• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407845
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 3375 , 09:19:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เพียงเสี้ยวของ 'ความทรงจำ'

“คิดแล้วบางทีก็แค้นนะ แค้นที่เหมือนเขาไม่เคยเหลียวกลับมาดูแลครอบครัวเลย” 

พิมพ์ชนา เอกสมญา สะท้อนความรู้สึกอันระอุด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน

“เขาไม่ค่อยจะมีเวลาให้กับครอบครัวเท่าไหร่ เราน้อยใจตรงนั้น  บางทีแค้นใจเวลาเราเจ็บไข้ไม่สบาย พอบอกเขา กลับบอกว่าเงินก็มี โรงพยาบาลหรือหมอก็รู้ว่าอยู่ตรงไหน ไปหาเอาเองสิ มันเจ็บใจนะ ไปนั่งคอยหมอหน้าห้อง คนอื่นเขาจูงมือเดินกันไปสองคนสามี-ภรรยาแก่ๆ เราไม่มีอย่างนั้น ต้องไปเอง ไม่สบายนอนห้องผ่าตัดต้องมีน้องหน้าบ้านไปเฝ้าไปดูแล พูดกันเล่นๆ ว่าเป็นแม่หม้ายผัวทิ้ง  บอกแล้วชีวิตของเราเราไม่มีปีใหม่ วันเกิด วันสงกรานต์ วันเด็กไม่เคยมี พอวันปีใหม่ วันสงกรานต์ เขาต้องอยู่ในพื้นที่ เตรียมพร้อม ไม่มีโอกาสพาลูกไปเที่ยวพักผ่อน เราเป็นครอบครัวตำรวจ เขาเป็นตำรวจอาชีพ เป็นตำรวจ ๒๔ ชั่วโมง ยังเคยแซวเล่นๆ ว่าถ้าวันหนึ่งมี ๓๐ ชั่วโมง เธอก็เป็นตำรวจ ๓๐ ชั่วโมงเลยใช่ไหม หรือยังถามเล่นๆ ว่า ถ้าพ่อโดนออกจากตำรวจแล้วจะทำอะไร เขาบอกว่าเขาเป็นตำรวจอาชีพ ทำอะไรอื่นไม่เป็นแล้ว หากเกษียณก็จะทำหน้าที่คอยรับส่งหลานไปโรงเรียน พออายุมากเขารักหลานมาก บอกว่าส่งหลานเสร็จแล้วมานั่งดื่มน้ำชา คอยขับรถให้แม่นั่งไปโน่นนี่ แค่นี้ก็คิดว่ามีความสุขมากแล้ว”

น้ำเสียงที่เธอเล่าระคนไปด้วยแววเศร้าสะท้อนผ่านดวงตารื้นน้ำตา ขณะเหลียวมองไปยังมุมบ้านที่มีภาพคู่ชีวิตวางประดับไว้ พร้อมด้วยใบประกาศ รางวัลเกียรติยศต่างๆ มากมาย

“ตอนแกยังอยู่นะ เป็นคนไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าบ้างแต่น้อยมาก เวลาอยู่พื้นที่ดูเข้มแข็งนำลูกน้องลุย อยู่ไม่ติดบ้านเลย เดี๋ยวไปโน่นไปนี่  พอกลับมาบ้านที่หาดใหญ่แล้วชอบบ่นปวดโน่นปวดนี่ มาก็นอนดูโทรทัศน์เหมือนกับคนแบตฯ หมด ต้องไปหาหมอบ้างเพราะเป็นโรคหัวใจ บ่นว่าชอบเจ็บอก ตอนกลางคืนมักเอามือทุบอกดังๆ เหมือนจะหายใจได้ไม่เต็มปอด  เวลาเดินลงบันไดต้องเกาะราวบันไดลง ขากะเผลกๆ เป็นคุณปู่แก่ๆ คนหนึ่ง  ใจดีมีน้ำใจ ขนาดรถเด็กแถวบ้านสตาร์ตไม่ติดก็ออกไปช่วยเข็นรถให้ ไม่มีไว้ฟอร์มเลย” 

กล่าวกันว่าใครคนหนึ่งที่ทุ่มเททำงานกระทั่งสร้างชื่อจนได้รับการยอมรับจากสาธารณชน สามารถก้าวไปสู่การเป็น “วีรบุรุษ” ย่อมต้องแลกมากับการสูญเสียอะไรอย่าง และแน่นอน, หนึ่งในนั้นก็คือครอบครัวของเขาเอง  เฉกเช่นเดียวกับครอบครัวเอกสมญาซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น “ภูวพงษ์พิทักษ์” นามสกุลที่จ่าเพียรไปขอจดตั้งขึ้นมาเอง แทนนามสกุลที่เคยยืมเพื่อนมาใช้ในคราที่ต้องสอบเข้าโรงเรียนตำรวจภูธร

“วัยเด็ก ๑๕ วันถึงจะได้เจอพ่อสักครั้ง มีเวลาให้ลูกๆ ไม่มากนัก วันสองวันก็ต้องไปทำงานต่อ เมื่อมีเวลาพวกเรามีโอกาสได้อยู่ร่วมกันหรือเล่นกันอย่างสนุกสนานตามประสาพ่อแม่ลูกบ้าง แต่เวลาแห่งความสุขของครอบครัวเช่นนี้มีน้อยมาก  ผมเสียพ่อให้กับประเทศนี้ ๔๐ ปีที่พ่อทำงาน พ่อทุ่มจนทำให้ครอบครัวเรา ความอบอุ่นมันน้อยครับ แต่สิ่งที่เราได้รับคือความไม่ยุติธรรม” ชุมพล เอกสมญา กล่าว  สำหรับเขา จ่าเพียรก็เหมือนพ่อทั่วไปที่รักลูก รักครอบครัว มีวิถีชีวิตแบบง่ายๆ

“ผู้ชายใต้อากาศร้อนก็นุ่งผ้าขาวม้าอยู่บ้านเหมือนพ่อทั่วไป เราได้ขี่หลังพ่อ ขี่คอพ่อเหมือนลูกคนอื่นๆ แต่ว่าก็นานๆ ครั้ง  ภาพประทับใจการทำงานคือ เวลาพ่อเข้าป่า เข้าไปทำอะไร ผมรู้นะ แต่น้องเล็กๆ ไม่รู้ นึกว่าพ่อไปยิงกระรอก กระแต ไปหาอาหาร ไปหาปลา หาหมูป่ามาให้ลูกกิน เพราะสมัยก่อนสัตว์ป่าเยอะ น้องเข้าใจว่าพ่อไปล่าสัตว์มาเลี้ยงครอบครัว ผมไม่รู้จะบอกน้องอย่างไร แต่รู้ว่าเป็นงานที่เสี่ยง  พอพ่อกลับมาก็สงสาร ทั้งตัวมีแต่ทาก คราบเลือดเต็มไปหมด เท้าซีดเหมือนศพ เพราะว่าเวลาเดินป่าแถบภาคใต้มักจะเจอฝนตกหนักตลอด”

นอกจากนี้เมื่อกลับมาถึงบ้านแล้ว แทนที่จะได้พักผ่อนกับภรรยาและลูกๆ สักระยะหนึ่ง ซึ่งมักเป็นช่วงเวลา ๒-๓ วันที่พักเท่านั้นที่ได้เล่นอยู่กับลูก พอตกดึกผู้เป็นพ่อกลับต้องกางแผนที่เตรียมทำงานอีกแล้ว โดยเฉพาะช่วงหลังที่ตั้งใจศึกษาต่อให้จบระดับปริญญาตรี ด้วยเป็นคนใฝ่เรียนอยากจะเรียนต่อให้จบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ แต่ไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือ จึงใช้วิธีการอัดเสียงกฎหมายมาตราต่างๆ แล้วเปิดนอนฟังจนหลับไป

“พ่อจะแยกเวลาหมดเลย เป็นคนมีระเบียบวินัยในงานทำงานสูงมาก งาน เล่นกับลูก พอลูกหลับดึกหน่อยก็ดูหนังสือ ท่องมาตรากฎหมาย ท่องเสร็จสี่ทุ่มก็นอน ตื่นเช้ามาออกกำลังกาย เหมือนพ่อทั่วๆ ไป แต่จุดแตกต่างคือท่านมีเวลาให้กับประเทศนี้มาก แม้แต่เวลาที่มาอยู่บ้านก็เอาไปลงพื้นที่ ออกไปเยี่ยมเยียนพวกสาย พวกแนวร่วม เยี่ยมบ้าน อส. บ้าน ชรบ. เอาเวลาครอบครัวไปใช้กับตรงนั้น”

สิบตำรวจโท โรจนินทร์ เอกสมญา บุตรชายคนสุดท้องผู้ซึมซับการเป็นตำรวจจากบิดาเล่าว่า ความที่มีพ่อเป็นตำรวจ ทำให้บรรดาลูกๆ ต้องพลอยย้ายโรงเรียนไปเรื่อยตามวาระหน้าที่ของพ่อ กระทั่งตัวเขาต้องเรียนหนังสืออยู่หลายโรงเรียนกว่าจะจบได้  ภาพเจนตาที่เห็นเป็นประจำคือ พ่อเป็นคนตื่นเช้า ออกกำลังกายเล็กน้อยก่อนจะอาบน้ำแต่งตัวไปสถานีตำรวจเพื่อนั่งดื่มน้ำชากับลูกน้องหรือชาวบ้าน จากนั้นจึงออกลาดตระเวน

“จนประมาณ ๑๐ ปีมานี้ผมอยู่ใกล้ชิดพ่อมากเพราะว่าไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน คุณแม่อยากให้ช่วยไปดูแลพ่อด้วย เพราะบางทีแม่ต้องดูแลบ้านที่หาดใหญ่ เมื่อเห็นว่าผมว่างจึงส่งให้ไปอยู่เป็นเพื่อน  ช่วงหลัง ๕ ปีสุดท้ายเป็นตำรวจก็อยู่ใกล้กัน พอมา ๒ ปีหลังย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน ทำงานที่เดียวกัน ยิ่งใกล้ชิดกับพ่อมากขึ้น ก็เห็นวัตรปฏิบัติของพ่อยังเหมือนเดิมแม้จะอายุมากแล้วก็ตาม  โดยเฉพาะเมื่อมาอยู่บันนังสตารอบใหม่นี้ ยิ่งชอบลาดตระเวนลงพื้นที่ บางทีต้องคอยจ้องว่าพ่อขึ้นหรือลงรถอะไร เพราะบางทีแกไปเลย ไปกับคนขับสองคน ไม่มีผู้ติดตาม จะไม่บอกล่วงหน้า อาจรู้แค่ ๑๐ หรือ ๑๕ นาที เพราะต้องเซฟตัวเอง  แต่อีกด้านหนึ่งแกก็ชอบลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน ถึงขนาดไปช่วยชาวบ้านสร้างห้องส้วมห้องน้ำด้วยนิสัยไม่ถือตัว”

         กล่าวกันว่าเมื่อจ่าเพียรกลับมาบังนังสตาอีกครั้ง ภายใต้สถานการณ์ในพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ทำให้เขาต้องมุ่งมั่นปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทมากยิ่งขึ้น กระทั่งแทบเป็นภาพเจนตาของผู้คนที่พบเห็นจ่าเพียรเดินตรวจพื้นที่ยามค่ำคืนดึกดื่นยันเช้ามืด

สามารถ ไชยพันธุ์ นักการฯ ประจำ สภ. บันนังสตา จังหวัดยะลา ฉายภาพว่าจ่าเพียรใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย กินอยู่ง่ายมาก มื้อเช้าก็ซาลาเปากับกาแฟ หรือไม่ก็เดินไปทานในร้านประจำข้างสถานีตำรวจหรือฝั่งตรงกันข้าม  บางคืนทำงานเร่งด่วนจนดึกดื่นก็ไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านพัก ใช้วิธีนอนบนโซฟาในห้องทำงาน  พอมาตอนเช้าจะมาทำความสะอาด เปิดประตูเข้าไปยังตกใจเพราะไม่นึกว่าแกจะอยู่ง่ายขนาดนี้

“ส่วนคุณนายใจดี เป็นกันเอง บางทีซื้อของอะไรมาใส่ตู้เย็นเวลามาหา  เดิมท่านพักอยู่บ้านพักหลังเก่า อยู่คนเดียวตลอด ตอนหลังลูกชายมาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ประจำ เพราะต้องไปๆ มาๆ หาดใหญ่เพื่อไปดูแลคุณแม่  ส่วนคุณนายมานานๆ ครั้ง หรือบางทีอาทิตย์ครั้ง ๒ อาทิตย์ครั้ง  บ้านพักหลังใหม่ท่านเพิ่งขึ้นไปอยู่ได้คืนเดียว ขนย้ายของอะไรมาหมดแล้ว เพราะว่าวันนั้นผมไปล้างถูบ้านให้ คืนวันพฤหัสฯ ได้นอนบ้านใหม่ บอกว่าจะขึ้นบ้านใหม่วันพฤหัสฯ เพราะเป็นวันดี ถัดมาอีกวันแกก็เสียชีวิต”

ถึงวันนี้, หนึ่งในภาพสุดท้ายที่สร้างความประทับใจแก่ผู้คน คือสภาพห้องนอนของจ่าเพียร ซึ่งเรียบง่ายมาก แสดงความเป็นอยู่อย่างสมถะ เรียกว่าแทบจะหลับนอนแบบเสื่อผืนหมอนใบ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดสมฐานะผู้กำกับมือปราบ

“วันนี้พวกเราเหลือแต่คุณแม่ มีสื่อต่างๆ มาสัมภาษณ์ไม่ได้ขาด มีผู้คนมากมายส่งกำลังใจมาให้ ทุกคนต่างบอกว่าเห็นคุณแม่เข้มแข็ง  ผมว่าดูเหมือนเข้มแข็งแบบนั้นแหละ แต่ความจริงแล้วพวกเราทุกคนเศร้าใจกันมาก อยู่ที่ว่าจะแสดงมากน้อยเพียงใด  คุณแม่ต้องดำรงความเข้มแข็งไว้ในฐานะเสาหลักของครอบครัวที่ต้องรับช่วงดูแลรับผิดชอบลูกหลานต่อไป หากแสดงอาการเศร้าใจอะไรออกมามากจะทำให้ครอบครัวยิ่งเศร้ากันมากขึ้น แม่เลยต้องอดทน” สิบตำรวจโทโรจนินทร์กล่าวถึงผู้เป็นมารดา 

         “วางแผนว่าช่วงสุดท้ายจะอยู่ด้วยกันบ้าง เขาจะเอารถจี๊ปไปขับที่ตรังเพราะเราเป็นคนชอบทะเล เขาชอบป่าชอบภูเขา เขาอยากจะขับเที่ยวอยากมีความสุขช่วงบั้นปลายเพราะว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันมานาน ตัวเองก็เป็นไขมันในเส้นเลือดต้องทานพวกผักผลไม้ ส่วนเขาเริ่มเป็นโรคหัวใจและเป็นความดัน จึงอยากจะไปดูแลปรนนิบัติให้ได้กินข้าวเป็นเวลา นอนเป็นเวลา พักผ่อนเป็นเวลา อยากอยู่ที่สบายบ้างเพราะเราลำบากมานาน ขอแค่นั้นเอง เราทำเต็มที่แล้วเราถึงขอ คนแก่เป็นนักรบสมัครใจไปทำงาน ทำงานมาเต็มที่แล้ว เหลือปีกว่าๆ ร่างกายไม่ไหว อยากขอเป็นรางวัลชีวิตที่ได้รับราชการมานาน เหนื่อยมานาน เราลุ้นตั้งแต่ตุลาฯ แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง จึงเดินทางไปร้อง รอฟังข่าวเรื่องก็เงียบ เลยบอกว่าจะขึ้นไปอีกครั้ง เอาพวกประกาศต่างๆ ไปเผา กลายเป็นว่าไม่ได้เผา ต้องมาเผาเขาก่อน

“เหนื่อยมาก เหนื่อยจริงๆ กับชีวิต แต่ก็ภูมิใจ เมื่อก่อนไม่เข้าใจเขา เราเป็นผู้หญิงย่อมต้องการความอบอุ่น ต้องการให้เขามาดูแลบ้าง ในที่สุด ณ เวลานี้ ทำให้ภูมิใจที่เขาทำดีมาตลอดและมีคนเห็นความดี แม้จะช้าไปหน่อยแต่ก็ดีใจที่ผู้คนยังได้เห็น ไม่ใช่หายไป  สุดท้ายจึงอยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปลี่ยนแปลงระบบให้เกิดความยุติธรรม ดูแลทุกคนอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ให้ใครคนหนึ่งตายไปฟรีๆ แล้วก็เลือนหายไปกับสายลมแสงแดด” พิมพ์ชนา เอกสมญา กล่าวทิ้งท้าย

เป็นเสมือนการปิดฉากชีวิตยอดมือปราบแห่งบันนังสตา บุรุษ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบใน “ชายแดนใต้” จนวินาทีสุดท้าย พร้อมกับคำสั่งเสียสุดท้ายที่ว่า

“ผมไม่อยากเป็นวีรบุรุษ และจะไม่ขอตายในชุดนักรบ”

................................

 

"ผู้ชายใต้อากาศร้อน ก็นุ่งผ้าขาวม้าอยู่บ้านเหมือนพ่อทั่วไป" ภาพความทรงจำของ 'ชุมพล เอกสมญา' 

"เราได้ขี่หลังพ่อ ขี่คอพ่อเหมือนลูกคนอื่นๆ แต่ว่าก็นานๆ ครั้ง"

ลูกชายทั้ง ๔ ในเยาว์วัย, ชุมพล - เสรษฐวุฒิ - รัฐวิชญ์ - โรจนินทร์ เอกสมญา

ชุมพล เอกสมญา

โรจนินทร์ เอกสมญา

รัฐวิชญ์ เอกสมญา

ใบนัดตรวจโรคหัวใจของ 'จ่าเพียร'

ลูก + หลาน

บ้านพัก ผกก.สภ.บันนังสตา หลังใหม่ 'จ่าเพียร' ย้ายไปอยู่ได้เพียงวันเดียว วันถัดมาก็เสียชีวิต

สภาพภายในห้องพักของ 'จ่าเพียร' เรียกได้ว่าอยู่อย่างสมถะแบบ "เสื่อผืนหมอนใบ"

บ้านที่สงขลา ศาลาหลังเล็กหน้าบ้าน คือจุดที่ 'จ่าเพียร' ชอบมานั่งเล่น-พักผ่อน และทักทายผู้คนอย่างง่ายๆ เป็นกันเอง

จดหมายแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจครอบครัว 'เอกสมญา'

"จะปิดทอง...หลังองค์...พระปฏิมา"

เอกสารประกอบการเขียน ::

"จ่าเพียร" นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาบูโด, อนุสรณ์พิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา, มีนาคม ๒๕๕๓.

เลือด เนื้อ เพื่อแผ่นดิน จ่าเพียร ตำนานนักรบ นักสู้...แห่งเทือกเขาบูโด, อนุสรณ์พิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา, มีนาคม ๒๕๕๓.

คำสุดท้าย จ่าเพียร "ผมไม่อยากเป็นวีรบุรุษ และจะไม่ขอตายในชุดนักรบ", ฉบับพิเศษ คม ชัด ลึก, มีนาคม ๒๕๕๓.

ขอขอบคุณ :

คุณพิมพ์ชนา เอกสมญา

คุณจีรภัทร์ ภูวพงษ์พิทักษ์ (ชุมพล เอกสมญา)

ส.ต.ท.โรจนินทร์ ภูวพงษ์พิทักษ์

พ.ต.ท.วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา

ส.ต.ท.สุรศักดิ์ แก้วน้อย ผบ.หมู่ (ป.) สภ.บันนังสตา จ.ยะลา

คุณนครินทร์ ชินวรโกมล ผู้สื่อข่าวเครือเนชั่น ประจำจังหวัดยะลา

คุณสามารถ ไชยพันธุ์ นักการฯ ประจำ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา

และอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนามมา ณ ที่นี้, ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

หมายเหตุ : สารคดีพิเศษชิ้นนี้ ตีพิมพ์ครั้งแรกใน 'นิตยสารสารคดี' ปีที่ ๒๖ ฉบับที่ ๓๐๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓. (ด้วยความขอบคุณเป็นพิเศษที่ให้โอกาส, ขอบคุณ...คุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการบริหาร คุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง ผู้ประสานงานอย่างใกล้ชิด และ 'ทีมงานสารคดี' ใจดีทุกท่าน - ขอได้รับการคารวะด้วยใจจริง -  เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันครับ.) 

 

อ่านเรื่องย้อนหลัง

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (บทเกริ่นนำ : ร่วมรำลึกทำบุญ ๑๐๐ วัน - - ๒๐ มิ.ย.๕๓)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/18/entry-1

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (ตอน ๒ : ฉากชีวิตที่บันนังสตา)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/19/entry-1/comment#read

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (ตอน ๓ : กว่าจะมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาบูโด)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/20/entry-1 

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (ตอน ๔ : สงครามครั้งสุดท้ายของวีรบุรุษชายแดนใต้)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/22/entry-1

‘จ่าเพียร’ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตัวจริง (ตอน ๕ : คำกล่าวลาของภรรยาคู่ชีวิต)

http://www.oknation.net/blog/narapong-sak/2010/06/23/entry-1





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ครูแดง วันที่ : 29/06/2010 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-จดจำไว้ในใจ........สำหรับความดีของจ่าเพียร

-จ่าเพียรมีชีวิตที่คุ้มค่าแห่งการเกิดมาจริงๆ

-ผลงานเขียนนี้จะมีประโยช์ต่อชนรุ่นหลังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Cat@ วันที่ : 28/06/2010 เวลา : 20.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อำลาอาลัย
คนดี ๆที่ควร บันทึก

..........

ปิดเทอมแล้ว ค่ะ
เชิญ นะคะ่
แม่แคท ลงเรืองใหม่

ส่ง ท้ายปิดภาคเรียน ที่เมืองเบรเมน

# งานศิลป ของเด็ก ชั่นสิบ ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 28/06/2010 เวลา : 13.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ขอร่วมคารวะ
จิตวิญญาณ
อันหาญกล้า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นักอ่าน วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 14.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pongthep25

ขอบคุณ "จ่าเพียร" และครอบครัว เป็นอย่างมากที่สุดครับ ที่ช่วยและเสียสละเพื่อ "ชาติไทย" มาตลอด
ผมคิดว่า ครอบครัว เป็นส่วนสำคัญของกำลังใจที่ทำให้มีแรงกายแรงใจในการทำงานมาจนตราบวันสุดท้ายครับ
ขอบคุณ เจ้าของกระทู้ สำหรับแรงกายแรงใจ และ "ใจ" สำหรับเรื่องราวที่ลงมาให้อ่านครับ
ขอบคุณ เจ้าหน้าที่อื่นที่กำลังปฏิบัติหน้าที่และเสียสละเพื่อเราคนไทยอยู่ครับ
ขอขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมจะไม่ลืมจ่าเพียร
แม้จะไม่นึกถึงท่านทุกวัน
แต่ทุกครั้งที่มีข่าวตำรวจ...ผมจะนึกถึงตำรวจดีๆอย่างท่านครับ

กราบคารวะท่านด้วยความเคารพ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tengpong วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 10.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

คนที่เสียสละความเป็นครอบครัวอยู่เบื้องหลัง
ก็คือคู่ชีวิตของท่านนั่นเอง

กราบคาวระด้วยความเคารพครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]