• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407034
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันพุธ ที่ 21 เมษายน 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 3934 , 07:18:23 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เนิ่นนานมาแล้วที่เคยมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับผืนป่าฮาลา-บาลา ทั้งเรื่องที่สร้างความประทับใจให้ผู้คน และสะท้อนความรันทดจากการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ การตักตวงกอบโกยผลประโยชน์ใส่ตนและพวกพ้อง กระทั่งนำมาซึ่งการเข่นฆ่าทำลายล้างระหว่างกัน โดยเฉพาะช่วงก่อเกิดวิกฤตไฟใต้รอบใหม่ ปรากฏข่าวลือสะพัดว่ามีผู้พบศพชายวัยฉกรรจ์ถูกตัดศีรษะลอยมาตามลำน้ำสุไหงโก-ลกนับสิบศพ และยังคงมีผู้พบเห็นร่างคนที่ลอยล่องมาตามลำน้ำอยู่เป็นระยะๆ กลายเป็นที่กล่าวขานถึงศพชายนิรนามที่ ‘ไร้ซึ่งศีรษะ’ ประจานความโหดร้ายอำมหิตของฝีมือมนุษย์ด้วยกันเอง

เป็นที่โจษจันกันว่าศพนิรนามที่ปรากฏ คือ นักลักลอบหาไม้กฤษณาในป่าฮาลา-บาลาบริเวณรอยต่อพรมแดนไทย-มาเลเซีย ที่ถูกจับได้และจำเป็นต้องถูก ‘สำเร็จโทษ’ ด้วยวิธีการที่เด็ดขาดจากใครบางคน หรือบ้างก็ว่าเป็นการหักหลังกันเองเพราะแบ่งสรรผลประโยชน์ไม่ลงตัว ไม่นับรวมถึงคำร่ำลือว่าด้วยการทรยศหักหลังกันเองระหว่างผู้ค้ายาเสพติด ขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า หรือแม้กระทั่งจากผลพวงเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อเนื่องหลายปีมาแล้ว

ไม้กฤษณา : มากค่าแต่แฝงไปด้วย 'ภยันตราย' รอบด้าน (ขอบคุณภาพ จาก บริษัท อะการ์วู้ดสยาม จำกัด)

แก่นกฤษณา, ท่อนหนึ่งมีมูลค่านับแสนบาท

เหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวเรื่องราวที่ปรากฏและเกี่ยวพันกับความยิ่งใหญ่ของผืนป่าฮาลา-บาลา และแนวเทือกเขากั้นพรมแดนไทย-มาเลเซีย นาม ‘สันกาลาคีรี’ ซึ่งทอดตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้เริ่มจากเขตแดนจังหวัดสตูลกับประเทศมาเลเซีย ทอดยาวไปทางตะวันออกเฉียงใต้กั้นเขตแดนระหว่างสงขลากับยะลา และจังหวัดนราธิวาสกับประเทศมาเลเซีย และทอดแนวยาวในเขตประเทศมาเลเซีย โดยยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาสันกาลาคีรี คือยอดเขายูลูติติ บาซาห์ (Ulutiti Basah) ตั้งอยู่บริเวณจุดรวมของเขตจังหวัดยะลา นราธิวาส และประเทศมาเลเซีย มีความสูงประมาณ ๑,๕๓๓ เมตร

แต่หากย้อนศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ ผืนป่าแห่งนี้คือสถานที่มีเรื่องราวสะท้อนความยิ่งใหญ่และสุดมหัศจรรย์ หนึ่งในนั้นคือเรื่องของเหมืองทองคำบ้านโต๊ะโมะ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ดินแดนห่างไกลเร้นลับในป่าดิบกลางหุบเขา หนาแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่จนแดดแทบส่องไม่ถึงพื้น ชาวบ้านขนานนามที่แห่งนี้ว่าเขาโต๊ะโมะและเขาลิโช มีลำห้วยลิโช เป็นสาขาหนึ่งของต้นแม่น้ำสายบุรีที่มีผงทองคำปะปนอยู่ด้วย และหนึ่งในชาวบ้านที่นำสมัครพรรคพวกมาร่อนทองแถบนี้คือชาวจีนชื่อ ฮิวซิ้นจิ๋ว ซึ่งทำมาค้าขายอยู่ในแถบไทยและมาเลเซีย ผู้เป็นต้นตระกูลของ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ หรือ ‘พนมเทียน’ ด้วยเป็นบิดาของหลวงวิเศษสุวรรณภูมิ ผู้เป็นบิดาของพนมเทียนนั่นเอง

‘พนมเทียน’ เองยอมรับว่าดินแดนสุดแดนใต้อันลี้ลับและเร้นลึกที่เหมืองทองโต๊ะโมะ คือส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการเขียนนวนิยายผจญภัย ลึกลับ ตื่นเต้น เรื่อง ‘เพชรพระอุมา’ ที่คงได้รับความนิยมในกลุ่มคนอ่านมาตราบกระทั่งวันนี้

นี่ยังไม่นับรวมถึงตำนานว่าด้วยเรื่องบุญญาบารมีของเจ้าแม่โต๊ะโมะ ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวสุไหงโก-ลกและชาวจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งชาวจีนในประเทศมาเลเซีย หรืออีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจยิ่ง คือ ประวัติศาสตร์ว่าด้วยชุมชนฮาลา กลุ่มชนที่อพยพมาจากหลากหลายที่ โดยเฉพาะจากปัตตานี เพื่อมาตั้งถิ่นฐานในที่ราบกลางผืนป่าฮาลาด้วยจำนวนประชากรเพียง ๓๐๐ กว่าคน ก่อนถูกบังคับให้อพยพโยกย้ายอีกครั้ง ช่วงเกิดปัญหาสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา (พคม.) มาเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่อำเภอเบตง กระทั่งกลายเป็นชุมชนที่สาบสูญ แต่คงเป็นเรื่องราวยิ่งใหญ่ที่รอการสืบค้นด้วยยังมี ‘ตำนานที่มีชีวิต’ ปรากฏอยู่

'ธารทอง' แห่งโต๊ะโมะ

ฮาลา-บาลา : มหากาพย์แห่งผืนป่า ณ รอยต่อชายแดนไทย-มาเลเซีย

ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ

ประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงเสมือนเป็นเรื่องราวสุดโพ้นห่างไกลตัว แต่แท้แล้วเป็น ‘รากเหง้าทางประวัติศาสตร์’ ที่น่าสนใจสำหรับคนชายแดนใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่เกี่ยวพันกับความเป็นผืนป่าฮาลา-บาลา สิ่งเหล่านี้ควรถูกถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้ซึมซับรับรู้เพื่อจักก่อให้เกิดความรักถิ่นเกิดและสะท้อนเรื่องราวต่างๆ ออกมาทางการ ‘เขียน’ หรือ ‘บันทึก’ 

ดังนั้นเมื่อกลุ่มเยาวชนตาม “โครงการอบรมเยาวชนเพื่อสร้างนักเขียนและสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ป่า” ดำเนินการโดย อบต.อัยเยอร์เวง ร่วมกับกองร้อย ตชด.ที่ ๔๔๕ มีโอกาสใช้ชีวิตช่วงสั้นๆ เพียงไม่กี่วันเพื่อสัมผัสสรรพสิ่งในผืนป่าแห่งนี้อีกครั้ง พวกเขาและเธอได้เรียนรู้และสะท้อนความรู้สึกเช่นใดบ้าง? เหล่านี้คือสิ่งน่าสนใจและควรได้รับการสานต่อโดยแท้

เวิ้งน้ำขณะลอยล่องสู่ 'ต้นน้ำฮาลา' กลางใจป่า

เยาวชนนักเขียนแห่งอัยเยอร์เวง

สมพงยักษ์ : เปรียบเทียบขนาดต้นจากบ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๐ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง กับต้นกลางใจป่าฮาลา-บาลา

“วันแรกที่เดินเข้าสู่การเป็นชมรมคนรักฮาลา ผมอยากจะเล่าเรื่องกำปงหรือชุมชนฮาลาที่ได้รับรู้มาว่า แต่ก่อนกำปงฮาลาซึ่งอยู่กลางป่ามีประชากร ๓๐๐ คน ทั้งหมดเป็นชาวมุสลิม และมีซาไกอาศัยอยู่ด้วย เล่ากันว่าสมัยก่อนคนเหล่านี้เป็นชาวปัตตานี แต่อพยพมาตั้งรกรากอยู่ในป่าฮาลาส่วนที่เป็นพื้นที่ราบกลางป่าใหญ่ มีการทำนา เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ในเรื่องอาหารการกินนั้นส่วนหนึ่งจะนำมาจากปัตตานี โดยเฉพาะเกลือ โดยจะขนส่งมากับแพล่องจนถึงที่อำเภอบันนังสตา จากนั้นก็ต่อแพมาถึงชุมชนฮาลา ใช้เวลา ๔-๕ วัน” นิอิบรอเฮม แซ่ลี เริ่มต้นร่ายตำนานชุมชนใน ‘เส้นทางเป็นนักเขียนของเด็กกะโปโล’

“เราเริ่มเดินทางจากฐาน ตชด.ในเมืองเบตงเวลาประมาณ ๐๘.๓๐ น. มาถึงจุดที่จะลงเรือแพ ใช้เวลารอแพสักชั่วโมงหนึ่งถึงได้ขึ้นบนแพ ระหว่างที่นั่งแพนั้นฉันได้เห็นสิ่งที่น่าประทับใจหลายๆ อย่าง เช่น เมื่อมองไปรอบๆ เห็นภูเขา และมีน้ำอยู่รอบภูเขา แต่ละเขาจะมีบ้านอยู่ไม่มากนัก บางที่มีบ้านหลายหลัง บางที่ก็มีหลัง-สองหลัง การใช้ชีวิตของพวกเขาคงจะทำสวนและจับปลาเป็นส่วนใหญ่ แล้วนำไปขายเพื่อนำเงินไปซื้อข้าวและของใช้ต่างๆ...และเมื่อมองไปในแม่น้ำ ได้เห็นสายน้ำที่สะอาด สิ่งที่ฉันประทับใจอีกอย่างหนึ่งคือ ฉันได้เห็นบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่บนแพใหญ่ เขาคงใช้ชีวิตอยู่แบบนั้นอย่างมีความสุข ระหว่างนั่งแพฉันยังได้เห็นต้นไม้ใหญ่ริมน้ำที่มีดอกไม้สีม่วงๆ สวยมาก เรียกกันว่าดอกตะแบก และต้นที่มีดอกสีส้มเรียกว่า ดอกศรียะลา” ญารอดะห์ วาแม สะท้อนจุดเริ่มต้นการเดินทางสู่ผืนป่าฮาลา-บาลาในข้อเขียนชื่อ ‘การเดินทางสู่ป่าฮาลา’

 “เมื่อล่องแพมาถึงเกาะทวดเป็นเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง แต่ระหว่างทางนั้นแพเกิดเสีย ดิฉันได้หยุดพักเขียนหนังสือ มองออกไปเห็นชาวบ้านกำลังปลูกพืชผักสวนครัว ดีใจมากที่เห็นชาวบ้านมีความรักพืชผักที่ตัวเองปลูกไว้ เห็นน้ำที่พัดผ่านอยู่ใสสะอาดมาก ตอนล่องแพดิฉันได้เห็นป่าไม้พืชพันธุ์ไม้ต่างๆ เห็นเพื่อนที่กำลังเขียนหนังสืออยู่ เพื่อนๆ ไม่คุยกันเลยในระหว่างเขียนหนังสือ ไม่ทะเลาะวิวาทกัน ไม่ดูถูกกัน ไม่เอาเปรียบกัน ระหว่างนั้นมองไปเห็นท้องฟ้าที่สดใส เมฆที่สวยงาม แดดร้อนเจิดจ้า ตอนที่อายุ ๑๒ ขวบ ดิฉันเคยมานั่งล่องแพครั้งหนึ่งแล้ว พอได้มาล่องแพอีกครั้ง ทำให้เกิดความรู้สึกดีใจ เห็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ใสสะอาด สดใส เห็นดอกไม้ที่สวยสดงดงาม” สำลี เจริญยิ่ง เขียนเรื่อง ‘คติของการเดินป่าฮาลา-บาลา’

“วันนี้เป็นวันที่ ๓ ของการเข้าค่ายเยาวชน ฉันตื่นนอนตอนเช้าเพราะได้ยินเสียงไก่ขัน และพี่ๆ วิทยากรมาปลุก หลังทำกิจกรรมและทานอาหารเช้า เราก็ได้เดินทางสู่ป่าฮาลา-บาลา ได้ไปเจอต้นสมพงซึ่งมีขนาดใหญ่มาก และอีกต้นหนึ่งที่พบคือไม้หลุมพอ เมื่อมีต้นไม้ต้นใหญ่ก็จะมีต้นไม้เล็กอยู่ด้วยมากมาย เดินมาอีกสักพักหนึ่งพบบริเวณดินโป่งหรือดินที่มีแร่ธาตุที่เกิดจากใต้พื้นดินผสมอยู่ด้วย สัตว์ต่างๆ จะมากินเป็นอาหาร และเนื่องจากเป็นพื้นที่ติดกับน้ำ พี่ๆ ตชด. จึงเล่าว่าทำให้มีสัตว์ลงมาในบริเวณนี้เยอะมาก” สมจิตร บันดัก เขียนไว้ใน ‘การเดินทางสู่ป่าฮาลา-บาลา และความประทับใจในการเดินทาง’

“จุดแรกที่ฉันผ่านคือป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธาร กลางทางจะมีต้นไม้สีเขียวเต็มไปหมด สวยๆ ทั้งนั้น การเดินทางถึงจะยากหน่อย แต่มันก็สนุกดี ที่น่ากลัวคือทาก มันจะขึ้นมาเกาะที่ขาของฉัน แต่ฉันไม่ค่อยกลัวเท่าไร และบางทีมีการปีนเขาด้วย พื้นลื่นมาก ระหว่างเดินจะได้ยินเสียงลำธารไหลซึ่งพบเห็นได้ตลอดการเดินทาง” เสียงสะท้อนจาก อาแอเสาะ ผดุง ในเรื่อง ‘การเดินทางที่ไม่มีวันลืม”

 “ณ จุดพักที่ ๑ ไม้ใหญ่ต้นแรกที่เจอคือต้นสมพง เป็นไม้เนื้ออ่อนแต่มีขนาดลำต้นใหญ่มาก พื้นที่ข้างๆ ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้นานาชนิดที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ระหว่างเดินทางได้พบเห็นแม่น้ำที่สวยงาม ส่วนริมน้ำก็ได้เห็นรอยสัตว์ต่างๆ เช่น กระทิง หมูป่า และอีกมากมายหลายชนิด พอถึงจุดพักที่ ๒ ได้เห็นน้ำแร่จากธรรมชาติไหลมาจากพื้นดิน เจอมูลช้างกองอยู่กับฝูงผึ้งบินวน อีกฝั่งเป็นดินโป่งที่สัตว์จะมากิน ถึงตอนกลับก็เดินกลับมาตามลำน้ำ ระหว่างทางทำให้ได้เล่นน้ำไปด้วย และได้ชมธรรมชาติกับสัตว์ต่างๆ จนถึงค่ายอย่างปลอดภัย” สมจิน แซ่จาง ใน ‘การเดินป่าฮาลา-บาลา ครั้งแรกในชีวิต’

๒ ผู้เฒ่าเล่าความหลัง : ๑ คืออดีตชาวบ้านแห่งชุมชนฮาลาที่สาบสูญ และอีก ๑ คืออดีตสมาชิก พคม. ที่กลายมาเป็น 'ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย' ในกาลปัจจุบัน

โรงเรียนใต้ร่มไม้

ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งในตัวอย่างงานเขียนของเยาวชนชาย-หญิงอายุระหว่าง ๑๒-๑๕ ปี รวมจำนวน ๔๐ คนของทุกหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่กำลังกลายเป็นหน่ออ่อนเติบใหญ่เป็นเยาวชนคนกล้าที่มีสำนึกในการรักษ์ป่า รักถิ่นเกิด

และที่สำคัญ ได้ลงมือกระทำอะไรบางอย่าง-อย่างสร้างสรรค์ ท่ามกลางไฟใต้ที่ยังคงลุกโชน





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
มะอึก วันที่ : 06/05/2010 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

คงจะมีสักวัน
ที่ผมจะได้รับใช้ท่านปราณชลี
.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ใจเดียว03 วันที่ : 05/05/2010 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lekY-R-U

ยังคงมีอีกหลายสถานที่
ณ 3 จังหวัด
ที่น่าสนใจ
และน่าท่องเที่ยว
พี่เห็นด้วยไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 22/04/2010 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...มีข้อมูลมาว่าแก่นไม้กฤษณาหรือว่า "ไม้หอม" นี้...

...นอกจากจะมีอยู่มากในผืนป่าประเทศลาวแล้ว...

...ในผืนป่าแถบสุไหงโกลกและฮาลา-บาลานี้ ก็มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์เช่นกัน...

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 22/04/2010 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2010/04/22/entry-1

ต้นไม่ใหญ่ให้ร่มเงา
ป่าใหญ่ให้ประโยชน์แก่สิ่งมีชีวิตที่ร่วมอาศัย

คนใหญ่คนโต...ควรทำตัวให้เป็นประโยชน์ในสังคมที่ตนอยู่

มีแต่คนเล็ก ๆ เท่านั้น ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน...ด้วยความรักและความชอบ แม้ไม่ใช่หน้าที่

มีแต่คนเล็ก ๆ ที่เสียสละแม้กระทั่งชีวิตเพื่อหน้าที่ เพื่อคุณค่าที่ควรเข้าใจ และเชิดชู

มีแต่มดตัวเล็ก ๆ ท่ีคอยทำงานอย่างหนัก....
ในรังอาจมีนางพญาเพียงตัวเดียว

คนในสังคม ต่างอยากเป็นใหญ่เป็นโต...
มุ่งแต่ทำลายกัน...


ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 22/04/2010 เวลา : 07.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ป่ายังคง สวยงามและอุดมสมบูรณ์ อยู่มากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ป๋าโด่ง วันที่ : 22/04/2010 เวลา : 07.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/idongphoto
" follow ป๋าโด่ง ได้ที่ http://twitter.com/idongphoto "

อ้าว..... เห็นบอกว่าจะชวนเราไปด้วย เหอๆๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ความอุดมสมบูรณ์
ของผืนป่า
อันน่าหวงแหน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
balladman วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/balladman

แวะเข้ามาทักทาย ติดตามเนื้อหาครับ และจะแวะไปอ่านตอนที่ ๑ ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
BlueHill วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อยากไปร่วมกิจกรรมด้วยจริง ๆ ครับ

คราวที่แล้วยังติดใจบรรยากาศป่าใต้สุดแดนสยามไม่หาย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
pjeabja วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

สุด สุด

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปวิภา วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 


...คนของแผ่นดิน...รักษาทรัพย์แผ่นดิน...ให้คงไว้เสมอ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ราศีกุมภ์ วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rasrikum

อายุเกิน ไม่ได้ไป อิอิ


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สววัสดีครับพี่
..
แวะมาแอบอ่านเรื่องราวครับ
สบายดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 08.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ผมขึ้น ภาค 2 แล้ว จะพยายามปิดต้นฉบับให้ได้ในปีนี้

กลัวไม่ทันส่งประกวดน่ะ - ฮา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปราณชลี วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 07.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับผม, คุณภาณุมาศฯ
ขนาดเกริ่น ทำให้ชักอยากจะอ่านนวนิยายฉบับเต็มแล้วซิ
ยังไงจะรออ่านฉบับรวมเล่มด้วยใจระทึกนะครับ
ช่วงนี้เมืองกรุงร้อนแรง รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ตามมาเก็บข้อมูล เป็นความรู้ครับ

(วันนี้มีพนักงานขายจากบริษัทคอมพิวเตอร์ 2 คนไปพบคุณชูศักดิ์ ซึ่งมีอาชีพหลักเจ้าของร้านถ่ายภาพเก่าแก่ในปัตตานี ที่หน้าร้านมีภาพข้าราชการชั้นผู้ใหญ่โชว์ภาพเอาไว้อวดชาวบ้าน และมีอาชีพรองเป็นผู้สื่อข่าวท้องถิ่นของหนังสือพิมพ์ในกรุงเทพฯ เพื่อแนะนำให้เปิดแผนกคอมพิวเตอร์ เนื่องจากได้รายชื่อมาจาก ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ที่คุณชูศักดิ์ไปลงชื่อเข้ารับการอบรมที่เนคเทคและเคยแสดงความจำนงว่าอยากเปิดร้านคอมฯ ในปัตตานีเพื่อรองรับตลาดนักศึกษาและธุรกิจที่นั่น - แต่ด้วยความเจนจัดในสายอาชีพนักข่าวท้องถิ่น คุณชูศักดิ์ คาดเดาได้ว่า พนักงานขาย 2 คนนั้น ไม่น่าจะใช้พนักงานขายธรรดา ๆ เขาเป็นใครมาจากไหน คุณชูศักดิ์พอเดาได้ แต่สำหรับท่านอื่น ๆ คอยอ่านในนวนิยายของผมนะครับ)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปราณชลี วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

อรุณสวัสดิ์ และ ขอบพระคุณมากครับ, จ่าฯ
ทางโน้นเป็นไงบ้าง ยังคง 'ร้อนแรง' และ 'รอลุ้น'
หวังเพียงให้คนไทย 'รักกัน' และใช้ 'เหตุผล'
สำหรับทางนี้ 'เบตง' อวลไอหมอกเคล้าอายเย็น อุ่นไอมิตรภาพ
'หัวใจเดียวกัน' กำลังเตรียมตะลุยฮาลา-บาลา อีกรอบ กับเหล่าเยาวชนนักเขียนแห่งอัยเยอร์เวง
สนใจร่วมเดินทางด้วยกันไหมครับ, จ่าฯ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 21/04/2010 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@


มาอวยพรปีใหม่ไทย..
ครับผม..
ขอให้ใหญ่..
กิจการใหญ่โต..
ขอให้แข็ง..
สุขภาพแข็งแรง...
ครับผม..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< เมษายน 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]