• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407350
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤศจิกายน 2553
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 1822 , 21:13:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน จ่าจินต์ , น้ำทะเล โหวตเรื่องนี้

ในโอกาสก้าวสู่ขวบปีที่ ๙๖ ของชีวิต พลเอก/พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร ผู้เขียนมีโอกาสได้ทำหน้าที่เรียบเรียงหนังสือสำคัญเล่มหนึ่ง นั่นก็คือหนังสือชื่อ ‘อยู่อย่างประมาณ ก้าวสู่นักษัตรที่ ๙ แห่งชีวิต’ ซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจมากมายอันเกี่ยวเนื่องกับ ‘นักการเมือง’ ที่ขณะดำรงตนอยู่ในวังวนแห่งอำนาจ มีบ้างบางคนอาจหลงลืมตนไปว่าตนเองนั้นมิได้มีชีวิตอยู่เป็นอมตะนิรันดรกาล ไม่วันใดก็วันหนึ่งคงต้องลาจากลงจากเวทีอำนาจ

         สิ่งที่น่าสนใจ คือ เมื่อลงจากอำนาจแล้ว เส้นทางชีวิตจากนั้นไป จักเป็นที่ยกย่องเชิดชูตาในวงสังคม หรือถูกปรามาสในความหลอกลวง ตลบตะแลง ตระบัดสัตย์ และมีชนักติดหลังเรื่องความไม่โปร่งใสไปจนกระทั่งสิ้นลม ยิ่งพินิจจากสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุในเวลานี้ด้วยแล้ว มวลหมู่นักการเมืองยิ่งควรกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเองให้แม่นมั่นว่า จะเลือกเส้นทางใดต่อไปในอนาคตเพื่อให้เกิดความสง่างามและมีศักดิ์ศรี ให้ลูกหลานได้กล่าวถึงในแง่งาม แทนที่จะก่นด่าทอไปจนถึงคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า

         เส้นทางชีวิตของ พลเอก/พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร นั้น เริ่มต้นจากการเป็นเด็กบ้านนอกคอกนาคนหนึ่ง แต่วันหนึ่งกลับสามารถไต่เต้าได้เป็นถึงนายทหารได้รับยศตั้งแต่ร้อยตรี จนถึง พลเอก และ พลตำรวจเอก เมื่อเป็นนักการเมืองก็ได้เป็นผู้แทนราษฎรมาถึง ๑๒ สมัย ไม่เคยตกหล่น ได้รับเกียรติเป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีหลายกระทรวง กระทั่งก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย และเป็นผู้นำฝ่ายค้านของรัฐบาลไทยในยุคสมัยหนึ่ง โดยเฉพาะกับรางวัลและความภาคภูมิใจสูงสุดในชีวิต คือ การได้รับพระราชทานเครื่องอิสริยยศสายสะพายจนถึงมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ และได้รับสายสะพายจาก ๒ ประเทศ คือ สาย เดอะ แกรนด์ คอร์ดอน ออฟ เดอะ ออเดอร์ ออฟ เดอะ ไรซิ่งซัน จากประเทศญี่ปุ่น และได้รับสายสะพายชั้น กวางหวา จากประเทศเกาหลี

         นอกจากนี้ ได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยฮันยาง ประเทศเกาหลี และมหาวิทยาลัยศรีปทุม มอบดุษฎีบัณฑิตทางด้านกฎหมายให้ และเมื่อเป็นลูกเสือก็ได้รับเหรียญสดุดีรามกิรติอันเป็นสิริยิ่ง ขณะที่ศรีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก คือ ท่านผู้หญิง เจริญ อดิเรกสาร ได้ช่วยสนับสนุนราชการและสนองพระราชภารกิจมาด้วยดี ได้รับพระราชทานเครื่องอิสริยาภรณ์จนถึงขั้นมหาปรามาภรณ์ช้างเผือก และทุติยะจุลจอมเกล้าวิเศษ ยิ่งกว่านั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็น คุณหญิงและท่านผู้หญิง ตามลำดับ

           “เกียรติและยศที่เราได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานมา ได้ส่งเสริมกำลังใจในการสนองพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ยังจะต้องการอะไรอีก ผมตั้งคำถามแก่ตัวเอง เป็นเด็กบ้านนอกและได้สร้างตัวขึ้นมาจนถึงขั้นนี้ ก็นับว่าเป็นที่สุดในชีวิตแล้ว” ความที่เปล่งจากใจดังจะสะท้อนก้องผ่านพ้นกาลเวลา หลังได้ฝากผลงานแห่งชีวิตแก่แผ่นดินไว้มากมาย ด้วยปณิธานว่า “ข้าจะจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ตลอดไป ด้วยวิถีชีวิตที่แสนจะเรียบง่าย เรียกได้ว่า ‘พอประมาณ’ ในการอยู่กินอย่างพอเพียง

 “แม่น้ำไม่ไหลย้อนกลับ เฉกเช่นชีวิตที่มิอาจมีวันหวนคืน” ผู้คนมักหยิบยกปรัชญานี้มากล่าวถึงเสมอๆ เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพชีวิตที่เคลื่อนไปตามวัฏฏะสงสาร

 “ในสภาพธรรมดา ผมมักจะระลึกถึงความหลัง ปัจจุบัน และอนาคต อยู่ตลอดเวลา การระลึกถึงความหลังตั้งแต่เด็กจนคุ้มใหญ่ในปัจจุบัน เป็นลูกบ้านนอก มาสำเร็จการศึกษาในกรุง และสร้างตัวผ่านชีวิตมาหลายฝนจนได้เป็นรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และที่สุดก็เป็นประธานที่ปรึกษาของพรรคซึ่งไม่มีใครจะมาขอคำปรึกษา”

ชีวิตในปัจจุบัน พลเอก/พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือและใช้ชีวิตประจำวันอย่างสงบเงียบ พยายามยึดหลักทำความดีทั้งทางโลกและทางธรรม ห้วงยามเป็นนักการเมืองก็ได้พยายามทำหน้าที่ของนักการเมืองที่ดี เมื่อย่างสู่บั้นปลายของชีวิตก็เร่งกระทำความดีเท่าที่พอมีกำลัง โดยงานใหญ่ที่ยังคงให้ความใส่ใจและดำเนินการอยู่ คือ การให้ความสนับสนุนกรมศิลปากร เพื่อดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดีและขุดแต่งโบราณสถานวังสีทาในพื้นที่กว่า ๒๐ ไร่ ณ ตำบลสองคอน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานวังสีทา ซึ่งเป็นวังที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

 “โลกมนุษย์ย่อมเปลี่ยนแปลงไปได้ตามจักรราศี ชีวิตคนเราก็ย่อมผันแปรเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน จะคงที่แน่นอนอยู่กับที่นั้นเป็นไปไม่ได้ คิดเสียได้อย่างนี้ก็คงสบายใจขึ้นอักโข พยายามปลดเปลื้องความไม่สบายใจ ความเป็นทุกข์ออกไปเสีย นึกถึงอดีต อะไรไม่ดีก็รู้แจ้งแล้ว มองไปข้างหน้า ก็ปลดทุกข์ออกไปเรื่อยๆ ทำใจให้สบาย”

ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก พลเอก/พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร มักชอบเล่นกอล์ฟ เพราะมีความเชื่อว่ากีฬากอล์ฟเป็นการเล่นเอาชนะตัวเอง จะโทษใครไม่ได้ ตีเสียของเพราะตัวของตัวเอง เป็นการฝึกอารมณ์ไปด้วย

 “กีฬากอล์ฟสอนให้แต่ละคนเอาชนะตนเอง และเมื่อเอาชนะตนเองได้ ก็จะชนะผู้อื่นไปด้วย โดยไม่มีการฆ่าใคร ไม่มีการกันใคร ไม่มีการทำลายคู่ต่อสู้ ต่างคนก็ต่างเล่นของตัวไปให้ดีที่สุด แล้วผลจะดีเอง กีฬากอล์ฟจึงเป็นกีฬาที่ฝึกให้คนทำความดี โดยไม่มีการอิจฉาริษยา หรือกีดกัน หรือกลั่นแกล้งใคร กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่สอนให้มีความซื่อตรง เพราะต่างคนต่างเล่น ต่างคนต่างตี ไม่มีใครคอยกำกับดูแลใคร”

พลเอก/พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร เคยเขียน ‘รำพึง’ ไว้อย่างน่าสนใจว่า...มนุษย์เกิดมาแล้ว โดยปกติตามหลักการแพทย์จะเจริญเติบโตขึ้นเป็นลำดับ จวบจนอายุประมาณ ๔๐ ปีร่างกายก็จะหยุดการเจริญเติบโต และเริ่มเสื่อมทางความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งจะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียชีวิต มนุษย์จึงไม่รอดพ้นจากการ เกิด แก่ เจ็บ และตาย ไปได้ ตรงกับคำกล่าวที่ว่า “ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี และหนีไม่พ้น”

 “เมื่อผมตายไปแล้ว ผู้ที่เสียดายและมีความอาลัย ก็คงไม่พ้นภรรยา บุตร วงศ์ญาติ และผู้ใกล้ชิด แต่คงไม่เกิน ๑ อาทิตย์ เรื่องการตายของผมก็จะมลายหายสูญไป ชีวิตของผมเมื่อสิ้นไปแล้ว จิตวิญญาณคงล่องลอยไปอยู่ที่ใด ยังไม่มีใครกำหนดได้ ทั้งนี้ย่อมอยู่ที่กรรมดี กรรมชั่ว ถ้าทำกิจกรรมไว้มากในโลกมนุษย์ จิตวิญญาณก็จะอยู่ในที่ที่ดี ถ้าทำกรรมชั่วไว้ จิตวิญญาณก็ไปสู่ที่ต่ำช้า รวมความว่า ขณะที่มนุษย์อยู่ ให้พยายามทำกรรมดีไว้ให้มากก็แล้วกัน”

ทั้งหลายทั้งมวลคือภาพชีวิตความเป็นตัวตนของเอกบุรุษคนปีฉลู ที่มีความมุ่งมั่น ชอบริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ มีจิตใจเด็ดเดี่ยว ซื่อสัตย์จงรักภักดี ซ่อนความมีอำนาจไว้ภายใต้ทีท่าเรียบเฉย ผู้มีแต่ ‘ก้าว’ ไปข้างหน้าเพื่อสร้างคุณูปการแก่แผ่นดิน เป็นคนชอบจดจำหลากหลายปรัชญาของคนสำคัญทั่วโลก หนึ่งในนั้นก็คือการยึดคุณธรรมของผู้ยิ่งใหญ่อย่าง ‘เล่าจื๊อ’ ที่ว่า...ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้ ให้กำเนิดโดยมิอ้างเป็นเจ้าของ บำรุงเลี้ยงโดยมิถือเป็นบุญคุณ เกื้อกูลโดยมิก้าวก่าย ไม่นำความยิ่งใหญ่ไปแทรกแซงขู่เข็ญบังคับใคร เมื่อได้รับการเทิดทูนท่านไม่ทะนงตน เมื่อได้รับการทักท้วงท่านไม่ท้อแท้ เมื่อกิจการงานอันยิ่งใหญ่สำเร็จลง ท่านถอนตัวจากไป

คมความคิด ผลึกประสบการณ์ และปรัชญาชีวิต เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด? ก็พึงจงรับฟังไว้เถิด

ขอร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ พลเอก/พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร

ในวัย ๙๗ ปี ด้วยโรคไตวาย เมื่อเวลา ๑๗.๐๐ น. วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๓

- ปราณชลี -

   





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชบาตานี วันที่ : 29/11/2010 เวลา : 06.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

จากสูงสุด สู่...สามัญ
ชีวิตดับดิ้น คงเหลือไว้แต่ "ความดี"

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 26/11/2010 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อย่างน้อย..ท่านก็เสียชีวิตแล้วไม่ถูก"สาบแช่ง"เหมือนนักการเมืองหลายคน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 26/11/2010 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

โหวตครับพี่ปราณ..
สุดท้ายก็วางวาย..
ขอสดุดีและอาลัยท่านประมาณด้วยครับ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 25/11/2010 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

นักการเมือง ...ที่หลากหลาย..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]