• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407585
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันอังคาร ที่ 22 มิถุนายน 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 3695 , 07:02:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ชุดปฏิบัติการยูงทอง : สร้างวีรกรรมลือลั่นทั่วเทือกบูโด-บันนังสตา (ภาพจากครอบครัวจ่าเพียร)

"เช้าขึ้นตะวันดับ สายฝนก็สาดก็ซัด เมฆหมองน้ำนองไพรสณฑ์ หน่วยยูงทองก็ยังสู้ทน เพื่อรับใช้ประชาชน ไม่เคยให้เขาแคลน ครั้นถึงคราวอาหารหมด หัวอกรันทด ต้องอดไปตามแพลน แถมยังนอนไส้แข็ง หมดเรี่ยวหมดแรง ไม่มีใครรู้ทัน ถ้าหากคุณเป็นตำรวจนังตาอย่างฉัน ไม่ช้าสามวัน แล้วคุณจะกลั้นใจตาย โอ้ !! ข้าวสารก็หมดเมื่อวาน กะปิ น้ำตาล เหลือเพียงนิดหน่อย น้ำปลาอย่างดีไม่มีร่องรอย เหลือเพียงหัวกลอยที่เพิ่งขุดมา ขาดเพียงหอม พริกแกง แตงกวา มะกรูด มะนาว น้ำมันทอดปลา หมดไปทั่วทั้งครัวและหนา อนิจจา หมาแดกปลาแห้ง ปวดใจเหลือที่ อดบุหรี่แทบลงแดง แถมยังนอนไส้แข็ง หมดเรี่ยวหมดแรง ไม่มีใครรู้ทัน (กัน) หากคุณเป็นตำรวจอย่างฉัน ไม่ช้าสามวัน แล้วคุณจะกลั้นใจตาย"   

ข้างต้นคือบทเพลงที่จ่าเพียรในฐานะหัวหน้า “ชุดปฏิบัติการยูงทอง” ร่วมแต่งเนื้อร้องกับทีมงาน สะท้อนภาพชีวิตตำรวจในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างชัดเจน

นับเนื่องจากวัยฉกรรจ์ นายตำรวจหนุ่มไฟแรงเช่นจ่าเพียรได้ปฏิบัติภารกิจลับหลายครั้งจนเริ่มได้รับการยอมรับจากเพื่อนตำรวจหรือผู้ร่วมปฏิบัติงาน โดยเฉพาะความสามารถพิเศษเรื่องการ “นำคน” เข้าดักซุ่มจนปะทะต่อสู้กับคนร้ายอย่างห้าวหาญ ลาดตระเวนเจนจัดไปแทบทุกอณูพื้นที่ของบันนังสตาจนเรียกว่าแทบจะหลับตาเดินได้ สั่งสมชื่อในฐานะมือปราบ “จับตาย” ฝีมือการปราบปรามอันโดดเด่นยากจะหาใครทัดเทียม แต่ขณะเดียวกันตัวเขาก็ผ่านเหตุการณ์ “เฉียดตาย” นับครั้งไม่ถ้วน 

เพียง ๑ ปีให้หลังเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอยะหา จังหวัดยะลา จ่าเพียรซึ่งขณะนั้นเพิ่งได้รับเลื่อนยศเป็นนายตำรวจสัญญาบัตรเป็น ว่าที่ ร.ต.ต. สมเพียร เอกสมญา ก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายอีกครั้งเมื่อไปปิดล้อมผู้ก่อการที่อำเภอสะบ้าย้อย แล้วไปเหยียบกับระเบิดจนแขนหัก กรามฉีก ริ้วรอยบาดแผลเต็มร่างกาย โดยเฉพาะส่วนขาตรงกระดูกข้อเท้าซึ่งถูกแรงระเบิดอัดจนเละ คิดว่าคงต้องโดนตัดขาแน่นอนแล้ว

         เบื้องแรกด้วยกลัวว่าจะโดนตัดขากลายเป็นคนพิการในที่สุด สู้ตายเสียดีกว่า เขาจึงปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด จนเมื่อตั้งสติได้ก็รีบห้ามเลือดก่อนจะมีเฮลิคอปเตอร์บินมารับ ต้องไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าอยู่ถึง ๙ เดือน

เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้จ่าเพียรต้องกลายเป็นคนที่เดินกะโผลกกะเผลกไปตลอดชีวิต แต่เขาก็หาได้ท้อถอยต่อการปฏิบัติหน้าที่ไม่ หนำซ้ำจะยิ่งทุ่มเทให้แก่การปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ

หากในขณะปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท เขากลับได้รับการปฏิบัติจากกลุ่มคนที่ไม่พอใจหลายครั้ง ถึงขั้นเคยถูกเดินขบวนขับไล่ให้ออกจากพื้นที่ภายใน ๒๔ ชั่วโมง เมื่อครั้งประจำการที่สถานีตำรวจภูธรโกตาบารู อำเภอรามัน จังหวัดยะลา  เนื่องจากไปยิงผู้ร้ายซึ่งเป็นคนของนักการเมืองเสียชีวิต ๒ คน  และแม้จะถูกโยกย้ายไปนอกพื้นที่กระทั่งหวนกลับสู่พื้นที่ชายแดนใต้ ก็ยังโดนตามรังควานจนต้องโยกย้ายเป็นหลายครั้งหลายวาระ

จะอย่างไรก็ตาม วันหนึ่งเมื่อพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ประกาศหาผู้สมัครใจไปปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  พ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา ก็เป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ขออาสากลับไปเปิดยุทธการถึงถิ่นบันนังสตาอีกครั้งในปี ๒๕๕๐

ตลอดชีวิตราชการเกือบ ๔๐ ปี จ่าเพียรได้สร้างวีรกรรมไว้มากมาย  ในจำนวนการปะทะนับร้อยครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนแลตราตรึงกันในวงการปราบปรามและเหล่าผู้ก่อการ นั่นก็คือการเปิดยุทธการไล่ล่าหน่วยคอมมานโด (RKK) ฝ่ายก่อความไม่สงบ ที่ถูกเรียกขานว่าเป็น “สงครามจรยุทธ์” สมบูรณ์แบบครั้งสุดท้าย ณ พื้นที่ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา

เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ถูกถ่ายทอดผ่านสายตาสื่อมวลชนคนหนึ่งในจังหวัดยะลานาม “ส.ยะลา” หรือ “นกน้อย” ซึ่งทำหน้าที่สื่อมวลชนในพื้นที่มาค่อนชีวิต และร่วมบันทึกภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างใกล้ชิด

“นกน้อย” เป็นนักข่าวที่คุ้นเคยกับจ่าเพียรมานับหลายสิบปี และเป็นคนที่จ่าเพียรมาพบเพียง ๑ สัปดาห์ก่อนจะเสียชีวิต พร้อมกับคำพูดเป็นนัยว่า

"ตอนนี้เงินมันลงมาเยอะมาก สายข่าวที่สร้างไว้โดนซื้อหมด"

เขาเล่าว่า...

         “เมื่อ ๒๐ ปีก่อนสมัยที่ยังเป็นจ่า ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘จ่าเพียร’ มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องการนำกำลังเข้าตีฐานของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกลางป่าเขา โดยก่อนเข้าตีพี่เพียรจะให้คนนำสารไปแจ้งให้ทราบก่อนแทบทุกครั้งว่าให้มอบตัวหรือไม่ก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสีย เมื่อเตือนแล้วยังไม่มามอบตัวหรือเปลี่ยนพฤติกรรมอีก ถึงจะจัดชุดออกลุยปราบอย่างเต็มกำลัง ซึ่งล่าสุดที่มาเป็น ผกก.สภ. บันนังสตา ก็ยังคงใช้วิธีการนี้

“ยุทธวิธีของพี่เพียรจะเป็นภูมิปัญญาของแกเอง ซึ่งโจรก็เคยเอาภูมิปัญญาของแกมาใช้บ้าง คือผลัดกันแก้เกม ไม่ใช่แค่ยุทธวิธีที่ฝึกมาอย่างเดียว แกจะเอาประสบการณ์ทุกอย่างมาประยุกต์ใช้ เช่นถ้ารู้ว่าคนไหนเป็นโจร แกรู้จักบ้าน รู้จักพ่อแม่ ก็จะไปบ้านนั้นทุกวัน ถึงคนในบ้านไม่ต้อนรับแกก็ยังไป พยายามสร้างความคุ้นเคย ความเชื่อใจ จนกระทั่งเหมือนมีแมวมองมาเห็นว่ามีตำรวจคนหนึ่งลงไปคลุกคลีบ้านของพรรคพวกเป็นประจำ เลยสงสัยว่ามีการทรยศหักหลังกันหรือไม่ หรือมีการเล่าอะไรลึกๆ ให้ฟังกันหรือเปล่า ทำให้เกิดความไม่วางใจต่อกัน สุดท้ายก็แตกคอ ฝ่ายที่ไม่ไว้วางใจจะทำร้ายกัน เก็บกันเอง หรือผลสุดท้ายกลายมาเป็นพวกของพี่เพียร คอยบอกข่าววงในจริงๆ เพราะศรัทธาในการปฏิบัติตัวของแก

“ผมโชคดี มีอยู่ครั้งที่มีโอกาสได้เข้าไปดูการทำงานของพี่เพียรโดยบังเอิญ ตอนนั้นมีกำลัง ๓ ฝ่าย วันนั้นประมาณหกโมงเช้า พี่เพียรโทร. มาบอกว่าทำการปิดล้อมอยู่ ตอนนี้ได้ปืน ๙ มม. มากระบอกหนึ่ง และน่าจะได้เพิ่มอีกเพราะมันหนีไปอีกหลายคน  ผมบอกขอบคุณมาก แต่ ๙ มม. เรื่องเล็ก ผมไม่เอา อยากได้สัก เอ็ม. ๑๖ ประเภทอาวุธสงคราม หรือได้ปืนที่ปล้นมาจากกองพันทหารพัฒนาคืน แบบนั้นผมเข้าไปทำข่าวแน่ แกบอกให้เข้าไปเดี๋ยวมีรายการ  พอเจ็ดโมงกว่าพวกนักข่าวทีวีเข้าไปก่อน ประมาณแปดโมงกว่าเกือบเก้าโมง แกก็โทร. มาบอกว่าศพที่ ๒ แล้ว มีอาก้า มีระเบิด ผมจึงตัดสินใจเข้าไปพื้นที่ทันที

“กว่าจะไปถึงบางลางตรงที่ปะทะกันก็เก้าโมงครึ่ง มารู้ว่าท่านอดุลย์ (พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว) เข้าไปก่อนแล้ว แล้วเดินทางกลับก่อน พวกนักข่าวกลับตาม จึงเหลือผมซึ่งเป็นช่างภาพอยู่คนเดียว  ตอนนั้นพอไปถึงรถจอดเต็มไปหมด ข้างหน้ามีมัสยิด ผมถือกล้องตรงไปบริเวณจุดปะทะเพื่อถ่ายรูป ปรากฏว่าไปถึงทหารพรานเข้ามาต่อว่าอยากตายหรือไง เขากำลังปะทะกันอยู่ รีบออกไปเลย ผมรีบคลานออกมา แต่ไม่นานมีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุขับรถเข้ามาพอดี จึงเดินเข้าไปคุยด้วย  สักพักมีเสียงระเบิดตู้ม พวกเรารีบวิ่งแอบบ้านข้างๆ ริมถนน เจ้าหน้าที่ทุกคนตอนนั้นชักปืนกันหมด รอสักพักมีเจ้าหน้าที่ ๗–๘ คนวิ่งมายังตำแหน่งที่ผมหลบอยู่  ตอนนั้นได้ยินเสียงจ่าเพียรตะโกนบอกว่า มันไปทางโน้นแล้วๆ แล้ววิ่งตามกันไป  เท่าที่ทราบในกลุ่มของโจรมีสไนเปอร์ด้วย เป็นพวกพลแม่นปืน

“ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งจนเกือบบ่ายโมงที่ผมติดอยู่ข้างในไม่กล้าออก ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน ตอนนั้นมีเฮลิคอปเตอร์บินวนเวียนอยู่ด้วย ก็กลัวว่าข้างบนจะเข้าใจผิดว่าเราเป็นโจรแล้วยิงลงมา  ปรากฏว่าช่วงกำลังปะทะกัน ๓–๔ ระลอก ระลอกที่ ๒ ผมได้ยินวิทยุแจ้งว่ามีตำรวจถูกยิงบาดเจ็บ มีรถทหารวิ่งเข้าไป จึงตัดสินใจวิ่งตามไป ไม่กล้าอยู่บนถนนเพราะไม่มีใครเลย จึงได้ภาพตอนที่เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันหิ้วตำรวจที่บาดเจ็บขึ้นรถ เห็นรอยเลือดหยดเป็นทาง  เจ้าหน้าที่ยศร้อยโทถูกยิงโดยพวกสไนเปอร์ พวกนี้ยิงแม่นมาก หวังฆ่าทหารรบพิเศษ แล้วเอาปืนทหารมายิงหมวดตี้ (ร.ต.ต. กฤตติกุล บุญลือ) ยิงเจ้าหน้าที่อีกหลายคน เป็นสไนเปอร์ที่พี่เพียรเผด็จศึกลงได้ในที่สุด  พี่เพียรยิงไป ๒ ศพ กับอีก ๔ ศพที่ถูกเจ้าหน้าที่เก็บได้ รวมวันนั้น ๖ ศพ  ส่วนเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ๒ นาย

“ศพสุดท้ายโจรหนีเข้าไปจะข้ามแม่น้ำตรงบางลางในจุดที่ปล่อยน้ำ พี่เพียรประสานงานไปบอกให้ทางเขื่อนบางลางปล่อยน้ำให้เชี่ยว พอผู้ก่อการร้ายจะข้ามก็ข้ามไม่ได้ จึงพากันหนีไปแอบอยู่ในไร่ส้ม มันก็สู้สุดชีวิตจนแพ้ในที่สุด  ผมถ่ายภาพไป ๒๐๐ กว่าภาพ เรียกได้ว่าเป็นสงครามจรยุทธ์เต็มรูปแบบที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ สามารถพิชิตสไนเปอร์ของผู้ก่อการได้รวมถึง ๖ ศพ ไม่เคยมีเลยนะในสารบบ

“เป็นด้วยเหตุบังเอิญจริงๆ ที่ผมเอาตัวไปพัวพันอยู่ในเหตุการณ์ครั้งสำคัญด้วย ทำให้โชคดีได้เห็นการควบคุมสั่งการรุกไล่ล่าของพี่เพียรอย่างชัดเจน เห็นภาวะการนำ การตัดสินใจของคนที่เรียกได้ว่าเป็นผู้นำจริงๆ”

         ข้างต้น เป็นเพียงหนึ่งในภารกิจที่จ่าเพียรฝากไว้แก่แผ่นดินชายแดนใต้ นอกเหนือจากวีรกรรมมากมายก่อนหน้าที่ได้สำแดงให้ปรากฏตั้งแต่ครั้งเริ่มสั่งสมชื่อในฐานะหัวหน้า “ชุดปฏิบัติการยูงทอง”                

หากแต่ ๓ ปีต่อจากนั้นมา ผู้คนก็ได้รู้จักชื่อ “จ่าเพียร” หรือ พ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา ในอีกมิติหนึ่ง   

................................

(โปรดติดตามตอนต่อไป... 'คำ ก ล่ า ว ล า ข อ ง ภ ร ร ย า คู่ ชี วิ ต)

เพลงยูงทองแค้น ที่ 'จ่าเพียร' แต่งร่วมกับทีมงานชุดปฏิบัติการยูงทอง สะท้อนว่าเลือด 'ศิลปิน' ถูกถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูก-ชุมพล เอกสมญา

(ลายมือเขียนเนื้อเพลงโดย ชุมพล เอกสมญา)

วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๓๖ จ่าเพียรนำกำลังเข้ายิงปะทะต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่ภูเขาปาแตรายอ ต.เก๊ะรอ อ.รามัน จ.ยะลา กระทั่งสามารถยึดค่ายพักได้ และฝ่ายตรงข้ามถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ๑ คน (ภาพจากครอบครัวจ่าเพียร)

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้ให้โอกาส 'จ่าเพียร' กลับไปเปิดยุทธการถึงถิ่นบันนังสตาอีกครั้ง (ภาพจากครอบครัวจ่าเพียร)

ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ชุด 'สงครามจรยุทธ์ครั้งสุดท้าย' ของ 'จ่าเพียร' (ภาพโดย...นกน้อย -ส.ยะลา "ขอบคุณครับพี่ชายที่แสนดี")

เหลือเพียง 'ความทรงจำ'

อ่านเรื่องย้อนหลัง

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (บทเกริ่นนำ : ร่วมรำลึกทำบุญ ๑๐๐ วัน - - ๒๐ มิ.ย.๕๓)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/18/entry-1

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (ตอน ๒ : ฉากชีวิตที่บันนังสตา)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/19/entry-1/comment#read

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (ตอน ๓ : กว่าจะมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาบูโด)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/20/entry-1 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กำหนัน วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ ขอสดุดีวีรชน..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
bon09 วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ขอคารวะจ่าเพียรที่น่ายกย่องตลอดไป





ฟังเพลงคลายเครียดที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 07.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

คารวะจ่าเพียร..
ผู้กล้า..
คนดีที่โลกลืม..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เพิ่งไปลงพื้นที่มาครับ.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
captain.Jack วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 07.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

เทิดทูนวีรกรรม....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 07.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

สวัสดีคับพี่ย่อง
เมื่อวานเจอน้ารูน , ป๋าโด่ง
ก็คุยเรื่องนี้เหมือนกันคับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]