• ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 742
  • จำนวนผู้ชม : 1280028
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1261 คน
NaNaฮาเฮ "รู้ทันภัยพิบัติ" กับ ปิรันญ่า
หลากหลายลีลา นานาสาระ เสริมความรู้ ดูคู่มือทำblog มามองโลก มาช่วยหาทางออกให้บ้านเมือง ส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ กลุ่ม "DR: DisastersReady เตือนภัยให้เตรียมพร้อม" รับมือภัยพิบัติ!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
วันศุกร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 3124 , 07:42:45 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เพราะ "ปัญหา" มีไว้แก้ ไม่ได้มีไว้กลุ้ม

          คนที่บ่อนทำลายชาติและเศรษฐกิจบางทีก็เป็นคนที่ทำเพื่อตัวเองโดยไม่นึกถึงความเดือดร้อนของคนอื่น แปลกแต่จริง คนเหล่านี้ไม่ค่อยรู้ตัว เหมือนเวลาที่เรายกมือชี้หน้ากล่าวหาใคร เราไม่นึกบ้างว่ามีตั้ง 4 นิ้วที่ชี้เข้าหาตัวเอง !!!

          ถ้าจะพูดเรื่องระดับชาติ คงพูดทั้งปีไม่มีจบ ระดับปากท้องนี่สิสำคัญกว่า อย่างเรื่องอาหารการกินการดูแลสุขภาพเป็นไง

         อาหารในเมนูหลักของคนไทยทั้งคาวและหวาน มักจะมีส่วนประกอบที่เป็นกะทิ แกงเขียวหวาน ต้มข่า ที่เป็นอาหารยอดนิยมในหมู่ชาติตะวันตกก็ยังมีกะทิเป็นองค์ประกอบสำคัญ ยิ่งหน้าร้อนอย่างนี้ ข้าวเหนียวมะม่วง ก็ขาดกะทิไม่ได้เช่นกัน ความหวาน มัน และหอมของกะทิในอาหารไทย เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ผสมกับเครื่องแกงหรือเครื่องปรุงที่เข้ากันอย่างเหมาะเจาะ ทำให้อาหารไทยเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ยังน้ำมันมะพร้าวที่ใช้บำรุงสุขภาพผิวพรรณ ใช้นวดในธุรกิจสปา แพทย์แผนโบราณอีก ไบโอดีเซลก็ใช้น้ำมันมะพร้าวได้ นอกจากนี้ ส่วนต่างๆของมะพร้าวยังนำมาใส่นวัตกรรมเป็นผลผลิตอุตสาหกรรม หัตถกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มได้อีก เรียกว่าเราใช้มะพร้าวทั้งต้นมาทำประโยชน์ได้ แล้วกว่าจะปลูกมะพร้าวต้นหนึ่งให้ผลิตลูกมะพร้าวที่ใช้ได้ต้องใช้เวลาถึง 5-7 ปี ความสูญเสียและบั่นทอนนี้ไม่น้อยเลยค่ะ

         

          ปัญหามะพร้าวขาดแคลนและมีราคาแพงลิบลิ่วกระทบกระเทือนกระเป๋าคนไทยเป็นอย่างยิ่ง ตั้งแต่คนปลูก คนผลิต คนขาย แต่รายใหญ่ๆคงไม่ค่อยกระเทือน เพราะมีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือ ตั้งราคาให้สูงอย่างไรก็ต้องมีคนซื้อ เราถึงเห็นกราฟราคามะพร้าวสูงขึ้นแบบเท่าทวีคูณ และยังไม่มีวี่แววว่าจะตกลงมาแต่อย่างใด ชาวสวนก็ลำบากเพราะปัญหาหนอน-ด้วงที่กำลังระบาด ทำให้ผลผลิตหายไปจากตลาด ขาดรายได้เข้าครัวเรือนและชุมชน ราคาสินค้าเกี่ยวเนื่องก็แพงขึ้นเท่าตัว อะไรที่ขึ้นราคาไม่ได้ก็แปลว่าพ่อค้าแม่ค้ากำลังแบกต้นทุนที่หนักอึ้งไว้บนบ่าตัวเองเพียงเพื่อรักษาฐานลูกค้าและหาเงินมาใช้จ่ายเข้าครัวเรือน
คำถามในวันนี้ จึงอยากจะถามฝากไปถึง "ผู้นำเข้ามะพร้าวรายใหญ่" ที่มีอยู่ไม่กี่เจ้า ว่า "จะรับผิดชอบอะไรให้สังคมบ้าง" การที่ชาวสวนมะพร้าวหันไปปลูกปาล์ม กับปัญหาภัยแล้ง อาจเป็นเรื่องที่กระทรวงเกษตร-พาณิชย์-อุตสาหกรรม ฯลฯ ต้องออกมาตรการมากำกับเพื่อให้มีความสมดุลในตลาด แต่เรื่องการนำเข้ามะพร้าวติดโรคเข้ามายังประเทศไทยที่บริษัทใหญ่ๆทำ สร้างปัญหาให้มากกว่าเพราะทั้งด้วง-หนอน มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ธรรมชาติสร้างมาให้แพร่พันธุ์ ในเมื่อมันชอบกินมะพร้าวมันก็ขยายพันธ์ออกไปยังสวนมะพร้าวใกล้เคียงเรื่อยๆ เรื่อยๆ แถมสัตว์พวกนี้ยังสามารถแฝงตัวอยู่ในกาบมะพร้าว ตามลูกมะพร้าวมายังจังหวัดต่างๆ แล้วก็ขยายพันธุ์ต่อไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ
          พืชหลักอย่าง "ข้าว" ยังมีปัญหาซ้ำซากเรื่องส่วนแบ่งราคา ระหว่างเกษตรกร โรงสี พ่อค้าคนกลาง ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ร้านค้า ผู้ประกอบการส่งออก ผู้บริโภค ตอนนี้เกษตรกรก็ได้ราคาข้าวดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว รัฐช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำเรื่องราคาในวงจรข้าวลงไปได้บ้าง ก็มาเจอปัญหาประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามมีข้าวคุณภาพใกล้เคียงแต่ราคาถูกกว่าเข้ามาอีก มะพร้าวก็นับเป็นพืชหลักของชาติเหมือนกัน ปริมาณนำเข้าเมื่อเทียบกับความเสียหายจากศัตรูพืชที่นำเข้ามาด้วยแล้วมันคุ้มกันไหม
          ตราบใดที่ปัญหายังไม่ถูกแก้ มะพร้าวก็ยังแพงยิ่งขึ้นๆ  การนำเข้าอาจจะเพิ่มขึ้นๆ โรคหนอน-ด้วงก็อาจจะกระจายมากขึ้นๆไปด้วย คนที่ควรร่วมรับผิดชอบปัญหานี้คือ ผู้นำเข้ามะพร้าว โดยเฉพาะรายใหญ่ ก็ไม่ทราบว่าขั้นตอนการกักกันโรค การตรวจสอบต่างๆนี้เป็นอย่างไร แต่ถ้าจะให่้ดีควรรีบเข้ามาดำเนินการโดยด่วน ไม่งั้นเวลามีคนตายจะไม่มีน้ำมะพร้าวไว้ล้างหน้า เพราะมันแพงเกินกว่าจะรับไหว
          ในฐานะประชาชนผู้ที่เดือดร้อนโดยตรงอยากเสนอให้ผู้นำเข้าและสมาคมชาวสวนมะพร้าวกับภาครัฐ เร่งรีบหาทางแก้ปัญหาโดยด่วน หากขาดเงินทุนก็เอาจากบริษัทผู้นำเข้ารายใหญ่นั่นแหละ

ปิรันญ่า
25 กุมภาพันธ์ 2554

บทความอ้างอิง 1

คมชัดลึก : ในที่สุด นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ประสานให้กรมการค้าต่างประเทศเร่งออกระเบียบการนำเข้ามะพร้าว ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าเพื่อเร่งนำเข้ามะพร้าวจากประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นนโยบายระสั้นที่จะแก้ปัญหามะพร้าวขาดแคลนในปัจจุบัน หลังจากที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้รับร้องเรียนมาตลอดว่า ราคามะพร้าวขูดแพงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 58-60 บาท และกะทิสดกิโลกรัมละกว่า 70 บาท มะพร้าวผลใหญ่ผลละ 24 บาท สาเหตุส่วนหนึ่งเกษตรกรหันมาปลูกปาล์มน้ำมันแทนนั่นเอง
 
 สอดคล้องกับที่ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ยืนยันว่า  ตั้งแต่ปี 2552 ผลผลิตมะพร้าวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีแมลงดำหนาม และแมลงหนอนหัวดำสายพันธุ์ใหม่ เข้าทำลายใบมะพร้าวจน ได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่ทางภาคใต้ และอีกหลายจังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่พบการระบาดรุนแรงในพื้นที่ปลูกมะพร้าวกว่า 4 แสนไร่ จากพื้นที่ปลูกมะพร้าวทั้งประเทศราว 2 ล้านไร่ 

 ขณะ นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า สถานการณ์การผลิตมะพร้าวในปี 2553 พื้นที่ให้ผลมะพร้าวมี ประมาณ 1.44 ล้านไร่ ผลผลิต 1.298 ล้านตัน ซึ่งลดลงจากปี 2552 คิดเป็นร้อยละ 3.36 ร้อยละ 6.01 ตามลำดับ เนื่องจากภาวะฝนแล้งและเกิดการระบาดของแมลงดำหนาม หนอนหัวดำ ด้วงแรด และหนอนพาราซ่า ส่งผลทำให้ผลผลิตมะพร้าวออกสู่ตลาดลดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2553 เป็นต้นมา

 อย่างไรก็ตาม อย่างกรมการค้าภายใน ได้มีการการเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเปิดนำเข้ามะพร้าวจาก ต่างประเทศผ่านข้อตกลงความร่วมมือองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) นอกโควตาที่กำหนดในแต่ละปี ซึ่งที่ผ่านมา นายอภิชาตยืนยันว่า ประเทศไทยมีการนำเข้ามะพร้าวจากประเทศอินโดนีเซียเพียงประเทศเดียว ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2553 นำเข้ามะพร้าวผล นอกโควตา 1,224 ตัน มะพร้าวฝอยในโควตา 76.34 ตัน นอกโควตา 73.48 ตัน น้ำมันมะพร้าว นอกโควตา 18,342.76 ตัน

 ด้าน นายวนิชย์ ปักกิ่งเมือง นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้มะพร้าวยัง มีราคาสูงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี เกษตรกรขายในสวนผลละ 18-20 บาท หากพ่อค้านำไปขายต่อที่ปลายทางขึ้นอยู่ผลละ 25-30 บาท  จากเดิมขายในสวนผลละ 8-10 บาทเท่านั้น ถือเป็นราคาที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ 

 สาเหตุที่ทำให้มะพร้าวแพง เกิดจากผลกระทบจากภัยแล้งทำให้สวนมะพร้าวเสีย หายยืนต้นตายกว่า 1 แสนไร่ เจ้าของสวนต้องโค่นต้น และเลื่อยแปรรูปขายไม่ต่ำกว่าวันละ 500 ต้น และอีกสาเหตุหนึ่งเกิดศัตรูพืช อาทิ หนอนพาราซ่า แมลงดำหนามมะพร้าว และหนอนหัวดำมะพร้าว เข้ามาทำลายจนเสียหายอีกกว่า 1 แสนไร่ จากปัจจุบันใน จ.ประจวบขีรีคันธ์ มีพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวทั้ง หมดกว่า 4.5 ไร่ รวมแล้วที่เกิดความเสียหายราว 70% สิ่งที่ตามมาคือเกิดความร้อนเป็นลูกโซ่ เกษตรกรไม่มีผลผลิต แรงงานเกิดว่างงาน พ่อค้าคนกลางไม่มีอาชีพ โรงงานผลิตกะทิสดไม่มีวัตถุดิบ ผู้บริโภคต้องซื้อมะพร้าวและกะทิสดในราคาที่สูงเกินไป
 
 "ผลผลิตมะพร้าวในปัจจุบัน 70% ต้องป้อนเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม อีก 30% บริโภคทั้วไป ที่สำคัญทุกวันนี้กะทิสดของไทยส่งขายไปทั่วโลกแล้ว หากมะพร้าวขาด แคลน ก็น่าเป็นห่วงว่า ผู้ประกอบการอาจย้ายฐานผลิตกะทิสดไปยังประเทศที่มีผลผลิตเพียงพออย่าง อินโดนีเซีย ถึงเวลานั้นเกษตรกรอาจเดือดร้อนด้านราคาอีก รัฐบาลต้องเร่งหาทางช่วยเหลือฟื้นฟูสวนมะพร้าวด่วนโดยเฉพาะกำจัดโรคศัตรูพืช" นายวนิชย์กล่าว

 นายกสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทยกล่าวอีกว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์อนุญาตให้นำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศนั้น ต้องนำเข้าเฉพาะป้อนเข้าสู่โรงงานเท่านั้น ไม่ควรนำมาขายผลมะพร้าวเพื่อบริโภคในท้องตลาดอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะกระทบปัญหาด้านราคา จะสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกร เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการผลิตมะพร้าวนั้นตกอยู่ที่ผลละ 8 บาท  หากราคาต่ำกว่าผลละ 8 บาท เกษตรกรจะเดือดร้อนทันที

 "ตอนนนี้เรานำเข้ามะพร้าวเพียง 15% จากปกติที่เราบริโภคภายในประเทศไทย 100% นั้น แต่ปัญหาว่าช่วงนี้มะพร้าวได้หายไปจากท้องตลาดถึง 70% ทำให้ราคาแพง เมื่อนำเข้า 15% เราก็ยังขาดมะพร้าวอีก 50% ทำให้ราคามะพร้าวยังสูงอยู่ และผมมองว่า จะสูงไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว มิเช่นนั้นผู้บริโภคเองก็ไม่ไหว และเลิกบริโภคไปเลย" นายวนิชย์กล่าว   

 ส่วนนายพิทักษ์ พรหมจันทร์ เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวที่ ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า มีส่วนมะพร้าวกว่า 38 ไร่ ปกติจะมีพ่อค้าไปรับซื้อถึงที่ส่วนในราคาผลละ 2-3 บาท อย่างดีผลละ 5 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรปล่อยให้มะพร้าวตก ร่วงเต็มสวนไปหมด เพราะราคาไม่ดี แต่นับตั้งแต่กลางปี 2553 ที่ผ่านมาจู่ๆ มีพ่อค้ารับซื้อถึงในสวนในราคาผลละราว 10 บาท ถือว่าเป็นราคาที่แพงที่สุดในเกาะสมุย อย่างส่วนของเขาปกติ 45 วัน จะเก็บเกี่ยว 1 ครั้งจะได้ ราว 8,000-10,000 ผล ช่วงนี้แล้วได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

 "ตอนนี้ราคามะพร้าวแพง แต่บนเกาะสมุยเหลือสวนมะพร้าวจริงไม่ 50% เพราะสวนหนึ่งชาวบ้านขายให้นายทุนทำรีสอร์ท บางแห่งชาวสวนโค่นสวนมะพร้าว เพื่อลงทุนทำรีสอร์ทเอง เนื่องจากที่เกาะสมุยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดปี และสวนมะพร้าวอีก ส่วนหนึ่งที่เหลือก็ประสบปัญแมลงศัตรูพืชระบาด ทางกรมวิชาการเกษตรลงพื้นที่ช่วยเหลือโดยการปล่อยแตนเบียน และแมลงห้ำ ก็ได้ผลเพียงระดับหนึ่ง" นายพิทักษ์กล่าว

 กรณีที่กระทรวงพาณิชย์จะเปิดโอกาสให้นำเข้ามะพร้าวจากกลุ่ม ประเทศอาเซียน ที่ได้ลงเป็นเขตทางการค้าเสรีหรืออาฟตานั้น นายพิทักษ์บอกว่า หากมีความจำเป็นก็สามารถนำเข้าได้แต่ต้องควบคุมปริมาณ และเฉพาะช่วงที่ขาดแคลน เพราะหากปล่อยเสรีจนเกินไปจะกระทบกับราคามะพร้าวในอนาคต เพราะเกษตรกรเองเพิ่งจะได้ราคาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น   

 ฉะนั้นพอประเมินได้ว่า การที่จะนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ เพื่อแก้ปัญหามะพร้าวราคา แพงและขาดแคลน ต้องรอบคอบอยู่บนพื้นที่เหมาะสม หากปล่อยไปจะกระทบรุนแรงกับโรงงานอุตสาหกรรม (กะทิสด) ซึ่งอาจถึงย้านฐานผลิตไปต่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันหากไม่มีการควบคุมก็จะกระทบระยะยาวกับเกษตรกรซึ่งอาจทำให้ ราคามะพร้าวราคาตกต่ำอีก

บทความโดย ดลมนัส  กาเจ

http://www.komchadluek.net/detail/20101220/83288/ทางออกแก้วิกฤติราคามะพร้าวแพงใช้วิธีนำเข้าระวัง!..เป็นดาบสองคม.html
บทความอ้างอิง 2

ใน ช่วงปี 2547 มีข่าวของแมลงดำหนามซึ่งเป็นแมลงจากต่างประเทศเข้ามาทำลายสร้างความเสียหาย ให้แก่สวนมะพร้าวในพื้นที่ปลูกสำคัญของประเทศไทยหลายจังหวัด จนถึงขณะนี้พบการระบาดถึง 10 จังหวัดคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 3 แสนไร่ การกำจัดแมลงดำหนามวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งใช้ได้ผลแล้วในประเทศเวียดนามที่เผชิญกับการระบาดของศัตรูร้ายตัวนี้ เช่นกันคือการกำจัดโดย ชีววิธี หรือใช้แมลงกำจัดแมลง กรมวิชาการเกษตรจึงได้นำเข้าแตนเบียนหนอนจากประเทศเวียดนามเพื่อนำมาเพาะ เลี้ยงและนำไปปล่อยในสวนมะพร้าวที่พบการระบาดของแมลงดำหนาม โดยได้มีการปล่อยแตนเบียนหนอนครั้งแรกที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของประเทศไทยที่พบการระบาดรุนแรงเกือบ 1 แสนไร่
    
          ภายหลังที่ได้มีการปล่อยแตนเบียนหนอนเข้าไป ยับยั้งการระบาดของแมลงดำหนาม ปรากฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะนอกจากแตนเบียนหนอนจะสามารถกำจัดแมลงดำหนามได้ผลแล้วยังสามารถยุติไม่ ให้มีพื้นที่การระบาดเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งขณะนี้ที่เกาะสมุยมีต้นมะพร้าวที่ถูกทำลายจากแมลงดำหนามเริ่มฟื้นตัว แล้วประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์ โดยสังเกตได้จากทางมะพร้าวที่ขึ้นมาใหม่ หากใบมีสีเขียวแสดงว่ามะพร้าวเริ่มฟื้นตัวแล้ว โดยภายใน 1 เดือนมะพร้าวจะมีใบใหม่ออกมา 1 ใบ ดังนั้นหากมะพร้าวถูกแมลงดำหนามทำลายไป 6 ใบจะต้องใช้เวลา 6 เดือนจึงจะสามารถขึ้นมาทดแทนใบเดิมที่ถูกทำลายได้     
    
          ดร. อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อธิบดี กรมวิชาการเกษตร เล่าให้ฟังว่า ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของแมลงดำหนามไม่น่าเป็นห่วงเท่ากับการระบาดของด้วง แรดและด้วงงวงหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ด้วงไฟ เนื่องจาก แมลงดำหนามจะทำลายต้นมะพร้าวโดยการกัดกินที่ผิวใบและยอดอ่อนทำให้ ใบมะพร้าวเป็นสีขาว ผลผลิตลดลงและทัศนียภาพไม่สวยงาม ในขณะที่ด้วงแรดจะเข้าทำลายต้นมะพร้าวโดยการกัดที่คอมะพร้าวซึ่งถือเป็นส่วน สำคัญของต้นมะพร้าวจนเป็นแผล จากนั้นด้วงไฟ จะเข้าไปวางไข่และอาศัยอยู่ในคอมะพร้าว ทำให้ใบมะพร้าวหุบลงและคอมะพร้าวหักและยืนต้นตายในที่สุด ดังนั้นหากด้วงแรดและด้วงไฟเข้าไปทำลายต้นมะพร้าวเมื่อใดความเสียหายจะ รุนแรงกว่าแมลงดำหนามแน่นอน
    
          ด้วงแรดจะอาศัยอยู่ตาม เศษซากพืชต้นมะพร้าวที่โค่นล้มทับถมหรือขยะที่กองสุมอยู่ใต้ต้นมะพร้าว ดังนั้นเกษตรกรต้องหมั่นตรวจและดูแล บริเวณสวนมะพร้าวให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เป็นที่ขยายพันธุ์ของด้วงแรด และไม่ให้เป็นที่สะสมแหล่งขยายพันธุ์ของด้วงแรด เช่น กองปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ขุยมะพร้าว และกองขยะ รวมทั้งกำจัด    ตอมะพร้าว มะพร้าวที่ยืนต้นตาย หรือโค่นทิ้งไว้ให้หมดไปจากสวน หรืออาจใช้วิธีทำกับดักล่อโดยการใช้เชื้อราเขียวคลุกผสมกับวัสดุที่ใช้หมัก เป็นปุ๋ย เช่น ขี้เลื่อย ขุยมะพร้าว หรือมูลสัตว์ที่สลายตัวแล้ว อัตรา 200–400 กรัมต่อกองปุ๋ยหมัก ขนาด 2x2x0.4 เมตร แล้วรดน้ำให้ชุ่มชื้นเตรียมไว้ในบริเวณสวน วิธีนี้สามารถล่อให้หนอนด้วงแรดตัวเต็มวัยมาวางไข่เพื่อขยายพันธุ์แล้วทำการ กำจัดได้
    
          นอกจากนี้ยังสามารถนำต้นมะพร้าวที่ตายหรือ โค่นทิ้งทำเป็นกับดักได้เช่นกัน โดยตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 120 เซนติเมตร วางไว้ในบริเวณสวนเพื่อชักนำให้ด้วงแรดมาวางไข่ภายในท่อน แล้วผ่าลำต้นเผาเพื่อทำลายหนอนได้ทั้งหมด หรือใส่ลูกเหม็นที่คอมะพร้าวบริเวณโคนทางรอบยอดอ่อนทางละ 2 ลูก เมื่อมะพร้าวมีอายุ 3–4 ปี    ประมาณ 6–8 ลูกต่อต้น ส่วนการกำจัดด้วงไฟถ้าเกษตรกรสามารถกำจัดด้วงแรดให้หมดไปจากสวนได้ก็จะไม่ทำ ให้เกิดการระบาดของด้วงไฟ เพราะด้วงไฟจะเข้าทำลายต้นมะพร้าวได้ต่อเมื่อมีการระบาดของด้วงแรดซึ่งทำให้ เกิดบาดแผลและเป็นช่องทางให้ด้วงไฟเข้าไปขยายพันธุ์ ดังนั้นเกษตรกรจึงควรร่วมกันป้องกันและกำจัดศัตรูร้ายทั้ง 3 ชนิดของสวนมะพร้าวโดยการช่วยกันปล่อยแตนเบียนไปกำจัดแมลงดำหนาม พร้อมกับกำจัดแหล่งเพาะขยายพันธุ์ของด้วงแรดและด้วงไฟไปพร้อมกัน เพื่อฟื้นฟูความสวยงามของสวนมะพร้าวให้กลับคืนมาโดยเร็วและเกิดความยั่งยืน ตลอดไป.

ที่มา : พนารัตน์ เสรีทวีกุล. ทิศทางเกษตร. เดลินิวส์ ฉบับที่ 20,515 วันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2548 หน้า 12





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          



[ Add to my favorite ] [ X ]