• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407220
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันพุธ ที่ 10 มีนาคม 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 28113 , 13:20:52 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

แผนที่แสดงบริเวณตะวันออกของอินเดีย รวมทั้งเกาะต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง จัดพิมพ์โดยชาวฮอลันดา ชื่อ วิลเล็ม บลาว ที่เมืองอัมส์เตอร์ดัม ประเทศฮอลันดา ในราวสมัยพระเจ้าปราสาททอง (ที่มา : ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : สุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์ภาคพิสดาร)

ย้อนเวลาไปในปลายพุทธศตวรรษที่ ๗ ‘คาบสมุทรทองคำ’ หรือ ‘Golden Khersonese’ คือ ‘แผ่นดินคาบสมุทรมลายู’ ในความหมายตามบันทึกของ คลอดิอัส ปโตเลมี (Claudius Ptolemy) นักภูมิศาสตร์และนักดาราศาสตร์ชาวกรีก ซึ่งเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของแผ่นดินคาบสมุทรมลายู เป็นแผนที่และพิกัดภูมิศาสตร์ค่อนข้างละเอียด ในหนังสือชื่อ ‘Geographike Huphegesis’

ขณะที่ชาวอินเดียสมัยโบราณเรียกคาบสมุทรมลายูและภูมิภาคใกล้เคียง ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าขายระหว่างจีนกับอินเดีย เปอร์เชียและอาหรับ ว่า ‘Suvamadvipa’ หรือ ‘สุวรรณภูมิ’ อันหมายถึง ‘เกาะทองคำ’ (Golden Island) หรือคาบสมุทรทองคำ (Golden Peninsula) เช่นเดียวกัน

ทำไมถึงต้องเป็น ‘ทองคำ’ นี่คือปมปริศนาสำคัญ ที่เกี่ยวพันกับผืนแผ่นดินนับจากปลายแหลมมลายูไปจนถึงแถบประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และรวมถึงผืนป่าสำคัญในรอยต่อพรมแดนไทย-มาเลเซีย

กล่าวกันว่าชื่อเสียงของคาบสมุทรมลายูเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ด้วยฐานะเป็นแหล่งทองคำและสินแร่อื่นๆ รวมทั้งของป่านานาชนิด โดยมีการศึกษาพบว่า ทองคำจากแหล่งบนคาบสมุทรมลายู ถูกส่งไปขายถึงตลาดการค้าขนาดใหญ่ที่สำคัญของโลกในขณะนั้น นั่นก็คือ อเล็กซานเดรีย และแกรนด์ ไคโร

บนคาบสมุทรมลายู มีรัฐและอาณาจักรโบราณเกิดขึ้นตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๗ หรืออาจจะก่อนหน้านั้น โดย กังไต๋ (Kang Tai) และ ฉูหยิน (Chu Ying) คือชื่อของ ๒ ชาวจีนที่นักเดินเรือคนสำคัญ ได้บันทึกข้อมูลแถบภูมิภาคนี้ในพุทธศตวรรษที่ ๘ ขณะเดินทางไปเยือนอาณาจักรฟูนัน และยังมีข้อมูลบางส่วนจากบันทึกของ ฟานฉี (Fan Shin) แห่งฟูนัน ซึ่งระบุว่า มีรัฐต่างๆ แถบนี้นับร้อยแห่ง

ศาสตราจารย์ พอล วีทลีย์ ได้ศึกษารวบรวมเอกสารและเขียนเป็นหนังสือภูมิประวัติศาสตร์คาบสมุทรมลายู ชื่อ ‘Golden Khersonese’ หรือ ‘คาบสมุทรทองคำ’ ระบุว่า เริ่มมีรัฐ (State) เกิดขึ้นบนคาบสมุทรนี้ ได้แก่ ตุน-ซุน (Tun-Sun) ตั้งอยู่ตอนบนของคาบสมุทร ถัดลงมาทางใต้มีรัฐ ชู-ตู (Chu-tu-kun หรือ Tu-kun) และอีกรัฐหนึ่งชื่อ ชิว-ชิ (Chiu-chih หรือ Chu-li) อยู่ตรงเส้นทางผ่านคอคอดของคาบสมุทร ว่ากันว่ามีพ่อค้าจีนกับอินเดียใช้เส้นทางดังกล่าวกันมาก เพราะระหว่าง ชิว-ชิ กับ ตุน-ซุน มีเส้นทางติดต่อกันโดยสะดวก ผ่านท่าเรือซึ่งปรากฏในเอกสารของ Ptolemy’s Geographia ในชื่อ ‘ตักโกลา’ 

แผนที่แสดงการแผ่ศาสนาอิสลามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแผนที่เกาะชวา แสดงชื่อเมืองท่าสำคัญสมัยโบราณที่รับศาสนาอิสลามเข้าทางทะเล

แผนที่เส้นทางการเดินเรือบริเวณแหลมสุวรรณภูมิ เขียนโดยชาวฝรั่งเศสสมัยอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ (ค.ศ.๑๖๕๗-ค.ศ.๑๖๘๘)

เส้นทางการค้าสมัยโบราณ (ภาพจาก : อาณาจักรลังกาสุกะ, ศ.ดร.ครองชัย หัตถา)

ภาพวาดราชทูตลังกาสุกะ จากหลักฐานจีน ราชวงศ์เหลียง

เส้นทางข้ามคาบสมุทร และ ๓ เทือกเขาสำคัญเลาะเลียบปลายด้ามขวาน

ภาพวาดเมืองท่าปัตตานี สมัยอยุธยา

         ทั้งนี้ ในอดีตเนิ่นนานมาแล้ว บนคาบสมุทรมลายูเคยมีรัฐแห่งหนึ่งเป็นอาณาจักรโบราณอายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง นามว่า ‘ลังกาสุกะ’ (Langkasuka) หรือ ‘ลังเกียซู’ หรือ ‘ลังยาซือเกีย’ ซึ่งมีอาณาเขตจรดทะเลทั้งสองฝั่งคาบสมุทรมลายู โดยทางตะวันออกจรดอ่าวไทย บริเวณจังหวัดปัตตานี และทิศตะวันตกจรดอ่าวเบงกอลเหนือแคว้นไทรบุรีของมาเลเซีย

อาณาจักรโบราณลังกาสุกะบนคาบสมุทรมลายู มีความเจริญรุ่งเรืองด้วยพื้นฐานจากตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม ตั้งอยู่บนคาบสมุทรซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างโลกตะวันออกกับตะวันตก (East-West Center) และเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างจีนกับอินเดีย (Sino-Indian Trade) สองแหล่งอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เป็นสะพานแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินตอนใต้ คือ ออสเตรเลีย และหมู่เกาะต่างๆ กับแผ่นดินใหญ่ของเอเชีย ขนาบด้วยมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้กลายเป็นเส้นทางเชื่อมสำคัญของ ๒ คาบสมุทร

คาบสมุทรมลายู ตั้งอยู่บนแผ่นดินซุนดา (Sunda Plateform) ซึ่งเป็นแผ่นดินเก่า ไม่มีปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เป็นอันตรายต่อการตั้งถิ่นฐานถาวร เช่น ภูเขาไฟระเบิดหรือแผ่นดินไหวรุนแรง นอกจากนั้นลักษณะธรณีสัณฐานวิทยา มีเทือกเขาวางตัวในแนวเหนือ-ใต้เหลื่อมกันอยู่หลายแนว ทำให้เกิดช่องเขาและที่ราบที่มีทางน้ำผ่านหลายช่องทาง

“นักเดินทางในสมัยโบราณจึงใช้เส้นทางนี้เป็นทางผ่านคาบสมุทร (trans-peninsular routeways) ได้หลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทางคอคอดกระ เหนือคอคอดกระขึ้นไปมีเส้นทางแม่น้ำตะนาวศรี เส้นทางด่านเจดีย์สามองค์ ใต้คอคอดกระมีเส้นทางตะกัวป่า-ไชยา เส้นทางแม่น้ำตรัง-นคร เส้นทางเคดาห์-ปัตตานี เส้นทางเปรัค-ปัตตานี เส้นทางมะละกา-กลันตัน เส้นทางมะลากา-ปะหัง เป็นต้น” ( ครองชัย หัตถา, ปัตตานี การค้าและการเมืองการปกครองในอดีต, ๒๕๔๑ : ๔)

เส้นทางข้ามคาบสมุทรมลายู เส้นประล่างสุดคือ ปัตตานี-เคดาห์ ปัตตานี-เปรัค

แหล่งโบราณคดีเคดาห์ (ปริเชต ศุขปราการ, เส้นทางข้ามคาบสมุทรไทรบุรี-ปัตตานี ตั้งแต่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙, ๒๕๔๔)

แผนที่แสดงที่ตั้งของเมืองปัตตานีที่กรือเซะ-บานา ในพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๓ (Bougas, 1988 : 8)

        ลังกาสุกะ เติบโตจากการเข้ามาตั้งถิ่นฐานของเหล่าพ่อค้าและนักบุกเบิกชาวอินเดียกลุ่มแรกๆ จนส่งผลให้ได้รับอารยธรรมอินเดียทั้งด้านศาสนา ภาษา และศิลปะวิทยาการ ประการสำคัญ ลังกาสุกะมีชื่อปรากฏทั้งในเอกสารจีน อาหรับ และจารึกโบราณในประเทศอินเดีย ซึ่งในแวดวงนักวิชาการเชื่อว่าต่อมาคือ ‘รัฐปัตตานี’ รัฐโบราณแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เปลี่ยนศาสนาจากฮินดู-พุทธ มาเป็นศาสนาอิสลาม และกลายเป็นเมืองท่าสำคัญหนึ่งของโลก

ในหนังสือ ‘อาณาจักรลังกาสุกะ ประวัติศาสตร์ยุคต้นของคนชายแดนใต้’ ศ.ดร.ครองชัย หัตถา อธิบายความว่า ลังกาสุกะตั้งอยู่ในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม สามารถเชื่อมต่อการเดินทางค้าขายทางเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้ และมีเส้นทางบกข้ามคาบสมุทรจากเคดาห์ และเปรัค ทางฝั่งตะวันตกของคาบสมุทร มายังฝั่งตะวันออก ผ่านทางช่องเขาซึ่งมีความสูงไม่มากนัก มีลำน้ำเชื่อมต่อฝั่งทั้งสองออกไปสู่ทะเลโดยสะดวก

พุทธศตวรรษที่ ๑๑ ลังกาสุกะ ได้ส่งทูตและผู้แทนการค้าไปติดต่อสัมพันธ์กับจีน ช่วงต่อจากนั้นมา ชื่อของลังกาสุกะ ซึ่งจีนเรียกว่า Lang-ya-hsiu ก็เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง พ่อค้าชาติต่างๆ นิยมแวะพักจอดเรือสินค้าและทำการค้าขายที่นี่กันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางช่วงเวลาของประวัติศาสตร์ เมื่ออำนาจของรัฐทางเหนือและใต้อ่อนแอลง รวมถึงมีความยุ่งยากจากปัญหาโจรสลัดหรือการแย่งชิงอำนาจเพื่อควบคุมการค้า ทำให้การเดินทางผ่านช่องแคบมะละกาเกิดปัญหาไปด้วย และส่งผลให้บทบาททางการค้าของลังกาสุกะโดดเด่นกว่าเมืองท่าอื่นๆ ในยุคสมัยเดียวกัน

ก่อนหน้านั้นประมาณ พ.ศ.๑๒๒๐ เชื่อกันว่าครั้งหนึ่ง อาณาจักลังกาสุกะตกอยู่ภายใต้อำนาจของ ‘อาณาจักรศรีวิชัย’ อันเกรียงไกรด้วยอำนาจ โดยบันทึกของ อี้-ชิง (I-Ching) ในปี พ.ศ.๑๒๑๔-๑๒๓๘ ให้ภาพห้วงเวลานั้นว่า ลังกาสุกะเป็นเมืองท่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในสมัยนั้น และปี พ.ศ.๑๘๙๒ หวัง-ต้า-หยวน (Wang-Ta-Yuan) บรรยายสภาพเมืองลังกาสุกะว่า ตั้งอยู่ระหว่างเมืองกลันตัน (Chi-Lan-Tan) กับเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน (Tan-Ma-Ling) โดยตัวเมืองตั้งอยู่ตามเชิงเขา “มองดูผู้คนเหมือนฝูงมด”

กล่าวได้ว่า นับพันปีแล้วที่การค้าระหว่างจีน อาหรับ อินเดีย กับเมืองต่างๆ แถบคาบสมุทรมลายูและหมู่เกาะต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยชาวจีนเดินทางเข้ามามากขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ และในพุทธศตวรรษที่ ๒๑ การค้ากับอียิปต์ ซีเรีย อิตาลี และเมืองต่างๆ ในยุโรป มีมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าพื้นเมืองประเภทผลิตผลจากธรรมชาติ (Natural products) จนเกิดเส้นทางการค้ากับยุโรป (European trade route)

แผนที่ปัตตานีสมัยอยุธยา ในเอกสารมลายู

ผลิตผลในตลาดใหญ่ของรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินซึ่งเชื่อมต่อชายแดนไทย-มาเลเซีย เพียงคั่นด้วยทิวเขาสันกาลาคีรี

ผืนป่าใหญ่อันอุดมสมบูณ์ฝั่งประเทศมาเลเซีย ระหว่างรอยต่อรัฐเคดาห์-เปรัก และยะลา-นราธิวาส

ผลผลิตจาก 'ป่าไม้' โดยแท้ (รัฐบาลมาเลเซียมีระบบสัมปทานตัดไม้ที่เข้มแข็งมาก)

สมุนไพรหายากของ 'ออรัง อัสลี' ที่คงดำรงไว้ซึ่ง 'วิถีแห่งป่า' กลางป่าใหญ่ฮาลา-บาลา

ไม้หอม 'กฤษณา' มูลค่ามหาศาล (ภาพจาก อ.พีระพันธุ์ วิจิตรพันธุ์ แห่งบริษัท อะการ์ วู๊ด สยาม จำกัด)

ซึ่งว่ากันว่ายังมีอยู่มากมายในผืนป่าฮาลา-บาล

ลุถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑-๒๒ บันทึกรายการสินค้าของพ่อค้าตะวันตก พบว่า สินค้าสำคัญที่มีการซื้อขายกันที่เมืองท่าบนคาบสมุทรมลายู โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ ‘ปัตตานี’ มีทั้ง งาช้าง หนังสัตว์ วัว ช้าง น้ำผึ้ง ยาดำ ไหม กำยาน หมาก หวาย อ้อย แร่ตะกั่ว และทองแดง ส่วนในบันทึกของพ่อค้าชาวจีน ประกอบด้วย ข้าว พริกไทย เนื้อกว้าง เนื้อช้าง หูฉลาม กุ้งแห้ง หมาก ยาดำ ขนนกยูง แร่ตะกั่ว และเหล็ก

 หนังสือ Siamese White ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๗๙ กล่าวถึงการค้าบริเวณคาบสมุทรมลายูในสมัยโบราณว่า มี ๒ ประเภท คือ การค้าขายระหว่างชาวพื้นเมืองกับพ่อค้าต่างถิ่น และการค้าขายระหว่างชาวต่างถิ่นด้วยกันเอง ทั้งนี้คาบสมุทรมลายูอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและของป่านานาชนิด จนมีชื่อเสียงไปถึงอินเดีย อาหรับ โรมัน และจีน โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องเทศ ไม่ว่าจะเป็นกระวาน พริกไทย กานพลู อบเชย ดีปลี การบูร จันทน์เทศ ขิง กระชาย ข่า ขมิ้น ฯลฯ รวมถึงไม้หอมสำคัญ เช่น กำยาน กฤษณา จันทน์แดง ฝาง แฝก นูล ฯลฯ หรือของป่า ได้แก่ เขาสัตว์ หนังสัตว์ งาช้าง ขี้ผึ้ง สมุนไพรชนิดต่างๆ หรือช้างป่า ซึ่งพบว่ามีการบรรทุกไปยังยุโรปและอินเดียเพื่อขายเป็นสินค้า และสินแร่ชนิดต่างๆ อาทิเช่น ดีบุก ทองคำ หินแก้ว และหินสีชนิดต่างๆ ที่ใช้ทำเครื่องประดับ

โดยเฉพาะ ‘ทองคำ’ ซึ่งพบตามร่องน้ำลำธารและภูเขาหลายแห่ง แหล่งใหญ่คือที่ ‘ตะลุบัน’ หรือ สายบุรี ปัตตานี และนราธิวาส ในแหล่งสำคัญคือบริเวณบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน ใกล้ชายแดนประเทศไทยกับมาเลเซีย ต่อเนื่องไปจนถึงบริเวณรัฐกลันตัน รัฐเปรัค และรัฐปะหัง ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งในอดีตล้วนเคยอยู่ในการปกครองของ ‘ปัตตานี’ มาก่อน

ลำห้วยลิโช สาขาหนึ่งของต้นแม่น้ำสายบุรี ขุ่นข้นเพราะผลจากชาวบ้านอาศัย 'เลียง' เครื่องมือร่อนทองแบบชาวบ้าน ร่อนหาเศษทอง

แม้นทุกวันนี้ ก็ยังคงมีชาวบ้านร่อนทองอยู่ในเขตภูเขาทอง ดังภาพนี้ซึ่งเพิ่งบันทึกครั้งคณะ โอ.เค.เนเจอร์ และ 'หัวใจเดียวกัน' ตะลุยไปถึงถิ่นภูเขาทอง

ทองคำจาก 'เหมืองโต๊ะโมะ' มีเปอร์เซ็นต์ทองอยู่ประมาณ ๙๓.๘ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าสูงที่สุดสำหรับทองคำที่ผลิตได้ในประเทศไทย

(ภาพจาก...นิตยสารสารคดี ฉบับเดือนตุลาคม ๒๕๓๘) 

ภาพถ่ายทางอากาศ แสดงสภาพ 'ปากแม่น้ำปัตตานี' ในปัจจุบัน

(ขอบคุณ กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ที่เอื้อเฟื้อให้ข้าพเจ้าได้อาศัย 'แมงปอปีกเขียว' เที่ยวท่องเส้นทางฟ้าชายแดนใต้)

ปากน้ำปัตตานี : อดีตท่าเรืออันเกรียงไกรและยิ่งใหญ่ของโลก

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้นักเดินเรือและพ่อค้า เรียกขานแผ่นดินคาบสมุทรมลายูว่า ‘สุวรรณภูมิ’ หรือ ‘แผ่นดินทองคำ’

และดินแดนที่มั่งคั่งด้วยทองคำ ทั้งด้วยลักษณ์ ‘ทองคำแท้’ และในความหมายของ ‘แหล่งทองเชิงทรัพยากร’ ในฐานะป่าดิบชื้น (tropical rainforest) ที่เข้าถึงด้วยความยากลำบากแต่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ย่อมหมายรวมถึงทิวเขาสำคัญนาม ‘สันกาลาคีรี’ อันเป็นที่ตั้งของผืนป่าสมบูรณ์ปลายด้ามขวานในทุกวันนี้

ซึ่งแม้นระยะเวลาผ่านมานับเป็นพันปีแล้ว แต่การคงอยู่ของทรัพยากรธรรมชาติก็ยังคงโดดเด่นและเป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิตผู้คนรายรอบที่ได้พึ่งพิงอาศัยหล่อเลี้ยงชีวิตเสมอมา ทั้งวิถีในการกินอยู่และพึ่งพาซึ่งกันและกัน

ปากน้ำสายบุรี : ต้นธารจากป่าฮาลา-บาลา บริเวณทิวเขาสันกาลาคีรี

มหัศจรรย์แห่งผืนป่าฮาลา-บาลา นับจากอดีตถึงกาลปัจจุบัน

เอกสารประกอบการเขียน :

รศ.ดร.ครองชัย หัตถา, ปัตตานี การค้าและการเมืองการปกครองในอดีต, ปัตตานี, ๒๕๔๑.

ศ.ดร.ครองชัย หัตถา, อาณาจักรลังกาสุกะ, ปัตตานี, ๒๕๕๒.

หม่อมเจ้า จันทร์จิรายุ รัชนี, อาณาจักรศรีวิชัยที่ไชยา, กรุงเทพฯ, ๒๕๔๒.

ดี.จี.อี.ฮอลล์, ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : สุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์ภาคพิสดาร, กรุงเทพฯ, ๒๕๔๙

อมรา ศรีสุชาติ, สายรากภาคใต้ ภูมิลักษณ์ รูปลักษณ์ จิตลักษณ์, กรุงเทพฯ, ๒๕๔๔.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 02/06/2015 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

สุดยอดมากครับ กำลังหาข้อมุลเป้นความรู้ไปเขียนนิยายอยู่พอดี

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
turtlerun วันที่ : 21/03/2010 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/turtlerun

ขออนุญาติคัดลอกข้อมูลบางส่วนเอาไว้เป็นอ้างอิงในการเขียนเรื่องป่าฮาลา บาลา นะครับผม...

ปล.ด้วยความเคารพครับ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ภูพานลานดาว วันที่ : 12/03/2010 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phupanlanjai

เดินทางคราวนี้ เห็นภาพปัตตานีชัดเจนขึ้น
แต่ได้ชัดเจนกว่าคือการอ่านงานชิ้นนี้
ดินแดนปลายด้ามขวาน เป็นเส้นทางที่ยังต้องค้นหาอีกยาวไกล

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

อิ่มสาระ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

ทึ่งการถ่ายภาพ และทบทวนประวัติศาสตร์ชาติ
ดีใจที่ได้เข้ามาดู
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
theeratatt วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier


ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ปราณชลี วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับ, พี่เต็งพ้ง
เนื้อหาอาจจะยาวไปหน่อย แต่ขอค่อยๆ อ่านนะครับ
อ่านเรื่องสั้นๆ เรื่องการเมือง ฯลฯ มาเยอะแล้ว
ลองอ่าน 'ประวัติศาสตร์' บ้าง รับรองมีประโยชน์แน่นอนครับ 'ปราณชลี' ขอรับรอง
ตอนหน้า ตอน ๓ จะว่าด้วยเรื่องราวของ 'หลวงปู่ทวดเทียบน้ำทะเลจืด' ที่เกี่ยวพันกับเส้นทางข้ามคาบสมุทร
และได้จาริกผ่านเส้นทางเคดาห์-ปัตตานี ผ่านผืนป่าฮาลา-บาลา
รอติดตามได้ด้วยใจระทึกครับท่านพี่ฯ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 08.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

มาร่วมย้อนเวลา
ค้นหาความหมาย
ของแผ่นดิน
ด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
โคมทอง วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 02.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

ข้อมูลเยอะมากคะ ...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 11/03/2010 เวลา : 00.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

มาอ่าน หลังเที่ยงคืนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
tengpong วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

เมื่อเช้าอ่านรอบนึงแล้ว แต่ไม่จบ
เลยต้องมาอ่านให้จบอีกที
เพราะนี่เป็นหนังสือประวัติศาสตร์

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ปราณชลี วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

พอดีเลยอะครับ, คุณราศีกุมภ์
๓ วันอ่านจบ ก็ 'จับไก่' คืนรังได้พอดี
แต่ว่าไป ค่อยๆ อ่านนะครับ อย่าเพิ่งเบื่อเสียก่อน
'ประวัติศาสตร์' เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะในมิติใดก็ตาม
เบื่อตัวหนังสือก็ชมภาพสวยๆ ไปก่อน
อิ่มชมภาพแล้วค่อยมาละเลียดตัวหนังสือใหม่
จะได้ 'เจอกัน' บ่อยๆ ไงครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ปราณชลี วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ด้วยยินดีเลยครับ, คุณภาณุมาศฯ
หากข้อมูลเหล่านี้พอเป็นประโยชน์ได้บ้าง
แต่ยังไงอย่าลืม ร่ายเรื่องให้ผมเป็นตัวละครสักบทนะครับ
น้อยนิดก็ยังดี เผื่อจะได้ 'ดัง' กะเขาบ้าง ๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ราศีกุมภ์ วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 18.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rasrikum

อันนี้ ย่นย่อ หรอคะ

คาดว่า หนูคงต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน

ในการอ่าน และทำความเข้าใจ


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

คุณปราณชลีครับ

ผมขออนุญาตที่จะนำข้อมูลนี้(บางแง่มุม)ไปใช้ในนวนิยายของผมบ้างนะครับ

การนำไปใช้คงมิได้นำไปโดยไม่มีที่มาที่ไป....

ผมอาจกำหนดตัวละครเป็นสุภาพสตรีนามว่า "พรรณนรี" ให้เป็นผู้บอกเล่าบางเรื่องราวที่น่ารู้นี้แก่ จนท.ชุดสืบสวนที่ลงไปจากกรุงเทพฯ ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปราณชลี วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

คิดว่า 'เต็มอิ่ม' เพราะ 'หนีเที่ยว' อะครับ, turtlerun
ยังมีอีกหลายเรื่องที่ชวนติดตาม อย่าลืมติดตามให้กำลังใจกันนะครับ
เพราะ คุณเต่า-turtlerun ก็เป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญของเรื่อง
แต่จะเป็น 'รพินทร์ฯ' หรือ 'แงซาย' ต้องคอยติดตามด้วยใจระทึกครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ปราณชลี วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

๕๕๕ ท่านศณีรา ขนาดนั้นเลย !!
มัวแต่เขียนมหากาพย์ฮาลา-บาลา ด้วยความเมามันนี่แหละ เลยแทบไม่ได้เตรียมตัวสอบเล้ยยยย
แต่ข่าวล่ามาไวล่าสุด มหา'ลัย เลื่อนสอบแล้วครับ ด้วยสถานการณ์การเมืองอันร้อนระอุ
เฮ้อ !! ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือร้องไห้ดี
ที่นี่...ประเทศไทย ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปราณชลี วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันครับ, จ่าจินต์

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปราณชลี วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับ, คุณมัชฌิมาปกร ขอบคุณมากครับ
ถึงนาทีนี้แล้ว หวั่นๆ ยังไงชอบกลกับ 'แผ่นดินนี้'
เพราะเหมือนผู้คนจะแตกแยกจนยากจะสมานกันได้
แต่ยังไงก็แล้วแต่ ชีวิตมีความหวังเสมอ ขอเพียงให้ผู้คนพูดกันด้วยเหตุผลและความเข้าใจ
ใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปราณชลี วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

สวัสดีครับ, ทุกท่าน
ตอน ๒ ว่าด้วยเรื่อง 'มหากาพย์แห่งผืนป่า ฮาลา-บาลา'
อาจจะอ่านยากหน่อยนะครับ เพราะเป็นข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์เสียส่วนใหญ่
ที่สำคัญ เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยถูกกล่าวถึงซะด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรลังกาสุกะ หรือศรีวิชัย
ณ ที่นี้ข้าพเจ้าเพียงเล่าแบบย่นย่อเอาไว้ เพราะความจริงแล้วตั้งใจเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับป่าฮาลา-บาลาในมิติต่างๆ
แต่ด้วยมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่ จึงจะละเลยเสียมิได้ด้วยประการทั้งปวง
ขอบคุณมากนะครับ ที่ติดตามกันด้วยสัมพันธ์แห่ง 'หัวใจ'

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
turtlerun วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 13.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/turtlerun

เต็มอิ่มด้วยความรู้ครับ...

เป็นข้อมูลที่ผมเพิ่งรู้เป็นครั้งแรกสำหรับผืนป่าแห่งนี้จริงๆครับ ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 13.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

เยี่ยมยอดครับ +1 ตกลงท่านอาจารย์สอบติด ป.เอก มหดลหรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ชอบภาพ..
สายน้ำ..
สวยงาม..
ดุแลแสขภาพด้วยครับพี่ปราณชลี..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2010/03/10/entry-1

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ
จะกลับมาอ่านอีกครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 10/03/2010 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/KINTARO/2010/03/10/entry-1

นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
ดังนั้นเราจึงควรรักษาแผ่นดินนี้ไว้

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< มีนาคม 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]