*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1232931
  • จำนวนผู้โหวต : 1260
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1260 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 12 ตุลาคม 2550
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 4770 , 17:18:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จดหมายเก่าเล่าเหตุการณ์

          จดหมายฉบับนี้ ผู้เขียนได้มาในครอบครองนานแล้ว เพิ่งจะได้เอามาอ่านและพิมพ์ขึ้นก็คราวนี้เอง เป็นสำเนาหนังสือราชการ  ที่ตำรวจชั้นผู้น้อยนายหนึ่งได้พิมพ์รายงานการปฏิบัติหน้าที่ของตน เผอิญช่วงที่อยู่รายงานนั้นมีส่วนเข้าไปอยู่ในประวัติศาสตร์ฉากเล็กๆของการเมืองไทย ซึ่งไม่มีใครค่อยรู้เห็นมากนัก เพราะเป็นเรื่องราวในเรือนขัง ที่จองจำนักโทษคดีการเมืองในสมัยนั้น รวมถึงคดีสวรรคต

          แม้จะไม่ได้เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ใดๆ แต่ก็ใช้เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ยืนยันว่ามีเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ส่วนข้อมูลผู้ใดที่เคยทำผิดๆไว้ เช่น ระยะเวลาที่มีการกวาดล้างกบฎบ่งแยกดินแดนนั้นเป็น ต้นเดือน พฤศจิกายน 2491 ไม่ใช่ 28 กุมภาพันธ์ 2491

          การเรียนรู้ประวัติศาสตร์จากเอกสารเก่าๆก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความสนใจที่จะสืบสาวหาข้อมูลประกอบให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในจดหมายนี้นั่นเอง ดังที่จะได้อ่านต่อไปนี้

หมายเหตุ: ข้อความศัพท์และสำนวนในหนังสือ คัดลอกมาจาสำเนาเอกสารที่เลือนลางแต่ยังพอแกะได้ จึงขอคงไว้ตามนั้น แต่ขอสงวนนามเจ้าของผู้ทำจดหมายฉบับนี้และเพื่อนร่วมงานที่มีชื่อปรากฎไว้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัว


(สำเนา)

ตราครุฑ

หน่วยรักษาการณ์เรือนจำลหุโทษ เรือนขัง 7
23 เมษายน 2492

เรื่อง  รายงานการปฏิบัติหน้าที่ราชการภายนอกกรมกอง

จาก  จ.ส.ต. ...............

ถึง  ผู้กำกับกอง 4 ตำรวจสันติบาล              

ด้วยเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2490 ข้าพเจ้ากับ จ.ส.ต........... ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกัน พร้อมด้วยอาวุธปืนและกำลังตำรวจรวม 12 นาย โดยได้รับคำสั่งจากรองผู้กำกับการกอง 4 สันติบาลให้ไปตั้งหน่วยรักษาการอยู่ในเรือนจำลหุโทษโดยมีหน้าที่ควบคุมจำเลยเรื่องคดีสวรรคตตลอดจนคดีการเมืองอื่นๆด้วย และคอยดูแลสังเกตุการณ์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วๆไปภายในเรือนจำลหุโทษ ข้าพเจ้ากับพวกได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคร่งครัดตลอดมา และเหตุการณ์ภายในเรือนจำลหุโทษก็สงบเรียบร้อยดี

ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม 2491 ขณะเกิดกบถขึ้น ข้าพเจ้ากับพวกก็ยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่รักษาการณ์อยู่ในเรือนจำ ต่อมาประมาณวันที่ 6 ตุลาคม 2491 นั้นข้าพเจ้ากับพวกได้รับคำสั่งจากท่านรองอธิบดีกรมตำรวจว่า ให้มีหน้าที่ควบคุมดูแลจำเลยที่ก่อการกบถด้วยอีกกรณีหนึ่ง โดยมี พ.อ.หลางศรีฯ กับพวกที่ไปฝากควบคุมไว้ในเรือนจำและข้าพเจ้ากับพวกก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งโดยเคร่งครัด ครั้นต่อมาวันที่ 8 ตุลาคม 2491 ทางกองสันติบาลได้ส่งกำลังตำรวจไปเพิ่มอีก 5 คนเพื่อไปสมทบกับกำลังที่ในเรือนจำที่มีอยู่แล้วรวมเป็น 17 คน

ต่อมาวันที่ 4 พฤศจิกายน 2491 ได้มีผู้ต้องหากบถแบ่งแยกดินแดน โดยมีนายทิม ภูริพัฒน์กับพวกไปฝากควบคุมไว้ในเรือนจำอีกและ

ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2492 ทางการตำรวจได้นำ พ.อ. ทวนฯกับพวกไปฝากควบคุมไว้ในเรือนจำอีก และ ร.ต.อ.ผาดฯ รองผู้กำกับการกอง 4 สันติบาลได้สั่งข้าพเจ้ากับพวกช่วยควบคุมดูแลด้วย ข้าพเจ้ากับพวกก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามคำสั่งโดยเคร่งครัดและเรียบร้อยตลอดมา จนถึงคืนวันที่เกิดเหตุการณ์จราจลคือ 26 27 28 กุมภาพันธ์ 2492 นั้นฉะเพาะในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2492 เวลา 12 น. ข้าพเจ้าได้ออกจากเวรประจำหน่วยในเรือนจำไปโดยมอบหน้าที่ให้กัย จ.ส.ต.  ........ รับไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าจึงได้กลับมาพักผ่อนยังบ้านพักของข้าพเจ้า เลขที่ 443/4 ถนนสามเสน ครั้นต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. ในวันเดียวกันข้าพเจ้าก็ได้ทราบข่าวทางวิทยุกระจายเสียงว่ามีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลและมีการถอดถอนอธิบดี, รองอธิบดีกรมตำรวจ กับมีการเปลี่ยนแปลงผู้บังคับ เพื่อที่จะเข้าไปที่เรือนจำขัง 7 ก็ได้มีพนักงานฝ่ายเรือนจำออกมาแจ้งกับข้าพเจ้าว่า ท่านผู้บัญชาการเรือนจำให้มาถามดูว่าข้าพเจ้าเข้าเวรหรือเปล่าและแจ้งต่อไปว่าถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เข้าเวรก็ไม่ต้องเข้าไปในเรือนขัง 7 เพราะไม่มีเหตุการอย่างใด ทั้งได้ใส่กุญแจเป็นที่แน่นหนาดีแล้ว เมื่อข้าพเจ้าได้รับทราบเช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าก็ได้รอคอยฟังเหตุการณ์อยู่ที่ประตูหน้าเรือนจำและแถวบริเวณหน้าเรือนจำจนถึงรุ่งขึ้นตอนเช้าประมาณ 06.00 น. เศษ ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2492 ข้าพเจ้าจึงได้เข้าไปในเรือนขัง 7 เมื่อเข้าไปถึงแล้วก็ได้ทราบจาก จ.ส.ต. ...... ว่าเหตุการณ์เรียบร้อยดี สำหรับวันที่ 27-28 กุมภาพันธ์ 2492 นั้น ข้าพเจ้าได้อยู่ประจำที่หน่วยรักษาการณ์ในเรือนจำลหุโทษ พร้อมด้วย จ.ส.ต. ....... และกำลังตำรวจทั้งหมด เพื่อรอฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาทางกองฯ พร้อมกับเพื่อรวมเป็นกำลังไว้ระงับเหตุการณ์ฉุกเฉินอาจจะเกิดขึ้นภายในเรือนจำลหุโทษด้วย นับตั้งแต่วันที่ 26-27-28 กุมภาพันธ์ 2492 ซึ่งเป็นวันเกิดจราจลนั้น สำหรับเหตุการณ์ภายในเรือนจำลหุโทษสงบเรียบร้อยดี หลังจากเกิดการจราจลดังกล่าวแล้ว ทางการตำรวจก็ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาในกรณีย์ก่อการจราจลไปฝากขังและควบคุมไว้ในเรือนจำลหุโทษเรื่อยๆมาและให้อยู่ในความควบคุมดูแลของข้าพเจ้ากับพวกเช่นเดียวกับคดีการเมืองอื่นๆอีกด้วย

นับตั้งแต่วันที่ข้าพเจ้ากับพวกได้รับคำสั่งให้ไปตั้งหน่วยรักษาการณ์อยู่ในเรือนจำลหุโทษนั้น ทางผู้บัญชาการเรือนจำก็ได้จัดพนักงานฝ่ายเรือนจำ ซึ่งมีขั้นพัศดีเป็นหัวหน้า เข้าปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับฝ่ายตำรวจ โดยการรับผิดชอบร่วมกับข้าพเจ้ากับพวกก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งได้ประสานงานกับเจ้าพนักงานฝ่ายเรือนจำเป็นไปตามระเบียบของทางราชการจึงบังเกิดผลเป็นที่เรียบร้อยตลอดเวลามา ฉะนั้นจึงรายงานเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

ลายเซ็น

(จ่านายสิบตำรวจ .................) 

จากจดหมายกลายเป็นการค้นและคว้า

สืบสาวราวเรื่อง


ภาพขณะทำการรัฐประหารหน้ากระทรวงกลาโหม เช้าวันที่ 9 พฤศจิกายน 2490

        ตามที่ทราบกล่าวคือ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 คณะทหารอันมี พลโท ผิน ชุณหะวัน พันเอกกาจ กาจสงครามกับคณะทหารได้ทำการ ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ แล้วได้เชิญ จอมพลแปลก พิบูลสงครามขึ้นเป็นหัวหน้าคณะ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารแห่งประเทศไทย และแต่งตั้งให้นายควง อภัยวงศ์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

           ทั้งยังประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2489 (มีอยุเพียง 6 เดือน) แล้วได้นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราวลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2489 มาใช้บังคับ โดยมีบทเฉพาะกาลให้วุฒิสภามีอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาไปจนกว่าจะได้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสำเร็จเรียบร้อย กับให้ทำการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใน 90 วัน และยังได้ประกาศใช้พระราชกำหนดคุ้มครองความสงบสุข เพื่อให้การดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเป็นไปโดยสะดวก


สมาชิกกลุ่มรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 ทุกคน ต้องให้คำปฏิญญาดังในภาพนี้

มีใจความว่า....

...ได้กระทำด้วยเจตน์จำนงอันแน่วแน่ที่จะทำนุบำรุงประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อขจัดความยุคเข็ญ ให้ประเทศชาติร่มเย็นและก้าวสู่ความเป็นอารยะ มิได้มักใหญ่ใฝ่สูงด้วยประการใด...จะขอตั้งปณิธานยึดมั่นในใจ ว่าจะรักษาเกียรติ วินัยอันดีงามด้วยความกล้าหาญ จะเว้นการที่ควรเว้น ประพฤติการที่ควรประพฤติ รักษาความสามัคคีของหมู่คณะ ไม่ทรยศริษยาต่อผู้ประกอบคุณงามความดี...ขอยึดมั่นในสัจจวาจาอันนี้ ด้วยดวงจิตต์อันแน่วแน่ทุกลมหายใจ ตราบจนชีพสลาย

 

         แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผลเท่าไรนัก แม้คณะรัฐประหารจะได้มีการสืบทราบว่ามีการสะสมอาวุธซึ่งเป็นอาวุธที่สหประชาชาติให้ไว้กับพวกเสรีไทยไว้ต่อต้านญี่ปุ่นและทางเสรีไทยไม่คืนสหประชาชาติ และเมื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นบ้านนายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี อดีตสมาชิกเสรีไทย ก็พบอาวุธอย่างที่ได้สืบมาได้ซุกซ่อนอยู่ในห้องใต้ดิน

         หลังจากนั้น ก็เกิดเหตุการณ์กบฎอยู่เนืองๆ เป็นความพยายามแย่งอำนาจของฝ่ายสังคมนิยม ที่มี นายปรีดี พนมยงค์อดีตหัวหน้าเสรีไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเป็นแนวหน้า ซึ่งตามเนื้อหาในหนังสือที่ยกมานี้มีเหตุการณ์สำคัญๆกล่าวไว้ถึง 4 เหตุการณ์ก็คือ กรณีสวรรคต กบฎ 1 ตุลาคม 2491 กบฎแบ่งแยกดินแดน และกบฎ 26 กุมภาพันธ์ 2492 ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหาเข้าคุมขังในเรือนจำลหุโทษ เรืองขัง 7 ทั้งสิ้น ภายใต้การรักษาการณ์ของคณะตำรวจสันติบาล 17 นายและพนักงานเรือนจำระดับพัสดีร่วมปฏิบัติงาน

          ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์กบฎที่มีการเอ่ยถึงในจดหมายเก่าเหตุการณ์าเรื่องฉบับนี้

ปิรันย่า


เปิดตัวหนังสือคู่มือ
บล็อกเกอร์ OKnation
ขณะนี้เวบบล็อก OKnation อยู่ระหว่างจัดพิมพ์คู่มือบล็อกเกอร์ เพื่อให้เป็นหนังสือแนะนำการทำบล็อกสำหรับบล็อกเกอร์และบุคคลทั่วไป เนิ้อหาแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ กระแส citizen reporter หรือนักข่าวพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยที่กำลังมาแรง และเทคนิคการทำบล็อก
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ...TalkwithOKnation

เชิญอ่านเรื่องย้อนหลัง

บล็อกเกอร์ OKnation
 
     ขณะนี้เวบบล็อก OKnation อยู่ระหว่างจัดพิมพ์คู่มือบล็อกเกอร์ เพื่อให้เป็นหนังสือแนะนำการทำบล็อกสำหรับบล็อกเกอร์และบุคคลทั่วไป เนิ้อหาแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ กระแส citizen reporter หรือนักข่าวพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยที่กำลังมาแรง และเทคนิคการทำบล็อก
 
  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ...TalkwithOKnation


บล็อกเกอร์ OKnation
 
 
     ขณะนี้เวบบล็อก OKnation อยู่ระหว่างจัดพิมพ์คู่มือบล็อกเกอร์ เพื่อให้เป็นหนังสือแนะนำการทำบล็อกสำหรับบล็อกเกอร์และบุคคลทั่วไป เนิ้อหาแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ กระแส citizen reporter หรือนักข่าวพันธุ์ใหม่ในประเทศไทยที่กำลังมาแรง และเทคนิคการทำบล็อก
 
  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ...TalkwithOKnation

กบฎเสนาธิการ 1 ตุลาคม

              หลังจากที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2491ต่อจากนายควง อภัยวงค์ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งคณะตามคำแนะนำของนายทหารแห่งคณะรัฐประหาร (หลังจากที่ได้ลาออกไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2491 หลังจากได้จัดการให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2491  แต่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาอีกในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2491) พร้อมควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมอกควันแห่งการแย่งชิงอำนาจก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีก

              ครั้งนี้บุคคลที่คิดก่อการมิได้คิดทำการปฎิวัติทางการเมืองโดยตรง แต่คิดที่จะทำการปฎิวัติกองทัพบกเสียใหม่ เพื่อให้กองทัพบกมีประสิทธิภาพและทันสมัย เพราะเห็นว่าศักดิ์ศรี และประสิทธิภาพกองทัพหย่อนยานไปมากหลังสงครามโลก และต้องการให้ทหารเล่นการเมืองได้ต่อไป กลุ่มผู้ก่อการส่วนมากเป็นนายพล นายพัน ระดับเสนาธิการ แทบทั้งสิ้น เป็นต้นว่า พลตรีเนตร เขมะโยธิน พลตรีสมบูรณ์ ศรานุชิต พลตรีหลวงวรรณกรรมโกวิท พันโทพโยม จุฬานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดเพชรบุรี พันเอกกิติ ทัตตานนท์ นอกจากนี้ยังมีอาจารย์และนักเรียนเสนาธิการทหารบกเข้าร่วมด้วยเป็นอีกจำนวนมาก แต่การปฎิวัติครั้งนี้ ยังเป็นที่สงสัยอยู่ว่า จะมีนักการเมืองกลุ่มนายปรีดี พนมยงค์ สนับสนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะการปฎิวัติ ไม่ว่าจะคิดปฎิวัติอะไร จะต้องมีการปฎิวัติในทางการเมืองเสียก่อน

              อย่างไรก็ตาม แผนก่อการของคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ รัฐบาลจอมพล ป ได้สืบทราบ และติดตามความเคลื่อนไหวทุกระยะ รวมทั้งยังตระหนักถึงแผนการสังหารโหดและจับบุคคลสำคัญๆ เป็นอย่างดี

               ตาหมายกำหนดการณ์ ในวันที่ 1 ต.ค. 2491 เวลา 20.00 น. คณะรัฐประหารจะมาประชุมกัน ณ ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเลี้ยงส่งทหาร และแสดงความยินดีในงานพิธีสมรสระหว่างพันเอกสฤษดิ์ ธนะรัชต์ กับนางสาววิจิตรา ซึ่งคณะผู้ก่อการ 1 ต.ค. จะใช้วิธีการสังหารบุคคลสำคัญๆ ในคณะรัฐประหาร                

               ในคืนนั้นงานศพของบิดาของ พล.ต.หลวงวรรณกรรมโกวิท จึงเป็นจังหวะและโอกาสอันดี ที่นัดกันมาประชุมปรึกษาหารือในเรื่องปฎิวัติ ผู้ที่ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้น ก็มี พ.อ. สมบูรณ์ ศรานุชิต พ.อ. ประจวบ ภูมิรัตน์ พันโท พโยม จุฬานนนท์ และพ.ต. กำธร
                 ก่อนที่พวกกบฎ 1 ต.ค. จะปฏิบัติการได้สำเร็จ พล ต.ต.เผ่า ศรียานนท์ รองอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม พร้อมด้วยกำลังตำรวจก็ดำเนินการจับกุมพวกก่อกบฎในทันทีทันใด โดยได้เข้าจับกุมตัวนายพันเอก ขุนศรีสิงหสงคราม เจ้ากรมพาหนะทหารบก นอกจากการจับกุมตัวขุนศรีสิงหสงครามแล้ว ยังได้จับพรรคพวกผู้ร่วมคิดก่อการอีกหลายคน เช่น ร้อยเอก หิรัญ สมัครเสวี ร้อยเอกสุรพันธ์ ชีวรานนท์ และร้อยโทบุญช่วย ศรีทองบุญเกิด
                 นอกจากทำการจับกุมบุคคลดังกล่าว ในตอนกลางคืนของวันที่ 1 ต.ค. พลตำรวจตรีเผ่า ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม พร้อมด้วยพล ต.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ พ.ท.ละม้าย อุทยานานนท์ พ.ท.ทม จิตรวิมล พ.ท.ชลอ จารุกลัส พล.ต. สถิต ยุทธการ ก็รีบรุดไปล้อมกระทรวงกลาโหมไว้ และส่วนหนึ่งของกองกำลังทั้งทหารและตำรวจ ได้เข้าล้อมห้องที่พวกกบฎยึดเป็นกองบัญชาการไว้ ในขณะนั้นฝ่ายกบฎกำลังปรึกษาหารือกันอยู่ และรอคอยโอกาสเวลาตามแผนที่วางไว้
                 ตลอดคืนที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันอยู่นั้น พล.ต.ตเผ่า ได้ส่งเสียงตะโกนเข้าไปในห้องที่พวกกบฎอยู่ ขอให้มอบตัวแต่โดยดี เพราะการกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และวินัยอย่างร้ายแรง เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ และมิต้องเสียเลือดเนื้อด้วยกันเอง จึงขอให้พวกกบฎกลับใจเสีย และออกมามอบตัวแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
                แทนที่ฝ่ายกบฎ 1 ต.ค จะออกมามอบตัว กลับยิงปืนออกมา ทำให้พวกที่ล้อมอยู่หลบชุลมุนวุ่นวาย ฝ่ายพล ต.ต.เผ่า และพล.ตสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ไม่กล้าปฎิบัติการรุนแรงอย่างหนึ่งอย่างใดลงไป ในที่สุดฝ่ายปราบปรามกบฎก็มีความเห็นว่า ไม่ควรจะมีการโต้ตอบด้วยประการใดๆทั้งสิ้น ควรล้อมไว้เฉยๆจนกว่าจะถึงเช้าวันใหม่ฝ่ายที่อยู่ข้างในห้องเห็นว่าไม่มีทางต่อสู้อย่างแน่แล้วจึงยอมจำนนแต่ก็ขอคำรับรองจากกลุ่มที่ล้อมไว้ว่า
             " พวกเราพร้อมแล้วที่จะมอบตัว แต่เรามีอะไรเป็นประกันในความปลอดภัยของชีวิต เราจะไม่ถูกยิงเมื่อเราออกไปมอบตัวใช่หรือไม่ ท่านรับรองกับเราได้ไหม ที่จะไม่ทำอันตรายพวกเรา " 

            " ข้าพเจ้า พลตรีสฤษดิ์ ธนะะรัชต์ ขอรับรองด้วยเกียรติทหาร ท่านจะได้รับความปลอดภัยด้วยประการทั้งปวง "

               ต่อจากนั้น ฝ่ายผู้ก่อการมีนามต่อไปนี้ ก็เดินออกจากห้องที่ยึดเป็นกองบัญชาการ ด้วยความเหนื่อยอ่อน
1. พลโทสมบูรณ์ ศรานุชิต
2. พันเอกกิติ ทัตตานนท์
3. พล.ต. เนตร เขมะโยธิน
4. พ.ต. ไสว ทัตตานนนท์
5. พันโท พโยม จุฬานนท์
               หลังจากนั้นก็ยังมีการจับกุมผู้ร่วมก่อการอีกหลายคนด้วยความเรียบร้อยปราศจากเลือดตกยางออก เป็นการจับกุมที่ได้ผลดีที่สุด แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีผู้ก่อการชั้นหัวหน้าอีกหลายคน ได้พยายามหลบหนีการจับกุมไปได้

              กบฎ 1 ต.ค. 2491 นี้ ทางคณะรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องราวไปให้ตำรวจทำการสอบสวนดำเนินคดี เมื่อทางการได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ก็ส่งไปให้พนักงานอัยการประจำกรมพระธรรมนูญ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่เจ้าพนักงานรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นเรื่องที่ ไม่มีความผิดกฎหมาย จึงสี่งไม่ฟ้อง เป็นอันว่า พวกกบฎ 1 ต.ค. ถูกปล่อยเป็นอิสระภาพไป.

กบฎแบ่งแยกดินแดน

           หลังจากเหตุการณ์กบฎเสนาธิการ 1 ตุลาผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ต่อมาในวันที่ 30 ตุลาคม ถึงต้นเดือนเดือนพฤศจิกายน ในปีเดียวกันนั้นเอง ได้เกิดกบฎแบ่งแยกดินแดน  โดยมีการจับกุม นายฟอง สิทธิธรรมผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ที่มีการลักลอบส่งชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่ง ไปรับการศึกษาวิชาทหารที่คุนมิง ประเทศจีน แล้วกลับมาทำการยุยงประชาชนภาคอีสาน ให้แยกดินแดนภาคอีสานให้เป็นรัฐอิสสระจากราชอาณาจักรไทย จะแบ่งแยกเป็นรูปแบบใดไม่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ดี การแบ่งแยกดินแดนถือได้ว่า เป็นการผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ได้บัญญัติไว้ว่า " พระราชอาณาจักรไทย นั้นจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว จะทำการแบ่งแยกมิได้" เพราะถ้าหากใครคิดจะแบ่งแยกดินแดนออกจากกัน บุคคลเหล่านั้นก็ได้ชื่อว่า "กบฎ" เพราะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

        การกวาดล้างพวกกบฎก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เท่าที่ตำรวจจับกุม บุคคลดังกล่าวนี้ก็คือ นายทิม ภูริพัฒน์ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ นายเตียง ศิริขันธ์ นายถวิล อุดล นายฟอง สิทธิธรรม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนบุคคลดังกล่าว แต่แล้วก็ปล่อยเป็นอิสระภาพไป เฉพาะนายเตียง ศิริขันธ์ นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เท่านั้น ถูกนำตัวไปฟ้องศาล แต่แล้วก็ปล่อยตัวนายฟอง สิทธิธรรม เพราะอยู่ในสมัยประชุม ได้รับเอกสิทธิ์ทางกฎหมายและต่อมาได้ปล่อยตัวนายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ เพราะไม่มีหลักฐานอะไร

          อย่างไรก็ตามมีบุคคลที่อยู่ในกลุ่มก่อการ กบฎเสนาธิการ 1 ต.ค. 2491 และกบฎแยกดินแดน เป็นคนใกล้ชิดกับนายปรีดี พนมยงค์จึงทำให้ทางรัฐบาลเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของนายปรีดี ที่ต้องการจะยึดอำนาจคืนจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และตระหนักว่าอีกไม่นานนัก การปฎิวัติ นองเลือดอาจเกิดขึ้นในทันทีทันใดอย่างแน่นอน

          จอมพล ป. ได้ใช้โอกาสในการจับกุมกลุ่มที่ได้กล่าวหาเป็นกบฎนี้ กล่าวคำปราศัยทางวิทยุกระจายเสียง เพื่อให้พวกที่คิดคบกันก่อการกบฎ ทราบว่า รัฐบาลทราบแผนการณ์แห่งการปฎิวัติดีอยู่แล้ว และยังบอกประชาชนให้ทราบว่าหมดหนทางที่จะหลีกเลี่ยงการนองเลือดได้ ในกรณีเช่นนี้ ทางรัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำทุกอย่างเพื่อความสงบของประเทศ และรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ จากนั้นจอมพล ป ใช้ความพยายามอย่างมากในการออกกฎอัยการศึกแต่สภาผู้แทนฯไม่เห็นด้วย

 กบฎ 23 กุมภา

เช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2492 ขณะที่คณะรัฐนมตรีได้มีการประชุมกันอยู่ พ.อ.ศิลป รัตนพิบูลชัย เจ้ากรมรักษาดินแดน ได้เข้ามาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และรายงานให้จอมพล ป. ทราบว่า ได้มีคณะนายทหารชั้นผู้น้อยจำนวนหนึ่งได้นำรถถัง 6 คัน พร้อมด้วยอาวุธครบมือ กำลังเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเจตนาจะสังหารโหดคณะรัฐมนตรีทั้งชุดตามแบบพม่าสมัยสงครามโลก แต่มิได้เป็นไปตามแผน เพราะพล.ต.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ทราบแผนล่วงหน้าก่อน จึงได้ทำการยับยั้งสกัดกั้นไว้ได้ พร้อมให้ทหารชั้นผู้น้อยเหล่านั้นนำรถถังทั้งหมดกลับไปกรม แล้วแจ้งเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย
              
นอกจากการจับกุมทหารชั้นผู้น้อยแล้ว พล ต.ต.เผ่า ศรียานนท์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจฝ่ายปราบปราม กับ พ.ต.อ.ประจวบ กิรติบุตร ได้ทำการกวาดล้าง จับกุมบุคคลต่างๆที่มีความเข้าใจว่ามีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับพวกกบฎครั้งนี้ บุคคลแรกที่ทำการจับกุม คือ พันเอกทวน วิชัยขัทคะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสมัยนายปรีดี พนมยงค์ ณ บ้านพัก พร้อมด้วยร้อยเอกสุนทร ทรัพย์ทวี เรือเอกชลิต ชัยสิทธิเวช นอกจากนี้ยังได้จับกุมทหารอีกหลายคน เพื่อนำมาสอบสวนคดีตามกฎหมาย
              
ด้วยเหตุการณ์และสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าว ทางรัฐบาลจึงได้มีคำสั่งให้ทั้ง 3 กองทัพเตรียมพร้อมที่จะรับสถานการณ์โดยทันที ยิ่งไปกว่านั้นยังทำการปิดถนนสายสำคัญๆหลายสาย เช่น ถนนกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ บริเวณพระบรมรูปทรงม้า ทำเนียบรัฐบาล ถนนสายบางกระบือ ร. พัน 3 จากสะพานควายถึงบางซื่อ และยังได้นำรถถังออกมาวิ่งเพ่นพ่านตามถนน เพื่อเตรียมการปราบกบฎ เพราะจอมพล ป. เพราะคาดว่าจะเป็นชนวนแห่งการกบฎใหญ่ อย่างไม่ต้องสงสัย

กบฎล้มล้างพระราชบัลลังก์

              จากการสืบสวนของตำรวจได้ความว่า มีบุคคลคณะหนึ่งวางแผนการณ์สังหารคณะรัฐมนตรี และจะมีการก่อวินาศกรรมเมืองหลวงด้วยการลอบวางเพลิงเผากรุงเทพฯ เป้าหมายของพวกกบฎกลุ่มนี้คือ ต้องการล้มล้างพระราชบัลลังก์ ให้มีการปกครองระบบมหาชนรัฐ อย่างที่มีประธานาธิบดี หรืออย่างคอมมิวนิสต์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปตามครรลองของระบอบโซเซียลลิสต์แบบเลนินหรือแบบปฎิวัติ ไม่ใช่โซเซียลลิสต์ในแบบประชาธิปไตย
              จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งนิยมลัทธิเผด็จการแบบนาซี “เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย” มีความเห็นว่าคงจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงการประกาศสภาวะฉุกเฉินได้ แต่นักหนังสือพิมพ์ และประชาชนที่ได้ฟังคำปราศรัยในเรื่องนี้ต่างก็วิพากษ์ วิจารณ์ในความไม่เหมาะสม อีกทั้งคณะอภิรัฐมนตรีก็คัดค้านว่า การประกาศสภาวะฉุกเฉิน นั้นควรกระทำเมือมีเหตุการณ์จริงๆ หรือไม่ก็เลี่ยงไม่ได้ เพราะการประกาศสภาวะฉุกเฉินเป็นการตัดสิทธิ์เสรีภาพของประชาชน และหนังสือพิมพ์ แม้รัฐบาลจะได้อธิบายถึงความจำเป็นต่างๆ แต่คณะอภิรัฐมนตรีก็ยังคงยืนกรานอยู่เช่นเดิม จอมพล ป. จึงต้องยับยั้งการประกาศไว้ก่อน       

แต่ที่สุดแล้ว จอมพล ป. ก็ประกาศจนได้ ทันทีที่เหตุการณ์กบฎเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2492 สงบลง ก็รีบประกาศสภาวะฉุกเฉินในวันเดียวกันนั้น แล้วยังได้ออกแถลงการณ์ตักเตือนหนังสือพิมพ์ให้ตั้งอยู่ในความสงบ และให้คำนึงถึงความสงบของประเทศ การเขียนโฆษณาใดๆ อย่าได้กระทำไปในทางที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบเป็นอันขาด ถ้าหนังสือพิมพ์ฉบับใดยังคงฝ่าฝืน และแสดงตนเป็นปริปักษ์ต่อความสงบสุขของชาติต่อไปแล้ว รัฐบาลจะต้องดำเนินการเท่าที่เห็นสมควร
               นอกจากจอมพล ป. พิบูลสงคราม จะออกคำแถลงการณ์ตักเตือนหนังสือพิมพ์แล้ว จอมพล ป. ยังวิงวอนขอความร่วมมือจากประชาชน ให้ตั้งอยู่ในความสงบ และประกอบกิจกรรมไปโดยสุจริต อย่าประพฤติอันเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศเป็นอันขาด.

 กบฎวังหลวง (โปรดอ่านต่อใน ตอน2)

http://www.oknation.net/blog/nanahahe/2007/10/13/entry-1

Hot News Update

คลิกหัวข้อข่าว
เพื่ออ่านรายละเอียด




ถาม-ตอบ


คำถามนี้ มีคำตอบเดียว
ทุกคนคงรู้ดี ไม่เชื่อก็ลองดู


อะไร

ที่คนไม่ต้องกินก็เมาได้ ?

ที่เพื่อนยอมหักหลังกันได้ เพื่อให้ได้มา ?

ที่บางคนมีแล้วไม่เคยพอ ?

ที่บางคนมีแล้ว ไม่เคยยอมลด ?

ที่เสียไปได้ง่ายๆ ถ้ามีแล้วใช้ไม่เป็น ?

ที่ทำให้คนที่ร่วมคณะก่อการ ระแวงซึ่งกันและกัน ?


คำตอบ

คือ


อำนาจ

 อ้างอิง:

    1. จดหมายรายงานการปฏิบัติงานนอกสถานที่ของ จ.ส.ต....(สงวนนาม) ฉบับลงวันที่ 23 เมษายน 2492

    2. หนังสือชื่อ "ผู้บริหารราชการแผ่นดิน โดย นายเชื้อ พิทักษากร" จัดพิมพ์โดยกระทรวงมหาดไทยเพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพ นายเชื้อ พิทักษากร ผู้ว่าราชการภาค 6 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2496

    3. หนังสืออนุสรณ์ในงานรับพระราชทานเพลิงศพ พลโท กาจ กาจสงคราม ปช. ปม. (เทียน เก่งระดมยิง) วันที่ 20 เมษายน 2510

    4. http://www.baanjomyut.com/library/

    5. http://www.rakbankerd.com/01_jam/thaiinfor/country_info/

    6. http://library.rta.mi.th/Newbook/

    7. http://library.rta.mi.th/Newbook/Word.htm

    8. http://www.guidescenter.com/

    9. http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/

    10. http://www.thaipost.net/

คำจำกัดความที่ควรทราบ

กบฏ หมายถึง การประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร , ความทรยศ ; ผู้ประทุษร้ายต่อทางอาณาจักร , ผู้ทรยศ , ขบถ ก็ว่า ; (กฎ) ชื่อความผิดอาญาฐานกระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการ หรือแบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร เรียกว่า ความผิดฐานเป็นกบฏ (กปฏ ว่า ความคด,ความโกง)


ปฏิรูป หมายถึง ปรับปรุงให้สมควร เช่น การปฏิรูปบ้านเมือง


ปฏิวัติ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระบอบการบริหารบ้านเมือง เช่น การปฏิวัติการปกครอง


รัฐประหาร หมายถึง การใช้กำลังเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลโดยฉับพลัน , (กฎ) การใช้กำลังยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงรัฐบาล


http://library.rta.mi.th/Newbook/Word.htm



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 30/10/2007 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อืมมมม ยอดเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 12/10/2007 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ... สำหรับบทความค่ะ

มีความสุขในคืนวันศุกร์สุดสัปดาห์นะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน