*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1232480
  • จำนวนผู้โหวต : 1260
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1260 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2550
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 1628 , 04:06:19 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความจากหนังสือ "นักข่าวพันธ์ใหม่ Citizen Reporter"©
...... Blog คืออะไร มีกี่ประเภท ทำBlogเพื่ออะไร ......

          ตอนที่เรียบเรียงเรื่องราวจาก Blog nanahahe เพื่อนำไปลงในหนังสือนักข่าวพันธ์ใหม่ในส่วนคู่มือการทำบล็อกนั้น ปิรันย่าได้เขียนเนื้อหาเพิ่มเติมไว้ด้วยโดยบางส่วนหรือทั้งหมดยังไม่เคยโพสมาก่อนนะคะ วันนี้ถือโอกาสนำมาเผยแพร่ใน Blog เพื่อนักเรียนและผู้สนใจได้อ่านค่ะ

ที่มาของคำว่า”Blog”

คำว่า Blog นี้ ในปัจจุบันมีการใช้กันทั่วไปจนติดปากนักท่องเน็ตทั่วโลกกว่า ล้านคน มีที่มาดังนี้ คือ

ธันวาคม 1997: Jorn Barger เป็นคนแรกที่ให้กำเนิดคำว่า "Weblog" 
เมษายน 1999: Peter Merholz เป็นคนแรกที่แปลงคำว่า”Weblog”  เป็นคำย่อว่า"blog" แทน
13 มีนาคม 2003: Oxford English Dictionary บรรจุคำว่า “blog” ไว้ในพจนานุกรมอย่างเป็นทางการ
2004: เว็บ Kapook.com เปิดให้บริการ blog แก่คนไทยเป็นรายแรก

22 ธันวาคม 2006: nationgroup เปิดให้บริการBlog ในชื่อว่า oknation และที่มาของพ็อกเก็ตบุคเล่มนี้ก็มาจาก Blog ชื่อ นานาฮาเฮ http://www.oknation.net/blog/nanahahe ที่ผู้เขียนทำไว้ใน oknation

Blog คืออะไร (กันแน่)?

“เว็บไซต์ที่บรรจุ เรื่องราวเกี่ยวกับบันทึกส่วนตัวประจำวัน ซึ่งสะท้อนถึงมุมมอง ความคิดเห็นของบุคคล โดยอาจรวมลิ้งค์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ตามความประสงค์ของเจ้าของเว็บบล็อกเองด้วย” (เมอร์เรียม-เว็บสเตอร์)

สำหรับผู้เขียน (ปิรันย่า) คำว่า Blog ขอให้คำจำกัดความอย่างนี้

 "Blog คือเว็บไซต์บนเนื้อที่ของผู้ให้บริการ Blog ที่จัดสรรให้สมาชิก (Blogger) ใช้แสดงตัวตนสู่สาธารณะ ผ่านเนื้อหา รูปแบบ และวิธีการนำเสนอได้เองในลักษณะการทำบันทึกเรื่องราว เรียงตามลำดับการโพสก่อนหลัง มีลิงค์ไปยัง Blog และ เว็บที่เจ้าของสนใจ เปิดช่องทางให้มีการสื่อสารสองทางระหว่าง Blogger และผู้ชม”

โดยปกติผู้ให้บริการ Blog นอกจากจะเปิดให้คนมาสมัครเป็นสมาชิกแล้ว ยังแจกพื้นที่ให้สร้างเว็บเพจเป็นของตัวเอง พร้อมทั้งจัดเตรียมรูปแบบโครงสร้าง (template) ที่มีสีสัน ลวดลายแตกต่างกันไว้ให้เลือกใช้ตามแต่ชอบอีกด้วย เรียกว่าได้มาเป็นแพ็คเกจเลยทีเดียว ส่วนค่าบริการนั้นในขณะนี้ยังเป็นการให้บริการฟรีกันอยู่ แต่ในอนาคตนั้นก็ไม่แน่ ในความคิดส่วนตัว ถ้าหากว่ามีการใช้บริการในเชิงพาณิชย์มากๆ อาจจะมีบางค่ายอยากจะคิดค่าบริการสำหรับกรณีใช้ Blog ทำธุรกิจ ขึ้นมาบ้างก็ได้  เพราะฉะนั้นใครอยากเปิด blog ก็ควรรีบเปิดไว้แต่เนิ่นๆเผื่อจะได้สิทธิ์พิเศษในฐานะสมาชิกเก่า

ต้องทำอย่างไรจึงจะเป็น Blogger? 

Blogger ผู้เขียน(ปิรันย่า) ของให้นิยามว่า อย่างนี้ “Blogger คือสมาชิกผู้เป็นเจ้าของ Blog ที่จะเป็นผู้สร้างสรรค์ Blog ของตนตามวัตถุประสงค์ หรือแนวความคิดที่ตนต้องการ มีหน้าที่สร้างสรรค์เนื้อหา ดูแล จัดการ และรับผิดชอบในทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นใน Blog ของตนหรือที่ได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเจ้าของ Blog นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้กระทำเองหรือมอบหมายให้ผู้อื่นกระทำการแทนโดยสุจริตก็ตาม”

ทั้งนี้ Blogger อาจจะเป็นผู้ที่ต้องทำเองทุกอย่างตั้งแต่ เขียนเรื่องจากความรู้ ความชำนาญ หรือค้นคว้าหาข้อมูลมาโพสเป็นเนื้อเรื่อง ตั้งชื่อเรื่อง หาภาพ หาเพลง หาองค์ประกอบ จัดแต่งหน้าตา Blog ในรูปแบบที่ต้องการ รวมถึงการไปเยี่ยมชม ออกความเห็นตาม blog ต่างๆทั้งของตนเองและเพื่อนบ้าน หรือให้ใครช่วยทำบางส่วนหรือทั้งหมดก็ตามที ก็ได้ชื่อว่าเป็น Blogger แล้ว

ซึ่งถ้า Blogger คนใดทำ blog แบบมืออาชีพ หรือทำ Business Blog หรือ Corporate Blog เราจะเรียกว่า Blogger นั้นเป็น “Blog Master”ด้วย เพราะต้องสวมหมวกหลายใบในคราวเดียวกัน (รายละเอียด อ่านต่อได้ในเรื่อง “มาเป็น Blog Master กันเถอะ”) แต่ในปัจจุบัน มีอยู่หลาย blogger ที่วิธีวานให้คนอื่นๆเข้าไปช่วยปรับแต่งBlog Template ช่วยโพสเนื้อหา รูปภาพ เพลง หรือองค์ประกอบต่างๆแทน มีทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉินจำเป็น อาจจะเรียกได้ว่า มีการใช้บริการ “Blogger Assistant” หรือมีผู้ช่วยส่วนตัวเกิดขึ้นมา เพราะเหตุที่เจ้าของ bl og ไม่สันทัดในเรื่องนั้นๆ หรืออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถเข้ามาอัพ blog ได้เอง ก็ต้องยอมที่จะเสี่ยงมอบให้ user name และ password ของตนเองแก่ผู้ช่วยจำเป็นเข้าไปจัดการแทนให้

นอกจากนี้ก็ยังมี Blog แบบที่มีเจ้าของร่วมกันหลายคน (Multi-Owners Blog) คือมีการสมัครเป็นสมาชิกโดยใช้ชื่อคนใดคนหนึ่ง แล้วแจก user name กับ password ให้กับทุกคนในกลุ่มเพื่อเข้าไปช่วยกันทำ blog ก็มี อย่างนี้สมควรจะเรียกเจ้าของแต่ละคนว่า “Co-Blogger”

          การจะเป็น Blogger นั้นทำได้ง่ายๆด้วยการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชุมชน Blog ที่เราต้องการเข้าร่วม ซึ่งบางแห่งอาจมีการแบ่งสมาชิกเป็นแบบทำ Blog กับไม่ทำ Blog เวลาสมัครก็ควรศึกษาดูสักนิด จะได้ทำได้อย่างถูกต้อง

          ส่วนการเป็น Blogger ที่ดีนั้น นอกจากจะต้องทำหน้าที่เจ้าของบ้านที่ดี แล้วยังต้องทำหน้าที่สมาชิกที่ดีด้วย ไม่งั้นอาจจะมีการบัญญัติ Blog’s Rules กฎการทำBlog ขึ้นมาใช้เป็นแนวทางให้รู้สึกอึดอัดก็เป็นได้

Blog Editor คือใคร?

อีกกลุ่มที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “Blog Editor” ที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ใหญ่บ้าน ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนจากเจ้าหน้าที่บริหารระดับหน้าหน้าของเจ้าของพื้นที่ที่ให้บริการ กับ ทีมงาน ที่จะช่วยในการรับสมัคร จัดการ ควบคุมดูแล บริหาร ให้ข้อมูล ความรู้ เกี่ยวกับการทำBlog การทำกิจกรรม ประชาสัมพันธ์และให้บริการแก่ สมาชิก Blog ทุกราย โดยจะมีกฎ กติกา ตั้งเอาไว้และแจ้งให้สมาชิกทราบ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในการสื่อสารระหว่างกันภายในและภายนอก blog และป้องกันการใช้ blog ไปในทางมิชอบ หรือกระทำผิดกฎหมายใดๆที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งหากมีการกระทำผิดจริง ก็จะมีบทลงโทษกันตั้งแต่ระดับย่อมเยา ไปจนถึงขั้นปิด blog ถาวร ยกเลิกสถานภาพการเป็นสมาชิกกันไปเลย (ที่จริง แรงกว่านั้นก็อาจมี เช่น แจ้งความดำเนินคดี แต่หวังว่าคงจะไม่เกิดขึ้น หากทุกฝ่ายใช้ความรอบคอบ ระมัดระวังอย่างเพียงพอ)

     ที่น่าสนใจก็คือ Blog Editor และ ทีมงาน ก็มักจะมี Blog เป็นของตนเองด้วยเหมือนกัน บางรายอาจจะต้องดูแลทั้งBlog ที่เปิดให้บริการสมาชิกในฐานะพนักงาน และ Blog ส่วนตัว ซึ่งบางครั้งการวางบทบาทก็จำเป็นต้องผสมปนเปกันไปทั้งงาน ทั้งส่วนตัว ดังนั้น ถ้าจะให้ดีละก็ หาเวลาแวะไปทักทายให้กำลังใจที่ Blog ของพวกเขาด้วยนะ


Blog มีกี่ประเภท?

ชนิดของ Blog แบ่งตามวัตถุประสงค์ของผู้เป็นเจ้าของ

  1. Personal Blog เป็นBlog ที่ใช้เพื่อสนองความต้องการส่วนตัว ซึ่งคนที่ได้รับประโยชน์อาจจะอยู่ในวงแคบๆเพียงแค่เจ้าของบล็อกเองหรือกลุ่มเครือข่ายที่มีรสนิยมคล้ายคลึงกัน แต่ในบางโอกาสก็อาจสร้างผลกระทบในวงกว้างได้

  2. Business Blog เป็นBlog ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางธุรกิจ การค้าขาย ให้บริการ อาจจะถึงขั้นมีการตกลงซื้อขาย ทำรายการชำระเงินกันจริงๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือผลประโยชน์ทางธุรกิจของผู้เป็นเจ้าของ Blog

1)       Single Owner Blog เป็น Blog ที่มีเจ้าของคนเดียว
2)       Multiple-Owners Blog
เป็น สนเ ที่มีเจ้าของหลายคน
3)      Corporate Blog

 ชนิดของ Blog แบ่งสถานะของผู้เป็นเจ้าของ

           เป็น Blog ที่องค์กรใดๆเปิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ทางสังคม ขององค์กรที่เป็นเจ้าของBlog ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำทางธุรกิจทั่วโลกโดยSherpa Marketing เมื่อปลายปี 2006 พบว่าองค์กรใหญ่ๆในแถบประเทศเอเซียแปซิฟิคมีแนวโน้มที่จะเริ่มทำ Corporate Blog ในปี 2007 กันมากขึ้น ซึ่งหากบริษัท ห้างร้านใดหันมาใช้ Blog เป็นเครื่องมือทางการตลาดการขายและบริการ ก็นับว่ามีความฉลาดและทันเกมส์ไม่น้อย

ขอยกตัวอย่างข้อดีของการทำ Corporate Blog มาให้ดูสักห้าประการก่อน ดังนี้ คือ 

ประการที่หนึ่ง  ต้นทุนการทำ Blog ถูกมากต่างจากการทำเว็บไซต์มากมาย เพียงใช้คนในองค์กรที่มีอยู่แล้วมาจัดการ Blog เท่านั้น เหมาะมากกับองค์กรการกุศลที่ไม่ได้ทำกิจกรรมเพื่อค้าหากำไรทางธุรกิจ

ประการที่สอง  วิธีการทำไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ต้องมีการวางแผนและวางแนวทางที่ดี ยิ่งหากมีที่ปรึกษาดีๆ ก็สามารถเปิด Blog ดีๆได้แล้ว

ประการที่สาม  ใช้เวลาไม่มากในการ Update หากมีเนื้อหาและองค์ประกอบพร้อมอยู่แล้ว

ประการที่สี่  ใช้เป็นช่องทางสื่อสารสองทางกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ เหมาะกับการทำวิจัยสินค้าหรือ บริการใหม่ๆก่อนนำออกสู่ตลาด การให้ความรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการก็สามารถชี้แจง ให้ลูกค้าเข้ามาเขียนข้อสงสัยแล้วตอบข้อข้องใจได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะเกิด bad words of mouth หรือ switch ไปใช้ของคู่แข่งแทน หรือมองในแง่ดีก็สามารถใช้ Blog เป็นที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก่อนที่จะเกิดความเข้าใจผิดได้  เป็นต้น

ประการที่ห้า ยิ่งทำก่อนยิ่งได้เปรียบคู่แข่ง หากทำได้ดี ก็จะมีโอกาสในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาทำธุรกรรมได้ก่อนคู่แข่ง อีกประการคือ Blog จะยังมีการพัฒนารูปแบบต่อไปได้อีกมาก คนที่มีประสบการณ์มาก่อนย่อมได้เปรียบในระดับหนึ่ง

 ชนิดของ Blog แบ่งตามลักษณะการใช้งาน

  1. Diary  เป็นรูปแบบหนึ่งของ Blog ที่นิยมทำกันมาก เจ้าของ Blog จะเขียนบันทึกประจำวันในเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง ที่อยากให้คนอื่นรู้ (ไม่งั้นจะโพสในเน็ตทำไม จริงไหม?) แต่ก็ไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดส่วนตัวไปทุกๆเรื่อง (บอกหมดก็ไม่ตื่นเต้นสิ!  แต่ถ้าใครบอกหมดไปแล้วก็นับว่ามีความกล้ามากโข แถมยังเป็นการพาอันตรายมาสู่ตัวด้วยนะ) เหมือนเป็นการรายงานเหตุการณ์ประจำวัน ระบายความคิด อารมณ์ ความรู้สึกของเจ้าของ blog ต่ออะไรมิอะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาหรือเธอ พูดชัดๆคือ Diary ใน Blog ส่วนมากจะเป็นเรื่องของฉัน ของมัน ของเธอ หรือของเขา  It’s all about me or it or her or him

  2. General Blog  เป็น Blog ที่ใช้อย่างไม่มีเป้าหมาย หรืออาจมีแต่ไม่ชัดเจนหรือไม่เจาะจง นำเสนอหลายๆด้าน อาจขึ้นอยู่กับความสนใจ ความพอใจของเจ้าของ Blog หรือ ตามกระแส ตามเหตุปัจจุบันทันด่วน เหตุเฉพาะหน้าที่เกิดกับตนเอง ก็ตาม ซึ่งมีข้อดีที่ Blogger ไม่ต้องเครียดในการคิดหาบทความ หาเนื้อเรื่องต่อๆไป เท่าBlogger แบบที่ 2 เพราะสามารถหยิบเรื่องอะไรก็ได้มาโพส แต่ข้อเสียคือ ไม่มีจุดเด่นให้คนจดจำและเข้ามาอ่านซ้ำ เว้นแต่จะมีลีลาที่น่าติดตามจริงๆ หรือมีเรื่องได้รับการโปรโมท หรือโหวตเป็นเรื่องยอดนิยมก็จะมีคนเข้ามาอ่านแต่เรื่องนั้นๆ

  3. Predefined Blog  เป็น Blog ที่ใช้อย่างมีเป้าหมายนำเสนอในเรื่องที่เจ้าของ blog สนใจ มีความรู้ มีความถนัด หรือทำสิ่งนั้นเป็นอาชีพ หรือทำธุรกิจนั้นอยู่แล้ว อาจทำแนววิเคราะห์เจาะลึก ตามติดเหตุการณ์ชนิดรายงานนาทีต่อนาที หรือตามจนกว่าเรื่องจะสิ้นสุด มาเผยแพร่ให้ผู้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้อ่าน ได้ชมได้ฟัง ได้ดู ได้แสดงออกหรือแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น เพื่อให้เป็นการเผยแพร่ความรู้ เพื่อกระจายข่าวสารข้อมูลให้ทั่วถึงยิ่งขึ้นกว่าที่จะให้หล่นหายอยู่ตามแหล่งข้อมูลที่ไปหยิบเอามา  หรือเพื่อเรียกความสนใจจากผู้คน เป็นไปได้อย่างมากว่า Blogger ที่ทำ Blog ประเภทนี้จะได้รับความเชื่อถือในเรื่องนั้นๆมากเป็นพิเศษ  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและความลึกของข้อมูลที่นำมาเสนอ ใครจะรู้ว่า อาจจะมีสปอนเซอร์ของสินค้าที่เกี่ยวกับเรื่องในBlog สนใจมาลงโฆษณาบ้างก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น บรรดาBlog ที่ให้ความรู้เฉพาะทางด้านต่างๆ เช่น ด้านไอที ด้านสุขภาพ ด้านกีฬา ด้านการเงิน ด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ พัฒนาสมอง ดูหมอ วิเคราะห์ข่าว ด้านบันเทิง การ์ตูน นิยาย  เรื่องสั้น เป็นต้น  ซึ่งใน Blog เดียวอาจนำเสนอหลายด้านอย่างจงใจก็เป็นไปได้ แต่ทว่าเนื้อหาแต่ละเรื่องจะแน่นกว่ากลุ่มที่ 3

4)       Professional Blog  เป็น Blog ที่เกิดขึ้นจากผู้ที่มีความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถในเรื่องหนึ่งสูง เช่นทนายความ แพทย์ โปรแกรมเมอร์ นักการตลาด นักข่าว หมอดู เป็นต้น ส่วนมากเจ้าของ Blog จะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในด้านนั้นๆอยู่แล้ว แต่ก็มีดาวดวงใหม่เกิดขึ้นได้หากว่าสามารถนำเสนอข้อมูลและทำให้เป็นที่สนใจของผู้คนออนไลน์ได้ Blog ประเภทนี้จะได้รับความสนใจจากผู้ชม รวมไปถึงสปอนเซอร์มาก อาจเป็น blog ของบุคคลคนเดียว หรือ ขององค์กร ไม่ว่าจะทำBlog แบบให้ทำรายการซื้อขายออนไลน์ได้หรือไม่ แต่สิ่งที่นำเสนอและเป็นจุดแข็งของBlog ก็คือ ความเป็นมืออาชีพ ที่จำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งที่จะดึงดูดคนให้เข้ามาเสพจนกลายเป็นลูกค้าขาประจำ


ทำ Blog เพื่ออะไร?

มีคนอยู่ 2 กลุ่มที่เกี่ยวข้อง คือ Blogger กับ ผู้ให้บริการ Blog ดังนั้นจะแยกชี้ให้เห็นชัดขึ้น ดังนี้

 วัตถุประสงค์ของการทำ Blog สำหรับ Blogger

 1)       เพื่อให้ Blog ของตนได้รับความสนใจ ซึ่งจะช่วยเป็นสื่อให้สามารถนำเสนอแนวความคิด หรือข้อเสนอของตนเองสู่สาธรณะได้ เช่น ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต่อต้านการทุจริต คอรัปชั่น การนำเสนอข่าวอย่างมีคุณภาพ ต้องการทำนุบำรุงพุทธศาสนา นิยายวิทยาศาสตร์ เพลงเพื่อชีวิต เป็นต้น

2)       เพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับในด้านต่างๆ เช่น ความน่าเชื่อถือ ความเป็นคนดีมีน้ำใจ ความเป็นคนเก่ง ความเป็นคนกล้า ความเป็นคนมีความยุติธรรม ความเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นคนรอบรู้เฉพาะเรื่องใดๆ ความเป็นนักกวี ความเป็นนักร้อง นักดนตรี ความเป็นคนทันสมัย ความเป็นคนรักประชาธิปไตย ความเป็นคนตลก ความเป็นคนที่น่าคบ เป็นคนน่ารัก มีเสน่ห์  อบอุ่น เจ้าชู้ หน้าตาดี เป็นต้น

3)       เพื่อให้ผู้อื่นเข้ามาสัมผัส (อ่าน ดู ฟัง รู้สึก) สิ่งที่นำมาเสนอ

4)       เพิ่อกระตุ้นให้เกิดความต้องการในการเสพ (มากขึ้น นานขึ้น ลึกขึ้นบ่อยขึ้น)

5)       เพื่อให้เกิดความรู้สึกติดใจ กลับมาอีก จนถึงขั้นเป็นขาประจำ

6)       เพื่อให้เกิดการต่อยอด แบ่งปัน แลกเปลี่ยน รวมกลุ่มทางรสนิยม  เช่น กลุ่มรักภาษาไทย กลุ่มรักการถ่ายภาพ กลุ่มรักกีฬา กลุ่มหัดทำBlog กลุ่มคอการเมือง เป็นต้น

7)       เพื่อกระตุ้นให้มีการแสดงออกทางความคิด เกิดการแลกเปลี่ยน แบ่งปัน ขยายผล โต้แย้งในประเด็นต่างๆ

8)        เพื่อให้เกิดการแสดงออก หรือร่วมกิจกรรมใดๆระหว่างกันผ่านทาง Blog เกิดการสร้าง network ภายในชุมชน Blog นั้นๆ

9)       เพื่อให้เกิดความสุขตามที่ปรารถนา ไม่ว่าความสุขนั้นจะมาจากอะไร  เช่น ความต้องการระบาย การอ่านเรื่องคนอื่น การชมภาพสวยๆ การฟังเพลงเพราะๆ การรู้ข้อมูล ข่าวสารหลายด้านมากขึ้น เป็นต้น

10)   เพื่อใช้เป็นที่พบปะ พูดคุยกันของครอบครัว เพื่อนฝูง ที่ต้องอยู่ห่างไกลกัน

11)   เพื่อใช้เป็นอนุสรณ์ บันทึกข้อมูล ประวัติศาสตร์ ของสถานที่สำคัญ สถานที่ที่ไปท่องเที่ยว ที่ประทับใจ เป็นต้น

12)   เพื่อใช้เป็นที่เก็บประวัติ ความทรงจำ ในเรื่องราวความรักความผูกพัน ความอาลัยของคนในครอบครัว

13)   เพื่อใช้เป็นสื่อทางการศึกษาของสถาบันการศึกษา ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ระหว่างผู้เรียน ระหว่างผู้สอน ทั้งโปรแกรมการศึกษา ระเบียบการ ตารางการเรียนการสอน บทเรียน แบบฝึกหัด การส่งรายงานเป็นต้น

14)   เพื่อฝึกฝนทักษะการเขียน ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทักษะการแต่งบล็อก เป็นต้น เหมาะสำหรับเด็ก และ ผู้ที่ไม่สันทัดในเรื่องดังกล่าว

15)   เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำเว็บไซต์

16)   ใช้เป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ การตลาด การขาย สินค้าหรือบริการ

17)    ใช้ทำการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน สินค้าหรือบริการ

18)    อื่นๆที่จะมีเกิดขึ้นจากวิวัฒนาการทางโลกไลน์ และการนำไปใช้ได้อีก อย่างที่บางทีเราก็คิดไม่ถึง

วัตถุประสงค์ของการทำ Blog สำหรับผู้ให้บริการ Blog 

1)       เปิดช่องทางการสื่อสารแนวใหม่ (New Media) ขององค์กรกับลูกค้าออนไลน์

2)       เปิดช่องทางการสื่อสารออนไลน์ใหม่ให้กับผู้ใช้บริการได้นำไปประยุกต์ใช้ได้เอง

3)       ได้สมาชิก Blog เป็นลูกค้าขาประจำ

4)       ได้แฟนคลับของ Blogger ดีเด่นดังเป็นลูกค้าประจำ

5)       ได้ content ดีมีสาระ จาก Blog คุณภาพทั้งหลาย

6)       ได้ ผู้ร่วมปฏิบัติการที่มีศักยภาพ จากการดึงดูดคนที่มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ มีความพยายาม มีความตั้งใจ ที่จะนำเสนอเรื่องราวหลากหลายที่น่าสนใจ เช่น ข่าวท้องถิ่น ข่าวเชิงลึก ข่าวต่างประเทศ เทคโนโลยี่ใหม่ๆ เป็นต้น

7)       ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ใช้อินเตอร์เน็ต ให้มาเป็นลูกค้ามากขึ้น เป็นการขยายฐานลูกค้าแบบไม่มีจำกัด

8)       ดึงดูดสปอนเซอร์ มาสันบสนุนค่าใช้จ่ายดำเนินการ

9)       ก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลงของกระแสวิวัฒนาการของโลกออนไลน์ ในวงการสื่อสารมวลชน วงการการตลาด วงการบันเทิง วงการแฟชั่น เป็นต้น

10)   เพิ่มทางเลือกในการเสพข้อมูล เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย

11)   ลดภาระ เพิ่มโอกาสในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารได้อย่างอิสระมากขึ้น

12)   เพื่อสร้างภาพพจน์ ชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ การได้รับความยอมรับขององค์กร ส่วนจะเป็นด้านใดก็ต้องมองหาว่าจุดแข็งของชุมชน Blog อยู่ที่ไหนด้วย

13)   เพื่อความอยู่รอดทางธุรกิจ


ปิรันย่า


ติดตามข่าวเลือกตั้ง
รายชื่อผู้สมัคร พรรคการเมือง
ดูปฏิทินการเลือกตั้ง 2550-2551

พบกับนักคิดนักเขียน
ใน ชุมชน oknation

Hot News Update

 
 
คลิกหัวข้อข่าว
เพื่ออ่านรายละเอียด

Pocket Book
"นักข่าวพันธุ์ใหม่
Citizen Reporter
"
คู่มือการทำบล็อก โดยปิรันย่า
และ CD คู่มือ โดยSuki

หาซื้อได้ตามร้านหนังสือ
ในเครือเนชั่น ร้าน Se-ed
และที่
www.nationbook.com

เชิญอ่านเรื่องย้อนหลัง 


คู่มือบล็อกเกอร์ OKnation
 
 
 ติดต่อสั่งซื้อได้ที่ร้าน Se-Ed
และที่ www.nationbook.com    

อย่าลืมแวะแผงหนังสือใกล้บ้าน  ถามหา หนังสือ
Citizen Reporter นะคะ


Countdownเลือกตั้ง 23 ธ.ค.50

ปฏิทินเลือกตั้ง 2550-2551

วิธีลงคะแนนไม่ให้บัตรเสีย

ส.ส.สัดส่วนคำนวนมาอย่างไร

หน้าแรก Countdown

รายชื่อผู้สมัคร
ส.ส.สัดส่วน&แบงเขต

ตรวจดวงหัวหน้าพรรคเด่น

อย่าปฏิวัติ

เคล็ดลับการเป็นศรีภรรยานักการเมือง



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
คนสวย วันที่ : 11/12/2007 เวลา : 02.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ratana

สวัสดีค่ะ คุณปิรันย่า
คนสวย เข้าใจเพิ่มขึ้นค่ะ
อยากจะบอกคุณปิรันย่าว่า
คนสวยใช้แนวทาง วิธีการ จากการแนะนำของคุณปิรันย่า เป็นความรู้ในการเขียนblog ค่ะ
ตอนนี้คนสวยกำลังอ่านเรื่องการเอารูปขึ้น blog อยู่ค่ะ
ก็ยัง งงๆ อยู่ แต่ก็จะพยายามค่ะแม้จะช้าสักนิด
ขอบคุณที่เอื้อเฟื้อนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปัจเจกตน วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์


จามเลี้ยงเค๊ก
และ อ่านอีก 2 ครั้ง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ร๊ากกกกกกกกกกกปิรันย่าจังฮู้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นาราด้า วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tarot
http://www.oknation.net/blog/narada ไพ่ยิปซีทำนายชีวิต

ขอบคุณมากนะคะ กระจ่างแจ่มแจ๋วในblog มากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Dogstar วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ขอบคุณค่ะ แจ่มแจ้งมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 07.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ .. สำหรับเนื้อหาในบทความ

มีความสุขในวันทำงานสุดท้ายของสัปดาห์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กิต วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 06.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอบคุณครับ



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 05.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

OKnation อย่าหลอกพวกเรา ให้มาเปิดบล็อก ฟรี จนติดใจ
แล้วค่อย มาคิดค่าสมัครสมาชิก ตอนหลัง นาครับ
ไม่ยอม...ไม่ยอม...จริงๆด้วย
(แต่ถ้าจะคิดค่าสมัครสมาชิก ก็ต้องไม่แพงนะ...
และเอาพื้นที่โฆษณาให้สมาชิกด้วย 555)
-----------------------
สวัสดีครับ คุณปิรันย่า ฝากคิดถึง ลูกหมาน้อย ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ส.สนสอาดจิต วันที่ : 30/11/2007 เวลา : 05.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamup
ส.สนสอาดจิต

ชัดเจนในเนื้อเนื้อหา มากๆ ครับขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลดีๆ นะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน