• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 417689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 2658 , 07:51:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จะด้วยปัจจัยอะไรก็ตามแต่ ข้าพเจ้าเองก็จดจำจุดเริ่มต้นไม่ได้เสียแล้ว แต่สิ่งที่มันผนึกแน่นฝังใจคือ ข้าพเจ้าชอบงานของเขา – กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ แม้นในชีวิตจักไม่เคยได้มีโอกาสพานพบสนทนากับเขาด้วยแม้สักครั้ง

ก็ในเมื่อเขาได้ถึงกาละลาจากโลกนี้ไปเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ผู้คนมากมายยังคงถามไถ่ระลึกถึงด้วยอาลัยถวิล และค้อมคารวะความยิ่งใหญ่ในฐานะ ‘นักเขียนหนุ่มตลอดกาล’

แล้วทำไมเล่า ข้าพเจ้าจักไม่รู้สึกเช่นว่านี้บ้าง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง, เชื่อว่าความรู้สึกนี้จักดำรงอยู่ต่อไปอีกยาวนานตราบถึงกาลโลกดับสลายเป็นแน่แท้

“พี่กนกพงศ์ฯ เสียแล้วนะ”

ขณะฟ้าโปร่ง แสงส่องผ่านช่องหน้าต่าง ใบไม้กวัดแกว่งใบน้อยๆ และเรือลำน้อยลอยลำสงบนิ่ง จำได้ว่าห้วงยามหนึ่งของวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ณ บ้านพักรับรองอาจารย์ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) ซึ่งเป็นสถานที่พวกเราไปสุมหัวเพื่อเก็บข้อมูลและเขียนงานเกี่ยวกับชายแดนใต้ เพื่อนหนุ่มนักเขียนนาม หนึ่ง – วรพจน์ พันธุ์พงศ์ ก้าวเดินลงจากบันไดบ้านชั้น ๒ และเอ่ยความที่พลันได้สร้างอารมณ์สุดเย็นเยียบในใจข้าพเจ้า

หนึ่ง-วรพจน์ฯ เป็นเพื่อนหนุ่มที่เคยเขียนคำนำเสนอ ‘ถึงเพื่อน-ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์ วันหนึ่ง, เสียงแห่งขุนเขาทะเลใต้จะก้องกังวาน’ ให้แก่หนังสือ ‘จิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี’ ของข้าพเจ้า ว่า

“ถ้าคำว่า ‘แรงบันดาลใจ’ ไม่เฝือจนเกินไปในยุคสมัยที่ผู้คนของเรา ‘เปราะบาง’ และต้องการสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาแปะไว้ที่หน้าผากกันเสียเหลือเกิน ผมอยากพูดว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในความหมายนั้น ยังจำได้ เขาเป็นคนแรกๆ ที่เอ่ยชื่อ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ กับผม เอ่ยถึงเรื่องสั้นชุด ‘สะพานขาด’ ด้วยความนับถือชื่นชม และต่อมาเรากลายเป็นเพื่อนที่คุยได้นานๆ ทุกครั้ง คุยกันถึงนักหนังสือพิมพ์รุ่นพี่ บทเพลง บทกวี และวรรณกรรมสายทางเลือก”

ตอนนั้นเป็นช่วงปีไหนแล้วนะ อ้อ ! จำได้แล้ว ประมาณปี ๒๕๓๖ ที่เราได้พบกันที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ทั้งข้าพเจ้าและเพื่อนหนุ่ม พบกันในฐานะเพื่อนนักข่าวร่วมสำนัก และเขา – กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ซึ่งถูกเอ่ยอ้างชื่ออยู่ในวงสนทนา ก็ด้วยผ่านจากตัวหนังสือรวมเรื่องสั้น ‘สะพานขาด’ ในฐานะรวมเรื่องสั้นชุดที่ ๑ ซึ่งความจริงแล้วปรากฏในโลกอักษรามาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ก่อนจะได้รับรางวัลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี ๒๕๓๕ พร้อมกับการเผยโฉมของรวมเรื่องสั้นชุดที่ ๒ ‘คนใบเลี้ยงเดี่ยว’ในปีเดียวกัน    

อีก ๔ ปีต่อมานั่นแหละ เขาถึงดังเปรี้ยงปร้างในปริมณฑลที่กว้างขึ้น เพราะได้รับรางวัลซีไรต์ จากผลงานรวมเรื่องสั้นชุดที่ ๓ ‘แผ่นดินอื่น’ ก่อนจะมีผลงานอันน่าระทึกตามติดมาอีกไม่มากน้อย แต่ก็ตราใจตรึงคนแทบทุกเล่ม และยังสร้างกระแสการเขียนเรื่องสั้นขนาดยาวที่ทุกคนกล่าวขวัญถึงแม้นบัดนี้ กระทั่งก่อนเสียชีวิตเขามีผลงานทั้งสิ้นกว่า ๑๐ เล่มซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างแรงกระเพื่อมสำคัญในแวดวงการเขียนและอ่าน

รับรู้ข่าวการสูญเสีย, คืนนั้นหลังเสร็จงาน ผองเรารวมหลายชีวิตเดินดุ่มข้ามจากรั้ว มอ.ปัตตานี มายังฝั่งตรงข้าม นั่งดื่ม-กินกันในร้านเล็กๆ ท่ามไฟสลัวจนฟ้ารุ่งราง ก่อนจะพากันเดินข้ามฟากกลับมายังที่พักด้วยอาการโซซัดโซเซ ผ่านเรือลำน้อยที่ยังคงลอยลำสงบนิ่งใต้ร่มไม้ใหญ่

เราแทบไม่ได้กล่าวถึงเขาอีกเลยบนโต๊ะสนทนา แต่ค่ำคืนฟ้าไร้ดาวและลมหนาวชายทะเลกรีดผิวจนต่างสั่นเทา เราดื่มกินกันในบรรยากาศที่หมองหม่นเหมือนกับจักได้แสดงความอาลัยรักต่อเขา- นักเขียนหนุ่มตลอดกาล, เป็นครั้งสุดท้าย

แม้นไม่กล่าวหรือสำแดง แต่ภายในใจแต่ละคนค่ำคืนนั้น คงระงมด้วยเศร้าและร้าวราน

ที่กัดกร่อน 'ลึกฝังใจ'

๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ผ่านวันครบรอบ ๑ ปีการจากไปของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ไม่กี่เพลา ข้าพเจ้าตั้งใจปลึกตัวจากภารกิจที่ชายแดนใต้ นำพาตัวเองจากพื้นที่ปลายด้ามขวาน 'บ้านเกิด' ไปนั่งจ่อมจมอยู่ในมุมเปลี่ยวคนเดียว อย่างเงียบเหงาวังเวง

ดื่มและนั่งเศร้า ขณะเฝ้ามองการแปรเปลี่ยนของ 'แสงฟ้า' ณ มุมหนึ่งของดินแดนลือนาม 'ลิกอร์' นครศรีธรรมราช

การแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมจาก 'หุบเขาฝนโปรยไพร' (Hoobkhao Festival) เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึง กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ และสืบทอดเจตนารมณ์ของนักเขียนหนุ่มตลอดกาล กำลังจะเริ่มต้นเป็นวันแรก จากที่คณะผู้จัดกำหนดโปรแกรมไว้ ๒ วัน คือ วันที่ ๒๔-๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

ถึงแม้นผู้คนจะบางตา ผืนฟ้ามืดมิดเงียบงันสงัดปานใด แต่แสงไฟบนเวทียังคงฉายฉาน และการแสดงของศิลปินทั่วทุกภูมิภาคคงดำเนินไปเรื่อยๆ ตามวาระ

ก่อนค่ำคืนจะสิ้นสุด ขณะแสงไต้รายทางพลิ้วไหวตามเริงลม ผู้คนยืน-นั่งกันเป็นกระหย่อม ข้าพเจ้าปะหญิงสาวคนหนึ่งเดินผ่านหน้าไปในอณูอากาศอย่างเงียบเชียบ

ในอารมณ์หม่นเศร้า และแม้นใบหน้าจักอาบนองด้วยน้ำตา

แต่วินาทีที่ได้เห็น ประกาย 'นัยน์ดวงตา' ของเธอช่างเต็มไปด้วยความ 'มุ่งมั่น' ยิ่งแล้ว !!  

 

เสาร์ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

วันที่ PS Gallery แพร่งภูธร จะมีการจัดงานรำลึกการจากไปของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ โดยโต้โผใหญ่ คือ หนึ่ง - วรพจน์ พันธุ์พงศ์ และผองเพื่อน

เป็นปีที่ ๒ ของการจัดงาน และภาวนาว่าจักมีอีกเป็นครั้งต่อๆ ไป เพื่อรำลึกถึงความยิ่งใหญ่ของนักเขียนคนหนึ่ง ผู้ได้ทำหน้าที่ปลุก 'ไฟฝัน' ให้ผู้คนมากมาย และหวังให้มีผลสืบเนื่องไปถึงคนรุ่นต่อไป ไม่ว่าจะผ่านทางเนื้องานของเขา หรือในฐานะเป็น 'แก่นแกน' ร้อยรัดให้ผู้คนได้มาพบพานเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมอย่างสร้างสรรค์

เพียงเสียดาย, สำหรับการจัดครั้งแรกที่ได้รับคำเชิญ ข้าพเจ้ามิได้ไปร่วมด้วยติดภารกิจอยู่ที่ชายแดนใต้ และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ขณะผู้คนกำลังรวมตัว เป็นเวลาที่ข้าพเจ้าและเพื่อนหนุ่มอีกคนดำรงฐานะเป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนขบวนรถไฟสายด่วนทักษิณ อันมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่อำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

เปล่า !! ข้าพเจ้าไม่ได้ไปตามเพียงรอยของ 'แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ' หรือ 'แพะในกุโบร์' หรือ ฯลฯ

แต่ข้าพเจ้า และผองเพื่อนแห่ง 'สำนักหัวใจเดียวกัน' กำลังลงมือลงแรงกระทำพันธกิจบางอย่างร่วมกัน (http://www.oknation.net/blog/our-heart) ในแง่มุมหนึ่ง เป็นเช่นความพยายามเดินตามรอยวิถีทางของเขา - กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ซึ่งยังคงดำรง 'ยามเช้าของชีวิต' ณ 'หุบเขาฝนโปรยไพร'

"การมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้หนหนึ่ง ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า 'ป่า' แม้จะเป็นผืนเล็กๆ ไม่กี่ไร่ ก็ถือเป็นความน่าพอใจของผมแล้วครับ วันหนึ่งเมื่อเราตายไป ต้นไม้เหล่านี้ก็จะยังยืนอยู่ เป็นร่องรอยของการปรากฏตัวขึ้นในโลกนี้ของเรา นั่นก็เช่นเดียวกับการเขียนหนังสือ มันจะทิ้งร่อยรอยเอาไว้อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง"

"สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดเกี่ยวกับการเขียนบันทึก และพัฒนาการจาการเขียนบันทึกเช่นนั้น คือสิ่งที่ผมได้พูดย้ำอยู่เสมอเมื่อได้รับเชิญไปพูดให้เด็กๆ ตามโรงเรียนฟัง ผมบอกพวกเขาให้พยายามอ่านและเขียน ฝืนและฝึกจนเป็นนิสัย ทั้งนี้, หาใช่เพื่อโตขึ้นมาเป็นนักเขียน แต่เพื่อการอ่านและการเขียนจะได้รับใช้ชีวิตของเขาเอง"

(จดหมายจาก กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ถึง จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ์ เผยแพร่ในโอกาสครบรอบปีที่ ๒ การจากไปของนักเขียนหนุ่ม “กนกพงศ์ สงสมพันธุ์” ๙ กุมภาฯ)

กุมภาพันธ์ เดือนแห่ง 'ความรัก'

เชื่อเถิด, แม้นจะดำรงชีวิตอยู่แห่งหนใด และถึงจะเจริญรอยได้ไม่ยิ่งใหญ่เท่า

แต่หากเพียงผู้คนได้ลงมือ 'อ่าน' และ 'เขียน' ...

แน่นอนว่า, เหมือนเราได้ร่วมรำลึกถึงเขา และพร้อมเดินไปตามวิถี – กนกพงศ์ สงสมพันธุ์

หมายเหตุ : สนใจเรื่องราวของ 'นักเขียนหนุ่มตลอดกาล' ติดตามได้ที่

รำลึกกนกพงศ์ สงสมพันธ์ (โดย...Thai Poet Society)

http://www.thaipoetsociety.com/index.php?topic=1818.0

คิดถึง กนกพงศ์ สงสมพันธ์ ไหม? (โดย...ธีร์/อันมัย)

http://www.oknation.net/blog/teeanmai/2010/02/09/entry-2

หวนคิดถึงเจ้าของ แผ่นดินอื่น ในวันที่ฟ้าโปร่ง (โดย...หนุมานชาญสมร)

http://www.oknation.net/blog/wintawan/2009/06/25/entry-1

รถไฟและกนกพงศ์ (โดย...onceagain)

http://www.oknation.net/blog/onceagain/2007/06/05/entry-1

 เป็น Blogger OK เพราะผู้หญิงของ กนกพงศ์ (โดย...ช่อว่าน)

http://www.oknation.net/blog/nikanchalee/2009/12/24/entry-2

ชีวิตนั้นแสนสั้นและความฝันนั้นเปราะบาง (โดย...เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์)

http://www.oknation.net/blog/cottonhut/2008/02/13/entry-1

ข่าวคราวจากความตายสายวันหนึ่ง : รำลึกการจากไปของ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ (โดย...อังคาร จันทาทิพย์)

http://www.oknation.net/blog/pimkawee/2010/02/11/entry-1/comment#read

เช้าวันหนึ่ง (แด่...กนกพงศ์ สงสมพันธุ์) (โดย...ไอ้ปลง)

http://www.oknation.net/blog/iplong/2010/02/13/entry-1/comment




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
แก้มหอม วันที่ : 17/02/2010 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gamhom

ด้วยความระลึกถึงนักเขียนหนุ่มครับ...
บ่ายนี้หลังออกไปเก็บไม้ที่ไร่
กองสุมรวมกันแล้วก็เผา
เหงื่อไคลเต็มหน้า ตัวดำด้วยถ่าน
มองดูผืนไร่ของผม นึกถึงต้นไม้ที่จะปลูก ตรงนั้นตรงนี้
กลับมานอนเหนื่อยที่บ้าน
ตื่นนอนมาในเวลานี้
รอเวลาห้าโมงเย็น ผมจะออกไปวิ่งเหมือนทุกวัน
นึกถึงตอนที่พี่กนกพงศ์ออกไปวิ่ง ทางเข้าสู่น้ำตก
นอนแผ่หลาด้วยความเหนื่อย แต่ก็เต็มเปี่ยมด้วยสารแห่งความสุข
นั่นเป็นแรงบันดาลใจหนึ่งที่ผมออกไปวิ่ง นอกจากมูราคามิ...
ยินดีที่เข้าไปเยี่ยมที่บ้านผมครับ
ยินดีที่ได้รู้จักผ่านโลกออนไลน์ ไซเบอร์เน็ต
แปลกดี...

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
กู่ วันที่ : 15/02/2010 เวลา : 14.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

สวัสดีค่ะคุณย่อง ไม่ได้คุยกันนาน สบายดีใช่ไหม

ขอสารภาพ ในห้วงยามที่จำวันเวลาของการจากไปของเขาได้ แม้ผ่านมาหลายปี

แต่อารมณ์อาดูรไม่เคยสร่างซา
เลี่ยงที่จะกล่าว ไม่อยากอ่านคำใดๆ ที่เอ่ยถึงเขา

เพราะไม่อยากเชื่อว่าเขาได้จากไปแล้ว

ท่าจะบ้า.....บ่อยครั้งที่บอกกับตัวเอง

กนกพงศ์ ร่องรอยของเธอแจ่มชัดนัก


ความคิดเห็นที่ 42 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 15/02/2010 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

เขาตายไปแล้วเพียงร่าง

แต่ยังไม่จางจากดวงใจ

ครับ

ครบรอบอีกปีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
ศณีรา วันที่ : 14/02/2010 เวลา : 02.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     



ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ปราณชลี วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 12.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับผม, ไอ้ปลง
เป็นเช่นที่ท่านว่าไว้...
"เช้าวันนี้...
เราลืมตาตื่นอย่างซึมเซา
ขณะที่เขา-หลับฝันถึงความดีนิรันดร์"
หุบเขาฝนโปรยไพร ยังคงอาลัย 'กนกพงศ์ สงสมพันธุ์'
หากแม้นมีเวลา คงได้ไปเยือนห้องหับแห่งความทรงจำที่นั่น-พรหมคีรี !!

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
ไอ้ปลง วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iplong
ชีวิตไม่หนักหนาอะไร ต้นไม้ที่รากลึกย่อมไม่กลัวพายุคุกคามในคืนค่ำ เติบโตอย่างเงียบๆ ไร้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนาม มั่นใจในสภาพดาดสามัญ เปี่ยมด้วยรักและไร้แรงเสียดทาน เขมานันทะ

ช่วงเวลานี้ ในวันนี้ เมื่อสี่ปีที่แล้ว
เพื่อนมิตรและชาววรรณกรรม
ยังคงเช็กข่าวกันจ้าละหวั่น
ด้วยใจไหวหวาด

เพื่อรู้ว่า "กนกพงศ์ สงสมพันธุ์"
จากพวกเราไปแล้วจริงๆ

ร่วมรำลึกครับ

http://www.oknation.net/blog/iplong/2010/02/13/entry-1/comment#read

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
ปราณชลี วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ร่วมรำลึกแล้ว อย่าลืมร่วม 'อ่าน' และ 'เขียน' ด้วยนะครับ, คุณโคมทอง
เขียนเรื่องที่มาที่ไปของ 'เป็ด' ที่ส่งให้ 'พี่ชาลี' ก็ได้นะครับ
แค่อุณหภูมิ -๑๒ แต่ฝูงเป็ดยังร่าเริงว่ายวนได้
เรื่องนี้ก็สุด 'สนุก' แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ปราณชลี วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

อรุณสวัสดิ์ครับ, คุณทะเลไร้คลื่น
ตี ๒ กว่าๆ นี่สงสัยเขาไม่เรียกว่า 'ดึก' นะครับ
หรือว่ากำลังเขียนเรื่องใหม่ที่บีบเค้นอารมณ์ผู้คนเหมือน '...เตี่ย...'
http://www.oknation.net/blog/talay/2009/12/04/entry-1/comment#read
วันวาเลนไทน์ปีนี้ ใครสนใจลองอ่านเรื่องนี้ดูนะครับ
จะได้ซึมซับว่า 'รักแท้' เป็นเช่นใด

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
โคมทอง วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 06.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ขอร่วมรำลึกด้วยอีกคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ทะเลไร้คลื่น วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 02.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talay
http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1 " ลูกหลานสายน้ำตาปีเมืองปักษ์ใต้ "

.........ทักทายสวัสดีพี่ปราณชลีตอนดึกๆค่ะ

สบายดีนะคะ .......

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

คุณเพลงกระบี่ฯ น่าจะเป็นนักอ่านตัวยงคนหนึ่ง
ยังไงเขียนแล้วส่งเรื่องมาเผยแพร่ในนิตยสาร 'หัวใจเดียวกัน' ก็ได้นะครับ
ด้วยความ 'ยินดี' เป็นยิ่งที่จะได้รับงานเขียนดีๆ จากแดนไกล

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

คงเป็นเช่นนั้นครับ, ศณีรา

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

อืมมมมมมมมมมมมมมมม
ครับ, ภูพานลานดาว

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับผม, คุณเจริญขวัญ
มนุษย์ล้วนมีหลายมิติ อยู่ที่ว่าเราจะมองมุมไหนเป็นด้านหลัก
มุมสราญใจในแผ่นดินอื่นของ 'กนกพงศ์ฯ' คงสร้างตำนานไม่ยิ่งหย่อนกว่ามุมหนังสือเป็นแน่
ใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

ร่วมรำลึกถึงคุณกนกพงศ์คะ เคยอ่านงานของคุณกนกพงศ์มาหลายเล่ม จู่ๆ ไม่ตั้งใจก็เหมือนตั้งใจ รื้อตู้หนังสือเจองานคุณกนกพงศ์ เรื่องคนใบเลี้ยงเดี่ยว เลยนำมานั่งอ่านอีกรอบ เป็นหนังสือเล่มเดียวของคุณกนกพงศ์ที่หอบติดมาถึงต่างประเทศนี่ เล่มอื่นๆ ไปไหนหมดก็ไม่รู้...ลงมืออ่านมานานแล้วคะ แต่ลงมือหัดเขียนเมื่อไม่นานมานี่เอง

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ศณีรา วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 22.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ไม่เคยรู้จัก แต่จากพี่ย่องและผองเพื่อนการันตี เขาคงจากไปอย่างมีความสุข

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ภูพานลานดาว วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phupanlanjai

หาใช่เพื่อโตขึ้นมาเป็นนักเขียน แต่เพื่อการอ่านและการเขียนจะได้รับใช้ชีวิตของเขาเอง"

อ่านจบกับอาการ ผ่อนลมหายใจยาวววววววววววววววววว

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

ดิฉัน "รู้จัก" คุณกนกพงศ์ในอีกมิติหนึ่งค่ะ

คิดว่า คุณกนกพงศ์ยังจะสราญใจในการเดินทางไปใน ""แผ่นดินอื่น" ไม่มากก็น้อย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

คิดเหมือนกันเลยครับ, อ๊อบ-turtlerun
คงเป็นเพราะเนื้อหาจากเรื่องสั้น 'แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ' ที่ 'ทรงพลัง' เหลือเกิน ถึงได้ผนึกแน่นในใจผู้อ่านเป็นมั่นคง.

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

"ฟาริดาหัวเราะอีก แล้วบอกว่านั่นเป็นความคิดที่ดีที่สุดเท่าที่เห็นในตัวผม เธอบอกว่าเธอเหนื่อยที่จะปลูกฝังให้เด็ก ๆ แห่งบูเกร๊ะกรือซอเดินไปในหนทางที่ถูกต้อง เธอจะสอนให้พวกเขารักสันติได้อย่างไร ในเมื่อเพียงหันหน้าออกนอกห้องเรียน พวกเขาก็เห็นผู้ใหญ่ถือปืนอยู่เต็มสนาม เธอเคยจนต่อคำถามของพวกเด็กๆ เมื่อพยายามปลูกฝังให้พวกเขารักผืนแผ่นดินไทย ด้วยการพยายามอธิบายความหมายเนื้อเพลงชาติให้ฟัง เธอจะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจได้อย่างไรว่า "ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี" ขณะเด็กๆ ถามว่า "ทหารไทยมาทำไม?--จะให้เธอตอบว่ามาเพื่อต่อสู้กับอับดุลกาเดร์กระนั้นหรือ? นั่นเป็นป๊ะของเด็กบางคนที่นี่ เป็นสูเป็นหวาของเด็กแห่งบูเก๊ะกรือซอ จะให้เธออธิบายให้พวกเขาเข้าใจและยอมรับได้อย่างไรว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ทหารไทยต้องฆ่า อับดุลกาเดร์?…"
แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ : กนกพงศ์ สงสมพันธ์ หน้า ๑๓๓

นี่เป็นตอนหนึ่งในเรื่องสั้น "แมวแห่งบูเก๊ะกรือซอ" จากหนังสือรวมเรื่องสั้นชุด "แผ่นดินอื่น" ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ (๑) เรื่องสั้นเรื่องนี้ได้นำปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอภิปราย และนำเสนอโดยวิธีการของการเขียนเรื่องสั้น บทบรรยายในเรื่องสั้นตอนนี้ เป็นการสนทนาระหว่างทหารคนหนึ่งในชุดคุ้มครองหมู่บ้าน ที่ทางการส่งเข้าไปปฏิบัติการในหมู่บ้าน"บูเก๊ะ- กรือซอ" กับครูสาวชื่อ "ฟาริดา" ซึ่งเป็นชาวมุสลิม ในความรู้สึกของครูสาวผู้นี้ ดูเหมือนคำว่า "สันติ" เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งในดินแดนของ "อับดุลกาเดร์" และเธอไม่สามารถอธิบายให้ลูกศิษย์ตัวน้อยๆ ที่เป็นลูกหลานของอับดุลกาเดร์เข้าใจได้เลยว่า ทำไมทหารไทยต้องมาที่หมู่บ้านของพวกเขา

กนกพงศ์เขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๔ ในขณะที่ความขัดแย้งและความรุนแรงของปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่หนักหน่วง และขยายผลอย่างที่เห็นอยู่ในวันนี้ หากพิจารณาเนื้อหาสาระ เรื่องสั้นเรื่องนี้ก็ไม่ต่างไปจาก "เรื่องเล่า" ในรูปแบบอื่นๆ เช่น รายงานข่าว หรือบทวิเคราะห์สถานการณ์ประจำวันที่เราหาอ่านได้ในหนังสือพิมพ์และวารสารรายสัปดาห์ แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ เรื่องสั้นไม่ได้เพียงหยิบยกข้อเท็จจริงทางสังคมมาตีแผ่เพียงอย่างเดียว หากได้นำเสนอให้เห็น "คน" ในมิติที่ลึกซึ้ง และแนวความคิดหรือ"มุมมอง"ของผู้เขียนที่มี่ต่อเหตุการณ์และสถานการณ์ดังกล่าว ความอับจนทางปัญญาของครูสาวอย่างฟาริดาในการที่จะตอบคำถามแก่ลูกศิษย์ ต่อกรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ดูเหมือนจะเป็นความอับจนทางความคิดของคนในสังคมที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงที่ดำรงอยู่ในภาคใต้อย่างสิ้นเชิง เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว เราคงไม่เห็นการลุกลามบานปลายของปัญหาที่เป็นไปอย่างรุนแรงจนยากแก่การควบคุมดังที่เห็นในวันนี้

บทความนี้เป็นการศึกษาและสำรวจอย่างคร่าว ๆ เกี่ยวกับความขัดแย้งและความรุนแรงที่ปรากฏในเรื่องสั้นร่วมสมัยของไทย ผู้เขียนตั้งใจหยิบยกเอาเฉพาะผลงานเรื่องสั้นของนักเขียนภาคใต้เป็นกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา โดยมีสมมุติฐานว่า ภาคใต้เป็นสังคมที่มีลักษณะเฉพาะบางประการซึ่งแตกต่างไปจากท้องถิ่นอื่น ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่มีความขัดแย้งรุนแรงเกิดขึ้นทั้งในเรื่องของความเชื่อ อุดมการณ์และความขัดแย้งทางการเมือง ขณะเดียวกันคนใต้ก็มีอัตลักษณ์เฉพาะตนที่ต้องทำความเข้าใจกันมากเป็นพิเศษ

นักเขียนชาวใต้ในฐานะสมาชิกหนึ่งของสังคมเป็นผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ทางสังคม และในฐานะที่พวกเขาเป็น "คนใน" หรือ "นักเขียนพันธุ์พื้นเมือง" ย่อมมองและตีความสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่อาจแตกต่างไปจาก "เรื่องเล่า"ประเภทอื่นๆ ซึ่งเขียนขึ้นโดยสายตาของ "คนนอก" ดังความเห็นของ Taine ที่ว่า วรรณกรรมชิ้นหนึ่งๆ อาจอธิบายได้ด้วยปัจจัย ๓ ประการคือ เชื้อชาติของผู้ประพันธ์, สภาพแวดล้อม, และสมัยทางประวัติศาสตร์ของเขา (ทองสุก เกตโรจน์. หน้า ๓๓๐) โดยกรอบแนวคิดนี้ จึงอาจนำมาวิเคราะห์และตีความวรรณกรรมของนักเขียนภาคใต้ได้เช่นกัน
..........................
ส่วนหนึ่งจากบทความเชิงงานวิจัย "ความขัดแย้งและความรุนแรงในเรื่องสั้นร่วมสมัยของไทย : ศึกษาจากเรื่องสั้นของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์" เขียนโดย ผศ.ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือนามปากกาที่รู้จักกันดีว่า ไพฑูรย์ ธัญญา ปัจจุบันสอนหนังสืออยู่ที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ประจำภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
(สนใจอ่านฉบับเต็มได้ที่ http://www.midnightuniv.org/midnight2544/0009999649.html)

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
turtlerun วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/turtlerun

เมื่อคราวครั้งได้มีโอกาสผ่านไปตามเส้นทาง แว้ง-สุคีริน เพื่อไปสัมผัสความอุดมของผืนป่า ฮาลา-บาลา...
ด้วย ป่าทึบ เขาทึม ตลอดสองข้างทาง บรรยากาศดังกล่าวชวนให้ผมต้องนึกถึง "ฮาราน" และแมวของเขา ตลอดการเดินทางและตลอดค่ำคืนในผืนป่าอันอุดมแห่งขุนเขาสันการาคีรี ไม่รู้ด้วยเหตุใดเช่นกันที่ในห้วงยามเช่นนั้นผมถึงได้นึกถึงแต่ตัวละครทั้งสอง...

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

อย่างแน่แท้ครับ, ท่านพันธกานท์ฯ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

"ไม่ต้องกล่าวอะไรมากสำหรับเขาคนนี้"
แล้วสำหรับ 'เขาคนนั้น-ฅนผ่านทาง'
คนนี้เป็นไงบ้างละครับ?
เท่าที่ทราบ ฝีไม้ลายมือในการ 'เขียน' ใช่จะธรรมดา-ซะเมื่อไร

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

นั่นนะซิ, นี่คือหนึ่งในเรื่องน่ารันทดของสังคมไทย
คนดี-คนเก่ง มักถูกหลงลืมเสมอ !!
ใช่ไหมครับ 'ธีร์/อันมัย'
ว่าไป...ยังรำลึกได้ดีถึงค่ำคืนนั้นที่ก้องเสียงเพลง 'เรฟูจี'
จนอยากฟังอีกหลายๆ ครั้งจากเสียงกีตาร์สดๆ
คงมีโอกาสสักวันเนอะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ถึงว่า, ฝีไม้ลายมือในการ 'เขียน' ไม่ธรรมดาเลยนะครับ
ใช่ไหมครับ คุณ pukpik
เชื่อว่าชื่อ 'กนกพงศ์ สงสมพันธุ์' กลายเป็น 'แรงบันดาลใจ' ของใครหลายคน - แม้นกระทั่งทุกวันนี้.

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

กนกพงศ์,มิได้ตาย!!!!!!!!!!!!
ไปจากสวนอักษรา,

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

เช่นกันครับ, คุณลูกแม่ลำดวน.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับผม, ตาพรานบุญ
"กนกพงศ์ฯ ไม่ได้ตายไปจากใจของมิตรสหายน้ำหมึก"

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ฅนผ่านทาง วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konphantang
ร่างไร้วิญญาณของคุณน้าผ่องพรรณนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพหน้าเตาเผา หากไม่มีบรรยากาศของพิธีการแห่งความโศกเศร้า ก็คงไม่ต่างกับภาพการนอนหลับของผู้หญิงวัยเกษียณที่ยังมีเค้าความสวยให้เห็น..

ในขณะที่ผมกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่บนฟุตบาท ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ครั้งหนึ่งเดินสวนชายหนุ่มร่างผอมหิ้วเครื่องพิมพ์ดีดเล็กๆ
หลังจากนั้นก็เจอเขาอีกทีใน "ช่อการะเกด"
และไม่นานต่อมา "แผ่นดินอื่น" ก็ปรากฏผล

ไม่ต้องกล่าวอะไรมากสำหรับเขาคนนี้
"นักเขียนหนุ่มตลอดกาล" แห่งหุบเขาฝนโปรยไพร

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

สวัสดครับพี่ย่อง
ขอบคุณที่ทำให้เรื่องของเขาไม่ถูกกลืนจนเลือนหาย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
pukpik วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

มีหนังสือพี่หนกหลายเล่มเหมือนกัน
ตามอ่านตั้งแต่ยังละอ่อน
ตอนนี้ก็ยังติดตามข่าวสารความระลึกถึงของใครต่อใครที่มีต่อพี่เค้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

ร่วมรำลึกถึงคุณกนกพงศ์ด้วยคนค่ะ

ชอบงานเขียนของเค้า

ชอบความเป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวค่ะ สวัสดีค่ะ


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ตาพรานบุญ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ta-pran-boon
ตาพรานบุญ

"กนกพงศ์ ตายแล้ว"
ร่างกายแตกดับหาสิ่งใดมิได้
แต่ กนกพงศ์ไม่ได้ตายไปจากใจของมิตรสหายน้ำหมึก
พี่หนกเป็นคนหนึ่งที่ผมชื่นชอบวิธีคิดและมุมมอง
กลวิธีในการถ่ายทอดงาน
อีกแบบอย่างหนึ่งที่น่าชื่นชม
ศิลปินต้องทำการบ้าน หาข้อมูล
เข้าถึงจึงนำมาเรียบเรียงถ่ายทอด
ด้วยเหตุนี้กระมังที่ทำให้คนจดจำงานเขียนของเขา

"ความตาย" ถ้าพี่หนกในวันที่ไร้สังขารสามารถบอกเล่าเรื่องราวนั้นได้
ยามนี้ เราคงได้สัมผัสมุมมองเกี่ยวกับความตายนั้น
อยากรู้จังว่าพี่เขามีแง่มุมความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร
ไม่ใช่หมายถึงผมอยากตาย
หรือคำตอบที่ได้
ถ้าอยากรู้ก็ลองไปตายดูสิ
ทุกคนได้ตายอยู่แล้ว

หากลองคิดต่อจากงานเขียนของพี่เขา
ปัจจุบันขณะของการแตกดับนั้น คงมีเรื่องราวให้ขบคิดต่อไป

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับ, พี่ลูกเสือฯ
เพราะคนนี้คือ 'ของจริง'
ด้วยผลงานและการใช้ชีวิต คือสิ่งยืนยัน !!

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มีคนคิดถึงเขาเยอะ...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับ ป๋าโซฯ น้ำทะเล และ ฯลฯ
เร็วๆ นี้จะไปแอ่ว 'ปัตตานี'
อย่าลืมต้อนรับกันบ้างเด้อ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับผม, คุณเกริกฯ น่ายินดีจัง
ทราบว่าเป็น 'เพื่อนสนิท' กันเลยกับ 'นักเขียนหนุ่มตลอดกาล' (ข่าวจากเพื่อนหนุ่มข้าพเจ้า-หนุมานชาญสมร)
ข้าพเจ้าศรัทธางานเขียนของเขาเป็นมากล้นเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ร่วมรำลึก...คับพี่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ร่วมรำลึกถึง
มิตรสหาย
ในยามยาก
ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

สวัสดี, และขอบคุณมากๆ ครับ 'พร-สิงห์มือซ้าย'
หวังว่าจะได้ร่วมเดินทางด้วยกันอีกนับอีกหลายๆ ครั้ง
ทั้งบนโลกกว้าง และในโลกอักษรา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

แผนที่ PS Gallery แพร่งภูธร
http://farm3.static.flickr.com/2631/3738782901_102594aaa0_o.jpg

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

นำลิงค์มาฝากค่ะ
คิดถึง กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ไหม? โดย ธีร์/อันมัย
http://www.oknation.net/blog/teeanmai/2010/02/09/entry-2

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

พรุ่งนี้ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ พี่ย่อง พี่วิน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 12/02/2010 เวลา : 08.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขอร่วมรำลึกด้วยคนค่ะ



“สิ่ง ที่ผมพูดมาทั้งหมดเกี่ยวกับการเขียนบันทึก และพัฒนาการจากการเขียนบันทึกเช่นนั้น คือสิ่งผมได้พูดย้ำอยู่เสมอเมื่อรับเชิญไปพูดให้เด็กๆ ตามโรงเรียนฟัง ผมบอกพวกเขาให้พยายามอ่านและเขียน ฝืนและฝึกจนเป็นนิสัย ทั้งนี้, หาใช่เพื่อโตขึ้นมาเป็นนักเขียน แต่เพื่อการอ่านและการเขียนจะได้รับใช้ชีวิตของเขาเอง”

เป็นแรงบันดาลใจที่ดีเยี่ยมจริงๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< กุมภาพันธ์ 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            



[ Add to my favorite ] [ X ]