• ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 742
  • จำนวนผู้ชม : 1280016
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1261 คน
NaNaฮาเฮ "รู้ทันภัยพิบัติ" กับ ปิรันญ่า
หลากหลายลีลา นานาสาระ เสริมความรู้ ดูคู่มือทำblog มามองโลก มาช่วยหาทางออกให้บ้านเมือง ส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ กลุ่ม "DR: DisastersReady เตือนภัยให้เตรียมพร้อม" รับมือภัยพิบัติ!
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม 2554
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 5381 , 15:33:52 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน เฒ่าไผ่เขียว , BlueHill โหวตเรื่องนี้


คู่มือเปลี่ยนทุจริตให้เป็นสุจริต
คำนิยาม
ผลประโยชน์เข้าใครออกใคร
นโยบายประชานิยม
ผลประโยชน์ทับซ้อน
กฎหมายให้คุณให้โทษ
สำคัญที่จิตสำนึก
หน้าที่ความรับผิดชอบ
กฎเหล็ก
การมีส่วนร่วมในการหยุดการทุจริต

ไม่แปลกใจเลย ถ้าคนจะสงสัยว่าเปลี่ยนทุจริตให้เป็นสุจริต จะบ้าเหรอ!

มันก็อยู่ความคิดของเราว่าจะยอมรับได้ไหม ถ้าจะปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้นโดยที่คนในสังคมปล่อยวาง หรือสังคมของเรายอมให้เขาทำ แม้แต่บางคนก็ยังทำเสียเอง ยกตัวอย่าง คุณขับรถเร็ว เบรคที่ไฟแดงไม่ทัน หรือเข้าช่องทางผิด เอาแล้วจราจรเดินมา คุณอาจจะยอมเดินตามเขาไปยังมุมลับตา หรือไม่ก็รีบควักใบแดงๆส่งให้เขา แทนที่จะยอมรับใบสั่งแล้วไปจ่ายค่าปรับที่สถานีตำรวจ จะบอกว่าคุณไม่มีเวลา คุณไม่สะดวก แต่ที่แท้คุณก็ร่วมในการทำทุจริตไปแล้ว

ประเทศไทยต้องปฏิรูป ใช่

แต่ที่ต้องปฏิรูปก่อนประเทศ คือ ประชาชน

ประเทศไทยต้องปฏิรูปประชาชน

ประชาชน ไม่ยอมรับการทุจริต >> ถูกต้อง แต่

นักการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ นายหน้า นักประมูลงานราชการ นักเคลื่อนไหว ร้านค้า เขาแยกออกไหม ว่า

นี่ผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ (ทุจริต)

หรือว่าเป็นผลประโยชน์ที่สมควรจะได้ (สุจริต)

เขียนคู่มือให้มันชัดไปเลย เผื่อจะช่วยให้เขาคิดออก

เพราะการตำหนิ ถ้าเป็นการติเพื่อก่อย่อมจะดีกว่าติให้ทะเลาะกัน

คู่มือจะช่วยให้เกิดการแยกแยะ เผื่อจะช่วยให้คนที่คิดจะทุจริต หรือ มีช่องทางจะทำแล้วอยากทำ เกิดความละอาย

เผื่อจะหยุดยั้ง

คู่มือเปลี่ยนทุจริตให้เป็นสุจริต

คำนิยาม

"ข้าราชการ" หมายถึง คนที่ทําราชการตามทําเนียบ; ผู้ปฏิบัติราชการในส่วนราชการ; (กฎ) บุคคลซึ่งรับราชการ โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือน เช่น ข้าราชการพลเรือน    ข้าราชการการเมือง ข้าราชการครู ข้าราชการทหาร ข้าราชการตุลาการ ข้าราชการอัยการ

"ลูกจ้าง" หมายถึงผู้รับจ้างทำการงาน ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร

"พนักงาน" หมายถึง หน้าที่ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติงาน

"เจ้าหน้าที่" หมายถึง ผู้มีหน้าที่ ผู้ปฏิบัติหน้าที่

"เงินเดือน" หมายถึงเงินค่าตอบแทนการทำงานที่กำหนดเป็นรายเดือน

"ค่าจ้าง" หมายถึงเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปรกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปรกติของวันทำงาน และหมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงาน แต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามกฎหมายทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนด คำนวณ หรือจ่ายในลักษณะใด หรือโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใด

"กำนัล" หมายถึง ให้ของกันด้วยความนับถือ

"สินบน" หมายถึง ทรัพย์หรือสิ่งของที่จะให้เป็นเครื่องบูชาคุณหรือตอบแทนผู้ที่จะช่วยให้สําเร็จตามประสงค์; (กฎ) ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นกระทําการหรือไม่กระทําการอย่างใดในตําแหน่ง ไม่ว่าการนั้นชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่; เงินตราที่จ่ายให้แก่ผู้นําจับ

"ใต้โต๊ะ" หมายถึง เรียกเงินที่แอบให้กันโดยมิชอบ

"ประโยชน์" หมายถึง สิ่งที่มีผลใช้ได้ดีสมกับที่คิดมุ่งหมายไว้, ผลที่ได้ตามต้องการ, สิ่งที่เป็นผลดีหรือเป็นคุณ, เช่น ประโยชน์ของการศึกษา ประโยชน์ของโรงเรียน

"นายจ้าง" หมายถึง ผู้จ้างทําการงาน, คู่กับ ลูกจ้าง; (กฎ) บุคคลซึ่งตกลงว่าจ้างบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเรียกว่า ลูกจ้าง ให้ทำงานให้และจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้นั้น

"นายหน้า" หมายถึง บุคคลผู้ชี้ช่องหรือจัดการให้บุคคล ๒ ฝ่ายได้เข้าทําสัญญากัน

"ตัวแทน" หมายถึง บุคคลผู้มีอํานาจทําการแทนบุคคลอื่น; ชื่อสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ตัวแทน มีอํานาจทําการแทนบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าตัวการ และตัวแทนตกลงจะทําการนั้น

"ที่ปรึกษา" หมายถึง ผู้มีหน้าที่ให้ความเห็นแนะนำ

"นักการเมือง" หมายถึง ผู้ที่ฝักใฝ่ในทางการเมือง ผู้ที่ทำหน้าที่ทางการเมือง เช่น รัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา

"พลเมือง" หมายถึง ประชาชน ราษฎร ชาวประเทศ

"ค้าขาย" หมายถึง ทำมาหากินในทางซื้อขาย

"ตำแหน่ง" หมายถึง หน้าที่การงาน; ฐานะ เช่น ตําแหน่งผู้จัดการ

"บทบาท" หมายถึง การทําท่าตามบท, การรําตามบท, โดยปริยายหมายความว่า การทําตามหน้าที่ที่กําหนดไว้ เช่น บทบาทของพ่อแม่ บทบาทของครู

"หน้าที่" หมายถึง กิจที่จะต้องทําด้วยความรับผิดชอบ

"รับผิดชอบ" หมายถึง ยอมรับผลทั้งที่ดีและไม่ดีในกิจการที่ตนได้ทำลงไปหรือที่อยู่ในความดูแลของตน เช่น สมุห์บัญชีรับผิดชอบเรื่องเกี่ยวกับการเงิน, รับเป็นภารธุระ เช่น งานนี้เขารับผิดชอบเรื่องอาหาร เธอจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันรับผิดชอบทุกอย่างในบ้านเอง

"บกพร่อง" หมายถึง ไม่ครบบริบูรณ์เท่าที่ควรมีควรเป็น เช่น ข้อความบกพร่อง, หย่อนความสามารถ เช่น ทํางานบกพร่อง.

"ทุจริต" หมายถึง ความประพฤติชั่ว, ถ้าเป็นความประพฤติชั่วทางกาย เรียกว่า กายทุจริต, ถ้าเป็นความประพฤติชั่วทางวาจา เรียกว่า วจีทุจริต, ถ้าเป็นความประพฤติชั่วทางใจ เรียกว่า มโนทุจริต. ก. โกง เช่น ทุจริตในการสอบ, คดโกง, ฉ้อโกง, เช่น ทุจริตต่อหน้าที่. ว. ไม่ซื่อตรง เช่น คนทุจริต

"สุจริต" หมายถึง ความประพฤติชอบ

"จิตสำนึก" หมายถึง ภาวะที่จิตตื่นและรู้ตัวสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าจากประสาทสัมผัสทั้ง ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยกาย

กลับด้านบน

ผลประโยชน์

ผลประโยชน์เข้าใครออกใคร

โบราณท่านว่า "ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร" หมายความว่า เมื่อมีเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง คนที่หวังผลประโยชน์จะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา แม้จะต้องทำผิดคุณธรรมศีลธรรม เช่น โกหก โกงข้อสอบ โกงกิน เป็นพยานเท็จ เปิดบ่อน ค้ายาเสพติด เล่นการพนัน ค้ามนุษย์ ค้าของเถื่อน ค้าของปลอม รับเงินซื้อเสียง ขายเสียง คอรัปชั่น หาผลประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ ฯลฯ เพื่อให้ได้อำนาจ ได้ช่องทางหาผลประโยชน์ หรือช่องทางหลบเลี่ยงการจ่ายเงินให้มีภาระจ่ายน้อยลงหรือไม่ต้องจ่ายเลย

ในทางตรงข้ามอาจจะทำสิ่งที่ดีๆก็ได้ เช่น รายงานแหล่งมั่วสุมคนร้าย ชี้เบาะแส ช่องทางทุจริตให้ทางการรู้ เพื่อหวังค่าหัวหรือค่าตอบแทน รวมทั้งการสะสมฉลากชิงโชค ซื้อลอตเตอรี่ ส่ง SMS ตอบคำถาม ทายปริศนา เพื่อหวังเงินหรือของรางวัล ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงที่เห็นกันได้ทั่วไป

แต่ถ้ามองปัญหาการทุจริต เราก็รู้ๆกันอยู่ว่า ผลประโยชน์ต่างๆที่เขาจัดสรรปันส่วน ฮุบเอาไว้นั้น เรามักจะไม่รู้ว่ามันไปตกอยู่ตรงไหน เท่าไหร่และตอนไหน มันลึกลับซับซ้อน ซ่อนมิดชิดเกินไป จนไม่มีใครเข้าถึง เป็นอันว่ารู้กันว่าถ้าจะประมูลงานสักชิ้น ต้องเข้าให้ถูกทาง จ่ายให้ถูกคน จ่ายไม่พอก็ไม่มีสิทธิ์

คนที่มีอาชีพค้าขาย รับเหมา มักจะต้องใช้ไหวพริบอย่างมาก ถ้ารู้ว่าต้องติดต่อกับคนตงฉิน เขาจะไม่กล้ายื่นข้อเสนอพิเศษ แต่ถ้าได้ข่าวมาว่า คนที่จะติดต่อนี้มันกินแน่ๆ แม้ไม่ถูกร้องขอ แต่ก็รู้ว่าต้องมีติดปลายนวมไม่มากก็น้อย

งบประมาณจากเงินภาษี จึงถูกนำไปถลุงกันได้อย่างง่ายๆ เพื่อเป็นค่าคอมมิชชั่นของกำนัล ให้กับ พนักงานเจ้าหน้าที่ ที่เป็นตัวแทนของหน่วยงาน ทั้งๆที่ เป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว ถึงไม่มีใครจ่ายให้ก็ต้องทำงานนั้นให้สำเร็จ (แต่ผู้รับเหมากลัวว่าอาจจะไปตกลงกับคนอื่นแทนก็ได้ เพื่อความชัวร์ก็ต้องรีบจ่ายตัดหน้าคู่แข่ง) เลยทำให้สิ้นเปลืองเงินของประเทศจากราคาที่สูงเกินจริงไปมากๆ แถมยังกลายเป็นปมเขม่นระหว่างผู้รับเหมา

พนักงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานต่างๆ บางทีก็ไปทำหน้าที่ "ตัวแทน" ให้ผู้รับเหมาเพื่อจะได้ค่าตอบแทนพิเศษ ของกำนัล บางคนอาจจะตั้งหน้าตั้งตาทำด้วยซ้ำไป บางคนอาจจะแค่เผลอๆ

ซึ่งถ้าจะไปจัดระบบระเบียบการทำงานที่เกี่ยวกับเงิน เกี่ยวกับงบประมาณ ให้รู้ที่มา ที่ไป มีใบเสร็จ หรือมีหลักฐานตรวจสอบได้ เราก็ต้องทำกันอีกหลายอย่างมาก เพื่อให้รู้ว่ามัน "เข้าที่ใคร ออกจากใคร"

กลับด้านบน

นโยบายประชานิยม

นโยบายเอาใจประชาชน ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่นักการเมืองใช้เป็นวิธีซื้อเสียงที่ไม่ผิดกฎหมาย

แต่จะบอกว่านโยบายนั้น ทุจริตหรือสุจริต ต้องวัดกันด้วย

1. เจตนาที่ดี มีความบริสุทธิ์ใจในการจะสร้างผลงานให้ดี

2. ความตั้งใจในการทำให้ได้ผลจริงตามที่ประกาศ

3. ให้ผลประโยชน์เกิดกับส่วนรวม หรือคนส่วนใหญ่ มีความทั่วถึง ไม่แบ่งเราเขา

4. ใช้งบประมาณเหมาะสม ไม่ใช้เกินจำเป็น มีความยั่งยืนพอประมาณ

5. ไม่ยักยอก ไม่เรียก ไม่รับผลประโยชน์ทับซ้อน

6. มีกระบวนการทำงานที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้

7. ไม่เอื้ออำนวยให้มีผู้ได้รับผลประโยชน์อย่างไม่ชอบธรรม ไม่ว่าจะน้อยเกินไปหรือมากเกินไป ช้าไปหรือเร็วไป สูงไปหรือต่ำไป

ผลประโยชน์ทับซ้อน

คนที่อยู่ในหน้าที่ ถ้ารับประโยชน์นอกเหนือจากค่าตอบแทนในการทำหน้าที่ โดยใช้ประโยชน์จากการทำหน้าที่ เขาเรียกว่า "มีผลประโยชน์ทับซ้อน" หรืออย่างรุนแรงก็เรียกว่า "ทุจริต" นั่นเอง

เช่น

- ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ออกกฎหมายเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขให้ตนเองหรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องได้รับสิทธิพิเศษ

- ข้าราชการหรือเจ้าพนักงานในหน้าที่ เรียกเงินพิเศษจากคนที่มาใช้บริการ มาทำสัญญากับหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งไม่ใช่เงินค่าธรมเนียม หรือภาษีตามที่กฎระเบียบระบุไว้

- พนักงานการเงินที่ไม่เอาเงินเก็บในที่เก็บเงินของร้าน หยิบเงินของร้านไปใช้ส่วนตัว ไม่รายงานยอดขายให้ครบ ยอดเงินสดรับให้ตรงตามความเป็นจริง ชี้ช่องให้โจร

- พนักงานที่มีสิทธิ์เบิกเงินจากหน่วยงาน ทำใบเสร็จปลอมมาเบิก ปลอมหลักฐานการเบิก เบิกเกินกว่าที่จ่ายจริง

- พนักงานขายที่หลอกให้บริษัทออกบิลเพื่อเบิกของไปส่งลูกค้าแล้วไม่ส่ง ปลอมหลักฐานการรับสินค้าของลูกค้า เพื่อรับค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายหลอกๆ

- หลบเลี่ยงภาษี โดยการแสดงรายได้ต่ำ รายจ่ายสูงกว่าความเป็นจริง

- อาศัยข้อมูลภายในที่รู้ได้เพราะตำแหน่งหน้าที่ มาหาประโยชน์ หรือทำลายผู้อื่น

- ทำสัญญาว่าจะจ่ายหรือได้จ่ายหรือเรียกรับค่าตอบแทนพิเศษ (ใต้โต๊ะ) จากงานที่ต้องทำอยู่แล้วตามหน้าที่ รวมถึงการลงคะแนนเลือกตั้ง

- ฯลฯ ตัวอย่าง มีให้เห็นมากมาย

กลับด้านบน

กฎหมายให้คุณให้โทษ

บางครั้ง ก็ต้องดูในเรื่องกฎหมาย ระเบียบต่างๆที่เอื้ออำนวยต่อการ "ทุจริต" อาจจะมีคนตั้งใจให้มันเปิดช่องไว้ หรือไม่ตั้งใจ แต่สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปทำให้กฎหมายตามไล่ไม่ทัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น เราต้องจับมาเรียงแล้วผลักดันให้มีการแก้กฎหมายหรือระเบียบนั้นต่อไป

เช่น

- ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง

- ระเบียบเกี่ยวกับเงินเดือน ค่าตอบแทน ค่าใช้จ่าย

- ระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมภายใน

- ระเบียบเกี่ยวกับการบริจาค การกุศล การสนับสนุนงานวิชาการ วิชาชีพ การลดแลกแจกแถม

- ระเบียบเกี่ยวกับการกำหนดราคากลาง ที่ทุกจังหวัดควรจะทำไว้ใช้เทียบเคียง

ฯลฯ

สำคัญที่จิตสำนึก

จะว่าไปแล้ว "จิตสำนึก" คือ กลไกหลักในการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับทุกๆสังคม

ถ้าคนเรามีจิตสำนึกที่ดีในการทำหน้าที่การงาน และเข้าใจว่าอะไรผิดอะไรถูกอะไรควรอะไรพอดี ก็จะง่ายขึ้นในการปรับสังคมทุจริตให้เข้าสู่สังคมที่มีความละอาย เกรงกลัวต่อบาปได้ง่ายและเร็วขึ้น

ข้อเสียของกฎหมายก็คือ บางครั้งก็ไม่เอื้ออำนวยในการนำคนผิดมาลงโทษ เพราะความล้าสมัย และเพราะคนทำผิดขาด "จิตสำนึกที่ดี" ขาดความละอาย และเกรงกลัวบาป หรือบางรายอาจจะไม่ยอมรับว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นเป็นการทุจริต

อย่างนี้ต้องมีตัวช่วย คือ

"การปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี" และ

"การแยกแยะหน้าที่ความรับผิดชอบออกจากผลประโยชน์ทับซ้อน"

หน้าที่ความรับผิดชอบ

ในองค์กรเอกชน จะมีใบแสดงลักษณะงาน ระบุตำแหน่งและขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบไว้ โดยทั่วไปจะมีข้อสุดท้ายระบุทำนองว่า "หรือที่จะได้รับมอบหมายโดยผู้บังคับบัญชา" เพื่อจะได้ครอบคลุมเนื้อหาการทำงานที่อาจมีการเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงบ้างในอนาคต และในสัญญาว่าจ้าง และระเบียบข้อบังคับการทำงาน ก็จะมีระบุเงื่อนไขที่จะได้รับผลตอบแทน สวัสดิการ ผลประโยชน์ต่างๆที่พนักงานหรือลูกจ้างจะมีสิทธิ์ได้รับ อันเนื่องมาจากการทำงาน

ซึ่งขอบเขตนี้ เป็นตัววัดที่ดีที่จะช่วยให้เราแยกแยะได้ว่า อะไรคือค่าตอบแทนจากการทำงาน อะไรคือผลประโยชน์ทับซ้อน และแน่นอนอะไรที่เข้าข่ายทุจริต อะไรไม่เข้าข่าย ในส่วนราชการก็คงจะต้องมีใบแสดงลักษณะงานเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะของนักการเมืองทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน เทศมนตรี นายกองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. อบจ.) รัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา รวมถึงที่ปรึกษา และตัวแทนกระทำการ แม้แต่องค์กรอิสระภาครัฐ ภาคประชาชนก็เช่นกัน

ยิ่งเรื่องโครงการต่างๆที่ต้องใช้เงินงบประมาณด้วยแล้ว ยิ่งต้องมีการกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารโครงการและที่ปรึกษาให้ชัดเจน

กลับด้านบน

กฎเหล็ก

มีข้อเดียวก็พอ คือ "การรับผลประโยชน์ทับซ้อนที่เกี่ยวเนื่องมาจากตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ นอกเหนือจากที่ควรได้รับจากหน่วยงานต้นสังกัด ถือว่ามีความผิดถึงขั้นไล่ออก" ส่วนการดำเนินคดีก็ว่าไปตามหลักฐาน ข้อมูล จะก่อนหรือหลังการลงโทษทางวินัยก็ตาม

การมีส่วนร่วมในการหยุดการทุจริต

ต้องอาศัยทั้งคนนอกและคนใน คนนอกคือประชาชน นอกเหนือจากฝ่ายตรวจสอบ ที่ต้องทำหน้าที่อยู่แล้ว คนในคือคนที่อยู่ในแวดวงการทำงานต่างๆ ที่ต้องคอยสอดส่อง คอยเฝ้าระวังไม่ให้เงินภาษี เงินขององค์กรรั่วไหลไปเข้ากระเป๋าคนที่ไม่สมควรจะได้

เมื่อใดก็ตามที่เรามีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม ต้องจำไว้ให้ดีว่า อย่าไปทำเสียเอง อย่าให้ความร่วมมือ อย่าสนับสนุน ห้ามได้ต้องห้าม ป้องกันได้ต้องป้องกัน แนะนำได้ต้องกล้า หาทางเลือกที่สุจริตให้เขาได้ต้องทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องรีบแยกตัวออกไป ไม่งั้นคงจะแย่.....

ปลูกจิตสำนึกในครอบครัว ในโรงเรียน ไม่ให้มองการทุจริตเป็นเรื่องปรกติธรรมดา
ผู้ปกครองและครูอาจารย์ ต้องหยิบยก ภาพที่เห็นในสังคมมาสอนให้เห็นจริง และไม่ควรทำตัวอย่างที่ไม่ดี

ปิรันญ่า




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ครูอ๊อฟ วันที่ : 13/09/2011 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/carnival

ชัดเจนเปลี่ยน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เฒ่าไผ่เขียว วันที่ : 29/05/2011 เวลา : 13.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/okokbaby

ขอบคุณมากๆ ครับ สำหรับบทความ...
ชัดเจนทุกตัวอักษร...
สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ต้องเริ่มกันที่ครอบครัวและโรงเรียนก่อนเลยครับ
ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดักยากครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อริยทัศน์ วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aryatasna

เห็นด้วยกับแนวคิดนะ...
แต่วิธีการ คงเป็นปัญหามาก...

ถ้าคุณเข้าคิว และเห็นคนท่าทางดุดัน กำลังแซงคิวคุณ ..คุณจะทำอย่างไร...
คุณกำลังขึ้นรถเมล์ มีเด็กมาต่อท้ายแถว.. คุณจะทำอย่างไร...
คุณนั่งดูหนังในโรง มีคนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างคุณ..คุณจะทำอย่างไร...

ผมเห็นว่า จิตสำนึก ต้องสอนสองด้าน คือ ควรทำ และไม่ควรทำ
นอกจากนั้น ยังต้องมี ประกาศสังคม.. ผู้ทำสิ่งที่ควร ก็ชื่นชม ระบุชื่อเสียงเรียงนาม ถ้าทำเลว ก็ประจาน ระบุชื่อเสียงเรียงนาม ไม่ต้องอ้ำอึ้ง นาย ก นางสาว ข บริษัท นามสมมติ นักการเมืองชื่อดังคนหนึ่ง....ฯลฯ
ทำแบบนี้ จึงจะเห็นผล

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หนูติ๊ด วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lunchbox

ไม่โกงไม่ใช่นักการเมืองไทยนะคะ..กลุ้มใจจังค่ะ
ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว จะเปลี่ยนยากมาก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปิรันญ่า วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

คนทำปัญหา ไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิด แต่โทษคนเอาผิดว่าใส่ร้าย

จริงอย่างพุทธทำนาย ที่ว่า "กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม" ชาวบ้านจะพากันไปหลงเชื่อคนไม่ดี ส่วนคนดีมีศีลธรรมจะต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ (กลัวเขาจะมาทำร้าย)

(แต่ก็มีผู้สันทัดกรณีบอกว่า คนแดนไกล จะไม่มีโอกาสเหยียบแผ่นดินแม่อีกตลอดชีวิต แต่ยังคอยตามล้างตามผลาญประเทศได้ถึง 20 ปี นี่พ้นไป 10 ปีแล้ว ยังเหลืออีกครึ่งทาง) ....ทำใจ ว่ามันจะต้องยุ่งวุ่นวายกันอีกนาน

แต่มั่นใจว่าประเทศไทยก็จะคงอยู่อีกนานแสนนานยิ่งกว่า รวมทั้งระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วย

คห. 1 และ 2 เห็นด้วยกับทั้งสองคุณพี่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หนุ่มฮวงซุ๊ย45 วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/huawgsui45
แย่งกันทำมาหากินแย่งถิ่นกันอาศัยแย่งคู่กันพิสวาสแย่งอำนาจกันเป็นใหญ่    โลกจึงเดือดร้อนวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด......

คห 1

ก่อน 19 กันยา พวกเขาคงคิดว่าชาวบ้านลืมไปแล้วมั๊ง ครับ..........ว่าพวกเขาทำอะไรกันไว้บ้าง?

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

ทุจริต โกงกินกันจนเป็นเรื่องปรกติ

เวรกรรมจริงๆ

พูดแต่ 19 ก.ย.49
ก่อนหน้านั้นละทำอะไรไว้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]