• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407598
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันศุกร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 3316 , 08:54:20 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว

 

         เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว กำเนิดในครอบครัวของตระกูลลิ้ม มีนามว่า ‘กอเหนี่ยว’ ในตำนานบางถิ่นของไต้หวันกล่าวนามเจ้าแม่ว่า จินเหลียน หรือ นางบัวทอง ส่วนภูมิลำเนาของเจ้าแม่เข้าใจกันว่าเป็นชาวมณฑลฮกเกี้ยน เนื่องจากมีพี่ชายชื่อ ลิ้มเต้าเคียน (ลิ้มโต๊ะเคี่ยม ก็เรียก) มีประวัติการต่อสู้อันโลดโผน ได้สร้างชื่อลือกระฉ่อนทางแถบทะเลมณฑลฮกเกี้ยน

         ลิ้มเต้าเคียนผู้พี่ชายนั้น เคยรับราชการอยู่ที่เมืองจั่วจิว แขวงมณฑลฮกเกี้ยน ในรัชสมัยพระเจ้าซื่อจงฮ่องเต้แห่งราชวงศ์เหม็ง (ครองราชย์ระหว่างปีพุทธศักราช ๒๐๖๕-๒๑๐๙)

         สมัยนั้นปรากฏว่ามีโจรสลัดชุกชุม โดยเฉพาะที่ร้ายกาจคือโจรสลัดญี่ปุ่นซึ่งเที่ยวปล้นบ้านตีเมืองตามชายฝั่งทะเลของจีนอยู่เนืองนิจ ทางเมืองหลวงจึงได้แต่งตั้งขุนพลนามว่า เซ็กกีกวง เป็นแม่ทัพคุมทัพเรือไปทำการปราบปราม ลิ้มเต้าเคียนถูกคู่อริซึ่งเป็นขุนนางกังฉินใส่ความว่า ได้สมคบกับโจรสลัดญี่ปุ่นมีการซ่องสุมกำลังผู้คนและอาวุธคิดจะทำการกบฏก่อความวุ่นวาย จึงถูกทางราชการประกาศจับ ลิ้มเต้าเคียนคิดว่า การที่ตนถูกปรักปรำกล่าวโทษฉกรรจ์เช่นนี้ย่อมไม่มีโอกาสหาทางแก้ตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ จึงได้ชักชวนพรรคพวกพากันอพยพหลบภัย ด้วยการนำเรือกว่า ๓๐ ลำตีออกจากที่ล้อมของทหารหลวง แล่นออกทะเลอย่างปลอดภัย ขบวนเรือได้บ่ายหน้าไปถึงเกาะไต้หวันเป็นแห่งแรก ก่อนจะผจญภัยต่อไปจนถึงเกาะลูซอน (ฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน) และผ่านเวียดนาม แต่บางตำนานก็ว่า ลิ้มเต้าเคียนเคยอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ต่อมาจึงได้มาตั้งรากฐานอยู่ที่เมืองปัตตานี

         เล่ากันว่า เมื่ออยู่ที่เมืองปัตตานีได้ไม่นาน ต่อมาลิ้มเต้าเคียนได้เข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม และได้ภรรยาเป็นเชื้อพระวงศ์ของเจ้าเมืองปัตตานี เป็นที่โปรดปรานของเจ้าเมืองมากจนได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหัวหน้าด่านศุลกากร

         เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ฝ่ายมารดาและน้องสาวไม่ได้รับข่าวคราวจากลิ้มเต้าเคียน น้องสาวคือ ลิ้มกอเหนี่ยว จึงตัดสินใจออกตามหาพี่ชายให้กลับบ้าน โดยได้ให้สัจจวาจากับมารดาว่า “หากแม้นพี่ชายไม่ยอมกลับไปหามารดาแล้วไซร้ ตนก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป”

         ลิ้มกอเหนี่ยวกับญาตินำเรือออกเดินทางเป็นเวลาหลายเดือน จนกระทั่งถึงเขตเมืองปัตตานี จึงได้พบลิ้มเต้าเคียน และชักชวนให้กลับไปหามารดา แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยพี่ชายให้เหตุผลว่า ทางราชการเมืองจีนยังไม่ประกาศอภัยโทษแก่ตน และฐานะความเป็นอยู่ทางนี้ก็มีความสมบูรณ์พูนสุข อีกทั้งยังมีภารกิจมากมาย เพราะได้อาสาเจ้าเมืองก่อสร้างมัสยิดอีกด้วย จึงได้จัดสิ่งของมีค่าเป็นอันมากเพื่อให้น้องสาวนำกลับไปฝากมารดาและญาติพี่น้อง ลิ้มกอเหนี่ยวนั้นจึงขอพักอยู่ที่ปัตตานีชั่วคราว และคิดจะหาโอกาสอ้อนวอนพี่ชายให้กลับไปเมืองจีนต่อไป

         ช่วงเวลานั้นเอง ที่เจ้าเมืองปัตตานีได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา และได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่คาดฝัน เมื่อเกิดกบฏแย่งอำนาจเป็นใหญ่ถึงกับรบพุ่งนองเลือดระหว่างพระญาติวงศ์ของเจ้าเมือง ลิ้มเต้าเคียนกับเหล่าทหารผู้จงรักภักดีได้ต่อสู้กับพวกกบฏ ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นห่วงพี่ชายเกรงว่าจะได้รับอันตราย จึงได้เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยรบรุกกับพวกกบฏอย่างห้าวหาญจนตกอยู่ในวงล้อม พรรคพวกถูกฆ่าตายบาดเจ็บไปหลายคน เมื่อเห็นว่าหากสู้รบกับพวกกบฏคงจะถูกฆ่าตายแน่นอน จึงตัดสินใจว่า ถึงตัวตายครั้งนี้ก็ให้ปรากฏชื่อไว้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลลิ้ม ประกอบกับน้อยใจที่ไม่สามารถนำพี่ชายกลับเมืองจีนตามที่ได้รับปากกับมารดาไว้ จึงได้ทำลายชีวิตของตนเองด้วยการผูกคอตายที่ต้นมะม่วงหิมพานต์

         ลิ้มเต้าเคียนกับพวกต่างเศร้าโศกอาลัยยิ่ง จึงพร้อมกันจัดการศพตามประเพณีอย่างสมเกียรติ ทำเป็นฮวงซุ้ยปรากฏมาจนทุกวันนี้ที่หมู่บ้านกรือเซะ ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ส่วนผู้ที่ติดตามมากับลิ้มกอเหนี่ยวในครั้งนั้นก็ไม่คิดจะกลับไปเมืองจีนอีก

         บรรดาคนจีนในสมัยนั้น ได้ซาบซึ้งถึงความกตัญญู ซื่อสัตย์ รักษาคำพูดคำมั่นสัญญาของลิ้มกอเหนี่ยวที่ได้ให้ไว้กับมารดา จึงได้นำกิ่งมะม่วงหิมพานต์ที่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตายมาแกะสลักเป็นรูปลิ้มกอเหนี่ยว และกราบไหว้บูชาจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มแรกมีการสร้างศาลขึ้นที่หมู่บ้านกรือเซะ แต่ต่อมาพระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย ต้นสกุล คณานุรักษ์) ซึ่งเป็นหัวหน้าชาวจีนในปัตตานีขณะนั้น เห็นว่าเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไปแต่ศาลที่ประดิษฐานองค์เจ้าแม่ที่หมู่บ้านกรือเซะห่างไกลตัวเมือง ไม่สะดวกแก่การประกอบพิธีต่างๆ จึงได้ทำการบูรณะศาลเจ้าซูก๋งที่ตั้งอยู่ที่ถนนอาเนาะรู อำเภอเมืองปัตตานี เสียใหม่ และได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวมาประดิษฐานไว้ ณ ศาลเจ้าแห่งใหม่นี้ ภายหลังมีชื่อเรียกว่า ‘ศาลเจ้าเล่งจูเกียง’ (ศาลเทพเจ้าแห่งความเมตตา) หรือชื่อสามัญที่ชาวบ้านเรียกคือ ‘ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว’

         เวลาล่วงเลยมาเนิ่นนาน ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว มีผู้จัดการศาลเจ้ามาแล้ว ๖ คน คือ คนที่ ๑ พระจีนคณานุรักษ์ (ตันจูล่าย คณานุรักษ์) คนที่ ๒ หลวงประสิทธิ์บุรีรมย์ (กังเซ่งหิ้น) คนที่ ๓ หลวงวิชิตศุลกากร (ตันจูอิ้น คณานุรักษ์) คนที่ ๔ ขุนพิทักษ์รายา (ตันพั่นซิ่ว คณานุรักษ์) คนที่ ๕ นายดิเรก คณานุรักษ์ และผู้จัดการศาลเจ้าคนที่ ๖ คือ นายสมพร วัฒนายากร

         ด้วยบุญญาภินิหารของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ประชาชนจากทั่วสารทิศต่างเคารพศรัทธาและเดินทางมาสักการบูชาสืบเนื่องกันมามิได้ขาดตราบจนปัจจุบันนี้

ประการสำคัญคือ ปรากฏว่าพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีเคยเสด็จมา ณ ศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์นี้ถึง ๓ พระองค์ คือ

๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จประพาสแหลมมลายูโดยเรือพระที่นั่งเวสาตรี เสด็จเมื่อวันจันทร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ร.ศ.๑๐๗ (พ.ศ.๒๔๓๑) และ ร.ศ.๑๑๙ (วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๔๔๓) รวม ๒ ครั้ง

๒ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จประพาสมณฑลปัตตานีเมื่อ ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓) การเสด็จครั้งนี้พระองค์ทรงพระราชทานกระถางธูปให้แก่ศาลเจ้าฯ ด้วย

๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จเมื่อวันพุธที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๙ และพระราชทานกระถางธูปให้ศาลเจ้าไว้ด้วย

ภาพมุมสูง 'ฮวงซุ้ยเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว' เดิมอยู่ที่บ้านกรือเซะ ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี

ปัจจุบันจมอยู่ในน้ำทะเล โผล่ให้เห็นเพียงสภาพหินโบราณ และทางราชการได้สร้างอาคารและสะพานเชื่อมไว้

ภาพเก่าหายาก ครั้ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๖)

 เสด็จประพาสมณฑลปัตตานี เมื่อ ร.ศ.๑๒๙ (พ.ศ.๒๔๕๓)  

'กระถางธูป' ที่ ร.๖ ทรงพระราชทานให้แก่ศาลเจ้าฯ

กระถางธูปที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ทรงพระราชทานให้แก่ศาลเจ้าฯ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 31/03/2011 เวลา : 20.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

มาอ่านสาระความรู้-ขอรับท่าน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
joeyman วันที่ : 12/02/2011 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/inmind

เห็นภาพพระองค์ท่านแล้วอยากให้พระพลานามัยของพระองค์ท่านสมบรูณ์จริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
khunphai วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

ไม่เคยเห็นเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเลย
เคยได้ยินครูเล่าและอ่านตอนเด็กๆ
เหมือนจะได้รับความทรงจำเก่าๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อาเน๊าะบุหลัน วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bulan
http://www.oknation.net/blog/hati¨‘°ºO--ลูกพระจันทร์บรรเลง--Oº°‘¨   ดนตรีพื้นเมืองชายแดนใต้   

ตามมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ChaiManU วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ว้า....เผลอคลิ๊กเข้ามา นึกว่าเอนทรีการเมือง


สบายดีนะครับพี่ย่อง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เปิดเจอตอนจบ....หลังจาก"รอ"มานาน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 11/02/2011 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ในยามนี้...มีเรื่องราวเช่นนี้อ่านซะบ้างก็ดีนะครับน้าย่อง
ประเทืองปัญญาได้มาก...

สมองของผมกำลังจะฝ่อ....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          



[ Add to my favorite ] [ X ]