• ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 742
  • จำนวนผู้ชม : 1280033
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1261 คน
NaNaฮาเฮ "รู้ทันภัยพิบัติ" กับ ปิรันญ่า
หลากหลายลีลา นานาสาระ เสริมความรู้ ดูคู่มือทำblog มามองโลก มาช่วยหาทางออกให้บ้านเมือง ส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ กลุ่ม "DR: DisastersReady เตือนภัยให้เตรียมพร้อม" รับมือภัยพิบัติ!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม 2551
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 3150 , 08:33:44 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องที่จะเล่าวันนี้ นำมาจากบทความในอินเตอร์เน็ต แต่นำมาแปลและเรียบเรียงใหม่ด้วยสำนวนและภาษาของเราเองค่ะ

อ่านแล้ว เรียนรู้  นำไปใช้ "ทำเอง ได้เอง รู้เอง" นะคะ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีและอารมณ์ที่สดใส

เรื่อง "โกหก"เกี่ยวกับ "การแต่งงาน"

คุณเชื่อหรือไม่ ในประโยคต่อไปนี้
1.  ความรัก เป็นคำตอบสุดท้าย

..... ไม่จริงเลย ความรักไม่ได้ช่วยป้องกันหรือแก้ปัญหาชีวิตคู่ คู่ชีวิตต้องเรียนรู้กันและกัน เข้าใจกัน และพร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรคในความสัมพันธ์ควบคู่ไปกับการเผชิญชะตากรรมกับโลกภายนอกและปัญหาจิปาถะรอบด้านที่ถาโถมเข้าสู่ชีวิตคู่ ส่วนความรักนั้นช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจของคุณยามที่คุณท้อแท้หมดกำลังใจ และอย่างน้อยก็ช่วยให้คุณพยายามที่จะรักษาชีวิตคู่ของคุณให้มีสุขภาพดีตราบนานเท่านาน

2. ฉันพูดจนปากเปียกปากแฉะ แต่เขานั่นแหละที่ไม่ยอมฟังฉันเลย

...... ก็ใช่ พูดไปเถอะ ถ้าพูดแต่ในแง่ที่ตัวเองคิด ที่ตัวเองมอง พูดไปเท่าไหร่มันก็กองอยู่ตรงนั้น ไม่มีวันซึมลึกเข้าไปในหัวสมองของอีกคนได้ ลองอ่านหนังสือเรื่อง "ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวพระศุกร์" ดู จะเข้าใจได้มากขึ้นว่า การสื่อสารระหว่างสองเพศนั้น มันไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างคำพูด ตัวอักษรที่เราประดิษฐ์แล้วเปล่งเสียงออกมา อย่างน้อยการทำงานของสมองของสองเพศก็แตกต่างกันอยู่แล้ว ดังนั้นให้เข้าใจก่อนว่าการสื่อสารในครอบครัวนั้นไม่ใช่แค่พูดออกไป แล้วหวังว่าอีกฝ่ายจะมาเข้าใจ  จงพัฒนาเทคนิคการสื่อสารระหว่างเพศด้วยการปฎิบัติอย่างไม่มีอคติระหว่างกัน

3.  ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้

...... ไม่จริง แม้จะมีส่วนถูกอยู่มากว่าคนเราเวลาอยู่ร่วมกัน มักจะอยากให้อีกคนเปลี่ยนแปลง (เป็นอย่างที่เราต้องการ) แต่ก็ไม่ค่อยเห็นใครทำได้สักที จึงเกิดความเชื่อเหมือนคำโบราณที่ว่า "ไม้แก่ดัดยาก"  แต่ถ้าคนเราจะยอมลงทุนลงแรงกันให้มาก และให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์นั้นเพียงพอ ก็คงจะใส่ใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การแสดงออกให้เข้าขากันได้มากขึ้น เริ่มจากการเข้าใจอีกคนหนึ่งแล้วปรับตัวเองก่อนที่จะไปคิดปรับอีกคนหนึ่ง อย่าปรับแบบเอาใจแต่ให้ปรับอย่างใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ อย่าประชดแต่ให้จริงใจต่อกัน เมื่อเรามีแต่ความปรารถนาดีให้และแสดงออกอย่างถูกต้อง อีกคนก็ย่อมรับรู้และเข้าใจ จากนั้นความร่วมมือที่จะปรับตัวเข้าหากันคงจะเกิดขึ้นได้ไม่ยากนักและมีทางเป็นไปได้

4. การแต่งงานคือการสร้างครอบครัวใหม่ของตัวเอง

...... ไม่จริง แม้ว่าจะแยกครอบครัวออกมาแล้ว แต่ประสบการณ์การใช้ชีวิตของพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายที่เลี้ยงดู (หรือไม่ได้เลี้ยงดูก็ตามที) และไม่ว่าจะอยู่ด้วยกัน หรืออยู่คนละเมือง คนละประเทศ  ย่อมมีอิทธิพลอย่างมากกับการใช้ชีวิตคู่ของรุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่เลียนแบบก็ทำตรงกันข้าม  เพราะเหตุนี้แนวการใช้ชีวิตคู่ของสองฝ่ายอาจมีความขัดแย้ง โดยเฉพาะฝ่ายที่ไม่ชอบการใช้ชีวิตตามพ่อแม่ฯ ของอีกฝ่าย จะมีความเครียดเป็นพิเศษ

5. การแต่งงานแบบเสมอภาคมีปัญหาน้อยกว่าการแต่งงานแบบก่อนๆ

...... ไม่จริงเสมอไป ความเสมอภาคในครอบครัวเช่นสามีภรรยาช่วยกันทำงานหาเงิน ช่วยกันออกค่าใช้จ่าย ร่วมกันตัดสินใจเรื่องต่างๆ อาจดูดีก็จริง แต่เมื่อถึงภาคปฏิบัติ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเรื่องระหว่างหญิงชาย มักจะมีข้อให้ถกเถียงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น บทบาทของเพศชาย (พ่อ) เพศหญิง (แม่) ในบ้าน ความรับผิดชอบต่างๆในครอบครัว

หากฝ่ายชายทำงานไกลจากบ้านและเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวด้วย ก็มักจะไม่พอใจการตัดสินใจของภรรยา แต่ตัวเองอยู่ไกลทำอะไรมากไม่ได้ เช่นเดียวกับ หากฝ่ายหญิงต้องหาเลี้ยงครอบครัวเท่าๆกัน แต่กลับต้องมารับภาระงานบ้านทั้งหมดหลังเลิกงาน รวมทั้งดูแลลูกๆอีกด้วย  ยังไม่นับกรณีที่ภรรยาหาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียวหรือมีหน้าที่การงาน เงินเดือนสูงกว่าสามี  ปัญหานี้คงจะไม่หมดไปหากครอบครัวนั้นไม่มีการแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน และไม่เคารพในบทบาทและศักดิ์ศรีของกันและกัน

6.  ลูกคือโซ่ทองคล้องใจ

...... ไม่จริง ถ้าคิดจะใช้การมีลูกเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวความสัมพันธ์ของพ่อแม่ การมีลูกด้วยกันของคู่แต่งงาน ควรที่จะมาจากความพร้อมทั้งร่างกาย ทั้งจิตใจ สภาวะแวดล้อมและฐานะของครอบครัว ซึ่งมีแค่คนสองคนเท่านั้นที่จะรู้ดีที่สุด  การมีลูกสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเลี้ยงดูเขาให้ดีพร้อมๆไปกับทำหน้าที่ภรรยา ทำงานนอกบ้าน ในบ้าน ทั้งพ่อและแม่ต้องช่วยกันและเป็นกำลังใจให้กันตลอดเวลา ความขัดแย้งเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงลูกก็สร้างความร้าวฉานในครอบครัวได้ไม่น้อย งานหนักเหล่านี้ ต่อให้เตรียมพร้อมอย่างไรก็เป็นไปได้ว่าความสัมพันธ์ของพ่อแม่จะย่ำแย่ลง (หากว่ามันแย่อยู่แล้ว)  ดังนั้นโซ่แต่ละเส้นที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาคล้องใจนั้น จะต้องใช้ความเสียสละอย่างใหญ่หลวง และต้องให้ความสำคัญกับคู่ครองไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าลูก หากครอบครัวไหนไม่มี ก็คงยากที่จะให้ชีวิตแต่งงานราบรื่นอย่างที่ฝันไว้ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็คือ "อย่าโทษลูก"

7. เซ็กซ์ เซ็กซ์ เซ็กซ์ สมัยนี้ดีกว่าสมัยก่อน

...... ไม่จริงเสมอไป เดี๋ยวนี้จะฟังเพลง ดูมิวสิควีดีโอ ดูหนัง ดูละคร ไม่เว้นแม้แต่ดูโฆษณา เรามักจะเห็นภาพเกี่ยวข้องกับเรื่องเซ็กซ์ จากท่าทางยั่วยวน การวางโพสิชั่น รายการทีวีหลายรายการยังนำเรื่องเซ็กซ์มาพูดถึงเป็นการให้การศึกษา ให้ความรู้แก่ผู้คน ยิ่งในประเทศแถบยุโรป อเมริกา การพูดถึงชีวิตส่วนตัว ดูจะเป็นเรื่องธรรมดา และเปิดเผยมากขึ้น (ไม่นับ หากมีการนำหนังโป๊เข้ามาเกี่ยวข้อง) ภาพต่างๆ คำพูดต่างๆ อาจจะไปกระตุ้นจินตนาการของคู่คุณให้คิดว่าคุณจะเป็นอย่างที่เขาอยากให้เป็น (ในจินตนาการ) ซึ่งคงจะเป็นภาพที่สวยงาม บรรยากาศเป็นใจ

แล้วในความเป็นจริง ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง พ่อแม่เหนื่อยจากการงานมา ดูแลลูกๆให้ทำการบ้าน-อาบน้ำ-ทานข้าว-เข้านอน แม่ทำงานบ้านเสร็จก็แทบหมดสภาพแล้ว จะมีอารมณ์มาทำเซ็กซี่ได้สักแค่ไหน  แถมยังนอนเตียงเดียวกับลูกๆด้วย

หากแม่บ้านไม่คิดทำอะไรสักอย่างสองอย่าง มีหวังพ่อบ้านได้ไปแวะหากิ๊กเสียก่อนเข้าบ้านแล้ว ส่วนพ่อบ้านถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างสองอย่าง แม่บ้านก็คงหวังเหวิดอยู่อย่างนั้นวันแล้ววันเล่า แล้วชีวิตคู่จะยืนยาวไปได้สักกี่น้ำ ขณะที่ชีวิตความเป็นพ่อ-แม่ จะไม่มีวันหยุด ไม่เรียกว่าเครียดแล้วจะเรียกว่าอะไรดี?

แปลและเรียบเรียง โดยปิรันย่า คัดจากบทความในหนังสือ All You Need Is Love and Other Lies about Marriage. Copyright © 2004 by John W. Jacobs, M.D.

ขอบคุณภาพประกอบจาก internet




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

@;-- ตอบคุณซันตะวันยิ้มไปใน คห. 22 อันแรกแล้วนะคะ ขออภัยมิได้เอ่ยนามไว้

@;-- ใช่ค่ะ คุณ m

@;-- ค่ะ คุณท่าชนะ เปิดตา เปิดใจ มองคนข้างๆให้ดีว่าเขาเป็นใคร เพราะคุณอาจจะยังไม่รู้จักเขาดีพอก้ได้ การด่วนตัดสินกันและกัน การไม่สื่อสารกันอย่างที่ควรจะเป็น ทำร้ายคู่มานักต่อนักแล้ว

@;-- ขอบคุณคุณคนดีฯค่ะ

@;-- คุณแมนเชื่อเรื่องความรักและมิตรภาพใช่ไหมคะ น่าสนใจค่ะเพราะเส้นทางทั้งสองมันมาคู่กันเสมอ แต่อาจจะไปจบคนละที่ ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

@;-- ยินดีค่ะ คุณสิงห์มือซ้าย


ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

@;-- ยินดีค่ะ ผงเข้าตาใคร ใครก็เขี่ยเองไม่ได้ค่ะ ต้องหาตัวช่วย ต่อให้เคยรักกันก็ยังมีวันจืดจางเพระกาลเวลา ถ้าไม่หันหน้าเข้าหากัน เอาแต่หันออกนอกบ้าน ดูถูกกันเอง ก็อาจจะจบไม่สวยได้ ดังนั้น กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วมันแก้ไม่ค่อยทัน (อาจจะแก้ไม่ไหวด้วยสิคะ)

@;-- จารย์อ้อ มาส่งการ์ดด้วยนะคะ แต่งงานกับใครนะคะ ทีเดียวรวบสองเลยดีกว่ามั้ง ลูกจะได้ออกมาฉลาดสุดๆ คริคริ

@;-- พี่ปัจฯ ขอบพระคุณหลายๆที่นำประสบการณ์และความเข้าใจชีวิตมาเล่าสู่กันฟังที่นี่ ถ้าเพียงคนเราจะเข้าใจกัน ให้เกียริตกัน เคารพในศักดิ์ศรีกันและกัน ความรักคงไม่หมดไปง่ายๆ ทำอย่างที่พี่แนะนำได้ก็คงจะดีกับชีวิตคู่เนอะ

@;-- ใช่ค่ะ คุณlady เป็นธรรมชาติของคนเราที่เลือกจะรับรู้ รับฟัง มองเห็นสิ่งที่ตัวเองชอบและมีความสุข จนบางครั้งลืมมองความเป็นจริง

เวลาเปลี่ยน คนอาจเปลี่ยน
เวลาเปลี่ยนคนได้ คนก็เปลี่ยนเวลาได้ (ตั้งนาฬิกาใหม่ไงคะ ) ที่จริงไม่ถูกหรอก เพราะ การเปลี่ยนแปลงของคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพแวดล้อม ส่วนที่เปลี่ยนเพราะเวลา ที่เห็นชัดๆก็คือ ร่างกายเสื่อมโทรม ผุพัง รอการเน่าเปื่อย เหมือนๆกันทุกคน จริงไหมคะ
ยึดอะไรไว้ก็เท่านั้น

@;-- ใช่ค่ะคุณsainam
เป็นการเปรียบเทียบ Before - After Marriage ได้ดีค่ะ

@;-- จ้องอยู่ละสิคะ คุณมนฺสเส จงอางน้อยเผด็จศึก อายุเพิ่งจะ 3 ขวบเองหรือนี่ มาเปิดบล็อกได้อย่างไร ฮึ ไม่มีเนื้อหาหวาดเสียวหรอกค่ะ แต่เกรงว่าจะทำให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทัศนคติที่ไม่ดีกับการแต่งงาน


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMueSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขอบคุณ คุณปิรันย่ามากค่ะ
สำหรับคำตอบ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
คนดีที่ถูกลืม วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 08.08 น.

เข้าใจ
อภัย
อย่าเห็นแก่ตัว
อย่านึกถึงแต่ตัวเอง
ทุ่มเท ทำให้ได้ทุกอย่าง
มอบแต่สิ่งที่ดีให้แก่กัน
รู้จักแบ่งเบาซึ่งกันและกัน
ไม่มีแบ่งแยกว่างานนี้หน้าที่เธองานนี้หน้าที่ฉัน

สมัยก่อนผู้หญิงจะเป็นแม่บ้านไม่ต้องทำงานนอกบ้าน
สมัยนี้ทั้งผู้หญิง และผู้ชายต่างก็ต้องทำงานนอกบ้านด้วยกัน.....ไม่งั้นไม่พอกิน
บางคู่ภรรยามีรายได้มากกว่าสามีก็มีเยอะ
แต่เขาก็อยู่กันได้ไม่มีปัญหา
อยู่ที่ว่าคุณสามีทำตัวดีต่างหากละ
เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีความสามรถในการหารายได้
ก็จะต้องรู้จักแบ่งเบาช่วยทำงานบ้านเพื่อชดเชยในสิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้
แล้วทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา
อย่าใจดำ อย่าเห็นแก่ตัว อย่าเห็นคนอื่นดีกว่าคนใกล้ตัว
อย่าอวดดี ทั้งๆ ที่ไม่มีดีให้อวด

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ปัจเจกตน วันที่ : 25/03/2008 เวลา : 05.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์


ผ่านมาทางนี้อีกแล้ว
เลยแวะ
ที่สำคัญ จงรักกันเข้าไว้
หนักหนิดเบาหน่อย อภัยกันน่ะ
ครอบครัวจะมีความสุขครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

การแต่งงาน และความรัก เป็นเรื่องของการลงตัว
ระหว่างคนสองคน ยากที่จะหาทฤษฎีไหนมาบอกได้ ...

บางครั้งเราดูคนสองคน ว่าเหมาะสมกลมกลืนกัน ..
ดูน่ารัก ดูสวยงาม แต่ไม่นานเค้าอาจจะหย่าขาดจากกันก็ได้ ...

แต่บางครั้ง สายตาเราดูว่า เค้าไม่น่าเหมาะสมกันเลย ด้านหนึ่ง หล่อ สวยๆ แต่อีกด้านหนึ่งขี้เหร๊ ขี้เหร่ ....แต่ท้ายที่สุดเค้ากลับอยู่กันยืนยาว ไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร ....


ความเป็นธรรมชาติ ความเข้าใจกัน ความลงตัวกัน

สำคัญที่สุด ขอฟันธงอย่างนี้นะคะ คุณปิรันย่า ...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
แมนบางไทร วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/558855

มีความรัก..............มีมิตรภาพ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
คนดีที่ถูกลืม วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 18.23 น.

คุณปัจเจกตนดูเป็นคนเข้าใจชีวิตคู่ดีนะคะ
คงเป็น Family Man มากๆๆๆ

น่าอิจฉาภรรยาและลูกคุณจังเลย
ที่ได้หัวหน้าครอบครัวที่ดี
เข้าใจสัจจธรรมของชีวิต

ข้อคิดเห็นของคุณเป็นประโยชน์ให้กับอีกหลายคู่
บางคู่ที่กำลังจะเลิกกัน
ถ้าได้มาอ่านคงจะปรับความเข้าใจกันได้
และกลับมาคืนดีกัน
ถือว่าคุณได้กุศลบุญอันยิ่งใหญ่

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คนดีที่ถูกลืม วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 18.13 น.

เห็นด้วยกับคุณปัจเจกตนอย่างยิ่ง
ว่าระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คน
คู่นั้นสำคันต้องเข้าใจกัน
หันหน้าคุยกัยกันด้วยเหตุผล
ไม่ใช่อารมณ์ มาคุยกัน
รับฟังเขาให้มากๆ...แล้วตกลงกันสะ
หากตกลงกันไม่ได้แยกย้ายกันไป
เพราะไปกันไม่รอด

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ท่าชนะ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Karida

การแต่งงาน ทำให้ความรักดูอบอุ่นและมั่นคงขึ้น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
m วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 14.48 น.

มองให้เห็นในสิ่งที่เป็น ไม่ใช่สิ่งที่ อยากให้เป็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
มนุสฺเสสุ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/support

*-* อุอุ ไหนไม่เห็นมีไรที่เด็ก 3 ขวบดูไม่ได้เลย 55

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...


@;-- ลัดคิวตอบให้คุณสิงห์มือซ้ายก่อนนะคะ
เรื่องจัดภาพให้อยู่ซ้าย ตัวหนังสือยู่ขวา

ดูตัวอย่างตามภาพนะคะ
1. login เพื่อเขียน blog ตามปกติ
2. คลิกปุ่มแทรกภาพจาก internet (ปุ่มที่มีรูปต้นไม้)
3. copy เอา URL address ของภาพจาก internet มาใส ตรงช่องว่างหลังคำว่า "ลิงค์ของภาพ"
4. เลือกว่าจะให้ภาพแสดงอยู่ซ้ายหรือขวา โดยคลิกเลือกในกรอบที่มีคำว่า "จัดตำแหน่ง"
5. กำหนด "ระยะห่างจากขอบ" เพื่อไม่ให้ตัวหนังสืออยู่ติดกับภาพมากเกินไป อาจจะใส่สัก 5 หรือ 10 กพอค่ะ

วิธีนี้ไม่ต้องไปแก้ html code อะไร
เพียงแต่ต้องใช้ภาพจาก internet ซึ่งเรา upload ขึ้นไปยังเว็บรับฝากไฟล์ หรือใน Files Manager ของ oknation เองก็ได้ค่ะ เมื่อ upload ภาพเสร็จ ก็copy URL Address ของภาพมาใช้ตรงนี้
ลองดูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMueSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขออนุญาตถามคุณปิรันยา
ทำอย่างไร ตัวหนังสือจะจะไปอยู่ด้านขวาของภาพได้คะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Sainam วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sainam

หลังแต่งงาน ... คนสองคนต้องช่วยเหลือ และ เข้าใจกันมากกว่าก่อนแต่งงานเสียอีก...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
lady วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladystudio

คนเรามักเลือกที่จะฟักคำโกหกเวลามีความสุข แต่รับไม่ได้กับความจริงเมื่อเวลาผ่านไป...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปัจเจกตน วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์


ระยะทางพิสูจน์กำลังม้า
กาลเวลาพิสูจน์คน
จริงๆหลอกๆมีอยู่ดาษดื่น
จึงบอบอกว่าที่เห็นว่าจริง อาจจะไม่ใช่ของจริง
บางทีเห็นว่าไม่จริง อาจจะจริง
คู่นั้นสำคันต้องเข้าใจกัน
หันหน้าคุยกัยกันด้วยเหตุผล
ไม่ใช่อารมณ์ มาคุยกัน
รับฟังเขาให้มากๆ...แล้วตกลงกันสะ
หากตกลงกันไม่ได้แยกย้ายกันไป
เพราะไปกันไม่รอด
แอ๊ะไงนี่..................อิอิ ธรรมชาติไง
อย่างไรคนที่รักกันดีกว่าไม่รักน่ะ
รักยังพอที่จะ ช่วยได้บ้างน๊อ
หรือ อาจจะไม่จริง....นี่แหละชีวิต

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปัจเจกตน วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uthai
รักทุกคนด้วยจิตที่บริสุทธิ์


งานแต่งเป็นการบอกชาวบ้าน ว่า นี่ฉันจะอยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียกะ พ่อ หรือ แม่คนนี้แล้วน่ะ
ที่งานเลิก ไม่บอกบ้าง กลับนำไปนินทากาเลเหมือนเทแกลบ
การอยู่ด้วยกันย่อมเจอข้อบกพร่อง ตะวันตกจึงนิยมอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง จะไม่ต้องมาหลอกตัวเอง
ทำนองลูกมะเดื่อ
ผู้หญิง....ผู้ชาย ความจริง คือ ธรรมชาติของสัตว์โลก
แต่การทำเป็นประเพณีนี่สิที่เราเอามาใส่ใจ และ แคมัน
อะไรไม่เท่ากับคนสองคนที่จะเดินไปกันได้
เติมรัก อภัย แบ่งปัน ไม่เห็นแก่ตน
ช่วยกันเดินก้าวไป
ไม่หนี
ไม่ท้อ ไม่หน่าย
ให้ได้ทุกเวลา
เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ทำอาจจะจะถึงแก่ตายได้
ให้ความเชื่อมั่น
ใจกว้างยอมรับในสิ่งที่เขาแก้ไม่ได้
เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ (ทำนา) อิอิ สะบ้างพื่อความสบายใจ...ของคนที่อยู่ข้างเรา หากเรารักเขาจริง
มีอะไรต้องให้ความสำคัญ
เขาให้คำปรึกษา แล้วเราจะได้อะไรดีจากคนที่เรารัก
ช่วยกัน แบ่งปัน และให้.....แล้วการแต่งงานจะไม่มีการโกหกหรอก
ไม่เป็นการทำเพื่อเงิน
เกียรติยศ
เอาหน้ามาตั้ง...ชีวิตเลยพังไม่เป็นท่า

เป็นความเห็นส่วนตัวน่ะ
ไม่ได้พาดพิงถึงใคร
หากไม่สบอารมณ์ ขออภัยด้วยขอรับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อาจารย์อ้อ วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilailak-wilaikaew

อายุมากกว่า 18 แล้ว จึงแวะเข้ามาอ่าน ได้ความรู้ดีี เพราะอีก 2 ปี ก็จะแต่งงานแล้ว ไม่แต่งกับยูคลิด ก็ปีธาโกรัสนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปิรันย่า วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

@;-- เห็นด้วยค่ะกัปตันแจ็ค สว่างโร่เลยใช่ไหมคะ ตอนนี้

@;-- น้องNozz อายุถึง 18 แล้วหรอคะ เดี๋ยวตีเลย
ที่จริงคนที่ไม่รักกันคงไม่อยากแต่งงานกันหรอกค่ะ แต่ความรักหนุ่มสาวเท่านั้นมันไม่เพียงพอ มันมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้-เผชิญ-ฝ่าฟัน-ให้กำลังใจ-ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันนั่นแหละค่ะ หลายๆความเชื่อที่เรามีนั้นไม่ถูกต้องเสมอไป ต้องมองมันในแง่ใหม่ๆก่อน ค่อยวางแผนหาคู่นะคะ

@-;-- น้องtatuk ถ้ามีผู้ปกครองมานั่งประกบก็ไม่ว่าอะไรนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

เรื่องโกหก ที่มีส่วนเป็นความจริง
ขอบคุณที่นำมาเผยแผ่
ขอเพียงเข้าใจและไว้ใจกัน
รักนั้นคงอยู่นิรันดร์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tatuk วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

อุ๊ย...ลืมไป

อายุยังไม่ถึง 18


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Nozz วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

แต่งงานเหมือนการจัดฉากอย่างหนึ่ง
แต่จริงๆแล้ว 2 คนนั้น ไม่ได้รักกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
paedophile วันที่ : 24/03/2008 เวลา : 08.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความรักทำให้คนตาบอด

การแต่งงานทำให้คนตาสว่าง

เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]