• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407864
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันเสาร์ ที่ 17 เมษายน 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 3170 , 11:00:07 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

๔๐ เยาวชนตามโครงการอบรมเยาวชนเพื่อสร้างนักเขียนและสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ป่า

ปมประเด็นสำคัญประการหนึ่งของการก่อเกิดวิกฤติไฟใต้ ว่ากันว่ามีมูลเหตุจากเรื่องการ ‘แย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ’ เนื่องเพราะพื้นที่ชายแดนใต้เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทั้งทรัพยากรทางน้ำ ป่าไม้ แร่ธาตุ ฯลฯ นำมาซึ่ง ‘ผลประโยชน์’ ก้อนโตสำหรับใครบางคน และบรรณาการซึ่ง ‘ความตาย’ แก่ผู้คนมากมาย

หนึ่งในนั้นก็คือผืนป่าขนาดใหญ่ที่กลายเป็นขุมทรัพย์สำคัญมีนามว่า ‘ฮาลา-บาลา’ หรือ ‘บาลา-ฮาลา’ ป่าผืนสุดท้ายปลายด้ามขวานซึ่งเป็นป่าดงดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อน (Tropical Rain Forest) ในคาบสมุทรมลายูที่มีความสมบูรณ์โดดเด่นและมีค่ายิ่ง ด้วยลักษณะสังคมพืชที่แตกต่างจากป่าดงดิบอื่นที่พบในประเทศไทย

นับเป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญ ๓ สาย ได้แก่ แม่น้ำปัตตานี แม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ลักษณะพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีพันธุ์ไม้สำรวจพบใหม่และพบที่เดียวในโลก เช่น 'ใบไม้สีทอง' และเป็นแหล่งกำเนิดของ 'ดาหลาดอกขาว'

ลำน้ำสายบุรีอันเคี้ยวคด ต้นธารจากผืนป่าฮาลา-บาลา ก่อนไหลล่องสู่ปากน้ำ

ทัศนียภาพเขื่อนบางลาง

แม่น้ำปัตตานี บรรณาการความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนแผ่นดิน

ป่าฮาลา และป่าบาลา เป็นผืนป่าดงดิบที่ไม่ต่อเนื่องกัน แต่ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเดียวกัน คือ ป่าฮาลา ในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และป่าบาลา พื้นที่ครอบคลุมอำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

ผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเรียกขานป่าผืนนี้ด้วยการนำชื่อชุมชนของตนเองเป็นตัวตั้ง คือ หากเป็นผู้คนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จะเรียกป่าผืนนี้ว่า 'บาลา-ฮาลา' ส่วนคนในพื้นที่จังหวัดยะลา จะเรียกว่า 'ฮาลา-บาลา'

คำว่า บาลา-ฮาลา เป็นภาษามลายู ตามพจนานุกรมภาษารูมี 'บาลา' แปลว่า กลุ่มคน ทหาร หรือหน่วยอื่นๆ 'ฮาลา' แปลว่า ทิศทางมุ่งไปสู่ เช่น ทิศทางน้ำ ทิศทางดิน ทิศทางลม 

เมื่อรวมคำทั้งสองเป็น 'บาลา-ฮาลา' หรือ 'ฮาลา-บาลา' จึงแปลว่า ทิศทางการอพยพของกลุ่มคน

จากเดิม นักท่องเที่ยวเชิงนิเวศและศึกษาธรรมชาติ จะรู้จักป่าฮาลา-บาลา ในนาม 'เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา' ซึ่งได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๙ ในแนวเขตชายแดนไทย-มาเลเซีย มีพื้นที่ประมาณ ๒๗๐,๗๒๕ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทิวเขาสันกาลาคีรี เดิมพื้นที่ส่วนที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปศึกษาธรรมชาติได้ จะเป็นส่วนของป่าบาลาในพื้นที่อำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส โดยมีการตัดถนนสายความมั่นคง (ทางหลวงหมายเลข ๔๐๖๒) ไปตามเทือกเขาสันกาลาคีรี ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ป่าง่ายขึ้น เส้นทางเริ่มจากบ้านบูเก๊ะตา อำเภแว้ง ตัดผ่านป่าบาลา และไปสิ้นสุดที่บ้านภูเขาทองในเขตอำเภอสุคิริน รวมระยะทาง ๑๘ กิโลเมตร ซึ่งมีหน่วยพิทักษ์ภูเขาทอง หน่วยย่อยของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ตั้งอยู่

อีกด้านหนึ่ง ผู้คนรู้จักป่าฮาลา-บาลา ในชื่อ 'สวนป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ ส่วนที่ ๒' ในสถานะป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ สัตว์ป่า และนกหายากนานาชนิด และยังเป็นที่อยู่อาศัยของคนพื้นเมืองเดิม (ออรังอัสลี) ที่ถูกเรียกขานกันว่า 'ซาไก' โดยมีพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่ในแนวรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลาและนราธิวาส เป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำในเขื่อนบางลาง นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมธรรมชาติของขุนเขา ป่าไม้ และสายน้ำ โดยติดต่อได้ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๔๕ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ภูมิประเทศโดยรวมของป่าฮาลา-บาลา มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ความสูงจากระดับน้ำทะเล ต่ำสุด ๑๐๐ เมตร สูงสุด ๑,๔๖๖ เมตร เป็นป่าดงดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อน มีความชื่นสูงตลอดปี ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้สุดของประเทศไทย มีแนวป่าต่อเนื่องกับป่าเบลุ่มทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย 

เมื่อรวมพื้นที่เข้าด้วยกันทั้งฝั่งไทยและมาเลเซีย จัดได้ว่าผืนป่าแห่งนี้เป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมลายู พื้นที่มีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยมากกว่า ๒,๐๐๐ มิลลิเมตรต่อปี   

ใบไม้สีทอง : หนึ่งเดียวในโลกที่นราธิวาส

กฤษณาป่า : ทองคำในพรรณไม้

ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของกองร้อย ตชด.ที่ ๔๔๕ ระบุขนาดพื้นที่ของสวนป่าพระนามาภิไธย ภาคใต้ ส่วนที่ ๒ ว่า ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอจะแนะ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต อำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีเนื้อที่ทั้งหมด ๘๓๖,๐๐๐ ไร่ เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ประมาณ ๖๘๗,๕๐๐ ไร่ และเป็นพื้นที่ของป่าฮาลา-บาลา อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ประมาณ ๓๑๘,๙๙๓ ไร่

ป่าผืนนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสำคัญ และจัดเป็นสัตว์ป่าหายาก อาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ กระซู่ สมเสร็จ กระทิง เสือโคร่ง เสือลายเมฆ เลียงผา และช้างป่า เป็นต้น สัตว์ป่าประเภทนก มี ๒๑๗ ชนิด ๑๑๔ สกุล ๓๘ วงศ์ สัตว์จำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม มี ๑๑๔ ชนิด ๘๔ สกุล ๓๘ วงศ์ สัตว์จำพวกเลื้อยคลานมี ๓๐ ชนิด ๒๔ สกุล ๙ วงศ์ สัตว์จำพวกสะเทินน้ำสะเทินบก มี ๒๓ ชนิด ๑๕ สกุล ๙ วงศ์ และยังมีปลามากมายหลายชนิดในแม่น้ำลำธาร ส่วนพรรณไม้ในผืนป่าแห่งนี้พบว่ามีอยู่อย่างหนาแน่น ไม้ยืนต้นมีเรือนยอดชิดกันและมักเป็นพืชในวงศ์ยาง เช่น ยางวาด กระบาก สยาแดง สยาขาว สยาเหลือง ไข่เขียว ตะเคียนชันตาแมว เป็นต้น ไม้ขนาดใหญ่ในวงศ์อื่น ได้แก่ หยี ทองบึ้ง หลุมพอ กะบก กุหลิมหรือกระเทียมต้น ยวน และกฤษณา นอกจากนี้ยังมีพืชในวงศ์หมากและหวาย ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป รวมถึงไม้พื้นล้างหรือพืชคลุมดินอีกสารพัดชนิด

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๒ เมษายน ๒๕๕๒ รวมเวลา ๓ คืน ๔ วัน ณ หน่วยรักษาป่าพระนามาภิไธยภาคใต้ ส่วนที่ ๒ (ปากคลองฮาลา) ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นับเป็นโอกาสดีอีกครั้งที่ผู้เขียนและเพื่อนสมาชิกในนาม 'สำนักหัวใจเดียวกัน' มีโอกาสได้ไปร่วมโครงการ 'อบรมเยาวชนเพื่อสร้างนักเขียนและสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ป่า' ซึ่งจัดโดย องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง ร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๔๕ ภายใต้ผู้บังคับกองฯ ที่เชี่ยวชาญพื้นที่ชื่อ พ.ต.ท.เชษฐวิทย์ นีระฮิง ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการที่จะช่วยกันรักษาป่าธรรมชาติแห่งนี้ ตลอดจนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันรักษาป่าธรรมชาติแห่งนี้ ตลอดจนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

ประการสำคัญ ด้วยความเชื่อที่ว่า กำลังสำคัญที่จะช่วยในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศต่อไปคือ 'เยาวชน' จึงได้จัดกิจกรรมโครงการที่จะปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษ์ป่าไม้ การอนุรักษ์ธรรมชาติ และอบรมทักษณะการเขียนแก่เยาวชน เพื่อให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ เป็นกำลังสำคัญในการป้องกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

โดยมีเป้าหมายที่เยาวชน ชาย-หญิง ของทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง อายุ ๑๒-๑๕ ปี รวมจำนวน ๔๐ คน     

 

พาเยาวชนล่องเรือ-เดินป่า สัมผัสวิถีธรรมชาติ ก่อนสลักถ้อยจากประสบการณ์เป็น 'คำ' เปี่ยมค่าและความหมาย

การดำเนินการตรงนี้ สอดคล้องกับแนวคิดของผู้เขียนที่เชื่อว่า ต่อกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมาร่วมหลายปีแล้วนั้น คงยากที่จะแก้ไขได้ในเร็ววัน และเป็นเรื่องเปล่าดายหากมัวแต่ไปงมโข่งหาสาเหตุแห่งปัญหา หรือโยนความผิดกันไปมา เพราะคงเป็นเรื่องยากไม่ว่าจะเป็นระดับ 'คุรุ' ในวงการไหนก็ตามที่จะคาดเดาหรือสรุปเหตุแห่งปัญหาได้ หรือดีที่สุดคงมอบให้เป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงจะว่ากันไป

สำหรับเราๆ ท่านๆ ที่พอจะมีศักยภาพในด้านใดด้านหนึ่งอยู่บ้าง ก็ควรจะลงขันด้วยหัวใจหรือปัจจัยที่พอมีตามกำลัง เพื่อหาช่องทางถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างระบบคิดที่แข็งแรงให้แก่เยาวชนในพื้นที่ และลดช่องว่างในเรื่องที่คนนอกพื้นที่มักจะเข้าไปกอบโกยอะไรต่างๆ มากมายจากพื้นที่ แล้วพร่ำบ่นแต่ประเด็น "ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมๆ"

แต่ท้ายที่สุด คนในพื้นที่เองได้แต่มองตากันปริบๆ เมื่อคนนอกต่างฉกฉวยเอาอะไรไปมากมาย

ด้วยการริเริ่มสานต่อโครงการฯ นี้อีกครั้ง ทำให้เหล่าเยาวชนได้มีโอกาสล่องเรือ เดินป่า สัมผัสธรรมชาติกลางป่าเขา ชมมวลหมู่ดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืน เหมือนได้ฟื้นความทรงทำของใครหลายคนที่ผูกพันกับป่าผืนนี้ และที่สำคัญ ได้รู้เรื่องราวมากมายที่มีต้นกำเนิดมาจากผืนป่าแห่งนี้ กลายเป็น 'ทุนทางสังคมและวิถีชีวิต' ที่มีคุณค่าต่อเหล่าเยาวชน

ในท่ามกลางไฟใต้ เยาวชนเหล่านี้ได้ซึมซับอะไรไปบ้างจากการเที่ยวป่าฮาลา-บาลา โปรดรอติดตามอ่านผลงานของนักเขียนน้อยกลุ่มนี้ ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง? และที่มาที่ไปของโครงการฯ ภายใต้การผลักดันของปลัดหนุ่มนักบริหารนาม 'อารี หนูชูสข' ปลัด อบต.อัยเยอร์เวง คนรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ทุ่มเททำงานอย่างขยันขันแข็ง ใช้ชีวิตฝังตัวอยู่ในพื้นที่อัยเยอร์เวงมานานนับสิบปี เป็นอย่างไร? เขาปรารถนาอะไรลึกๆ ที่จะบำเพ็ญตนทำประโยชน์เพื่อพื้นที่ เพื่อผู้คนมากมาย

"อบต.อัยเยอร์เวง เคยจัดทำโครงการลักษณะนี้ทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๒ จนถึง พ.ศ.๒๕๔๖ แต่ก็มาหยุดในปี พ.ศ.๒๕๔๗ เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้เยาวชนในพื้นที่ไม่มีโอกาสเข้าไปซึมซับความอุดมสมบูรณ์ของป่าฮาลา-บาลา ตั้งแต่นั้นมา"

ปลัดอารีฯ สะท้อนห้วงแห่งปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้วิกฤตไฟใต้ ก่อนจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ นำเยาวชนกลุ่มแรกในรอบหลายปีมานี้ ล่องเรือ เดินป่า และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่ายิ่งนักในผืนป่าใหญ่นาม 'ฮาลา-บาลา'

ดาหลา : ราชินีแห่งดอกไม้ป่า

ปลัดหนุ่มผู้เต็มไปด้วย 'ไฟฝัน' สร้างสรรค์เพื่อมาตุภูมิ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
มะอึก วันที่ : 06/05/2010 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

อ่านสบาย...
เอ้า...จบซะแล้ว.....

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
NN1234 วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

การล่องแพเหนือเขื่อนบางลาง เป็นกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ ......
เพื่อนคนหนึ่งซื้อที่ดินเหนือเขื่อนไว้เพื่อทำสวน-รีสอร์ท จนปัจจุบันนี้....ต้องฝันค้าง
บางคนซื้อสวนไว้เพื่อทำมาหากินในบั้นปลายชีวิต...แต่ก็ต้องฝันค้างและกลายเป็น...ฝันร้าย
ภาพสวย...ดุจดั่ง...สวรรค์ หากทุกอย่างสงบ.

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/04/2010 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


เอาไก่สับมาฝาก... พรุ่งนี้ ทานของจริงครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 19/04/2010 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

อยากลงไปสัมผัส ป่าผืนนี้มากๆครับ
แต่ก็ยอมรับว่า ช่วงนี้ ไปไม่ได้แน่นอน ด้วยสถานะการณ์ทางภาคใต้ที่บ้านคงไม่ยอมให้ไป

ตอนที่บังเอิญได้คุยกับพี่ชาลี ก่อนที่ จะลงไป ฮาลา บาลา กัน ผมยังเสียดายถึงตอนนี้ที่ไม่สามารถไปได้

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
bon09 วันที่ : 19/04/2010 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

อยากลงไปสัมผัสป่า ฮาลาบาลามากๆๆ แต่ไม่มีปัญญาไป ถ้ามีใครจัดกรุณาชวนมาที่blog ได้เลย (ส่งจดหมายเข้าmail box ได้เลย)
ขอยกย่องชมเชยด้วยใจ เกี่ยวกับโครงการของท่านปลัดหนุ่มนักบริหารนาม 'อารี หนูชูสข' ปลัด อบต.อัยเยอร์เวง ขอให้ท่านอยู่เป็นหลักให้กับผืนป่านี้ต่อไป ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนดีๆเช่นท่านตลอดไป


ฟังเพลงคลายเครียดที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ลมอีสาน วันที่ : 19/04/2010 เวลา : 08.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lomisarn

สักวันคงได้ไปเยือนครับ อ่านเพลิน
และเป็นกำลังใจแก่เยาวชนครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
market วันที่ : 18/04/2010 เวลา : 12.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

อ่านเพลินเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
tengpong วันที่ : 18/04/2010 เวลา : 03.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

คิดถึง ฮาลา จังเลยครับ

แต่ยังไม่รู้ว่าฟ้าจะเปิดให้กลับบ้านเมื่อไหร่

ตอนนี้ยังอยู่ลอนดอน ครับ

ฝากความระลึกถึง "หัวใจเดียวกัน" ทุกดวงด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
fineday วันที่ : 18/04/2010 เวลา : 01.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rlertvichai

เห็นแล้วยิ่งรักเมืองไทย
ธรรมชาติอยู่เหนือสิ่งอื่นใดจริงๆ
อยากมีโอกาส...ไปชมความงามของฮาลา บาลา บ้างจัง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Chaoying วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ดีใจและภูมิใจที่ได้เห็นผืนป่าอันอุดมกว้างใหญ่ ของไทย มิน่าล่ะ ต่างชาติหรือใครที่หวังว่าแยกดินแดนถึงได้อยากได้หนักหนา
ขอบคุณที่นำภาพที่เราไม่มีโอกาสได้ไปเยือน..ยังกลัวๆ อยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
theeratatt วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 22.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ชอบครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สิริปตี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

ป่าสวย ธรรมชาติงาม
ต้องมีคนใจงามคอยดูแลรักษานะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
pjeabja วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

งามมาก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

แวะมาชื่นชมมนต์เสน่ห์แห่งผืนป่า
และต้นกล้านักเขียนพิทักษืรักษ์ป่าค่ะ

รักษ์สุขภาพระหว่างการทำงานด้วยนะคะ
ผู้นำเยาวชนคนขยัน
สวัสดียามเย็นค่ะ คุณปราณชลี

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
mutitas วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mutitas
TITAS

คนเป็นคนตัดวงจรชีวิตของธรรมชาติ
เริ่มที่คนถูกต้องแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
อังศนา วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

..คิดถึงฮาลา-บาลาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ปราณชลี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ตามนั้นครับ, คุณภาณุมาศฯ
ว่าไงว่ากัน เพียงขอให้ได้เจอคู่พระนางสวยๆ เหมือน 'ดาริน' บ้าง-ก็เป็นพอ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ปราณชลี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

คุณ tanthainium
ขอบคุณครับ, มีเวลาไปเที่ยวฮาลา-บาลากันนะครับ
เป็นป่าที่สวย มีเสน่ห์ แทบทุกกระเบียดนิ้ว
โดยเฉพาะการได้ยล ดวงจันทร์+ดวงดาว กลางผืนป่า
สวยสุดๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปราณชลี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ขอบคุณมากครับพี่ Supawan
'ชีวิต' ต้องช่วยกันรักษาครับ, โลกถึงจะสวยงาม

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ปราณชลี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับผม, พระจันทร์รำพึง
ดูแลตัวเองด้วยเด้อ
เงาอสูรกำลังบังจันทร์
ทำนายได้ว่า "เลือดกำลังจะนองแผ่นดิน" อีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปราณชลี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ขอบคุณหลายๆ ครับ, ป๋าโซฯ
ปีใหม่ไทยขอสุขสันต์เจริญใจ-เช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปราณชลี วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

“...ประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคน สองคน เป็นประเทศของทุกคน ต้องเข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากัน แก้ปัญหา เพราะว่าอันตรายมีอยู่ เวลาคนเราเกิดความบ้าเลือดปฏิบัติการรุนแรงต่อกัน มันลืมตัว ลงท้ายก็ไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่า จะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทางชนะ อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วก็แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชนเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมติว่า กรุงเทพมหานครเสียหาย ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด แล้วก็จะมีประโยชน์อะไร ที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง...”


พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ พลเอกสุจินดา คราประยูร และ พลตรี จำลอง ศรีเมือง
ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต
วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๓๕
.......................................

สวัสดีทุกท่านครับ
วนเวียนอยู่ชายแดนใต้มาหลายเพลา
ด้วย 'สำนักหัวใจเดียวกัน' มีงานใหญ่ ๒ งาน
๑.งาน 'ค่ายเยาวชนนักเขียน'
๒.งาน 'เขียนแผ่นดินด้วยหัวใจเดียวกัน'
อากาศที่นี่ร้อน แต่ไม่ 'แล้ง' เหมือนในบางพื้นที่
ติดตามฟังข่าวเศร้า 'คนไทยฆ่าคนไทย' อยู่ตลอดมา
ได้แต่ภาวนา 'ส่งใจ' ขอให้เหตุการณ์ร้ายๆ สงบโดยเร็ววัน
ขออย่าให้ 'เลือดนองแผ่นดิน' อีกเป็นคำรบ (ทั้งๆ ที่เหมือนได้กลิ่นทะแม่งๆ อีกแล้ว)
"ความเกลียดชัง, มิอาจสร้างสันติภาพ"
ปราณชลี.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ภาพลึกลับซุกซ่อนกลางพงไพร่

มิอาจหลบเร้นได้อย่างใจหวัง

ด้วยตาเหยี่ยวเฉียวบนนภาไกล

ส่องลงไปเก็บมาฝาก - คนอยากเห็น

(ขอบคุณสำหรับลำน้ำที่คดเคียวเหมือนงูเลื้อยครับ คุณชูศักดิ์ - ชื่อใหม่ของคุณในนวนิยายของผม ตกลงนะ)

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tanthainium วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

งดงามมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ป่า ... คือชีวิต ช่วยกันรักษาชีวิตกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย

ภาพสวยมากค่ะ
คิดถึงค่ะ^^

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ผืนป่ารักษาไว้

รักษาสุขภาพด้วยคับพี่ย่อง

http://www.oknation.net/blog/soda/2010/04/17/entry-1
((อัพเอนทรี่จากป่าค้าบ)) อิอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]