*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1232470
  • จำนวนผู้โหวต : 1260
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1260 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน 2550
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 1320 , 10:22:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยค่ะ

เนื้อหาในส่วนนี้ คัดลอกตัดตอนมาจาก บทความพิเศษ "ประเทศไทย" อายุครบ ๖๕ : ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อประเทศปี ๒๔๘๒ โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ปีที่ 25 ฉบับที่ 08


อ้างอิงจากรายงานประชุมครั้งที่ ๔/๒๔๘๒  เรื่องการเปลี่ยนนามประเทศ 
รายงานประชุมครั้งที่ ๑๕/๒๔๘๒  เรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย
รายงานประชุมครั้งที่ ๖/๒๔๘๒ เรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทย

[กล่าวถึงความเป็นมาของชื่อประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงจาก 'สยาม' มาเป็น 'ไทย' ตลอดไปจนถึงรายละเอียดการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสมัยนายพลตรีหลวงพิบูลสงคราม (ยศในขณะนั้นของจอมพล แปลก พิบูลสงคราม)  กับการโต้แย้งในแง่มุมต่างๆเกี่ยวกับชื่อ ประเทศไทยนี้ ซึ่งโดยสรุปได้กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่สมัยต่อๆมาให้ความสำคัญเท่าใดนัก นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เรายังคงใช้ชื่อประเทศว่า 'ไทย' มาจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ -ความเห็นของผู้เขียน]


............. ไม่มีสมาชิกสภาคนใดแสดงความเห็นคัดค้าน หรือยกประเด็นความเป็นไปได้ที่ชื่อใหม่จะทำให้เกิดความรู้สึกแบ่งแยกสำหรับคนที่ไม่ใช่เชื้อชาติไทย ทำนองเดียวกับที่หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์เสนอในการอภิปรายเรื่องนี้ครั้งแรกในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นับว่าแปลกพอสมควร หากคำนึงถึงว่า ๑ ปีก่อนหน้านั้น เมื่อหลวงวิจิตรวาทการปาฐกถาแอนตี้จีน ยังทำให้เกิดการตั้งกระทู้ในสภา ๒ ครั้ง ประเด็นเดียวที่มีการถกเถียงกันเป็นเรื่องทางเทคนิคว่าควรถือว่ากฎหมายที่จะออกเป็นการ "แก้ไข" หรือ "เพิ่มเติม" รัฐธรรมนูญ (ความจริง ในทางกฎหมายไม่ต่างกัน เพราะการ "เพิ่มเติม" ก็เป็นการ "แก้ไข" อย่างหนึ่ง มาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้ด้วยกันว่า "แก้ไขเพิ่มเติม"!) ในที่สุดก็ให้ลงคะแนนในฐานะที่เป็นการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้คะแนน ๓ ใน ๔ คงจำได้ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเคยมีการแสดงความกังวลเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าสมาชิกสภาที่เข้าประชุมทุกคนลงคะแนนเห็นชอบให้เรียกชื่อประเทศใหม่อย่างเป็นเอกฉันท์ ๑ เดือนต่อมา เมื่อกฎหมายนี้ถูกนำเข้าพิจารณาในวาระสุดท้ายอีกครั้งในชื่อใหม่ "ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยขนานนามประเทศ" (ตามบัญญัติรัฐธรรมนูญที่ว่าถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญต้องเว้นระยะห่างระหว่างวาระแรกกับวาระสุดท้าย ๑ เดือน) ประเด็นเดียวที่ถกเถียงกัน และใช้เวลาถึง ๑ ชั่วโมง คือ ชื่อใหม่ควรเขียนโดยมี "ย" หรือไม่ ปรากฏว่า การลงมติออกมาใกล้กันมาก คือให้มี "ย" ๖๔ เสียง ไม่ให้มี "ย" ๕๗ เสียง เมื่อถึงเวลาลงมติรับรองครั้งสุดท้าย ทุกคนที่มาประชุมก็ให้การเห็นชอบเป็นเอกฉันท์อีก๓๘
          ปัญหาชื่อประเทศไม่ได้ยุติลงที่การออกกฎหมายนี้ ความ irony อย่างใหญ่หลวงของเรื่องนี้คือ ขณะที่ระหว่างการเปลี่ยนชื่อ มีความเป็นเอกฉันท์ชนิดไม่มีการอภิปรายทั้งในสภาและในคณะรัฐมนตรี แต่หลังจากนั้น เมื่อความเป็นไปได้ของการกลับไปใช้ชื่อเดิมมีน้อยลงๆ การถกเถียงกลับเป็นไปอย่างแข็งขัน (อย่างน้อยในสภา) ช่วงเดียวในประวัติศาสตร์หลังเปลี่ยนชื่อเป็นไทย ที่ผมคิดว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะเปลี่ยนชื่อกลับเป็นสยาม คือเมื่ออำนาจทางการเมืองผ่านมาอยู่ในมือปรีดีหลังสงคราม (และสถาปนิกสำคัญของการเปลี่ยนชื่อเป็นไทยทั้งหลวงพิบูลสงครามและหลวงวิจิตรวาทการกลายเป็นผู้ต้องหาในคุก ไม่ต้องพูดถึงการเสียเครดิตของเชื้อชาตินิยมของพวกเขา) ถ้าหากในปลายปี ๒๔๘๘ ปรีดีจะเสนอกฎหมายยกเลิกการแก้รัฐธรรมนูญปี ๒๔๘๒ ไม่มีปัญหาเลยว่าเขาจะได้รับเสียงเพียงพอในสภา (๓ ใน ๔) หรือจะยิ่งได้ผลกว่านั้นคือถ้าใช้ชื่อสยามในรัฐธรรมนูญใหม่ที่เขาชี้นำการร่าง แต่แทนที่จะทำเช่นนั้น ปรีดีเพียงแต่ให้รัฐบาลทวี บุณยเกตุ ประกาศให้ใช้ Siam กับ Siamese ในภาษาอังกฤษ "ส่วนชื่อในภาษาไทยให้คงใช้ว่า "ไทย" ไปตามเดิม" ซึ่งไม่เป็นการยากอะไรที่จอมพล ป. จะยกเลิกเมื่อกลับมีอำนาจอีกครั้ง๓๙ หลังปรีดีปล่อยให้โอกาสเปลี่ยนชื่อประเทศคืนผ่านไปแล้ว การถกเถียงเรื่องชื่อไทยหรือสยามครั้งใหญ่ ๒ ครั้ง คือ ในสภาร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๔๙๑ และในสภาร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๐๔ ก็มีลักษณะเชิง "วิชาการ" มากขึ้น คือไม่สัมพันธ์กับกระแสการเมืองรอบข้างนัก (ไม่มีกระแสหรือขบวนการชาตินิยม-เชื้อชาตินิยมในสังคมวงกว้าง) แม้ว่าครั้งแรกจะลงเอยด้วยมติที่คะแนนเสียงใกล้กันมาก คือ ไทย ๑๘ เสียง สยาม ๑๔ เสียง แต่พอถึงครั้งหลัง ลักษณะเชิง "วิชาการ" ยิ่งชัดเจนขึ้น เพราะขณะที่คุณภาพของการอภิปรายโดยทั่วไปเหนือกว่าปี ๒๔๙๑ มาก (รวมทั้งการให้เหตุผลสนับสนุนชื่อสยามที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการให้กันมา โดย พลตรีแสวง เสณาณรงค์) และใช้วันประชุมถึง ๓ ครั้ง แต่คะแนนที่ออกมาเห็นได้ชัดถึงความเป็น "วิชาการ" ของการถกเถียงทั้งหมด คือ ไทย ๑๓๔ เสียง สยามเพียง ๕ เสียง (แสดงว่า ไม่มีกระแสในเรื่องชื่อนี้จริงๆ เท่าไร ไม่สอดคล้องกับเวลาที่อุทิศให้) เมื่อถึงการร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๑๗ ก็มีสมาชิกสภานิติบัญญัติเสนอเรื่องชื่อขึ้นมาอีกอย่างผ่านๆ ประปรายเพียง ๒-๓ คน ซึ่งเกือบไม่ได้รับความสนใจจากสมาชิกคนอื่นเลย๔๐ โดยสรุปคือ ปัญหาชื่อไทยหรือสยามได้ "ตาย" ไปในทางการเมืองและสังคมนานแล้ว

         อย่างไรก็ตาม "เสียงสะท้อน" ของการวิวาทะเรื่องนี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นให้กับการผลิตงานวิชาการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ในสถานที่ที่ไม่ใครคาดถึง : ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ ของ จิตร ภูมิศักดิ์...

ที่มา: http://www.matichon.co.th/art/art.php?srctag=0601010647&srcday=2004/06/01&search=no

ชื่อประเทศนั้น สำคัญไฉน

ขอยืนหยัดในความเป็นไทย เป็นคนไทย รักประเทศไทย

ร้องเพลงชาติไทย


เชิญอ่าน

  • ...... ความพยายามในการจะเปลี่ยนชื่อประเทศ 'ไทย' กลับไปเป็นประเทศ 'สยาม'
  • ...... เหตุผลที่เปลี่ยนชื่อประเทศ 'สยาม' เป็นประเทศ 'ไทย'
  • ...... ครบรอบ 75 ปี วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใครทำอะไรที่ไหนในวันที่ 24 มิถุนายน 2550


  • อ่านความคิดเห็น

    ความคิดเห็นที่ 3 (0)
    yai2333 วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 16.48 น.
    http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
    ..Everything can do... If you done..

    +1ไปเลยครับ..แจ่มจริง.ๆ




    ความคิดเห็นที่ 2 (0)
    รวงข้าวล้อลม วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 13.09 น.
    http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
    กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

    หัวข้อโดนใจค่ะ คุณปิรันย่า

    แค่หัวข้อก็กินขาดแล้ว แม้ไม่มีเนื้อหา
    ยังได้เลย หนึ่งโหวตจ๊ะ

    ความคิดเห็นที่ 1 (0)
    ราษีไศล วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 11.35 น.
    http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
    ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

    รักเมืองไทยของเราครับ

    แสดงความคิดเห็น


    ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
       ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
    ห้ามทำ
    - การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
    - การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
    สามารถทำได้
    - เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
    - การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
    จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
    OKNATION



    กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
    1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
    2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
    3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
    4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
    5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
    คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
    OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
       

    กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน