*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1232815
  • จำนวนผู้โหวต : 1260
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1260 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2551
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 1458 , 08:38:41 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตำรวจดีดี หายาก เพราะตำรวจที่ได้ดีมักจะมีตัวช่วย ตำรวจที่ยากไร้ตัวช่วยจึงไม่มีโอกาสฉายแสง

ประโยคข้างต้นนี้ คงจะผิด ถ้าหากว่านายตำรวจผู้หนึ่ง (ขอประทานโทษท่านถึงแก่อนิจกรรมไปเสียแล้ว) ยังมีชีวิตอยู่และมีตำแหน่งระดับรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี (เพียงอธิบดีกรมตำรวจ คงไม่ช่วยให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้เพราะยังมีนายอีกตั้งหลายคน เว้นแต่ นายดีจริงๆ ก็คงมีปัญหาน้อยลงไปหนึ่งเปลาะ) ท่านที่กล่าวถึงนี้คืออดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.ท. ประจวบ กีร์ติบุตร ผู้ที่ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา เท่ยงธรรม โอบอ้อมอารี ช่วยในสิ่งที่ควรช่วย ให้ในสิ่งที่ควรให้ ปฏิเสธไม่ช่วยและไม่ให้ในสิ่งที่ไม่ควร อันเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในหมู่ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา พ่อค้า ประชาชนทั่วไปในสมัยนั้นนั่นเอง

ท่านมีหลักในการทำงานโดยเฉพาะงานของตำรวจที่ท่านไม่เพียงแต่ปฏิบัติด้วยตนเองแต่ยังสั่งสอนลูกน้อง รวมทั้งบุคคลต่างๆที่อยู่รอบท่าน ไม่เว้นแม้กระทั่งเพื่อนร่วมรุ่น ที่ต่างก็เคารพรักและนับถือในตัวท่านด้วยศรัทธาที่เกิดจากคุณธรรม ความดี เสมอต้นเสมอปลายของท่านเอง ดังคำสอนของท่านที่กระซิบข้างหูเพื่อนนายตำรวจท่านหนึ่งว่า

"จงมุมานะ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต แล้วจะไม่ผิดหวัง"

ในเวลาที่ ตำรวจถูกประชาชนทั่วไปจับตามองอย่างมากเช่นนี้ ท่านอาจจะหาทางออกไม่เจอว่าควรจะทำตัวอย่างไร ลองนำแบบอย่างจากท่านรองประจวบไปใช้ดูบ้าง จะทำให้อนาคตในหน้าที่และชีวิตของท่านดีขึ้น

หลักการพิจารณาความดีความชอบ

-พิจารณาจากความสามารถ มิใช่ความสนิทสนมที่ภริยามีความใกล้ชิดผู้ใหญ่

หลักการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา

-วางตนให้น่าเชื่อถือ ในความเที่ยงธรรม รอบรู้ และอดทนต่อสิ่งเย้ายวนไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นคำกล่าวเยินยอสรรเสริญ หรือลาภสักการะ

- ต้องมีสายตาที่จะมองเห็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาแต่ละสายงานอย่างเข้าใจ มีวิจารณญาณที่จะไตร่ตรองถึงความเป็นไปของบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบได้

-ไม่อาศัยลูกน้องที่ประจบสอพลอ ต้องฟังหูไว้หู พิจารณาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

หลักในการปฏิบัติหน้าที่

-ดูกิริยาท่าทางคน ประมาณให้รู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน มีความรู้ มีฐานะ มีตำแหน่ง ใช้ศิลปะในการสื่อสาร ไหวพริบ และมารยาทที่ดี ทำให้เขาให้ความร่วมมือ และผูกจิตใจเขา

-ต้องทำงานให้เร็ว ให้ความสะดวกผู้มาติดต่อ เดินเข้าหาเขาก่อนได้ ไม่ต้องให้คอยคิวแล้วค่อยบอกเขาว่าไม่ใช่ความอาญา ไม่ต้องแจ้งความ  บางครั้งเขามีหลักฐานมาไม่พร้อมจะได้บอกเขาไปเอามาแต่เนิ่นๆไม่ต้องเสียเวลาทั้งสองฝ่าย

- เวลาสอบสวนทำใจเป็นกลาง อย่าลำเอียง

- อย่าทิ้งหลักวิชา ระเบียบแบบแผนข้อบังคับและกฎหมายที่วางไว้ เมื่อเราทำถูกถึงจะเป็นคนใหญ่คนโต ร่ำรวย หรืออ้างนาย อ้างผู้ใหญ่ ก็ว่าอะไรเราไม่ได้

- แสดงความสนใจเรื่องที่ประชาชนมาร้องเรียน อย่าดูถูกคนจน แสดงให้เห็นว่าเราทำเต็มที่แล้ว อย่าฟังเขาแล้วดองเรื่อง เขามีสมองคิดได้ว่าตำรวจทำงานแบบไหน ดูแลประชาชนหรือไม่

-ไปดูที่เกิดเหตุ แม้จะเป็นเรื่องลักทรัพย์ค่าไม่มาก แสดงให้เห็นว่าสนใจความเดือดร้อนประชาชน เป็นการฝึกความคิดเพิ่มความรู้ไนการสอบสวน

-เวลาออกตรวจท้องที่ แวะเยี่ยมเยียนประชาชน แจ้งความคืบหน้าของคดีให้เขาทราบบ้าง จับคนร้ายยังไม่ได้ก็ไม่ต้องกลัวที่จะบอก อย่างน้อยช่วยป้องกันการเกิดเหตุซ้ำสอง สามและให้ประชาชนรู้ว่าเราเอาใจใส่จริง

-อยู่ท้องที่ไหนก็ตามต้องทำให้ราษฎรในท้องที่นิยมชมชอบ เคารพนับถือ เชื่อมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตของเรา ชื่อเสียงเราก็จะดี

-เป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ถึงออกเวรแล้วต้องรีบไปสืบที่เกิดเหตุ ทำสำนวนให้เสร็จอย่ารอเข้าเวรแล้วค่อยทำ จะเป็นดินพอกหางหมู

-ให้สนใจฟังข่าวสารเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาสั่ง ทำตนเป็นผู้ริเร่มเอง โดยดูว่าอะไรที่เป็นการผิดกฎหมายนั่นแหละหน้าที่ของตำรวจ (ถ้าผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ตำรวจทำผิดเสียเอง ตำรวจจะทำอย่างไร? -คำถามจากปิรันญ่าค่ะ)

ข้อเตือนสติ

-อย่าโมโห ถ้าเราโมโหแล้วยังมีคนที่เหนือกว่าเรา อย่าโมโหดีกว่า

-อย่ามัวสีหญิงในที่ทำงาน อย่าเที่ยวโสเภณี อย่าอวดว่าเป็นตำรวจในที่อโคจร

-ทุกคดีต้องมีคนแพ้ คนชนะ ให้ทำใจว่าอย่างน้อยต้องโดนเกลียดจากฝ่ายที่แพ้ ไม่ต้องพูดให้อีกฝ่ายหนึ่ง อย่าให้ฝ่ายไหนคิดว่าเราเข้าข้างอีกฝ่ายหนึ่ง

-แม้จะรู้เท่าทันเขาก็ให้เก็บอารมณ์ไว้ข้างใน ไม่ว่าจะโดนว่า โดนเบ่ง ยิ้มน้อยๆไว้ก็พอ อย่ายิ้มเยาะ อย่าแสดงสีหน้า

สรุปจาก การบรรยายพิเศษ พล.ต.ท. ประจวบ กีร์ติบุตร เรื่อง "การวางตัวและการต้อนรับ ที่พนักงานสอบสวนควรปฏิบัติต่อประชาชน" และ เรื่อง "การปฏิยฃบัติตัวของนายตำรวจ"

การปฏิบัติราชการของพล.ต.ท ประจวบ กีร์ติบุตร สมเป็นแบบฉบับแก่ตำรวจทุกคน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องนี้

การปฏิบัติกับลูกน้อง

เรียกแต่ไม่จับ ทำโยกโย้

เพราะเหตุที่ท่านมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเถ้าแก่ มีใบหน้าคล้ายลูกจีน คนที่ไม่รู้อาจจะนึกว่าท่านเป็นจีนก็ได้ เป็นอนุสนธิให้เกิดเรื่องขึ้นว่า ครั้งหนึ่งในการขับรถยนต์ไปตามท้องถนน ตำรวจจราจรซึ่งไม่รู้จักผู้บังคับบัญชาของตัวเอง ได้เรียกให้ท่านหยุด จะขอตรวจใบขับขี่ ท่านไม่แสดงตัวว่าเป็นใคร ถามตำรวจว่า

 "ผิดข้อหาอะไร จะจับกุมหรือไม่ ถ้าจะจับกุมให้ออกใบสั่งมา"

ตำรวจผู้มีไอคิวต่ำคนนั้นแกก็ทำท่าโน้นท่านี้ ไปตามแบบฉบับของแก จนท่านอดรนทนไม่ไหว จึงพูดกับตำรวจคนนั้นว่า

"เอ้า ถ้าไม่จับฉัน ฉันจะจับแกละ ฉันเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล"

ผลของเรื่องนี้ มีนักข่าวสนใจกันมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับตำรวจผู้น้อยคนนั้น

"ก็ดุด่าว่ากล่าวกันไปตามวิสัยของผู้บังคับบัญชาน่ะสิ"

คนที่ถามคือ พล.ต.ต. สมคิด ศารทูลสิงห์ (ยศในขณะนั้น) ถามกลับว่า "ใครๆ เขานึกว่า อ้ายเณรคนนี้ต้อวถูกออกจากราชการแน่ๆ"

ท่านตอบว่า "การทำลายอนาคตของคน เฉพาะอย่างยิ่งผู้ใต้บังคับบัญชาตัวเองน่ะ เป็นของน่าสนุกอยู่หรือ ทุกครั้งที่มีเหตุอย่างนี้เกิดขึ้น ย่อมหมายถึงการทำลายสร้างความทุกข์ยากให้แก่ครอบครัวและลูกเมียเขาอีกด้วย เรื่องที่พอจะตักเตือนว่ากล่าวหรือลงโทษกันพอเหมาะก็อาจทำให้คนเรากลับประพฤติตัวเป็นคนดีได้ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะต้องทำให้ถูกทำนองคลองธรรมด้วย"

ไม่ใช้อำนาจหน้าที่หนีความผิด

สมัยที่ท่านประจวบขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลใหม่ๆ นั่งรถไปธุระ เผอิญคนขับแล่นรถไปชนเขาและก็เป็นฝ่ายผิด ท่านประจวบรีบลงจากรถโดยให้เงินคนขับไว้จำนวนหนึ่ง พร้อมกับสั่งว่าถ้าเขาเรียกร้องเงินเท่าใด ก็รีบให้เขาไปเสีย

เมื่อตำรวจสอบสวนมาก็รู้ว่าเป็นรถของผู้บัญชาการฯ เลยไปนอนปวดกระบาลอยู่พักหนึ่งไม่รู้จะตัดสินยังไงดี เพราะรถเจ้านายเป็นฝ่ายผิดเสียด้วย ในที่สุดก็ตัดสินใจให้เรียกค่าเสียหายแล้วปรับกันไปตามที่เรียกร้องและกฎหมาย

ในวันต่อมาสารวัตรใหญ่ของสถานีตำรวจแห่งนั้นได้ถูกเรียกตัวไปพบผู้บัญชาการ แล้วท่านประจวบก็ชมเชยนายตำรวจที่จัดการเรื่องนี้ไปเรียบร้อยดีมาก เพราะหากมาช่วยฝ่ายท่านเข้า คงจะพากันเสียหายป่นปี้ ดีที่จัดการไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และการที่ท่านหลบไปนั้นก็เพราะเกรงว่า ถ้าอยู่ในรถ ตำรวจท้องที่อาจเกรงใจ แล้วให้ความยุติธรรมแก่อีกฝ่ายหนึ่งไม่เพียงพอ ก็ยิ่งจะทำให้ตำรวจส่วนรวมเสียหายไปด้วย .... เขียนข่าวโดย อานนท์ น.ส.พ.ประชาธิปไตย 8 ธันวาคม 2507)

การลงโทษผู้กระทำผิด

แม้ท่านประจวบจะดูใจดีแต่ก็มีจิตใจที่เข้มแข็งเด็ดขาดในเรื่องการปราบปรามและระเบียบวินัย หากใครผิดก็ต้องได้รับโทษ   ถ้าหากท่านมีอำนาจเพียงพอบ้านเมืองเราอาจจะสะอาดกว่านี้ก็ได้

วางเพลิง

มีคดีเจ้าของที่ว่าจ้างคนเฝ้าให้วางเพลิงไล่ที่ โดยบอกว่าจะให้เงินหนึ่งหมื่น คนเฝ้าอยากได้เงินก็เอาสายไฟไปต่อไปยังห้องที่ยังว่าง เอาน้ำมันเบนซินและเชื้อเพลิงไปวางไว้ พอไฟลุกคนช่วยกันดับทัน เมื่อตรวจสถานที่เกิดเหตุก็พบว่ามีการต่อสายไฟเพื่อให้ไฟช็อตไว้ แต่มีพยานเห็นว่าคนคนนี้ต่อสายไฟเมือตอนกลางวัน หลักฐานแน่ชัด เพียงแต่ดับไฟเสียทัน พนักงานสอบสวนทุกระดับต่างเห็นว่าไม่ควรใช้ ม.17 สั่งยิงเป้า เพราะความเสียหายมีเล็กน้อย

ท่านประจวบเป็นคนเดียวที่เห็นต่างคือคิดว่าน่าจะใช้โทษสูงสุดตามที่รัฐบาลประกาศ เพราะโดยปกติคดีไฟไหม้ไม่มีหลักฐานหลงเหลือ ถ้าดับไม่ทันจะเสียหายมากเจตนาทำลายทรัพย์สินและชีวิตอย่างนี้ ท่านให้ความเห็นว่า คนไทยกลัวบาปแม้แต่ในการออกความเห็นทางคดี ลืมไปว่าทำบาปนี้เพื่อชาติหรือประโยชน์ส่วนรวม เป้นเพราะทุกคนชอบรับชอบ ไม่ชอบรับผิด เวลามีการโกงหรือบกพร่องในราชการ จึงไม่ค่อยได้ตัวคนโกงหรือคนผิดมาลงโทษ......(จากจดหมายถึงคุณต้อย ลูกสาว ฉบับวันที่ 28 เมษายน 2508)

รับของโจร

คณะรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบให้ใช้ ม. 17 ลงโทษเสือบุญมีกับพวกในคดีปล้น ตามสำนวนและหลักฐานของตำรวจ แต่พวกรับซื้อของโจรคณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติให้ใช้ ม. 17 อ้างว่าไม่ใช่การบ่อนทำลายเศรษฐกิจหรือทำลายความสงบสุขของบ้านเมือง ท่านประจวบอยากจะค้านแต่ได้แต่เก็บไว้ในใจ เพราะท่านคิดว่าพวกนายทุนที่รับซื้อของโจรที่รู้ว่าโจรปล้นเขามาในราคาถูกแล้วเอาไปขายราคาแพงๆ นี่ละตัวบ่อนทำลายยิ่งกว่าพวกโจรที่ไปปล้นฆ่าเขามาเสียอีก ถ้าไม่มีที่ให้โจรจำหน่าย โจรก็ลำบาก ....การวินิจฉัยแบบตำรวจที่อยากปราบปรามการประทำผิดก็ได้ คนทั่วๆไปหรือนักกฎหมาย นักปกครองเขาอาจไม่เห็นด้วย......(จากจดหมายถึงคุณต้อย ลูกสาว ฉบับวันที่ 19 พฤษภาคม 2509)

ข้อคิด

"คนเราเกิดมาก็มีลักษณะคล้ายคลึงกันทั้งนั้น ผิดกันก็แต่ความเคยชิน ที่ทำให้คนเราต่างกันออกไป" (Men are born alike, only habits Carry them far apart) 1

"เครื่องวัดคนก็คือตัวคนนั่นเอง" (The Measure of man is man) 2

"ลักษณะของคนที่ไม่เปลี่ยนแปลงเลยมีอยู่สองอย่าง คือ ลักษณะที่ดีสูงสุด และลักษณะที่เลวต่ำสุด" (Only The Highest and the Lowest Characters do not Change) 3

1-3 จาก The Wisdom of Confueius by Lin Yutang

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณที่มาอ่าน และแสดงความคิดเห็นค่ะ

ปิรันญ่า
31 พฤษภาคม 2551



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 31/05/2008 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ ...

ขอบคุณ .. สำหรับเรื่องที่นำมาเล่าและแบ่งปันในวันนี้

มีความสุขมากๆนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน