• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407610
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันอาทิตย์ ที่ 31 ตุลาคม 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 1579 , 10:12:53 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน เตาะแตะ , จันทร์วารี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๔

 สายธารแห่ง ‘อุดมคติ’ ไหลนองทับรอยเลือดที่รินหลั่งรดแผ่นดินแดงเดือดของศพนิรนาม ๓ ศพที่นอนยาวเหยียดอยู่บนลาดเขาบริเวณปากทางเข้าบ้านเหนือคลอง

๑ ใน ๓ ศพคือคนหนุ่มวัยเบญจเพศผู้รุ่มรวยอุดมคติ และแบกอุดมการณ์อันเข้มข้นของคนรุ่นใหม่ไปเป็นครูประชาบาล ณ โรงเรียนเหมืองห้วยในเขา ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ได้เพียง ๖ เดือนเศษ

ชายหนุ่มคนนี้นอกจากจะเป็นนักกิจกรรมแล้ว ยังเป็นนักเขียนโรแมนติกที่เขียนหนังสือได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ มีบุคลิกดี พูดเพราะ และรักเด็ก

หลายคนวิจารณ์ว่าดั่งเขาถอดแบบมาจากปัญญาชนสยามนาม ส.ศิวรักษ์

ทุกวันนี้นับจากวันที่เขาเสียชีวิตโดยที่ไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่า ใคร ?  เป็นผู้สังหาร ผกค., คนในเครื่องแบบ หรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น แต่เขาได้รับการจารึกไว้ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์อุดมคติของคนหนุ่มสาวตราบเท่าทุกวันนี้

 เขาคนนี้ชื่อ ‘โกมล คีมทอง’ บัณฑิตครุศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย

๓๐ ปีให้หลัง...

         เมื่อนักอุดมคติยุคเก่าที่มีที่ยืนอันมั่นคงในยุคสมัย พยายามนำโลกแห่งอุดมคติของตัวเองครั้งต่อสู้กับอำนาจอันไม่ชอบธรรม มาปัดฝุ่นเพื่อฟื้นฟูความงดงามทางจิตใจที่เริ่มผุกร่อน คนรุ่นนี้ก็ใช่ว่าจะยอมปฏิเสธความสุขสบายในยุคบริโภคนิยมที่ใช้เวลากว่าค่อนชีวิตเสาะแสวงหามา

คำนิยามใหม่ของคนรุ่นนี้จึงถูกเรียกขานว่า BOURGEOIS BOHEMIANS หรือ BOBOS ตามแนวคิดของ DAVID BROOKS ผู้แต่งหนังสือเรื่อง BOBOS IN PARADISE : THE NEW UPPER CLASS AND HOW THEY GOT THERE

         BOBOS คือชนชั้นกลางถึงชั้นสูง อายุประมาณ ๓๐ ปีขึ้นไป การศึกษาดี หน้าที่การงานมั่นคงใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในเมืองใหญ่อันอลวนอลเวงในยุค ๒๐๐๐

         ย้อนไปในทศวรรษ ๑๙๖๐ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เป็นยุค BABY BOOMERS ที่ผู้คนเริ่มสร้างตัวและครอบครัวขึ้นมาใหม่ ทศวรรษ ๑๙๗๐ เป็นยุค HIPPIES โลกเต็มไปด้วยความขัดแย้งวุ่นวายและสับสนเกิดปรัชญาการใช้ชีวิตแบบต่างๆ มากมาย ปลายทศวรรษ ๗๐ ในเมืองไทยคือการเริ่มยุคแสวงหาของ ‘๕ ย’ และยุค ‘ฉันจึงมาหาความหมาย’

         ทศวรรษ ๑๙๘๐ ยุค YUPPIES โลกถูกครอบงำด้วยทุนนิยมแบบเต็มขั้น คนรุ่นใหม่ร่ำรวยทรัพย์สินเพียงชั่วพริบตาในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่ ก้าวล่วงถึงทศวรรษ ๑๙๙๐ คือ GENERATION X อันโด่งดัง วัยรุ่นคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่แสวงหาความมั่นคงในชีวิตการงาน ชื่อเสียงและเกียรติยศ คำว่าอุดมคติดั่งไม่เคยมาแผ้วพานในชีวิตแม้เพียงกระผีก

         หากมีใครบางคนดันทะลึ่งเผลอไปถามเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมาเป็นวัยหนุ่มสาวถึงผู้ใหญ่ในยุคสมัยนี้ว่า มีอุดมคติอย่างไรในการใช้ชีวิต อาจถูกตอกกลับจนหน้าหงายเพราะในสารบบทางความคิดของคนรุ่นนี้กระทั่งถึงคนรุ่น BOBOS ส่วนใหญ่ไม่เคยสนใจและหวังจดจารคำว่าอุดมคติลงในดวงใจแม้สักน้อยนิด เพราะคนรุ่นใหม่ไม่มีอุดมคติอันสูงส่งใดๆเป็นเข็มทิศ แต่สิ่งที่ชี้นำชีวิตคือความสุขสบายเท่าที่คนคนหนึ่งในฐานะปัจเจกชนจะพึงหามาประดับชีวิตส่วนตัวได้

         จะมีคนหนุ่มสาวในยุคกระแสสังคมบริโภคนิยมสักกี่คนที่รู้จักตั้งคำถามกับตัวเองว่า ชีวิตนี้เกิดมาทำไม? วาดหวังอนาคตอันสดใสไว้แบบไหน? พร้อมลดละความเห็นแก่ตัวหรือกล้าทวนกระแสสังคมเพียงไร?

๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔

        ‘สืบสายธารตำนานนักอุดมคติ : ผ่านหัวใจปู่สู่นักอุดมคติแห่งสามัญชน’ หัวข้อปาฐกถาโกมล คีมทอง ประจำปี ๒๕๔๔ โดยศาสตราจารย์นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว ในงาน ๓๐ ปีมูลนิธิโกมล คีมทอง “คนหนุ่มสาวกับอุดมคติ “ ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ นี้ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คล้ายจะหันมาทบทวนความร้าวรอนของของคำว่า ‘อุดมคติ’ ในหัวใจคนหนุ่มสาวในยุครอยต่อแห่งความสับสนจากยุค ‘ทันสมัย’ สู่ยุค ‘หลังทันสมัย’ หรือ ‘โพสต์โมเดิร์น’ ในโลกทุกวันนี้          ในยุคแห่งการสิ้นสุดของประวัติศาสตร์โลก เมื่อโลกเสรีประชาธิปไตย ทุนนิยม เสรีนิยม และลัทธิบริโภคนิยมเข้าครอบงำโลกได้เบ็ดเสร็จ คำว่า ‘อุดมคติ’ กลายเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ถูกกลบลบเลือนให้พร่ามัว บางคนถึงกับฟันธงว่าอุดมคติตายไปจากสังคมแล้ว เหมือนดังยุคหนึ่งที่ นิทเช่ ประกาศว่าพระเจ้าตายแล้ว!          

        หลายคนบอกว่าทุกปาฐกถาของมูลนิธิโกมล คีมทอง นับตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิหลังการเสียชีวิตของ โกมล คีมทอง ในปี ๒๕๑๔ เป็นเหมือนการสะท้อนภาพการเคลื่อนไหวของสังคมในยุคนั้นๆ นับตั้งแต่ปาฐกถาครั้งแรกเรื่อง ‘อุดมคติ’ โดย อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เมื่อปี ๒๕๑๗ กระทั่งครั้งที่ ๒๖ เมื่อปี ๒๕๔๓ เรื่อง ‘การใช้อำนาจรัฐ... โดยการกำกับของประชาชน’ โดย สุรสีห์ โกศลนาวิน และปาฐกถาครั้งที่ ๒๗ ในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ นี้ในวาระ ๓๐ ปีแห่งการจากไปของครูโกมล คีมทอง ดูเหมือนว่าหัวข้อเรื่องจะย้อนกลับไปหาปาฐกถาครั้งแรกโดย อ.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เพราะเป็นกลับไปสำรวจและทบทวนสายธารคำว่าอุดมคติกันอีกครั้งหนึ่งในช่องว่าง ๓๐ ปีที่ผ่านมา

        ปัญญา ศรีเพ็ญจันทร์ ผู้ประสานงานฝ่ายการศึกษาเพื่อการพัฒนา มูลนิธิโกมล คีมทอง กล่าวว่าเป้าหมาย ของมูลนิธิฯ นอกจากเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงครูโกมล คีมทอง แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะประสานต่อและสนับสนุนผู้มีอุดมคติ เช่นครูโกมลให้แพร่หลาย นั่นคือให้บุคคลเกิดสำนึกในการเสียสละเพื่อสังคม ใฝ่หาความรู้ มีอุดมคติ มีความกล้าหาญ และเป็นผู้นำในทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเป็นองค์ปาฐกในการจัดงานแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงานที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในสังคมวงกว้างมาก่อน ทั้งนี้เพื่อต้องการเป็นกำลังใจให้คนเหล่านี้และให้สังคมรับรู้ผ่านทางผลงานขององค์ปาฐกแต่ละท่านว่า อุดมคติของคนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง สัมผัสได้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแต่อย่างใด

         “ในวาระครบรอบ ๓๐ ปีแห่งการจากไปของครูโกมล คีมทอง เราตั้งโจทย์ว่า อุดมคติของคนในสังคมทุกวันนี้หายไปไหน? นักอุดมคติตายไปจากสังคมแล้วหรือ? นอกจากนี้การที่เลือกหมอเสมเป็นองค์ปาฐกเพราะเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่สร้างคุณค่ามากมายให้กับสังคม เราจะได้รับรู้ร่วมกันถึงแง่มุมชีวิตและความคิดของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการพิสูจน์ว่าการเป็นนักอุดมคติที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับสังคมนั้น ต้องผ่านกระแสหรือสายธารอะไรมาบ้าง กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์สิ่งเหล่านี้”

         ทุกวันนี้พวกเราที่ทำงานในแวดวงมูลนิธิฯ ต้องการทำให้สังคมรับรู้ว่าอุดมคติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอุดมคติทางการเมือง อุดมคติในด้านศาสนา อุดมคติทางสังคม ฯลฯ เป็นสิ่งที่มีอยู่จริงหรือไม่? เพราะทุกคนกำลังสับสน เป็นการบ้านที่ไม่ใช่พวกเราหรอกแต่คนทั่วไปควรหันกลับมาฉุกคิดกันใหม่

         การจัดงานครั้งนี้ถือว่าเป็นการจัดที่พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจัดกันถึง ๔ วัน โดยมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ในขณะที่ทุกครั้งการจัดงานจะจัดกันเพียงวันเดียว ทั้งนี้เพื่อต้องการปลุกกระแสสังคมให้หันมาขบคิดทบทวนสารัตถะแห่งชีวิตในช่วงที่ผ่านมาและที่จะต้องเผชิญในอนาคตข้างหน้า คนที่ไปร่วมงานและฟังปาฐกถาในวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ นี้ ภายหลังอาจได้คำตอบว่าอุดมคติเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง เพราะอุดมคติก็คือความสอดคล้องระหว่างความจริงและความงดงานแห่งชีวิตนั่นเอง

               

         สำหรับการเดินทางไกล...หากชาวเรือคนใดก็ตามต้องการกำหนดทิศทางในการเดินเรือ เขาเพียงแต่แหงนหน้าไปสู่ฟากฟ้ากว้าง เพื่อใช้ ‘ดวงดาว’ เป็นเข็มทิศ

         แต่หากคนทุกวันนี้ ต้องการกำหนดทิศทางเดินของชีวิตในห้วงมหรรณพ เขาอาจเพียงหลับตาแล้วใคร่ครวญคำว่า ‘อุดมคติ’ ของชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เพราะคำๆ นี้อาจเป็นธงนำสำคัญของมนุษยชาติในโลกอันสับสนยุคโพสต์โมเดิร์นก็ได้- หรือไม่ใช่?

หมายเหตุ : ข้อเขียนชิ้นนี้ของข้าพเจ้า เผยแพร่ครั้งแรกในเซ็คชั่น 'อาทิตย์ทอดวง' นสพ.ผู้จัดการรายวัน เมื่อกุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ ล่วงผ่านมา ๙ ปีจากวันนั้น ขออนุญาตคัดสรรมาให้ได้ร่วมขบคิดใคร่ครวญถึงคำว่า 'อุดมคติ' ว่าเป็นเช่นใดในโลกทุกวันนี้ และที่สำคัญ, เพื่อส่งผ่านความห่วงใยถึงน้องชายข้าพเจ้า --มนตรี คำสิงห์ ที่กำลังปลึกวิเวกตัวเองเพื่อ "ทบทวนโลกภายใน" อย่างมุ่งมั่น ข้าพเจ้าเชื่อว่า แม้นเขาจะเปรียบตนเองว่าเป็นเช่น 'เต่าเดินช้า' แต่ก้าวย่างแห่งการปวารณาตัวเองเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมดีงามนั้น ล่วงหน้าไปไกลใน 'วิถี' ขณะเริ่มประทับรอยเท้าที่มั่นคงยิ่งในเส้นทางผ่านของชีวิต - - ด้วยรักและกำลังใจ, ปราณชลี.

 

 

 

        




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ไออุ่นพฤษภา วันที่ : 02/11/2010 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konlapat

สมัยเรียนหนังสือ
ได้ยินชื่อของเขาบ่อยๆ

สบายดีป่าวคะ คุณปราณชลี
หวังว่าคงไม่เจอปัญหาเรื่องน้ำท่วมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

ปุ่ม เรื่องโปรด บ้านพี่มันใช้ไม่ได้นะครับ
.
.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

ภาพ งาม
.
.
เนื้อ หาระดับมืออาชีพ เป้นประกันอยู่แระ
.
เนอะพี่
.
.


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จันทร์วารี วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

ยุคสมัยแห่งทุนนิยม
หีบใบเก่าค่ำคร่าที่ซุกอยู่ในห้องเก็บของ
..เต็มไปด้วยอุดมคติ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

เสียดาย ผมเกิดไม่ทัน ไม่ทันได้เกิด
ยุคสมัยที่ท่านเกิด และเสียชีวิตไปแล้ว
ผมอยากจะนับเป็นยุคทองของเหล่าวีรบุรุษชาติทั้งหลาย

ผมรู้สึกเสียใจที่ยุคนี้ ความสามารถของใครๆ แผ่กระจายไป อย่างไร้คุณค่า และสม่ำเสมอกันจนไม่อาจแยกผิด หรือ ถูก ไม่อาจแยก ผู้นำ กับ ผู้ตาม

ผมรู้สึกเสียใจกับยุคสมัย สมัยของผม...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 31/10/2010 เวลา : 10.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

2514
เพิ่งได้ 3-4 ขวบเองพี่ย่อง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]