• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407773
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤษภาคม 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 1372 , 10:50:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         ภายใต้ความเชื่อและเหตุผลที่แตกต่างกัน แต่ด้วยผลลัพธ์แห่งการกระทำกลับมิได้ผิดแผกแปลกกันเลย เพราะเป้าหมายล้วนมี ‘ประชาชน’ และ ‘ประเทศชาติ’ กลายเป็นเหยื่อเดิมพันในสิ่งที่ผู้ก่อการลงมือกระทำอย่างโหดเหี้ยม

          หลังเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เมื่อได้รับรู้ข้อมูลหรือสัมผัสภาพถ่ายแล้วก็ให้นึกสลดใจ ไม่นึกว่าใยมนุษย์ถึงโหดร้ายต่อกันได้ถึงเพียงนี้ เหตุการณ์ที่ ‘ไทยฆ่าไทย’ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว โดยมีต้นธารมาจากความแตกต่างทางความคิด ศรัทธาความเชื่อ และประการสำคัญ คือความรู้สึกว่าตนเองตกเป็น ‘ผู้ถูกกระทำ’ จากอำนาจรัฐที่ ‘ไม่ยุติธรรม’ กระทั่งนำไปสู่การพัวพันกับปัญหาทับซ้อนอื่นๆ อีกมากมาย

ย้อนกลับมาพินิจสถานการณ์ความไม่สงบในเขตใจกลางเมืองกรุงเทพฯ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งแตกต่างของความคิดทางการเมือง ซึ่งมีหลายคนหลายฝ่ายพยายามสะท้อน ‘ที่มาที่ไป’ เพื่อฉายภาพให้เห็น ‘ความเหมือน’ บางประการ แต่ผลของเหตุแทบมิได้แตกต่างกัน เพราะมันนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตผู้คน สังคม และประเทศชาติ ถึงแม้บางคนอาจพร่ำเพ้อบ่นหาว่าเบื่อพวกชอบใช้ ‘ความรุนแรง’ แต่หลายคนกลับหลงลืมไปว่า ด้วยวาจา ด้วยภาษาเขียน ด้วยการแสดงออกในหลากหลายกิริยา อาจด้วยความคับแค้น ความสะใจ ฯลฯ ล้วนได้สะท้อนบาดแผลและบ่มเพาะปมความรุนแรงที่ฝังลึกในจิตใต้สำนึกของผู้คน แม้นไม่ถึงขั้นเทียบเท่ากับที่ได้ลงมือกระทำ แต่ก็ก่อให้ความขัดแย้งยิ่งปริร้าวแตกแยกในใจชน - เช่นกัน

          เนื่องเพราะต่างล้วนยึดมั่นถือมั่นว่า หากมีเหตุหรือการกระทำใดสอดคล้องกับสิ่งที่ตนหรือพรรคพวกตัวเองคิดหรือทำ นั่นก็คือสิ่ง ‘ถูกต้อง’ ผิดจากนั้นคือ ‘ศัตรู’ ที่ต้องตามไปราวีทำลายล้างให้สิ้นซาก เหล่านี้คือที่มาของการแบ่งแยกซึ่งยิ่งปรากฏฉายชัดในสังคมไทยทุกวันนี้

          ลึกลงไปในภาพของผู้ใช้ความรุนแรง มีปมลึกที่ถูกบ่มเพาะฝังรากลึกไว้แน่นหนา หากใครที่ในกมลสันดานเป็น ‘ผู้ก่อการร้าย’ โดยอาชีพ โดยเฉพาะถึงขั้น ‘ลงมือฆ่า’ หรือร่วมกัน ‘เผาบ้านเผาเมือง’ แน่นอน, รัฐก็จำต้องจัดการให้เด็ดขาด มิเช่นนั้นบ้านนี้เมืองนี้ก็ป่นปี้อยู่อาศัยกันไม่ได้ แต่หากมีปัจจัยอะไรไปหว่านเพาะภายหลังหรือเป็นปมปัญหาเรื้อรัง ก็ต้องร่วมหาทางแก้ไขด้วย ‘เหตุผล’ ให้ความยุติธรรม และเคารพในความเป็น ‘มนุษย์’ เหมือนกัน

          สิ่งเหล่านี้ควรต้องมีการวิเคราะห์ จำแนกแยกแยะ และลงมือ ‘เยียวยา’ ผ่านกระบวนการที่หลากหลายให้สอดคล้องกับเหตุแห่งปัญหา รากเหง้าของความคิด ขอเพียงผู้มี ‘ปัญญา’ อย่าได้นำพาตัวเองไปเกลือกกลั้วกับโคลนตมที่ถูกละเลงบน ‘เกมแห่งอำนาจ’ และผลประโยชน์ของบางผู้คน และในโลกของการใช้เพียงอารมณ์ส่วนตน

          มนุษย์ไม่มีสิทธิ์โดยสิ้นเชิงที่จะลงมือ ‘ฆ่า’ หรือเป็นผู้สั่งให้มีการฆ่า ไม่ว่าด้วยวาจาหรือการกระทำ เว้นแต่ข้อยกเว้นด้วย ‘อำนาจรัฐ’ หรือระบบระเบียบ ‘กฎหมาย’ อันสูงสุด และยิ่งไม่สมเหตุผลด้วยประการทั้งปวงหากจะเอ่ยอ้างเหตุแห่งการฆ่าว่าเป็นเพราะไม่ใช่พวกหรือไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะหากมิอาจก้าวข้ามพ้นอคติ ความรังเกียจเดียดฉันท์คนที่ ‘ไม่ใช่พวก’ ไม่พร้อมเปิดใจกว้าง ไม่เชื่อหลักแห่งนิติรัฐ ผู้เขียนเชื่อว่าไม่ว่าจะอย่างไรคนไทยก็จะยังคงเข่นฆ่ากันมิได้หยุดหย่อนเช่นที่เห็นและเป็นอยู่

          “อย่างในพื้นที่ชายแดนใต้ หากเป็นคนระดับที่ลงมือฆ่าแล้วตัดคอ วางระเบิด ทำลายชีวิตและทรัพย์สินผู้คนอย่างรุนแรง ผมเห็นด้วยที่รัฐจำต้องใช้มาตรการรุนแรงเด็ดขาดจัดการ แต่ไม่ใช่หว่านแหลงมือกระทำการเหมือนกันไปหมดกับชาวบ้านทุกคน หรือไม่ใช่มาต่อว่ารัฐภายหลังอีกว่าทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ ไม่เข้าใจเข้าถึงพื้นที่และผู้คน ก็ในเมื่อคนลงมือฆ่านั้นโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ย่อมต้องถูกตอบโต้ด้วยความเด็ดขาดเช่นกัน แต่หากเคลื่อนไหวหรือเป็นการลุกมาต้านการกระทำที่มาจากการไม่ได้รับความเป็นธรรม และผ่านการต่อสู้ด้วยเหตุผลชอบธรรม รัฐก็ต้องให้ความเคารพรับฟัง เพื่อนำไปสู่การหาทางแก้ปัญหาอย่างจริงจังและจริงใจ” หนึ่งในเสียงจากพื้นที่สะท้อนความเห็น

          ในหนังสือ ทรี คัพ ออฟ ที : Three Cups of Tea (เกร็ก มอร์เทนสัน และเดวิด โอลิเวอร์ เรลิน เขียน  แปลโดย คำเมือง, บริษัท สันสกฤต จำกัด จัดพิมพ์) ซึ่งสะท้อนเรื่องราวของ เกร็ก มอร์เทนสัน หนุ่มอเมริกันคนหนึ่งที่ลงมือกระทำเรื่องไม่ธรรมดา ด้วยทัศนคติที่เปิดกว้าง ความมุ่งมั่นตั้งใจไม่ท้อถอยที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ในแผ่นดินที่มีการก่อการร้ายเช่น ‘ปากีสถาน’ มีช่วงหนึ่งยังให้ข้อคิดแก่เจ้าหน้าที่เพนตากอนกรณีปัญหาใน ‘อัฟกานิสถาน’ ว่า ธรรมเนียมของชนเผ่าที่ทำสงครามกันในภูมิภาคนั้น คู่สงครามจะกระทำ ‘เจอร์กา’ ก่อนการรบ เพื่อหารือว่าจะยอมรับการสูญเสียได้อย่างไร เพราะผู้ชนะมีภาระจะต้องดูแล ‘แม่หม้าย’ และ ‘เด็กกำพร้า’ ของศัตรูที่เขาเข่นฆ่า

          “ผู้คนในส่วนนั้นของโลก คุ้นเคยกับความตายและความรุนแรง”

          มอร์เทนสันว่า “ถ้าคุณบอกกับพวกเขาว่า ‘เราเสียใจที่พ่อนายตาย แต่เขาตายอย่างผู้เสียสละ เพื่อให้อัฟกานิสถานเป็นอิสระ’ และหากว่าพวกคุณชดเชยให้ และให้เกียรติการตายของคนเหล่านั้น ผมคิดว่าคนที่นั่นจะสนับสนุนเรา แม้กระทั่งในตอนนี้ แต่สิ่งที่แย่ที่สุดที่พวกคุณจะทำได้ คือสิ่งที่พวกคุณกำลังทำอยู่ตอนนี้ นั่นคือไม่สนใจผู้เคราะห์ร้าย เรียกพวกเขาว่าเป็น ‘ความเสียหายที่เกิดจากการสู้รบ’ ไม่แม้แต่จะพยายามนับจำนวนคนตาย เพราะว่าการละเลยพวกเขา ก็เท่ากับการปฏิเสธว่าพวกเขามีตัวตน ในโลกอิสลาม ไม่มีการดูถูกอะไรจะยิ่งไปกว่าเรื่องนี้อีกแล้ว ด้วยการทำอย่างนี้ พวกเขาจะไม่มีวันให้อภัยเรา” (น.๕๐๔-๕๐๕)

          ก็ในเมื่อรัฐเลือกที่จะใช้ ‘ความรุนแรง’ ในการลงมือปราบปราม ‘ผู้ก่อเหตุ’ ให้เกิดความวุ่นวายแก่บ้านเมืองแล้ว จากนี้ไปกระบวนการเยียวยาย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านความคิด ชีวิต สังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติ เพื่อเร่งลบรอยคำครหาที่มีการกล่าวขวัญถึงอยู่ในทุกวันนี้ว่า ‘ไทย-ฆ่า-ไทย’ ด้วยกันเอง ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ ‘ใจกลางมหานคร’ ในพื้นที่สำคัญอีกหลายจังหวัด หรือในพื้นที่ ‘ชายแดนภาคใต้"

         ที่สำคัญ, ในกระบวนการช่วยเหลือแก้ไขเยียวยา ย่อมไม่ใช่เป็นเรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง ย่อมมิอาจผลักภาระให้ภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นภาระหน้าที่สำคัญยิ่งของ 'คนไทยทุกคน' ที่ต้องช่วยลงมือเยียวยาสังคมรอบด้านด้วยกัน

         และประการสำคัญ, ต้องไม่ลืมที่จะเยียวยา ‘ความคิด’ ของตัวเองไปด้วย

"สันติภาพ, มิอาจได้มาด้วยการเพาะเชื้อแห่งความเกลียดชัง จะมีก็แต่ต้องร่วมมือช่วยกันทุกคน-ทุกฝ่าย"

ปราณชลี

๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓

นสพ.สยามรัฐรายวัน, คอลัมน์ : เกาะติดวิกฤติไฟใต้ หน้า ๓ ฉบับวันศุกร์ที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓

http://www.siamrath.co.th/uifont/ArticleDetail.aspx?acid=5807 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/05/2010 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

เห็นด้วยกับ คห.1
ดูที่เจตนา เหตุผลและความรับผิดชอบ ครับ อีทั้งต้องรวมถึงการ การฆ่าด้วยวาจาและตัวอักษรด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 21/05/2010 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หลายวันที่ผ่านมา กรุงเทพฯน่าอันตรายมากกว่า พื้นที่ 3 จ.ชายแดนใต้อีกครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลมอีสาน วันที่ : 20/05/2010 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lomisarn

หวังว่า "สันติสุข" จะกลับมาในเร็ววันครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กู่ วันที่ : 20/05/2010 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

หากมองไปยังกองกำลังติดอาวุธ
หากศพของพวกเขาได้รับการขานชื่อ
ฉันก็อยากรู้ว่า....นักรบรับจ้างพวกนั้นเป็นใครใครบงการ

หากศพของพี่น้องเสื้อแดงได้รับการขานชื่อ ฉันจะน้อมใจอุทิศส่วนบุญให้เขา

อย่างไรก็ตาม ฉันทำใจไม่ได้กับการฆ่าคนเพื่อเงินและอำนาจของตน ซึ่งคุณก็เน้นย้ำแล้วว่า ความชอบทำในการฆ่า มีได้เพราะหน้าที่เท่านั้น

หน้าที่ของนักรบใต้ดิน นักรบจรยุทธ ที่รับใช้เงิน
ฉันขอประณาม
.......

ขอให้ดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ของทุกๆฝ่าย จงสู่สุขคติ
ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ที่ไทยฆ่าไทย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]