*/
  • ปิรันญ่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lovethailand@live.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 738
  • จำนวนผู้ชม : 1243907
  • จำนวนผู้โหวต : 1261
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1261 คน
พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส

พระกรณียกิจ รัชกาลที่ ๕ - ความสัมพันธ์ฝรั่งเศส เสด็จประพาสยุโรป ร.ศ. ๑๑๖

View All
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by ปิรันญ่า , ผู้อ่าน : 4723 , 12:09:41 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ซำมะแจะ , ni_gul และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

          งานเขียนต่างๆที่ปรากฎอยู่บนโลกไซเบอร์ และมีการโปรโมทตามโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คต่างๆ มีสักกี่ชิ้นที่เจ้าของผลงานได้รับค่าตอบแทน ?
          เราจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้งที่มีการก็อปปี้บทความจากอินเตอร์เน็ต จากฟอร์เวิร์ดเมล์ มาใส่ในบล็อก ในเว็บไซต์ โดยไม่อ้างอิงที่มา
          นี่ยังไม่กล่าวถึงงานวรรณกรรม อย่างนวนิยายเรื่องเด่นของนักประพันธ์ชื่อดังต่างๆ ที่ถูกนำมาโพสต์ โดยเจ้าของบทประพันธ์ไม่รู้ตัว
          อย่างที่บล็อกเกอร์หลายท่านบ่นดังๆ ว่าผลงานตัวเองเขียนกับมือแท้ๆ ยังถูกนำไปใช้ บางครั้งมีการส่งต่อกันไปเรื่อยๆ จนมีคนกระทั่งส่งกลับมาเจอต้นตอคือตัวเอง แต่พอบอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ
          หรือในสังคมไทยเรานี้ การเคารพในสิทธิ์ของผู้อื่นมีน้อยเกินไป
          หรือเป็นการให้เกียรติผู้เขียน ด้วยการช่วยนำไปเผยแพร่ให้ฟรีๆ (จะมีประโยชนฺอะไร ถ้าไม่ได้บอกว่าผลงานเป็นของเรา หุหุ)
         
         จะว่าไป การคิดค่าตอบแทน ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับนักเขียนสมัครเล่น โดยเฉพาะกลุ่มนักข่าวพลเมือง ที่มีจิตอาสาอยู่แล้ว (แต่ถ้าได้ มันก็ดีใช่ไหม ฮิฮิ) เราเขียน ท่านอ่าน เราก็ดีใจ และจะภูมิใจยิ่งถ้าเป็นประเด็นที่สังคมให้ความใส่ใจด้วย
         ทีนี้ สำหรับนักประพันธ์ที่หาเลี้ยงชีพจากผลงานวรรณกรรมล่ะ และถ้าคำนึงถึงสิทธิอันชอบธรรมที่เจ้าของผลงานควรจะได้รับล่ะ ผู้ที่จะนำผลงานคนอื่นไปพิมพ์ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ จะเพื่ออะไรก็ตาม ควรจะคิดให้ดีก่อนทำ และควร

1. ติดต่อขออนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
2. ถ้าจะนำไปจำหน่ายหารายได้ ควรมีค่าตอบแทนให้แก่เจ้าของลิขสิทธิ์
3. ถ้าเป็นไปได้ควรทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

          ตามหลักแล้ว สำนักพิมพ์จะจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของผลงานวรรณกรรมเป็นอัตราร้อยละของราคาขายปลีก (ราคาตามหน้าปก) คูณด้วยจำนวนที่จัดพิมพ์ ซึ่งถ้ามีการจัดพิมพ์ในครั้งต่อๆไป ทางสำนักพิมพ์ก็จะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของผลงานวรรณกรรมเพิ่มเติมในอัตราเดียวกันด้วย  นี่เป็นกรณีจัดพิมพ์เพื่อวางขายตามร้านจำหน่ายหนังสือต่างๆ 
          แต่ในส่วนการทำสัญญาฯสำหรับ e-book นี้ เข้าใจว่าอาจจะมีใช้กันบ้างแล้ว แต่จะรักษาสิทธิประโยชน์เจ้าของลิขสิทธิ์มากน้อยแค่ไหน ? ต้องติดตาม

          การทำสัญญาโอนสิทธิ์ในผลงานวรรณกรรม ก็เหมือนกับการทำสัญญาซื้อขายทั่วไป ที่คู่สัญญาแต่ละฝ่ายควรจะได้รับประโยชน์สมกัน (win-win) ตามกฎกติกา ที่ต่างก็ยอมรับและยินดีปฏิบัติตาม ในช่วงเวลาที่ตกลงกันในสัญญา
          ถ้าเรามีผลงานที่มีคนสนใจ แล้วติดต่อจะขอนำไปจำหน่ายในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก็คุยในหลักการต่างๆให้รอบด้าน และควรทำเป็นสัญญา เพื่อตั้งข้อกำหนดในหน้าที่ ความรับผิดชอบ สำหรับคู่สัญญาท้งสองฝ่าย และเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของตนเองและทายาทผู้รับมรดก (หากเราเป็นอะไรไป)
         
          ซึ่งในสัญญานั้น ควรจะระบุ

1. รายละเอียดเกี่ยวกับผลงานวรรณกรรมนั้น
2. จำนวนก็อปปี้ที่ผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ์สามารถจัดทำได้
3. อัตราค่าตอบแทนของเจ้าของผลงานวรรณกรรม เป็นร้อยละของราคาขายปลีก และกำหนดเวลาชำระ
4. ค่าตอบแทนขั้นต่ำที่เจ้าของผลงานวรรณกรรมจะได้รับ เมื่อส่งมอบชิ้นงานในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์
5.
ค่าตอบแทนเจ้าของผลงานวรรณกรรม กรณีขายในราคามีส่วนลด
6. สิทธิ์ที่ให้ผู้รับอนุญาตใช้ได้ ทั้งแบบมีเงื่อนไขและไม่มีเงื่อนไข
    6.1 สิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางส่วน โดยได้รับการยินยอมจากเจ้าของผลงาน
    6.2 สิทธิ์ในการออกแบบหน้าปกใหม่ ของผู้รับอนุญาต
    6.3
สิทธิ์ในการเขียนเนื้อหาบนปกหลัง ของผู้รับอนุญาต
    6.4 สิทธิ์ในการนำ e-book ไปวางขายในเว็บไซต์ผู้ให้บริการอื่นๆ (ควรแจ้งให้เจ้าของผลงานวรรณกรรมทราบด้วยว่ามีเว็บใดบ้างที่ได้สิทธิ์)
    6.5 สิทธิ์ในการจำหน่าย e-book ในราคาส่วนลดจากราคาขายปลีก หรือนำไปใช้ในการส่งเสริมการขาย
7. สิทธิ์ในชื่อและบุคลิกของตัวละคร ของ
เจ้าของผลงาน
8. จำนวนก็อปปี้ ที่เจ้าของผลงานได้รับจากผู้รับอนุญาตโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะไม่ได้รับค่าตอบแทนจากการให้ใช้สิทธิ์
9. อัตราส่วนลดที่เจ้าของผลงานจะได้รับ หากซื้อก็อปปี้จากผู้รับอนุญาตเพื่อนำมาจำหน่ายจ่ายแจกเอง
10. ระยะเวลาของสัญญาและการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์
11. สิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญา
12. ค่าปรับ เงินชดเชย ในกรณีผิดสัญญา
13. สิทธิ์ของการฟ้องร้องกรณีมีการละเมิดลิขสิทธิ์

          มีเรื่องที่ต้องถกเถียงกันอยู่บ้างเกี่ยวกับเรื่องค่าตอบแทน กรณีที่มีการนำ e-book ไปฝากวางขายบนเว็บไซต์อื่นๆ ว่าเจ้าของผลงานควรจะได้เต็มราคาหรือต้องมีส่วนในการจ่ายค่าฝากขายด้วย
         โดยส่วนตัว คิดว่าการนำ e-book ไปวางขายในเว็บไซต์อื่นๆ โดยให้ส่วนลดนั้น ผู้ที่นำไปฝากขายควรจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (ส่วนลด) นั้นเอง ซึ่งปกติจะเป็นผู้ได้รับอนุญาต
          เช่นเดียวกับการลดราคาเพื่อส่งเสริมการขาย การแจกฟรี การให้เป็นของแถม ก็ควรจะเป็นความรับผิดชอบของผู้รับอนุญาต ไม่เกี่ยวกับเจ้าของผลงาน
         ดังนั้น e-book ที่ผู้รับอนุญาตนำไปจำหน่าย จะขายไปในราคาเท่าใด เจ้าของผลงานก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนในอัตราร้อยละของราคาขายปกติ คือราคาตามหน้าปกเต็มๆ ไม่ใช่ในราคาหลังส่วนลดใดๆ
         อีกเรื่องที่ควรจะระบุในสัญญาก็คือ กรณีมีการฟ้องร้องบุคคลที่สามซึ่งทำการละเมิดลิขสิทธิ์แล้วผู้ฟ้องเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งในการฟ้องอาจจะเป็นเจ้าของผลงานเป็นผู้ฟ้องหรือผู้รับอนุญาติฟ้องแทนหรือฟ้องร่วมก็ตาม หากได้รับเงินชดเชยจากบุคคลที่สาม ค่าตอบแทนจะแบ่งกันอย่างไร ?
         ในความคิดนั้น ค่าฟ้องร้อง ค่าทนาย ค่านำสืบ ค่านำจับ ค่าอะไรต่างๆอาจจะสูงจนเจ้าของผลงานรับผิดชอบเองคนเดียวไม่ไหว แต่ในฐานะผู้รับอนุญาตที่ได้ส่วนแบ่งสูงกว่าและเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ในงานที่มีลิขสิทธิ์โดยตรง ควรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเงินชดเชยเท่าใด ก็ควรนำมาแบ่งให้เจ้าของผลงานเสมือนเป็นการจำหน่ายก็อปปี้ตามปกติ แต่ในกรณีนี้ สามารถหักค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคดีก่อนคำนวณค่าตอบแทนได้         
        แล้วท่านละคะ คิดอย่างไร เกี่ยวกับทั้งหมดนี้

ปิรันญ่า
8 กุมภาพันธ์ 2555

ป.ล. บทความจาก http://www.letthemin.com/goodbye-geeks-welcome-e-reader/ บอกได้ดีทีเดียวว่ายุคของ e-book ฟุ้งเฟื่องทำให้โลกหนังสือเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย เจ้าของผลงานเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งสำนักพิมพ์เลยก็ได้ เพราะมีตัวอย่างมาแล้วที่เจ้าของผลงานสามารถขายผลงานออนไลน์ได้นับล้านก็อปปี้ คำว่า "Geeks" ที่ทำให้คนถูกเรียกรู้สึกเชย และไม่น่าคบกลับถูกเรียนใหม่ว่าเป็น "อี-รีดเดอร์" เท่ห์ขึ้นมาทันที

สำหรับประเทศไทย อาจจะเลิกกังวลได้เลยว่าสถิติการอ่านหนังสือของคนไทยจะน้อยลง เพราะทุกวันนี้แม้แต่เด็กๆยังเล่น เฟสบุ๊ค บีบี ทั้งอ่าน ทั้งพิมพ์ กันเป็นว่าเล่น จนผู้ใหญ่ควบคุมกันไม่ไหว

Goodbye Geeks, Welcome E-Reader!

e-book logo

Courtesy of E-Book

The increasing of e-book fame approved by Graham Swift, Booker Prize winner of 1996, as a setback. Because the royalties of e-book’s author much smaller than the print version. As expressed in The Telegraph, Thursday, August 18, 2011, the presence of e-book makes online book sellers no longer need to think about the royalties for the author.

Swift also reveal if the presence of gadgets like the Kindle e-reader, iPad and various other tablets makes books digitizing era is unstoppable. This is in line with eMarketer research (United States). According to eMarketer, the success of various gadgets and tablet e-reader has prompted by a wave of books, magazines and digital newspapers. In three years, young adults e-book reader for the United States is increasing.

eMarketer also revealed that this trend provides benefits for publishers. They not only sell digital products, but also provides plenty of pixels for advertising space for double their profits. Among many publishers who develop their wings into digital area, some of them transformed 100% from print to digital products.

netronix

Courtesy of Cnet News

The Telegraph also reveals the information from Amazon about Kindle e-reader. In early 2011 Kindle e-reader sales far beyond a whole traditional book sales. Meanwhile, Chief Executive Bloomsburry in London said that 2011 is the year of the rise of digital books.

Graham Swift’s anxiety is quite reasonable. However, the Telegraph says the opposite. According to a study conducted by the telegraph, book digitalization caused a lot of independent book authors make a profit more quickly. Because the copies of their books distributed without an agent or publisher.

A concrete example is one of the independent American author, named John Locke. In June he was making history as the first person who managed to sell one million digital book without going through the publisher. In fact now, his name is equated with Stieg Larsson and James Patterson. By set price of 99 cents per copy, John Locke was able to sell a million books in only five months.

child with ebook

Courtesy of Kafast

There are many senior writers such as Graham Swift who claim the golden era of book will soon be over. However TechCruch through his article The Golden Era of Books Is not Over. The Golden Era of Books Is Now, Thursday, August 18, 2011, argued that the golden age of a book is just began when digital books popularity increased. Due to the presence of a digital book, the geeks term now is gone without a trace.

Thursday, August 18, 2011
Yusuf Abdac





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปิรันญ่า วันที่ : 08/02/2012 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahahe
ฉันเป็นไม้ขีดหนึ่งก้าน จะขอจุดเทียนสักล้านเล่ม...

คห.1 คุณป๋าโซ
สงสัยจะลืมมังคะป๋า
ความเผลอไผลอภัยได้ แต่ถ้าบ่อยไปก็ไม่ค่อยดี
แต่ถ้าตั้งใจไม่ใส่ที่มา ก็ต้องตำหนิกันบ้าง

คห. 2 คุณ toondee
ค่ะน่าคิด

คห. 3 คุณชาร์ลี
ค่ะ อาจแตกต่างกันไปบ้างระหว่างเงื่อนไขงานวรรณกรรมออนไลน์กับงานตีพิมพ์ แต่คุณค่างานคงเดิม

สงสัยอยู่อีกเรื่องค่ะ ว่าราคาปกของ e-book จะเท่ากับหนังสือที่ตีพิมพ์ไหม (ถ้าเป็นเรื่องเดียวกัน) เพราะต้นทุนค่าพิมพ์ไม่มี และถ้าราคาสูงไปคนอาจไม่ซื้ออ่าน

หรือถ้าใช้ระบบสมาชิก ผู้ขายก็อาจไม่ได้ค่าดาวน์โหลดจาก e-book เรื่องนั้น

ฝากคิดต่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 08/02/2012 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วรรณกรรมใน E-BOOK เท่าที่ทราบขณะนี้ยังไม่มีสูตรที่ตายตัวครับ ขึ้นกับการตกลงระหว่างเจ้าของ content กับสำนักพิมพ์ออนไลน์ ซึ่งต่างไปจากการพิมพ์หนังสือครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
toondee วันที่ : 08/02/2012 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

เป็นเรื่องน่าคิดนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 08/02/2012 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

เดี๋ยวนี้ คำว่า ขอบคุณที่มาของภาพ / ข้อความ...มันเลือนหายไปแล้วคร้าบ

http://www.oknation.net/blog/soda/2012/02/08/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน