• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 399363
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม 2550
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 11658 , 17:57:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ni_gul , กำหนัน โหวตเรื่องนี้

ทรงเยี่ยมราษฎรที่บ้านเจาะบากง จ.นราธิวาส    ภาพโดย...เคลื่อน เล็มมณี

         “คุณดิลก ฉันอยากจะชวนคุณดิลกตามฉันไปในที่อื่นๆ ตามขบวนด้วยได้ไหม เพราะบางที่หมายบางแห่งมีปัญหา ไม่ค่อยมีล่ามแปล” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์กับ ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ

          “ได้พระพุทธเจ้าข้า ด้วยความเต็มใจยิ่ง” ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ ทูลตอบรับทันที

นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อประมาณ ๓๐ ปีมาแล้ว ครั้งที่ว่าที่ร้อยโท ดิลก ซึ่งเป็นเพียงข้าราชการระดับเล็กๆ คนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่อำเภอตากใบ

นับจากนั้นเป็นต้นมาว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ ได้ทำหน้าที่ ‘ล่ามภาษามลายู’ จนกระทั่งทุกวันนี้ ต่อมาพระองค์ท่านทรงมอบหมายให้ดูแลโครงการศูนย์ศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย

ความเป็นมาเป็นไปก่อนที่จะมีล่ามภาษามลายูพื้นถิ่นประจำขบวนเสด็จ เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ปักษ์ใต้ครั้งแรกในปีพุทธศักราช ๒๕๐๒ และต่อมาปี ๒๕๑๕ มีดำริให้สร้างพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อใช้เป็นที่ประทับแรมในขณะที่ทรงงานอยู่ในพื้นที่ กระทั่งการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ๒๕๑๖ ทั้ง ๒ พระองค์จึงเริ่มเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับแรมยังพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อดูแลทุกข์สุขพสกนิกรของพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิด

ด้วยความที่พื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เป็นพื้นที่พิเศษ ประชากรกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นคนไทยมุสลิมนับถือศาสนาอิสลาม และใช้ ‘ภาษามลายูท้องถิ่น’ สื่อสารในชีวิตประจำวันเป็นส่วนใหญ่ บางคนพอจะสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ แต่หลายคนไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เลย ทำให้เวลาเสด็จฯ ไปที่ใดก็ตาม จำเป็นต้องมีคนคอยเป็นล่ามแปลให้

อย่างไรก็ตาม ในปีแรกๆ ที่เสด็จฯ พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ยังไม่มีล่ามภาษามลายูประจำขบวนเสด็จฯ แต่จะใช้วิธีการว่า เมื่อมีหมายกำหนดการจะเสด็จไปยังพื้นที่ใดก็ตาม ทางอำเภอจะจัดหาล่ามไว้ ซึ่งอาจจะเป็นครู สาธารณสุข พยาบาล ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตร ฯลฯ

ปรากฏว่าในปี ๒๕๑๖ ครั้งที่จะเสด็จไปยังอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทางอำเภอได้จัดเตรียมล่ามไว้ ๒ คน คนหนึ่งเป็นข้าราชการไทยพุทธที่พูดภาษามลายูท้องถิ่นได้ชัดเจน ชื่อ นายเสมา เชื้อพิบูลย์ และอีกคนหนึ่งก็คือ ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งครูใหญ่อยู่โรงเรียนบ้านบ่อทอง และเพิ่งจบปริญญาตรีมาหมาดๆ

การทำหน้าที่ล่ามครั้งแรกของว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ จึงเริ่มต้นขึ้นในปี ๒๕๑๖ นั่นเอง กระทั่งปี ๒๕๑๗ ได้โอนมาเป็นผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอบาเจาะ เป็นล่ามแปลที่บาเจาะ ต่อมาประมาณปี ๒๕๑๘ ย้ายมาอยู่ที่อำเภอตากใบ จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้มาทำหน้าที่เป็นล่ามประจำพระองค์อย่างเต็มตัว

 “ผมถือว่านับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสุดล้น สำหรับชีวิตของผมและครอบครัว” 

ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ      ภาพโดย...ปราณชลี

จากอำเภอตากใบ หลังจากนั้นว่าที่ร้อยโท ดิลก ย้ายหน้าที่ราชการไปเป็นศึกษาธิการอำเภออีกหลายอำเภอและต่อมาได้โอนไปสังกัดกรมประชาสงเคราะห์ กระทั่งได้เป็นประชาสงเคราะห์จังหวัดนราธิวาส แต่ช่วงเสด็จฯ ก็จะมีหนังสือจากกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถไปถึงผู้ว่าฯ ขอยืมตัวมาทำหน้าที่ล่ามประจำขบวนเสด็จฯ

“ประมาณปี ๒๕๒๐  ผมเห็นว่าเวลาเสด็จฯ ไปไหนก็ตาม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปฏิสันถารกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็ได้พระราชทานความช่วยเหลือราษฎรที่ยากจน เข้ามาเป็นสมาชิกศิลปาชีพ เพื่อให้มีงานทำและมีรายได้ตลอดปี ซึ่งมีชาวบ้านเดินทางไปเฝ้ารับเสด็จฯ เป็นจำนวนมาก ผมจึงทูลขอพระราชทานเพื่อนคนหนึ่งซึ่งสนิทกันมาก คือ นายยา เจ๊ะมะ ทำงานอยู่ที่ กศน. มาช่วยทำหน้าที่เป็นล่ามอีกคนหนึ่ง จากนั้นประมาณปี ๒๕๒๓ ช่วงที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จไปที่อำเภอสายบุรี จ.ปัตตานี ไปพบครูคนหนึ่งชื่อ นายธีรพจน์ หะยีอาแว เป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร ต่อมาได้ทำหน้าที่ล่ามเหมือนกัน รวมเป็นล่ามภาษามลายู ๓ คน” 

ภายหลังต่อมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ทรงมีรับสั่งให้ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ หาล่ามเพิ่มอีกคนหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดยะลา ขณะที่กำลังหาอยู่นั้น ว่าที่ร้อยโท ดิลก ได้ทำหน้าที่ถวายฯ พระอักษรภาษามลายูหรือภาษายาวี แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ไปด้วย กระทั่งทั้งสองพระองค์ทรงตรัสภาษามลายูท้องถิ่นได้แล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระปรีชาสามารถมาก สามารถตรัสภาษามลายู ทรงแปลให้กับพระสหายที่เป็นชาวต่างชาติที่ตามเสด็จฯ ได้อย่างคล่องแคล่ว จึงตรัสว่าไม่ต้องหาล่ามอีกแล้ว

ในที่สุดคนที่ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษามลายูจึงยุติอยู่แค่ ๓ คน เมื่อนายยา เจ๊ะมะ เสียชีวิตไปไม่นานมานี้ จึงเหลือล่ามอยู่เพียง ๒ คน

“สำหรับผม ตอนแรกๆ เป็นล่ามให้กับทุกพระองค์ ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แต่ระยะหลัง สมเด็จพระนางเจ้าฯ ขอให้ประจำพระองค์ท่านไม่ว่าจะเสด็จไปที่ไหนก็ตาม เพราะนอกจากปฏิบัติหน้าที่เป็นล่ามแล้ว พระองค์ท่านทรงมอบหมายให้ดูแลสมาชิกศิลปาชีพอีกด้วย เมื่อมีราษฎรกราบทูลฯ ขอให้พระองค์เปิดศูนย์ศิลปาชีพขึ้นในหมู่บ้าน ผมก็ช่วยในด้านการรวมกลุ่มสมาชิกผู้เรียนและการหาครูผู้สอนบ้าง เพื่อเปิดกลุ่มสมาชิกให้ได้ตามพระราชเสาวนีย์ โดยติดต่อประสานงานกับกองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา”

ตลอดระยะเวลา ๓๐ กว่าปีที่ทำหน้าที่เป็นล่ามประจำขบวนเสด็จ มีเรื่องมากมายที่สร้างความประทับใจจนเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ผนึกแน่นอยู่ในหัวใจ ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ

“อย่างภาพที่พระองค์ท่านทรงนั่งพิงรถแลนด์โรเวอร์บนสะพานไม้ จำได้ว่าในเดือนกันยายน ๒๕๒๔ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินจากพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ไปทางอำเภอตากใบ เมื่อถึงเขตอำเภอสุไหงโก-ลก ทรงเลี้ยวขวาไปทางบ้านเจาะบากง ตำบลปูโนะ ท่านจะเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศและระดับน้ำท่วมที่ไหลมาจากป่าพรุ ตอนนั้นถนนหนทางไม่ค่อยดี พระองค์ท่านทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เอง พอไปถึงจุดนั้นรถยนต์ไปต่อไม่ได้ต้องถอยกลับ เมื่อทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านมาเฝ้า ก็ทรงสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านบนสะพาน แรกๆ ยืนคุยกันก่อน นานเข้าพระองค์ท่านจึงตัดสินใจย่อพระวรกายทรงนั่งบนสะพานไม้ เมื่อก่อนทางลำบากเฉอะแฉะไปหมด บนสะพานเท่านั้นนั่งได้ ภาพนี้ต่อมากลายเป็นภาพที่เราได้เห็นในหัวข่าวโทรทัศน์เป็นประจำ” 

ในหลวงของเรา                                           ภาพพระราชทาน

อีกเหตุการณ์หนึ่งครั้งเดินไปที่โคกอิฐ โคกใน อำเภอตากใบ ปรากฏว่ามีชาวบ้านมากราบทูลว่า โครงการของพระองค์ท่านทำให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า เดือดร้อนอย่างไร ชาวบ้านบอกว่าเมื่อก่อนน้ำบ่อที่ใช้อาบกินไม่เปรี้ยว แต่น้ำคลองริมบ้านเปรี้ยวเล็กน้อย แต่พอโครงการของพระองค์ท่านเข้ามา ทำให้น้ำในคลองเปรี้ยวหนักขึ้น น้ำในบ่อเปรี้ยวขึ้นด้วย

“ในหลวงตรัสว่า หากเป็นเช่นนั้นก็ต้องตามไปดูเลย เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นกิโลฯ เพื่อตามไปดูว่าเป็นยังไงช่วยแล้วแทนที่จะดีกลับทำให้ยิ่งแย่กว่าเก่า ไปทันทีเลย เป็นอย่างที่พระองค์ท่านรับสั่ง คือต้องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ต้องเข้าใจก่อน เข้าใจสภาพ เข้าใจปัญหา เข้าใจความเป็นมา เข้าใจที่มาที่ไป เข้าใจความแตกต่างของดิน ของน้ำ ของคน พื้นที่ แล้วของธรรมชาติ เข้าใจนิสัยใจคออะไรทุกอย่าง ถ้าอยากจะรู้เรื่องคนต้องคุยกับคน อยากรู้เรื่องพื้นที่ท่านก็เสด็จไปดูในพื้นที่ อยากจะดูเรื่องท้องที่ไหนปัญหาอย่างไร ท่านเสด็จไปหาข้อมูลด้วยพระองค์เอง แล้วทรงเข้าไปทักทายกับชาวบ้านโดยตรง พระองค์ท่านจะให้ความสำคัญกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เป็นพิเศษ โดยไม่ได้คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่หรือจะนับถือศาสนาใดก็ตาม เมื่อพูดจารู้เรื่องก็จะทรงซักถามเป็นเวลานาน จนกว่าจะเป็นที่พอพระทัย ทำให้พระองค์รับทราบข้อมูล เข้าใจถึงปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เข้าใจความรู้สึกนึกคิด ความละเอียดอ่อนในข้อแตกต่าง เรื่องประเพณี ศาสนา” 

แม่ของแผ่นดิน                                      ภาพพระราชทาน

                 ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ เล่าว่า เรื่องการทรงงานหนักเป็นอีกเรื่องหนึ่งในความประทับใจ บางครั้งเสด็จฯ ตั้งแต่เที่ยงวันถึงตอนเที่ยงคืน หรือแม้กระทั่งกลับตี ๔ ยังเคยมี พูดได้ว่าเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงงานหนักที่สุดในโลกก็ว่าได้ ไม่มีที่ไหนที่ไม่เสด็จฯ ไป ในป่า ในทุ่งนา ในดง ในเขา ตามแม่น้ำลำคลองและป่าพรุ พร้อมอุปกรณ์ ได้แก่ แผนที่ กล้องถ่ายรูป และดินสอ ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ไปบ้านโต๊ะโมะ อำเภอสุคิริน ตอนน้ำท่วม พอถึงบ้านไอตีมุง สะพานขาด รถยนต์ในขบวนต้องวิ่งลงในแม่น้ำใต้สะพาน หัวรถพระที่นั่งจมหายไปในสายน้ำที่ไหลเชี่ยวขณะวิ่งผ่าน ดังที่เราได้เห็นภาพตอนช่วงต้นก่อนการเสนอข่าวในทีวี ทำให้เกิดความประทับใจมาก

“จำได้ว่าครั้งหนึ่งเสด็จฯ ไปอำเภอเบตง ตั้งแต่ ๙ โมงเช้า กลับมาตี ๔ กลางคืน เพราะคนที่มารอเฝ้ารับเสด็จฯ มีจำนวนเยอะมาก พระองค์ท่านเห็นประชาชนแล้วไปต่อไม่ได้ เสมือนว่าถูกอะไรบางอย่างดึงดูดให้ต้องอยู่ สังเกตได้ว่าพระองค์ท่านจะมีความสุขที่สุด ทรงได้เห็นประชาชนของท่านมาเฝ้ารับเสด็จ จะทรงดีใจและมีความสุขใจมากเมื่อได้พระราชทานความช่วยเหลือประชาชนที่ลำบาก พระองค์ท่านทรงยิ้มแย้มแจ่มใส และที่ประทับใจอีกอย่างหนึ่ง คือ การทรงงานของสมเด็จพระบรมราชินีนาถในทุกวันนี้เมื่อเสด็จฯ มาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พระองค์ท่านทรงงาน ๖-๗ ชั่วโมง ประทับอยู่กับที่ตลอด บางครั้งแม้พระองค์ไม่สบาย แต่พระองค์ก็เสด็จฯ ไปทรงงานเพื่อให้ประชาชนสบาย พระองค์ท่านไม่ทรงบ่นเลยทั้งที่ทรงงานหนัก ทรงตั้งใจที่จะให้ความช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ทุกคนจริงๆ โดยมิได้คำนึงถึงความแตกต่างทางศาสนาแต่อย่างใด นับว่าเป็นพระราชินีที่ทรงอัจฉริยะงานด้านศิลปะ และทรงงานหนักที่สุดในโลก ”

ในหลวงของเรา                                       ภาพพระราชทาน

“ครั้งหนึ่งเสด็จไปที่มะรือโบออก ไปที่มัสยิด ชาวบ้านทูลเลย ขอไฟฟ้าจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงรับสั่งว่าก็จะให้หละ ไฟฟ้าก็ได้ แต่ที่มาวันนี้ตั้งใจว่าจะเอาน้ำมาให้ก่อน เพราะน้ำจะให้ความชุ่มเย็น สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ได้เยอะ มาใช้ด้านการเกษตร ทำนาปลูกผักสวนครัว จะได้มีผลผลิตสูงขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อมีรายได้แล้วไฟฟ้าเข้ามาก็ไม่ลำบาก แต่หากนำไฟฟ้าเข้ามาก่อน ชาวบ้านจะไปซื้อจักร ซื้อตู้เย็น ซื้อทีวี ทุกอย่างใช้ไฟฟ้าหมด แต่รายได้ของชาวบ้านเท่าเดิม ไม่เพิ่มขึ้นมา มีแต่ต้องจ่ายเพิ่ม พวกเราจะยิ่งลำบาก ยิ่งจนลง ท่านสอนเหมือนครูสอนนักเรียน เหมือนประชุมชาวบ้าน สอนประชาชนให้ดำรงชีวิตพอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน ประหยัด พึ่งตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งน่าประทับใจ ทรงรับสั่งอย่างตรงไปตรงมากับราษฎร เหมือนกับท่านเป็นครูบาอาจารย์ เราก็เหมือนเป็นลูกศิษย์ลูกหา หรือเหมือนกับพูดกับญาติผู้ใหญ่ ชาวบ้านเข้าใจ ทำให้เกิดความผูกพันความศรัทธาในพระองค์ท่านมาก นี้คือวิธีการเข้าใจและเข้าถึง เพราะฉะนั้นการพัฒนาต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้รับความสำเร็จสูง”

แม้นทุกวันนี้จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ ยังทำหน้าที่เป็นล่ามประจำขบวนเสด็จ และยังได้รับมอบหมายงานด้านศูนย์ศิลปาชีพเหมือนเดิม ดูแลครูผู้สอนประมาณ ๑๐๐ คน มีกลุ่มประมาณ ๒๐๐ กว่ากลุ่ม มีสมาชิกประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าคน มีกลุ่มอาชีพ ๖-๗ ประเภท คือ ๑.ประเภทผลิตภัณฑ์ย่านลิเภา ๒.ประเภทผลิตภัณฑ์ปาหนัน ๓.ใบลาน ๔.กระจูด ๕.เรือกอและจำลอง ๖.สวนยางทรงเช่า ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเช่าสวนยางที่มีต้นลิเภาขึ้นดกและงาม เพื่ออนุรักษ์มิให้ทำลายลิเภา และ ๗. ดูแลสมาชิกราษฎรบ้านเขาสำนัก ได้จัดประชุมสมาชิกเป็นประจำเดือนทุกเดือน ติดตามงานที่พระองค์ท่านทรงสั่งไว้ ต้องคอยแก้ปัญหา ติดตาม เยี่ยมเยียนสมาชิกกลุ่มต่างๆ

นอกจากนี้ต้องรวบรวมผลิตภัณฑ์ส่งสวนจิตรลดา และนำเงินพระราชทานค่าผลิตภัณฑ์ของเดือนก่อน มามอบให้แก่สมาชิกศิลปาชีพในเดือนนี้ หมุนเวียนเป็นประจำทุกเดือน โดยร่วมกันดำเนินงานกับนายกเหล่ากาชาดจังหวัด

               ว่าที่ร้อยโท ดิลก ศิริวัลลภ อาจนับเป็น ‘ล่ามภาษามลายู’ ประจำขบวนเสด็จอย่างเป็นทางการเป็นคนแรกในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อมาประมาณปี ๒๕๒๓ จึงปรากฏล่ามภาษามลายูอีกคนหนึ่ง นั่นก็คือ ‘ครูธีรพจน์ หะยีอาแว’ แห่งโรงเรียนสายบุรีแจ้งประชาคาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
กำหนัน วันที่ : 17/10/2016 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

ขอบพระคุณครับ จากชายแดนใต้ปลายด้ามขวาน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
kamolnum วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kamolnum

อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 03.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

:::พระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น แด่ปวงชนชาวไทย น่าปลื้มใจและภาคภูมิใจ กับภาระกิจของ ว่าที่ร้อยโทดิลก ที่ทำงานไปกับพระองค์ท่านด้วย ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ครับ:::

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

พ่อแห่งแผ่นดิน...

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เณรรูน วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/singslatan

ฝนหลั่งเหนือฟ้าบางนารา ...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ป๋าโด่ง วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/idongphoto
" follow ป๋าโด่ง ได้ที่ http://twitter.com/idongphoto "


อ่านแล้วชื่นใจ..จังครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 16/10/2007 เวลา : 08.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
นายตะเกียง วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitakeing

เทิดไว้ในใจชน ในหลวงของเรา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg


ยิ่งอ่าน
ยิ่ง
อยากบอกว่า
เรา รัก ในหลวง ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กู่ วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ขอจงทรงพระเจริญ

เป็นความประทับใจ ที่นำมาให้คนอ่านได้ประทับใจด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 15/10/2007 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ทรงพระเจริญ ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]