิกพ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ และพ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.๒๔๙๘ เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญ

๕. การลงโทษและการชดใช้ค่าเสียหาย

สรุปว่า ในคดีหมิ่นประมาทที่เป็นโทษทางอาญา ควรจำกัดเฉพาะที่มีเจตนามุ่งร้ายเป็นพิเศษ ส่วนความผิดทางอาญาควรใช้วิธีอื่นแทนโทษจำคุก

สำหรับภาระของการพิสูจน์ความจริงในคดีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะ ควรเพิ่มภาระการพิสูจน์ของโจทก์ เพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะ

ที่มา: http://www.healthsquare.org/news.php?id=413503
ttp://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod.php?day=2005/01/18&s_tag=03col01180148§ionid=0303&show=1&sk=2&searchks='


อ้างอิงแนวการใช้กฎหมายของนานาชาติสักหน่อยค่ะ
มาตรฐานด้านกฎหมายหมิ่นประมาทในต่างประเทศ
 
        ๑. ปฏิญญาซานา (Declaration of Sana'a) พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย UNESCO มีเนื้อหาว่า ข้อพิพาทเกี่ยวกับสื่อหรือนักวิชาชีพสื่อในการทำหน้าที่ ควรดำเนินการโดยทางแพ่ง ไม่ใช่ทางอาญา
        ๒. คณะผู้บันทึกรายงานการประชุมพิเศษว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของสหประชาชาติ (UN Special Rapporteur on Freedom of Opinion and Expression) เคยแสดงความเป็นห่วงการจับกุมคุมขังคดีหมิ่นประมาทในหลายประเทศ   นอกจากนี้ มติประจำปี (Annual Resolution) แทบทุกครั้ง จะแสดงความเป็นห่วงต่อการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทในทางอาญาอย่างบิดเบือน (abuse)   และมักกล่าวถึงหลักการได้สัดส่วน (principle of proportionality) ในการใช้บทลงโทษทางอาญา เพื่อรับประกันสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
        ๓. คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Commission) เคยแสดงความเป็นห่วงกรณีที่ประเทศไทยใช้การลงโทษทางอาญาในคดีหมิ่นประมาท โดยเฉพาะการลงโทษด้วยการจำคุกที่เป็นการลงโทษที่มีลักษณะเกินสัดส่วน ซึ่งจะมีผลเสียต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
        ๔. ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (European Court of Human Rights) เคยตัดสินในคดีหมิ่นประมาทบางคดี และให้เหตุผลว่า แม้กรณีที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น สื่อไม่ควรต้องรับผิดจากการหมิ่นประมาท หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการตีพิมพ์ที่สมแก่เหตุผล (reasonable publication)
        ๕. กฎหมายของสหรัฐ ในหลายมลรัฐ มีบทบัญญัติคล้ายกับกฎหมายหมิ่นประมาทโดยทั่วไป แต่มักจะไม่มีบทลงโทษทางอาญา  เพราะถือเป็นการละเมิด โดยการพิสูจน์การละเมิดจะต้องพิสูจน์องค์ประกอบทั้งองค์ประกอบตามกฎหมายคอมมอนลอว์  (Common Law) และองค์ประกอบตามรัฐธรรมนูญ ดังนี้
            ๕.๑         กรณีที่เป็นประเด็นเอกชน (private matter)  จะพิสูจน์องค์ประกอบของการละเมิดเฉพาะตามกฎหมายจารีตประเพณี (ซึ่งคล้ายกับองค์ประกอบตามกฎหมายหมิ่นประมาทของประเทศต่าง ๆ เช่น การทำให้ผู้ถูกหมิ่นประมาทได้รับความเสียหาย)  เท่านั้น
            ๕.๒ กรณีที่เป็นประเด็นสาธารณะ (matter of public concern) จะพิสูจน์องค์ประกอบของการละเมิดตามรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมด้วย โดยต้องพิสูจน์ว่าข้อความที่หมิ่นประมาทเป็นความเท็จ และจำเลยมีความบกพร่อง (fault)  ทั้งนี้ในการพิสูจน์ว่าจำเลยมีความบกพร่อง จะมีความแตกต่างกันตามฐานะของผู้ฟ้องร้อง กล่าวคือ       
          (๑) กรณีที่ผู้ฟ้องเป็นเอกชน จะต้องพิสูจน์ว่า จำเลยประมาทเลินเล่อ (negligence) ในเรื่องข้อเท็จจริงของข้อความที่หมิ่นประมาท
          (๒) กรณีที่ผู้ฟ้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลสาธารณะ จะต้องพิสูจน์ว่า จำเลยมีความประสงค์ร้าย (malice) กล่าวคือ รู้ว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ หรือมีความประมาทเลินเล่อในเรื่องข้อเท็จจริงของข้อความที่หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
eric_clapton วันที่ : 09/06/2007 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/eric

ขอบคุณสำหรับข้อมูลทางกฎหมายครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
feng_shui วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอบคุณ หลายๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...


@-> คุณมะอึก@เรือนริมน้ำตามหาบัวลอย
ถ่ะถ่ะถ่ะ ถูกต้องง นะคร๊า
หยินกับหยาก ร้อนกับหนาว นี่เหมาะกับเรื่องนี้มากกว่าเรื่องคำทำนายหมอนิดนะ ว่าไหมคะ
สวัสดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มะอึก วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 14.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom


ครับก็ถูกแล้วนี่ครับ.....แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

@-> ค่ะคุณ kikuno
@-> ใช่ค่ะ ท่านขุนขยับกับพินาศ ทำสิ่งที่เราชอบ และ แสดงความคิดเห็นในบล็อกไป แค่ระวังสักหน่อยอย่าให้ไปผิดกฎหมายเข้า ก็ไม่ต้องเดือดร้อนใจค่ะ
@-> อย่าคิดอย่างน้านนนน สิคะ คุณPhoenixman ละก็ บล็อกเกอร์ยังมีอิสระเต็มเปี่ยมในการแสดงออกทางความคิดนะคะ แค่อย่าลืมพิจารณาในจุดนี้บ้าง จะได้ปลอดภัย ไร้กังวล
ดูดีดี กฎหมายก็น่าจะยังมีจุดที่ต้องแก้ไข
ช่วยกันมอง ไม่แน่นะคะ อีกหน่อยอาจจะมีกระบอกเสียงเป็นของตัวเองขึ้นมาก็ได้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
phoenixman วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phoenixman
Reborn Elegant, The Return of Fabulous gal !!!

แบบนี้ ทางที่ดี เขียนแต่เรื่องทั่วไป เรื่องไร้สาระ จะได้ไม่ต้องมานั่งระวังอะไรกันให้ปวดหัว..เพราะบล้อคเกอร์ ถ้าบล้อคเกอร์ทำตัวเป็นคนสื่อข่าว อาจจะพลาดและซวยได้นะเนี่ย 5 5 5

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ขุนขยับกับพินาศ วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kissmis
...แม้ว่า...โลกใบนี้จะกว้างใหญ่...เราต่างก็ค้นหากันจนเจอ...

น่าสนใจอย่างยิ่งครับ เรื่องแบบนี้ ต้องระวังๆ ไว้ด้วยเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kikuno วันที่ : 08/06/2007 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konbini

ขอบคุณมากค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน