• nana_จิตตังก์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oun_639@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 242649
  • ส่ง msg :
  • โหวต 51 คน
nana_น่ารู้
ทั่วไป สิ่งที่พบ สิ่งที่เจอ แบ่งปัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/nanahr
วันศุกร์ ที่ 4 กันยายน 2552
Posted by nana_จิตตังก์ , ผู้อ่าน : 1231 , 12:22:43 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันนี้ไม่มีเรื่องแต่ง มีแต่เรื่องเล่าที่อ่านเจอมาใน หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์  :http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9520000098356

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์

28 สิงหาคม 2552  น.

เห็นว่าน่าจะนำมาเก็บไว้อ่านตอน เป็นโรคนี้บ้าง แต่ถ้าเพื่อนบ้าน จะอ่านไว้ก่อนเพื่อป้องกันก็ได้น่ะค่ะ เนื้อหาตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ

อ่านเรื่องนี้แล้วคุณอาจจะหายจากโรคภูมิแพ้ชีวิตก็ได้
       
       
ผมตั้งเอาเองว่า โรคภูมิแพ้ชีวิตหมายถึงโรคทางอารมณ์และบุคลิกภาพที่หงุดหงิด โกรธง่าย ไม่มีความสุข มักก้าวร้าว โทษคนอื่น แก้ตัวเก่ง ระแวง สร้างความเป็นมิตรกับใคร ๆ ได้ยาก ใจน้อย แสนงอน บางทีก็มีอารมณ์ดีชอบช่วยคนอื่น ใจอ่อน แต่ก็กลับไปสู่สภาพเดิมอีกได้ง่าย อาการที่เป็นนี้มาจากการที่ “แพ้ชีวิต” ในขณะนั้น
       
       
ผมเคยมีผู้ทุกข์คนหนึ่งมาปรึกษาด้วยอาการอย่างที่เขียนไปนี่แหละ เขาเป็นชายหนุ่มอายุเกือบ 40 ยังโสด จบการศึกษาระดับสูงจากต่างประเทศ บุคลิกดี ชอบออกกำลังกาย เขาทำงานกับพ่อ โดยที่พ่อหวังใจจะให้เขาสืบทอดงานของบริษัทที่พ่อสร้างมากับมือให้เจริญเติบโตต่อไป
       
       
แต่เขาเข้ากับพ่อได้ยาก พ่อจบการศึกษาระดับประถมศึกษา เป็นคนเก่ง ความจำดี ประสบความสำเร็จสูง เขากับพ่อมักถกเถียงจนถึงขั้นทะเลาะกันเพราะวิธีการทำงานที่แตกต่าง ไม่ยอมคล้อยตามความคิดซึ่งกันและกัน บางครั้งถึงขั้นจะตัดพ่อ-ลูกกัน เขาเครียดมาก มักมีอาการหอบ หายใจไม่ทัน หัวใจเต้นแรง เหมือนจะตาย
       
       
เขาไม่ยอมหางานทำที่อื่น เขาบอกว่าอยากช่วยพ่อ เพราะพ่อแก่แล้ว
       
       
ผมเคยขอให้เขาเขียนถึงสิ่งที่เขาไม่ชอบพ่อตั้งแต่เล็กๆ มา..
       
       
เขาเขียนได้ยาวมากหลาย ๆ ข้อ เช่น พ่อเคยพูดขู่ ตะคอก ลงโทษเกินความเป็นจริง พูดดูถูกเขาเรื่องการเรียนหรืออนาคต วิจารณ์บุคลิกหรือนิสัยที่ไม่ดีของเขา ฟ้องแม่ เปรียบเทียบกับพี่น้องคนอื่น ฯลฯ
       
       
เขามีความทุกข์ที่เกิดจากความเชื่อว่าพ่อไม่ดี ไม่รักเขา เป็นความเชื่อที่ตกผลึกเป็นส่วนหนึ่งของจิตใต้สำนึก ทำให้เขามองตัวเองเป็นคนไม่ดีพอ จึงอยากจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อเอาชนะพ่อ ให้พ่อกลับใจหันมาชื่นชมยกย่องเขา...ซึ่งไม่เกิดผลเสียที
       
       
การที่เขามองชีวิตว่าเขาเป็นผู้แพ้ ผู้ถูกกระทำ และตอกย้ำว่าตัวเองมีความทุกข์ตลอดเวลา ทำให้ภูมิต้านทานในตัวเขาลดต่ำลง ทำให้ไม่มีความสุข เกิดอาการเจ็บป่วยทางฝ่ายกายได้ มักเครียด ขาดกำลังใจ เหมือนซังกะตายอยู่ ผมจึงเรียกอาการเช่นนี้ว่า “โรคภูมิแพ้ชีวิต” เมื่อไรที่นึกถึง ”ชีวิต” เขาจะรู้สึกแพ้ทันที คือทุกข์และมีอาการดังกล่าวข้างต้น
       
       
ผมลองให้เขาเขียนความดีของพ่อมาเท่าที่นึกออก เขาเขียนมาอย่างเสียไม่ได้ซ้ำๆ กันประโยคเดียวว่า พ่อเป็นผู้ให้กำเนิดๆๆๆ....
       
       
เราเอาข้อนี้มาคุยกันให้ละเอียด จากการให้กำเนิด พ่อต้องเลี้ยงดู ให้การศึกษา จนถึงปัจจุบันให้งานทำ ล้วนเป็นความดีทั้งนั้น

       
       
แต่การที่เขาจะชอบหรือไม่ชอบวิธีการนั้น ไม่ใช่ความผิดของพ่อหรอก เป็นเพียงเขาไม่ชอบเท่านั้น
       
       
ผมขอให้เขาเขียนคำขอบคุณในความดีของพ่อมา และให้เขาอ่านซ้ำๆ ในการพบกันครั้งต่อไป
       
       
เขาบอกว่าเขาฝืนอ่าน ผมบอกว่าไม่เป็นไรหรอก การฝืนทำสิ่งดีๆ จะเกิดประโยชน์แน่ และก็เป็นจริงเพราะเขารู้สึกซึมไป อ่อนโยนขึ้นเมื่อพูดถึงพ่อ

ผมขอให้เขาเขียนถึงสิ่งที่เขารู้สึกและทำไม่ดีกับพ่อมาให้ดู เขาเขียนได้หลายข้อ
       
       
ผมขอให้เขาเขียนคำขอโทษพ่อในสิ่งที่เขาทำไม่ดีหรือคิดไม่ดีกับพ่อ เขาบอกว่าเขาต้องฝืนเขียนให้ แต่เขาก็เขียนได้
       
       
ผมขอให้เขาอ่านซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง ทั้งคำขอบคุณและคำขอโทษพ่อในครั้งต่อๆ ไปด้วย

       
       
ผมสังเกตว่าเขาสบายใจขึ้น มีความสุขมากขึ้น
       
       
การที่เราสามารถมองเห็นความดีของคนอื่นและกล้าขอบคุณเขาได้ แสดงว่าเรารู้สึกซาบซึ้งในความเป็นเพื่อนมนุษย์ของคนอื่น
       
       และการที่เรากล้าพูดถึงความบกพร่องของตัวเราที่กระทำต่อเขา และกล้าขอโทษเขา แสดงว่าเรายกโทษให้เขาได้ (ในสิ่งที่เราไม่ชอบทั้งหลายในอดีต) โดยเราตัดสินใจที่จะไม่ยึดติดกับการกล่าวโทษเขา เราจะปล่อยวาง ทำอดีตให้เป็นอดีต และเลือกที่จะมีความสบายใจ จึงเป็นการเพิ่มวุฒิภาวะของจิตใจได้ดี
       
       การรู้จักกล่าวขอบคุณด้วยใจจริง...และการรู้จักกล่าวขอโทษด้วยใจจริง...ต่อคนที่เรารู้สึกไม่ดีต่อเขา โดยเฉพาะคนใกล้ตัว เช่น พ่อแม่ เพื่อนสนิท หรือศัตรูของเรา จึงเป็นการสร้างมิตรและเลิกสร้างศัตรูในใจที่ทำให้เราทุกข์ตลอดมา จะเป็นยารักษาโรคภูมิแพ้ชีวิตได้ดียิ่ง
       
       
แต่ต้องเป็นความรู้สึกจากใจจริงๆ นะ
       
       
ตอนนี้...ลองคิดดูซิ คุณรู้สึกเกลียด โกรธใครบางคนใกล้ๆ ตัวคุณมากๆ บ้างไหม และคุณไม่สามารถอภัยเขาได้ด้วย มันอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณไม่มีความสุขจนกลายเป็นโรคภูมิแพ้ชีวิตก็ได้
       
       
ขอให้ลองทำตามที่ผมเขียนให้อ่านนี้ แม้จะไม่กล้าบอกขอบคุณและขอโทษเขาโดยตรง ก็ขอให้เอ่ยปากพูดคนเดียวก็ได้ หลายๆ ครั้งด้วย
       
       
โรคภูมิแพ้ชีวิตจะลดลง
       
       
และจะมีความสุขมากขึ้น....จริงๆ


       
       

 

               ปล. เสาร์-อาทิตย์ นี้จะกลับไปทานข้าวฝีมือแม่ที่ระยอง คิดถึ้ง คิดถึง

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
HRD.Everywhere วันที่ : 08/09/2009 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrdeverywhere
ไม่จำเป็นต้องกด "Like" ถ้า "นิ้วกับใจไม่ตรงกัน"

ลึกซึ้งนะเนี่ย

ยังไม่เคยเกลียดใครสุดชีวิตทำไงดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ได้ได้ วันที่ : 06/09/2009 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ican
 ร่วมกันสร้างสรรสังคม เพาะบ่มความคิดดีดี

เอ สงสัยเราก็จะเป็นแบบนี้นะ

ต้องลองเอาไปใช้ดูบ้าง

เผื่อจะได้วางลง ก็เป็นสุขได้บ้าง ฮิ

ขอให้มีความสุขกับคุณแม่ม๊าก มาก ฮิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]