• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407138
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2552
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 1874 , 10:20:57 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กระโจนสู่วังวนการเมือง

ความจริงแล้ว นายวินัยเริ่มต้นหันเหเส้นทางชีวิตสู่แวดวงการเมือง โดยเบื้องต้นได้สมัครเป็นยุวประชาธิปัตย์นักการเมืองรุ่นใหม่ เหมือนเป็นการชิมลางเพื่อกรุยเส้นทางการเมือง ก่อนจะเข้าสังกัดเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เต็มตัวในที่สุด ด้วยความยึดมั่นในปณิธานว่า จักทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม รับผิดชอบต่อบทบาท ต่อหน้าที่ มุมานะให้สำเร็จแม้ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรก็ตาม

และจักทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่นตั้งใจในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่วอกแวกต่อผลประโยชน์ที่จะได้เฉพาะตน

ที่สำคัญคือ การรับฟังความคิดเห็นจากคนอื่นหรือผู้ร่วมงานให้มาก ต้องพูดความจริงกับประชาชน แม้ว่าเขาจะไม่พอใจ อย่าเอาใจเพื่อวันนี้ให้ได้เพียงคะแนนเสียง แต่ต้องดำรงชีวิตให้คนอื่นเชื่อถือ

“เขาเป็นคนที่ชัดเจนมากเรื่องทางการเมือง มีความมุ่งมั่นตั้งใจ เลยสมัครเป็นยุวประชาธิปัตย์ ผมเองก็ได้ช่วยงานเลือกตั้งของพรรคอยู่ด้วยเหมือนกัน จึงได้มาสนิทสนมกันที่พรรคประชาธิปัตย์ด้วยส่วนหนึ่ง จากเดิมที่คุ้นเคยกันในฐานะคนสงขลาด้วยกันอยู่แล้ว และบังเอิญที่ตอนนั้น เสธ.หนั่น จะลงเลือกตั้งในปี ๒๕๒๖ เพื่อนของวินัยคนหนึ่งไปสนิทกับ เสธ.หนั่น จึงชวนพวกเราไปประมาณ ๗-๘ คน รวมทั้งวินัยด้วย” เจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ย้อนเวลาช่วงวินัยก้าวสู่แวดวงการเมืองเป็นปฐม

นับเป็นความโชคดี ช่วงเวลานี้นายวินัยได้ใกล้ชิดกับ เสธ.หนั่น-พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ตั้งแต่ยังไม่เป็นเลขาธิการพรรค และกระโดดเข้าไปช่วยงานในพื้นที่เลือกตั้งให้กับ พล.ต.สนั่น ที่จังหวัดพิจิตร จนได้รับเลือกตั้งมาหลายสมัย โดยได้รับมอบบทบาทให้เป็นหัวหน้าศูนย์เลือกตั้งที่อำเภอโพธิ์ทะเล ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะบุคลิกความสามารถของนายวินัยที่ฉายแววให้เห็นเด่นชัดขึ้นเป็นลำดับ

ช่วงปี ๒๕๒๘ นายวินัย เสนเนียม ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสนามการเมืองท้องถิ่นเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นสมาชิกสภาเขตพญาไท กรุงเทพฯ ภายใต้การสนับสนุนอย่างแข็งขันของ เสธ.หนั่น กระทั่งได้รับเลือกตั้งสมใจ แถมยังได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนสมาชิกสภาเขตด้วยกัน เลือกเป็น ‘ประธานสภาเขตพญาไท’ (๒๕๒๘-๒๕๓๒) ด้วย

ช่วงนี้เองที่นายชวน หลีกภัย ได้แนะนำให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปฝึกหัดงานทางการเมืองกับนายวินัย กระทั่งนายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า นายวินัยคือครูทางการเมืองคนหนึ่งบนเส้นทางการเมือง จนตัวเองสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

ต่อมา จึงได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ช่วงเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้ไปลงเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ในปี ๒๕๓๕ แทน ส.ส.คนเก่า คือ นายสงบ ทิพย์มณี ซึ่งแสดงความประสงค์ว่าจะไม่สมัครลงเลือกตั้ง จนได้รับเลือกตั้งกลายเป็น ส.ส.หนุ่มที่โดดเด่น ขณะที่พี่ชาย คือ นายถาวร เสนเนียม ยังดำรงตำแหน่งเป็นอัยการจังหวัดอยู่ ก่อนที่จะตัดสินใจกระโดดเข้าสู่เวทีการเมืองตามมาในภายหลังไม่นาน

ด้วยความสัมพันธ์และช่วยเหลืออันดีระหว่าง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ และนายวินัย เสนเนียม ทำให้นายวินัยยอมรับ พล.ต.สนั่น ว่าเป็นเหมือนพ่อคนหนึ่ง และในขณะเดียวกัน พล.ต.สนั่นก็มีความรักใคร่เอ็นดูนายวินัยอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

หลังจากได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สงขลา เป็นครั้งแรกแล้ว จากนั้นเป็นต้นมาวินัยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.จังหวัดสงขลา รวม ๕ สมัยด้วยกัน ด้วยคะแนนเสียงอันดับหนึ่งมาโดยตลอด ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๕-๒๕๔๙ ล่าสุดคือการลงเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๑ และได้รับเลือกเป็น ส.ส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๑

เจือ ราชสีห์ สะท้อนภาพว่า เวลาลงพื้นที่วินัยเป็นคนติดดิน เรียบง่ายกันเอง ไม่เน้นพิธีรีตองมาก ไปพูดคุยทักทายชาวบ้านอย่างนอบน้อม พูดจาสุภาพเรียบร้อย ประนีประนอม สุขุมใจเย็น และเป็นคนละเอียดลออ เป็นคนที่เข้าถึงประชาชน ยามใดมีเวลาว่างก็จะลงพื้นที่ตลอด ชอบทำงานแบบปิดทองหลังพระ หากมีโครงการอะไรดีๆ ก็พยายามขวนขวายนำมาช่วยเหลือชาวบ้าน ทำให้ได้รับความรักจนได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจากชาวบ้านอย่างท่วมท้นทุกครั้ง

“วินัยเป็นคนขยันมาก เป็นคนที่ชาวบ้านรัก เสน่ห์ของเขาเวลาไปในงานใดก็ตาม จะไม่รีบร้อนกลับ เขาจะทักทายคนให้หมด เผื่อว่าชาวบ้านมีธุระจะคุยด้วยแต่ไม่กล้าเดินมาหา ซึ่งนับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนักการเมือง เขาถึงได้คะแนนจากชาวบ้านเยอะมาก ได้ที่หนึ่งเกือบทุกครั้ง”

หากย้อนพิจารณาถึงคุณสมบัติของนักการเมืองที่ดีแล้ว วิถีการดำเนินชีวิตของนายวินัยนับเป็นแบบอย่างที่ดีของนักการเมืองได้ เพราะเป็นคนไม่เที่ยวเตร่ ไม่เสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ

“เขาตั้งเป้าไว้เลยว่าวันนี้จะเข้าไปเยี่ยมชาวบ้านกี่พื้นที่ ชาวบ้านมาหามาขอให้ช่วยเรื่องอะไรจะจดจำไว้หมด มีสมุดจดบันทึกเอาไว้ เป็นคนละเอียดใส่ใจความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ไม่ละเลยปัญหา เป็นคนมองไปข้างหน้าตลอด มีวิสัยทัศน์ เช่นเคยบอกว่าสงขลาเป็นเมืองริมทะเล ควรจะมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ต้องผลักดันให้เกิดให้ได้ ในที่สุดด้วยความร่วมมือร่วมใจจากหลายฝ่าย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสงขลาก็เกิดขึ้นจริง” 

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ก่อนจะมาเป็นนักการเมือง ชีวิตก่อนหน้านั้นของวินัยได้ผ่านประวัติการทำงานและประสบการณ์ที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นักธุรกิจด้านโยธา ด้านการเกษตร เป็นทนายความตลอดชีพ เลขานุการส่วนตัว พล.อ.หาญ ลีนานนท์ สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขานุการส่วนตัว พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประจำกระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการสภาสถาบันพระปกเกล้า ประธานกรรมาธิการติดตามมติสภา/ กรรมาธิการการเกษตร/ กรรมาธิการอุตสาหกรรม/ กรรมาธิการคมนาคม/ กรรมาธิการแรงงาน/กรรมาธิการติดตามงบประมาณ ฯลฯ

นอกจากจะเป็นคนที่มีบุคลิกภาพสุภาพอ่อนโยน เป็นเช่นที่ นางสุนทรี (วิไลรัตน์) ตรีทิเพศสุวรรณ บอกเล่าว่า “เป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่น มีเสน่ห์” แล้ว ภาพหนึ่งที่ผู้คนจักพบเห็นได้เจนตาหากได้อยู่ใกล้ชิดกับนายวินัย คือ ความใฝ่รู้แสวงหาข้อมูลเรียนรู้ข่าวสารต่างๆ อย่างมิได้หยุดหย่อน ทั้งการอ่านหนังสือ การมีสมุดบันทึกเล็กๆ เล่มหนึ่งติดตัว ยามนึกอะไรได้หรือต้องการบันทึกจดจำสิ่งใด ก็จะรีบคว้าสมุดมาบันทึกทันที

“ครั้งหนึ่งผมเคยโดยสารเครื่องบินเที่ยวเดียวกันกับนายวินัย โดยได้ที่นั่งโดยสารใกล้กัน ปรากฏว่าผมสังเกตเห็นว่าเขามีสมุดเล่มหนึ่งไว้กับตัวตลอด เวลามีอะไรก็จะคว้าขึ้นมาบันทึกซึ่งผมว่าเป็นเรื่องดี จนทุกวันนี้ผมเลยจดจำและนำวิธีนี้มาใช้กับการทำงานและในชีวิตประจำวันด้วย” นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ข้อสังเกต  

นอกจากนี้วินัยยังได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท กระทั่งสำเร็จเป็นมหาบัณฑิตด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และผ่านการศึกษาการบริหารภาครัฐและกฎหมายมหาชน จากสถาบันพระปกเกล้า รวมถึงได้ไปศึกษาดูงานด้านคมนาคม การเกษตร แรงงาน กฎหมายรัฐธรรมนูญ การพัฒนาชุมชน การศึกษา และอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน นอรเวย์ ออสเตรเลีย ฯลฯ รวมแล้วไม่น้อยกว่า ๑๕ ประเทศ

ตำแหน่งปัจจุบันของ ส.ส.วินัย เสนเนียม คือ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ

เมื่อรู้ตัวว่าป่วยเป็น ‘มะเร็ง’

       เป็นที่ทราบกันดีว่า นอกจากจะมีบทบาทเป็นนักการเมืองแล้ว นายวินัยยังทำสวนกล้วยไม้และธุรกิจบ่อทรายอีกด้วย และมีครอบครัวแสนอบอุ่น โดยสมรสกับแพทย์หญิงวนิดา เสนเนียม มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ เด็กชายศุภนัฐ เสนเนียม กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และเด็กชายสิทธิ์พัฒน์ เสนเนียม ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนสาธิตราชภัฏสงขลา

       แต่ไม่น่าเชื่อว่า ชีวิตคนคนหนึ่งที่มุ่งมั่นสร้างคุณประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองมาโดยตลอด กลับต้องพานพบชะตากรรมแห่งการจากพรากอย่างน่าเสียดาย ทิ้งไว้แต่ความอาลัยแก่ผู้อยู่ข้างหลัง

       ด้วยวันหนึ่ง, นายวินัยได้ไปตรวจสุขภาพประจำปีเนื่องจากรู้สึกอืดในท้องมาตลอด ผลปรากฏในเบื้องต้นแพทย์ที่ทำการตรวจแจ้งผลว่าสุขภาพปกติดี แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจเพราะคิดว่าน่าจะมีสิ่งผิดปกติอะไรสักอย่าง จึงได้นำผลการตรวจวิเคราะห์ของแพทย์ไปให้ภรรยาซึ่งก็เป็นแพทย์เช่นเดียวกันดูอีกครั้งหนึ่ง

       นั่นจึงเป็นที่มาของการวินิจฉัยว่า นายวินัยมีโลหิตผิดปกติ แต่เพื่อความแน่ใจ จึงส่งไปตรวจวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลจังหวัดสงขลา ในที่สุดแพทย์ผู้ตรวจลงความเห็นว่านายวินัยเป็น ‘มะเร็ง’ และแม้ต่อมาจะมีการส่งผลไปตรวจสอบที่ศูนย์ตรวจมะเร็ง โรงพยาบาลศิครินทร์ หาดใหญ่ ผลก็เป็นเช่นเดิม

         วันรุ่งขึ้น วินัยจึงเดนิทางเข้าโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้แพทย์ช่วยดูแลรักษา ซึ่งแพทย์ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งที่ลำไส้ จึงทำการผ่าตัดและนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา ๓ วัน ทั้งนี้ผลการผ่าตัดชิ้นเนื้อออกมาปรากฏว่า ยังพบว่าที่ตับมีร่องรอยของมะเร็งที่ได้แผ่ขยายเป็นจุดๆ เต็มไปหมดแล้ว หากจะใช้วิธีการรักษาโดยใช้ไฟฟ้าจี้ก็ไม่กล้า เพราะกลัวตับจะวาย สุดท้ายจึงปิดช่องท้องและรักษาลำไส้จนหาย

         หลายเดือนต่อมา แพทย์ที่ทำการรักษาได้แจ้งว่า ถึงเวลาที่ต้องผ่าตัดแก้ไขปัญหาที่ตับแล้ว จึงได้ผ่าตัดตับออกไปข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างสามารถทำงานได้ตามปกติเพียงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ จึงใช้วิธีการรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้า พร้อมกับรักษาด้วยการรับประทานยาไปด้วย ให้คีโมและฉายแสงไปด้วย

        สุดท้ายจึงได้ไปทำการผ่าตัดที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และไปฉายแสงที่จุฬาฯ

        ช่วงเวลานี้เอง แม้นจะทราบว่าตัวเองเป็นมะเร็งร้าย และได้เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่นายวินัยก็ยังทำหน้าที่ ส.ส.ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่    

          “ล่าสุดเขาได้รับรางวัลจากคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล และมาร่วมงานของพรรคได้อยู่เรื่อยๆ" นายเจือ ราชสีห์ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

      สิ่งสำคัญหลังทราบว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดจากมะเร็ง นอกจากนายวินัยจะทุ่มกำลังให้กับเรื่องงานเต็มที่แล้ว ยังทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัวเต็มที่ โดยวันหยุดเขาจะหาโอกาสได้ใกล้ชิดกับลูกๆ ให้มากที่สุด ด้วยการพาลูกทั้ง ๒ คนไปท่องเที่ยว บางครั้งก็พาไปออกกำลังกาย ส่งลูกไปโรงเรียน รอทานข้าวด้วยกันกับลูกและภรรยา พร้อมกับอบรมสั่งสอนลูกทั้งสองไปด้วย

          “อยู่มาวันหนึ่งอาการของเขาไม่ดีนัก หลังจาก ฯพณฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปราชการที่ภาคใต้ เพื่อเปิดงานสำคัญ คือ งานวันฮาลาลโลก แล้วพบปะกลุ่มเครือข่ายสัจจะออมทรัพย์วันละบาท ช่วงนั้นวินัยได้ทุ่มเททำงานติดตามนายกฯ ไปทุกแห่งทั้งวัน บังเอิญว่าวันนั้นมีทั้งฝนตกและแดดออกด้วย ทำให้ต้องตรากตรำทำงานภายใต้สองบรรยากาศ”

       เสร็จสิ้นจากงานวันนั้นแล้ว ปรากฏว่านายวินัยเริ่มมีอาการซึมด้วยมีอาการไม่สบาย จนต้องเริ่มเข้า-ออกรักษาตัวที่โรงพยาบาลถี่ขึ้น กระทั่งสุดท้ายได้มารักษาตัวอยู่ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

          ห้วงเวลาเหมือนจะทำใจยอมรับในชะตากรรมแล้ว นายวินัยจึงพูดเปรยกับคนใกล้ชิดว่า 

“หากเป็นอะไรไป ขอให้ หนึ่ง อย่าเจาะคอ และสอง อย่าใช้เครื่องช่วยหายใจถ้ามีอาการหนัก เพราะอยากจะประหยัดค่าใช้จ่าย และต้องการจากไปอย่างสงบ”

       นี่อาจเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สะท้อนปณิธานอันแน่วแน่ของนายวินัย ที่นอกจากจะเป็น ‘ผู้ให้’ มาตลอดชีวิตแล้ว ยังไม่ยอมให้ชีวิตตัวเองกลายเป็น ‘ภาระ’ สำหรับคนอื่น แม้นตัวเองจะเจ็บป่วยเพียงใดก็ตาม





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ทะเลไร้คลื่น วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talay
http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1 " ลูกหลานสายน้ำตาปีเมืองปักษ์ใต้ "

มาทักทายคุณปราญชลีค่ะ สบายดีไหมคะ

http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เจิม ทันไหมคะ


.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]