*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1232845
  • จำนวนผู้โหวต : 1260
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1260 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 16 มิถุนายน 2550
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 2774 , 05:13:12 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาพวกเราหลายคนใน oknation มีอาการของขึ้นรวมทั้งปิรันย่าคนนี้ด้วย ถึงกับแปลงบล็อกเป็นสมรภูมิประณามกลุ่มอันธพาลต่อเนื่องกันหลายวันค่ะ 

         เมื่อสัปดาห์ก่อนได้รับมรดกจากคุณยายผู้ล่วงลับ เป็นหนังสือ 'ธรรมจักษุ' นิตยสารทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย โดยมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งยังคงจัดส่งไปที่บ้านของคุณยาย สลับกับรายงานความเป็นไปของทุนที่คุณยายบริจาคไว้ ด้วยความที่ไม่เคยได้อยู่กับคุณยายเหมือนพี่ๆหลายคน เมื่อพลิกเปิดดูหนังสือกองโตที่ตั้งอยู่นั้น ก็เห็นมีเรื่องเกี่ยวกับคำสอนของในหลวงหลายๆรัชกาล  คำเทศนาของสมเด็จพระสังฆราช ของพระพรหม์คุณาภรณ์ (ป.อ. ประยุตฺโต) และผู้ทรงคุณวุฒิในทางพุทะศาสนาอีกมากมาย ก็รู้สึกเสียดาย จึงเก็บรวบรวมเอาใส่รถกลับมาไว้ที่บ้าน กะว่ามีเวลาจะหยิบมาอ่านดู 

         ในฉบับเดือน มีนาคม 2550 มีเรื่อง'หลักกรรมในพระพุทธศาสนา' พระนิพนธ์ของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก กล่าวถึง 'หลักสมภาพ' 'หลักกรรม' มีนิทานเรื่อง 'เปรตจัดระเบียบ' แทรกอยู่อย่างน่าสนใจ เพราะค่อนข้างเข้ากับเหตุการณ์ม็อบ นปก. ได้ดีทีเดียว ขอนำมาเล่าดังนี้ค่ะ


นิทาน
เรื่อง
'เปรตจัดระเบียบ
'

          มีคนเดินทางหลายคนเข้าไปนอนพักอยู่ในศาลา ซึ่งเป็นที่พักของคนเดินทางหลังหนึ่ง (พออ่านต่อไปอีกนิดแล้วทำให้คิดเปรียบคนที่นอนอยู่เป็น คมช. กับเผด็จการทหารในอดีต ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ) เมื่อพากันนอนหลับแล้ว มีเปรต (นึกถึงแกนนำม็อบได้ยังไงเนี่ย) เจ้าระเบียบตนหนึ่งเข้าไปในศาลา เห็นคนนอนอยู่เป็นแถวจึงไปตรวจดูทางด้านเท้า ก็เห็นเท้าของคนนอนหลับไม่เสมอกัน จึงดึงเท้าของคนเหล่านั้นลงมาให้เสมอกัน 

          ครั้นตรวจดูเท้าเป็นแถวเสมอกันเรียบร้อยดีแล้ว (เปรียบเทียบเล่นๆ คล้ายๆกับการที่แกนนำม็อบ กปน. มอง คมช. ว่าจะทำเหมือนเผด็จการทหารบางกลุ่มในอดีตที่เมื่อได้อำนาจแล้วก็พยายามทอดอำนาจต่อออกไป) ก็ไปตรวจดูทางด้านศีรษะ เห็นศีรษะของคนเหล่านั้นไม่อยู่ในแถวเสมอกันอีกจึงดึงศีรษะให้ขึ้นมาเสมอกันเป็นแนวเดียวทั้งหมด (เปรียบดูก็น่าจะคล้ายการพยายามหาความว่า คมช. มีการใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ใส่ตนเองและพวกพ้องเหมือนเผด็จการทหารบางกลุ่มในอดีต)

          แล้วก็ย้อนกลับไปตรวจดูทางเท้าอีกก็เห็นเหลื่อมล้ำไม่เสมอกันอีก ก็ดึงเท้าให้เสมอกันใหม่อีก คนก็ไม่เป็นอันได้หลับได้นอนเป็นสุขเพราะต้องถูกดึงเท้าบ้าง ดึงศีรษะบ้าง ขึ้นๆๆ ลงๆ ไม่รู้จักแล้ว ทั้งเปรตเจ้าระเบียบนั้นก็ไม่สามารถจัดให้เสมอกันได้

          การจัดให้เสมอกันในทางที่ไม่อาจจะจัดได้เช่นนี้ เป็นการจัดที่ไม่มีวันสำเร็จ รังแต่จะให้เกิดความเดือดร้อนวุ่นวาย ไม่สงบสุขอย่างเดียว (เปรียบก็คือ คมช. ไม่ได้ทอดอำนาจ ไม่ได้ฉ้อรษฏร์บังหลวง ในขณะยึดอำนาจ จะมาหาว่าตัวยาวเท่ากลุ่มคนในอดีตได้อย่างไร ดึงหัวดึงเท้าเท่าใดก็ไม่มีวันยาวเท่ากัน)

         ส่วนการจัดให้เสมอกันในทางที่อาจจัดได้นั้น (เช่น มองว่าใครโกงชาติก็ควรได้รับโทษเช่นนักโทษทั่วไป) พระพุทธเจ้าทรงจัดด้วยหลัก 'สมจริยา' คือเว้นจากทางการฝ่ายอกุศล ดำเนินในทางกรรมฝ่ายกุศลตามที่ทรงสั่งสอนไว้นั่น (อ่านเรื่อง 'หลักกรรม' ด้านล่างค่ะ)


         การจินตนาการเปรียบเทียบนิทานเรื่องนี้กับเหตุการณ์ม็อบ กปน. เป็นความคิดที่ผุดขึ้นมา อาจจะมีเปรียบเทียบผิดหรือถูกก็ได้ ส่วนความหมายของคำ 4 คำที่เป็นชื่อเรื่องนั้น มีอย่างนี้ค่ะ

สมภาพ คือ ความเสมอกันของสิ่งที่สามารถเทียบเคียงกันได้ ทำให้เท่ากันได้ ที่ทำไม่ได้ก็เช่น เพศชาย-เพศหญิง ความสูง-ต่ำ-ดำ-ขาว นิ้วทั้งห้าของคนยังยาวไม่เท่ากัน เป็นต้น จะทำอย่างไรก็คงไม่เสมอกันได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นคนละเรื่องกันเลย หากฝืนจะไปพยายามทำให้เท่ากันก็ไม่พ้นเปรตในนิทานข้างต้น 

          แนวทางปฏิบติให้เกิด สมภาพ ก็คือ 

- การมองตัวเราเองกับผู้อื่นหรือ ผู้อื่นกับตัวเองเสมอกัน  
-
เมื่อเรารักสุขเกลียดทุกข์ ผู้อื่นก็รักสุขเกลียดทุกข์เหมือนกัน 
-
ตัวเราไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นมามาก่อกรรมไม่ดีแก่เรา พอใจแต่ที่จะให้เขามาก่อกรรมที่ดีแก่เราทั้งสิ้น ถึงผู้อื่นก็เหมือนกัน เขาก็ไม่ประสงค์ให้เราไปก่อกรรมที่ชั่วร้ายแก่เขา ประสงค์แต่จะให้เราไปประกอบกรรมที่ดีแก่เขาเท่านั้น

           เมื่อทั้งเรา ทั้งเขา ต่างมีความชอบและไม่ชอบเสมอกันอยู่เช่นนี้

        ทางที่จะให้เกิดสมภาพได้โดยตรงก็คือ 

          ทั้งสองฝ่ายต่างดำเนินเข้าหาจุดที่เสมอกันนี้ คือ 

ดเว้นจากทางกรรมที่ชั่วร้าย
ซึ่งต่างก็ไม่ชอบให้ใครมาทำแก่ตนด้วยกัน
และ

ดำเนินไปในทางกรรมที่ดีซึ่งเกื้อกูลกัน
ที่ต่างก็ชอบจะให้ใครมาทำแก่ตนด้วยกัน

          เมื่อประพฤติดังนี้ สมภาพที่ถูกต้องก็เกิดขึ้นละเป็นสมภาพ คือเป็นความเสมอกันจริงๆ และ เมื่อมี สมภาพดังนี้ ภราดรภาพ คือ ความเป็นพี่น้องกันหรือเป็นญาติที่คุ้นเคยไว้วางใจกันได้ก็เกิดขึ้น เสรีภาพ คือ ความมีเสรีในอันที่จะไปไหนๆได้ ทำอะไรได้โดยที่ไม่ถูกใครเบียดเบียน และก็ไม่เบียดเบียนใครด้วยก็เกิดขึ้น

          สมจริยา ของพระพุทธเจ้าอันยังให้เกิด สมภาพ ภราดรภาพ เสรีภาพ ดังกล่าวมานี้ เป็น ธรรมจรรยา เป็นหลักแม่บทของหลักทั้งหลายแห่งความสงบสุขของชุมชนทั่วไปนั่นเอง หากปราศจากแม่บทนี้แล้ว ความสงบ ความสุขก็จะมีขึ้นไม่ได้ จะมีได้ก็เช่น เสรีภาพของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกับผู้ที่ไปจัดทำนอกแม่บทก็จะเป็นเหมือน เปรตจัดระเบียบ นั่นเอง ทั้งเป็นการก่อภัย ก่อศัตรู และสร้างความวุ่นวายเดือดร้อน 


หลักกรรม

         ในหลักพุทธศาสนายังกล่าวถึง 'หลักกรรม' ไว้ 3 ข้อ ดังนี้

1. กรรมมีจริง ใครทำดีก็ได้กุศลกรรม ใครทำชั่วก็ได้อกุศลกรรม

2. กรรมวิบาก หรือ ผลของกรรมมีจริง ผลที่ดีเกิดจากกรรมที่ดี ผลที่ชั่วเกิดจากกรรมที่ชั่ว

3. สัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน เป็นทั้งเจ้าของกรรมและผลของกรรมที่ตัวเองก่อ จะปัดไปให้พ้นจากตัวหาได้ไม่


 ใครทำกรรมชั่วอะไรไว้กับประเทศชาติ
ก็ขอจงได้รับผลกรรมชั่วที่ตัวเองก่อไว้นั้นด้วยเถิด
     


ขอให้ประเทศกลับคืนสู่ความสุข สงบ สันติโดยเร็ว


ชะตากรรมของเปรต!

http://www.sarakadee.com/feature/2000/07/images/pret_01.jpg

 เปรตคือสัตว์ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องอาศัยมารดาบิดา (โอปปาติกะ) ท่านว่าเปรตเกิดจากคนเราในสมัยที่เป็นมนุษย์ ชอบประกอบอกุศลกรรมเป็นอาจิณ หลังจากที่ได้ตายไปแล้ว และไปอุบัติเป็น สัตว์นรกเสวยทุกข์เวทนาเป็นเวลานานแสนนาน พอหมดอายุขัยจากนรกแล้ว ด้วยเศษอกุศลกรรมที่ยังเหลืออยู่ก็จะส่งผลให้ไปอุบัติเป็นชีวิตใหม่อีกรูปแบบหนึ่งเพื่อ เสวยทุกขเวทนาบนโลกมนุษย์ มีชื่อเรียกว่า "เปรตวิสัย"
            ในพระไตรปิฎกกล่าวว่าเปรตเหล่านี้มีรูปร่างและลักษณะการเสวยทุกข์เวทนาจะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ กรรม (การกระทำ) ของแต่ละบุคคล เช่น เปรตบางตนเมื่อครั้งเป็นมนุษย์เคยประกอบอาชีพฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นอาจิณ หลังจากหมดอายุขัยในนรกแล้วก็ไปอุบัติเป็นเปรตที่มีรูปร่างเป็นก้อนเนื้อให้นกกาจิกแทะกลางอากาศ เปรตบางตนมีรูปร่างสวยงามแต่กลิ่นปากเน่าเหม็นคละคลุ้ง เพราะในสมัยมีชีวิตอยู่แม้จะประกอบกุศลกรรมบ้าง (ทำให้ร่างกายสวยงาม) แต่ปากคอระรานชอบด่าว่าผู้ทรงศีล เลยเกิดมาเป็นเปรตรูปร่างสวยงามแต่ปากเหม็น เป็นต้น สรุปคือ รูปร่างของเปรตแต่ละตัวล้วนแตกต่างกันไปตามอำนาจปรุงแต่งของกรรมที่ตนทำไว้นั่นเอง หาใช่มีแต่เปรตตัวสูงเท่าต้นตาล ปากเท่ารูเข็ม อย่างที่คนทั่วไปเข้าใจเท่านั้นไม่
ที่มา:http://www.budpage.com/pret.shtml

เรื่องสูจกเปรต

             โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น ท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ ...
             
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นสูจกโลมเปรตชาย มีขนเป็นเข็ม ลอยไปในเวหาส์ เข็มเหล่านั้นของมันทิ่มเข้าไปในศีรษะ แล้วออกทางปาก ทิ่มเข้าไปในปาก แล้วออกทางอก เข็มออกทางอก ทิ่มเข้าไปในอก แล้วออกทางปาก ทิ่มเข้าไปในปาก แล้วออกทางอก ทิ่มเข้าไปในอก แล้วออกทางท้อง ทิ่มเข้าไปในท้อง แล้วออกทางขาทั้งสอง ทิ่มเข้าไปในขาทั้งสอง แล้วออกทางแข้งทั้งสอง ทิ่มเข้าไปในแข้งทั้งสอง แล้วออกทางเท้าทั้งสอง เปรตนั้นร้องครวญคราง ...

             
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ...  สัตว์นั้นเคยเป็นคนส่อเสียดอยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ...

เรื่องกุมภัณฑเปรต

             โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่
พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น ท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ ...
             
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต เขตพระนครราช
คฤห์นี้ ได้เห็นกุมภัณฑเปรตชาย มีอัณฑะโตเท่าหม้อ ลอยไปในเวหาส์ เปรตนั้นแม้เมื่อเดินไป
ย่อมยกอัณฑะเหล่านั้นแหละขึ้นพาดบ่าเดินไป แม้เมื่อนั่งก็ย่อมนั่งบนอัณฑะเหล่านั้นแหละ ฝูงแร้ง
เหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทึ้ง ยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตนั้นอยู่ไปมา เปรตนั้นร้องครวญคราง ...
             
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ...  สัตว์นั้นเคยเป็น
ผู้พิพากษาโกงชาวบ้าน อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ...

เรื่องคูถขาทิเปรต

             โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่
พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้น ท่านพระลักขณะกับท่านพระมหาโมคคัลลานะ ...
             
ท่านพระมหาโมคคัลลานะกล่าวว่า อาวุโส ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นคูถขาทิเปรตชาย ผู้จมอยู่ในหลุมคูถท่วมศีรษะ กำลังเอามือทั้งสองกอบคูถกินอยู่
...
             
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ...  สัตว์นั้นเคยเป็นพราหมณ์ผู้ชั่วช้า อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง 

ที่มา:http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/r.php?%20B=1&A=11091&w=เปรต

อสุรกาย หรือ เปรต ที่เป็นสัตว์นรกนั้น ก็มีทางเป็นไปได้ เพราะบาปกรรมที่ทำไว้นั้น ไม่ถึงกับตกนรก แต่ต้องเป็นเปรต รับกรรมดุจเดียวกับสัตว์นรก คือ ถูกไฟนรกเผาผลาญ หรือ รับทุกข์ทรมานจากคมอาวุธ อย่างเช่น เปรตตนหนึ่ง ที่เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เอามาสวมใส่ที่หัวตน เลยต้องถูกกงจักรนั้น พัดหมุนบั่นหัวของตนสมองกระจาย เลือดกระฉูด ทรมานอยู่อย่างนั้น ไม่มีวันสิ้นสุด หรือ ตาย จนกว่าจะพ้นกรรม หรือ บางที ต้องตกนรก แต่กรรมที่ทำเอาไว้ ด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว โลภ มีราคะจริตรุนแรง ส่งผลให้ตกนรกในสภาพของเปรตอีกโสตหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า นอกจากถูกทรมานด้วยวิธีการต่าง ๆ แล้ว ยังต้องอดอยากหิวโหยอยู่เนืองนิจอีกด้วย

ที่มา:http://www.lekpluto.com/astrogod/astgd_75.htm



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
mcwp วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mcwp
HOOLIGAN THAI FANs 2007MC_Korn Wan -Wason P. hooliganthaifans@hotmail.com

หาหนังสือหลวงพ่อจรัญมาอ่านแล้วจะซึ่งกว่านี้คับผม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
auguzzy วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

น่ากลัวแฮะ เปรต

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
BlueHill วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอให้ประเทศกลับคืนสู่ความสุข สงบ สันติโดยเร็วครับ แต่กรรมใดใครก่อ ก็สมควรได้รับกรรมนั้นไป ตามกฎแห่งกรรมครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลานเทวา วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 15.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

เปรตเด็มสนามหลวงเลย



รวมพลคนไม่เอาเหลี่ยม ครับ

http://www.oknation.net/blog/phutanow/2007/06/16/entry-3

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
yai2333 วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

เคยอ่านคัมภีร์พระมาลัย..
เปรตมีหลายชนิดมากเลยครับ...



พุทธศาสนาสอนให้เราทุกคนเป็นคนดี...
เพียงแต่เราจะเลือกเป็นแบบไหน...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Augustman วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

เข้ามาอ่านนิทาน...ชตากรรมของเปรตน่ากลัวจัง

เปรตยุคปัจจุบันคงไม่ยำเกรง กระมังครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
pierra วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

จิตสันดานของมนุษย์ สั่งสมมานับภพชาติไม่ถ้วน จะให้มาเปลี่ยนภายในไม่กี่วันหรือในภพชาติเดียวเป็นไปไม่ได้ มีอย่างเดียวก็ต้องปล่อยให้วิบากกรรมจัดการไปตามกรรมที่ได้ทำกันมา

สนใจอ่านเรื่องเปรตๆต่อโปรดคลิกไปที่

www.oknation.net/blog/pierra

ในเรื่องย้อนหลังเรื่อง วันหยุด ว่าด้วยเรื่องเบาๆของเปรตๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วิตามินบี วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ตายไปจะไปเป็นม็อบเปรตอีกหรือเปล่านะ
บล็อกบีก็พูดถึงเรื่องกฎแห่งกรรมเหมือนกันค่ะ
ใจตรงกันเลย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
feng_shui วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

คุณปิรันย่าขา ไม่ทราบเป็นไร เข้าบล๊อกคุณปิรันย่ายากมากค่ะ
หรือเป็นเครื่องคอมของเฟิงสุ่ย
แต่ วันนี้ เฟิงสุ่ยต้องล๊อกอินเข้ามา 5 รอบค่ะ เหนี่อย หงะ
.........................................
เฟิงสุ่ยเชื่อเรื่องเวรกรรมค่ะ กลัวเกิดเป็นเปรต น่ะกลัวววค่ะ สยอง..ยิ่งมาอ่าน คริ คริ
ขอพยายามทำดีเอาไว้นะคะ ....จะพยายามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ป้าไม่อยู่ปู่เข้าเวบ วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pakapoo
“ป้ากะปู่กู้อีจู้ ”ไดอารี่ เปื้อนหมึก ..นอกประวัติศาสตร์และกาลเวลา..  สงบนิ่งกับอณู...ทุกสรรพสิ่งอันดีงาม... ...ตลอดไป... . 

วิดน้ำเสร็จยัง เอ่ย เหนื่อยไม๊ .......

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หญิงน้อย วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 07.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lifeon
สุขสราญชีวี ชาติเรามีเสรีมานาน แต่มีแดงงงงงงใจพาลคิดรุกรานแผ่นดินแดนไทย อย่าให้มันราวี

บุคคลที่ภพหน้าจะเป็นเปรตหรือไม่ ตรวจได้ดังนี้...
1. นำทรัพย์สิ่งของๆส่วนรวมเป็นของตนเอง
2. ยุยงให้หมู่คณะแตกแยกกัน
3. แช่งด่าคนที่ทำความดีต่อสังคม 4. มีอุบายทุจริตหวังเพื่อประโยชน์ส่วนตน
5. ว่ากล่าวมดเท็จ ลักขโมยของคนอื่นแล้วสบถสาบานว่าไม่ได้เอา 6. เป็นคนใหญ่คนโตที่ชอบกินสินจ้างรางวัล 7. ข่มเหง รังแก ผู้อื่นมีแต่ความ โลภ โกรธ หลง
....อรุณสวัสดิ์ และ กู๊ดไนท์ค่ะพี่นานา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ส.สุทธิรักษ์ วันที่ : 16/06/2007 เวลา : 05.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthirux
บันทีก  ตนไร้ราก

ครับ เวรกรรมมีจริงครับ ตอนนี้เปรตได้รับเศษทานที่
มีคนทำบุญมาให้ก็เลยมีแรงออกมาเพ่นพ่าน
ตอนนี้ท่อน้ำเลี้ยงทานถูกตัดไปแล้ว อีกไม่นานหมดแรง ก็คงกลับลงหลุมเองแหละ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน