• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407408
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันอังคาร ที่ 5 เมษายน 2554
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 2932 , 11:53:27 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ซันญ่า , เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

      ในฐานะที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นจุดหมายทางการท่องเที่ยวเชิง ‘ประวัติศาสตร์’ และ ‘วัฒนธรรม’ อันหลากหลายของประเทศมาเลเซีย (Malaysian’s Multiculture City) ทำให้ภาพสถานที่และหลักฐานทางวัฒนธรรมที่ปรากฏแก่สายตาผู้เขียนขณะยืนอยู่เหนือภูเขาขนาดย่อม ซึ่งเป็นสุสานของชาวจีนโพ้นทะเลที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก ชื่อ ‘ซำปอกง’ หรือ ‘ซานเป่าซาน’ (Bukit China) ขับเน้นให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และซับซ้อนเชิงประวัติศาสตร์กว่า ๖๐๐ ปีของผืนแผ่นดิน ‘มะละกา’ ดินแดนทางตอนใต้สุดของคาบสมุทรมลายู ที่มั่นสำคัญของ ‘มลายู’ ในพื้นที่ ๑,๖๕๐ ตารางกิโลเมตร ที่ต้องเกี่ยวพันกับทั้งชนชาติจีน อยุธยา อาหรับ โปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ และญี่ปุ่น

             ช่วงสัปดาห์นี้ นับเวลาหลายวันที่ใช้ชีวิตสัมผัส ‘วิถี’ ของผู้คนใน ‘มะละกา’ ซึ่งมีประชากรกว่า ๗ แสนคน แบ่งเป็นชาวมาเลย์ร้อยละ ๖๑ ชาวจีนร้อยละ ๒๗ ชาวอินเดียร้อยละ ๖ และสัญชาติอื่นๆ อีกร้อยละ ๖ ทำให้ผู้เขียนได้สัมผัสสถานที่สำคัญมากมาย ที่สะท้อนถึง ‘รากเหง้า’ ทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ฯลฯ อันกอปรไปด้วยเรื่องเล่าที่น่าสนใจ เมื่อนำมาเทียบเคียงกับพื้นที่ ‘ชายแดนใต้’ ของประเทศไทย โดยเฉพาะ ‘ปัตตานี’

  ‘มะละกา’ ในฐานะเมืองหลวงของรัฐมะละกา คือ ๑ ใน ๑๓ รัฐของประเทศมาเลเซีย เป็นผืนแผ่นดินหนึ่งที่ตั้งอยู่บน ‘คาบสมุทรมลายู’ เคยเจริญรุ่งเรืองถึงขนาดได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘ศูนย์กลางทางการค้าแห่งภูมิภาคตะวันออก’ (The Emporium of The East) ด้วยเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเสน่ห์วัฒนธรรมตะวันตก-ตะวันออก โดยผ่านทางช่องแคบมะละกา (Straits of Malacca) ทำให้คลาคล่ำไปด้วยพ่อค้านักเดินทางจากอาหรับ อินเดีย และจีน เกิดความมั่งคั่งทางการค้าขาย และช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เมื่ออังกฤษประกาศคืนเอกราชให้ประเทศมาเลเซีย ตนกู อับดุล เราะห์มาน นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศ ได้เลือกมะละกา ให้เป็นเมืองประกาศ ‘อิสรภาพ’ (Merdeka)

 ประวัติศาสตร์มะละกา เริ่มต้นเมื่อ ค.ศ.๑๓๙๖-๑๔๐๐ (พ.ศ.๑๙๓๙-๑๙๔๓) เมื่อเจ้าชายปรเมศวร ลี้ภัยจากเมืองเตมุสิก (สิงคโปร์) ขึ้นเหนือมาอยู่ที่มะละกา ก่อนที่อีก ๓ ปีต่อมา คือ ค.ศ.๑๔๐๓ (พ.ศ.๑๙๔๖) กองเรือของจีนที่นำโดยแม่ทัพหยิ่นชิ่งจะเดินทางมาถึงมะละกา และกองเรือของ ‘เจิ้งเหอ’ จะมาทอดสมอ ณ ชายฝั่งของมะละกาเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.๑๔๐๖ (พ.ศ.๑๙๔๙) กระทั่งลุถึง ค.ศ.๑๔๒๔ (พ.ศ.๑๙๖๗) ศรีมหาราชา โอรสของเจ้าชายปรเมศวร ได้หันมานับถือ ‘ศาสนาอิสลาม’ พร้อมกับเปลี่ยนพระนามเป็น ‘สุลต่านมูฮัมหมัดชาห์’ และเมื่อสุลต่านมูซัฟฟาร์ชาห์ขึ้นครองราชย์ ก็ได้สถาปนามะละกาเป็น ‘รัฐอิสลาม’ โดยสมบูรณ์

ใน ค.ศ.๑๔๕๕ (พ.ศ.๑๙๙๘) มีการบันทึกในพงศาวดารมลายูว่า พระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ส่งกองทัพมาโจมตีมะละกา แต่ท้ายที่สุดทั้งสองประเทศก็ได้หย่าศึกและแลกเปลี่ยนทูตในเวลาต่อมา กระทั่งมาถึงศตวรรษที่ ๑๖ มะละกาตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส ศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ เป็นยุคที่ฮอลันดาเข้ามายึดครอง ศตวรรษที่ ๑๙ กลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ กระทั่งศตวรรษที่ ๒๐ ภายหลังการประกาศเอกราชของมาเลเซีย มะละกาก็ได้รับการอนุรักษ์และฟื้นฟูให้เป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญอันดับ ๑ ของประเทศ และโดดเด่นอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคอุษาคเนย์ กลายเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่ได้ตื่นฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง (A Born-again Culture City)

จากที่ได้ซึมซับมนต์เสน่ห์สีสันแห่งเมืองเก่า ได้สัมผัสเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ และศาสนสถานสำคัญ ทั้งพุทธมหายาน อิสลาม ฮินดู โบสถ์คริสต์ ศาลเจ้าจีน ทำให้มองเห็นถึงจุดเด่นของมะละกาหลากแง่มุม ประการแรก ในเชิงวิถีชีวิต ด้วยความหลากหลายของผู้คนที่ต่างความเชื่อ ต่างเชื้อชาติ หรือวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นคนจีน อินเดีย มลายู ฯลฯ แต่การดำรงอยู่ของวิถีชีวิตผู้คน กลับมีการพึ่งพา มีความผูกพันแนบแน่น เกาะเกี่ยวกันในการใช้ชีวิต ไม่เกิดความแบ่งแยก แตกแยก การทะเลาะเบาะแว้ง ซ้ำกลับมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างดียิ่ง

ประการที่ ๒ ในเชิงการบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับรากเหง้าและพัฒนาการในแต่ละยุคสมัย แม้จะมีการจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ในแต่ละประเภท แต่ข้อมูล รายละเอียด ข้อเท็จจริง กลับมีการบอกเล่าอย่างชัดเจน ไม่มีการตัดตอนประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์นั้นๆ จะเคยก่อ ‘บาดแผล’ ทางการต่อสู้ระหว่างเชื้อชาติ หรือระหว่างนักล่าอาณานิคมกับชนพื้นเมืองดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการรุกรานของตะวันตก ตั้งแต่ยุคโปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่น แต่ท้ายที่สุดแล้ว ประวัติศาสตร์เหล่านี้มีการบันทึก จารึก และนำเสนอในแง่มุมต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อการศึกษาเรียนรู้ แต่มิใช่เพื่อการ ‘ตอกย้ำ’ ให้เกิดความบาดหมางระหว่างกันยิ่งขึ้นไปอีก

ประการที่ ๓ นอกจากประวัติศาสตร์ของการ ‘ต่อสู้’ หรือการ ‘อยู่รอด’ จะถูกนำเสนออย่างรอบด้านแล้ว ยังถูกนำมาเป็นจุดเด่นในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในเชิงสร้างสรรค์ เช่นเดียวกับภาพวิถีชีวิตผู้คนในปัจจุบันซึ่งมีความแตกต่าง แต่ไม่ ‘แตกแยก’ กลายเป็นหนึ่งใน ‘จุดแข็ง’ สำคัญที่สร้างคุณค่าให้แก่ ‘มะละกา’ ในปัจจุบัน

ประการที่ ๔ การที่รัฐบาลมาเลเซีย ให้การสนับสนุนต่อการพัฒนาเมืองให้เกิดความสวยงาม มีจุดเด่น และมี  ‘เอกภาพ’ มีเป้าหมายที่ชัดเจน เฉลี่ยผลประโยชน์ให้ตกแก่คนส่วนใหญ่ อย่างไม่เลือกวรรณะ เชื้อชาติ ศาสนา และลักษณะการพัฒนาเช่นที่ว่านี้ปรากฏอยู่ในแทบทุกเมืองที่ผู้เขียนได้ไปสัมผัสนอกจากมะละกา ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงเช่น ‘กัวลาลัมเปอร์’ เมืองปลายสุดของแหลมมลายูเช่น ‘ยะโฮร์บารู’ หรือเมืองพิเศษเช่น ‘ปีนัง’

ย้อนกลับมาพิจารณาในกรณีพื้นที่ ‘ชายแดนใต้’ ของประเทศไทย โดยเฉพาะ ‘ปัตตานี’ นั้น ถือว่ามีลักษณะพิเศษคล้ายๆ กันกับ ‘มะละกา’ ในฐานะ ‘เมืองท่า’ ศูนย์กลางของการค้าขายสำคัญในอดีต ที่เคยได้ต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ และผู้คนเหล่านี้ต่างได้ทิ้งร่อยรอยของวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ ที่สัมผัสสัมพันธ์กับวิถีของคน ‘พื้นเมืองเดิม’ กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าความผูกพัน ผ่านการผสมผสานอย่างลงตัว

แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ หลายปีมาแล้วที่พื้นที่ชายแดนใต้ กลับกลายเป็นพื้นที่วิกฤติเนื่องจากเกิดกรณี ‘ไฟใต้’ ที่ต้นธารหนึ่งถูกมองว่าเป็นเพราะมีคนบางจำพวกใช้ ‘ประวัติศาสตร์’ มาตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยก โดยมีการ ‘ตัดตอน’ ประวัติศาสตร์เป็นบางช่วงบางตอน เพื่อให้เอื้อต่อการถูกใช้เป็นเครื่องมือนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย แทนที่จะนำประวัติศาสตร์มารับใช้ให้เกิดความสมานฉันท์ ก่อความรักความสามัคคี เกิดความเข้าใจในความหลากหลาย เพราะจะว่าไปแล้วย่อมต้องยอมรับในความเป็นจริงว่า ผู้คนไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนาใดในโลก ล้วนเกี่ยวเนื่องอยู่กับ ‘สงคราม’ ทั้งในฐานะ ‘ผู้กระทำ’ หรือ ‘ผู้ถูกกระทำ’ เช่น มะละกา เคยถูกรุกรานโดยชาติตะวันตก แต่ในบางยุคสมัย ชาวมะละกาก็เคยยกทัพไปตีเมืองอื่นเช่นกัน เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ของ ‘ปัตตานี’ หรือเมืองอื่นใดในโลก

“ความหลากหลายเป็นสิ่งสวยงาม เหมือนดอกไม้ต่างสี ต่างชนิด นำมารวมกันได้ อยู่ที่ว่าจะจัดวางอย่างไรให้อยู่ในแจกันเดียวกันได้อย่างลงตัว ซึ่งคงต้องอยู่ที่ความสามารถของผู้จัดวาง เช่นเดียวกับการพัฒนาให้สอดคล้องไปกับการอนุรักษ์อย่างพอเหมาะพอดี ย่อมเป็นจุดที่ผู้นำประเทศควรคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง ช่างน่าเสียดายว่า ในบางประเทศนั้นผู้นำกลับไม่เคยคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้เอาเสียเลย” คำรำพึงของเพื่อนร่วมคณะเดินทาง ที่ได้มาสัมผัสแผ่นดิน ‘มะละกา’ และดินแดนอื่นๆ ในแถบปลายแหลมมลายูในครั้งนี้ ชวนให้ยิ่งน่าคิดคำนึงถึงยิ่งนัก

โดยเฉพาะ หากนำมาเทียบเคียงกับคำขวัญประจำรัฐมะละกาที่ว่า “ความเป็นหนึ่งเดียวคือพลัง” หรือ ‘Unity is Strength’





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ซันญ่า วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

“ความหลากหลายเป็นสิ่งสวยงาม เหมือนดอกไม้ต่างสี ต่างชนิด นำมารวมกันได้ อยู่ที่ว่าจะจัดวางอย่างไรให้อยู่ในแจกันเดียวกันได้อย่างลงตัว ซึ่งคงต้องอยู่ที่ความสามารถของผู้จัดวาง

"""""""""""""""""""""""
อ่านประวัติศาสตร์ อ่านตัวเรา อ่านรากเหง้า ...มันเป็นความเกี่ยวพันธุ์ ที่ มีความหมาย
ด้วยจิตคาราวะ
.............

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
missvanda วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/missvanda

ถ่ายภาพได้สวยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
wullopp วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

Vote >>>>>> Vote --- ภาพงาม และให้ข้อคิดดีๆ กับสังคมไทยด้วยครับ ---

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
theeratatt วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

โหวตครับ
กับงานเต็มอิ่ม
อีกชิ้น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
toondee วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ไปเที่ยวมาสองครั้งแต่ไม่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้งอย่างนี้ ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 06.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

ตื่นตาตื่นใจมากครับ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ศณีรา วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 01.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

รออ่านงานวิชาการ ฉบับเต็มๆ แหลมมลายูจากาจารย์ย่องครับ... โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
เคียงดิน วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 01.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

อยากไปๆ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Abraham วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pataniissue


เชิญชวนร่วมบริจาคเงินและอุปกรณ์การศึกษาให้น้องๆ ที่สามจังหวัดชายแดนใต้


เป็นโครงการ “ร่วมสนับสนุนทุนและอุปกรณ์การศึกษาให้กับน้องๆ กับศูนย์วิชาการแด่น้องผู้ได้รับผลกระทบ โดยกลุ่มบูหงารายา”
โครงการนี้ช่วยเหลือเด็กๆ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร?
ผมขอเอาจุดประสงค์ของกลุ่มบุหงารายามาให้อ่านดังนี้ครับ
จุดประสงค์หลักของศูนย์วิชาการแด่น้องผู้ได้รับผลกระทบของกลุ่มบูหงารายา เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพด้านการศึกษา อนุรักษ์ส่งเสริมทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง ลดเงื่อนไขความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในใจของเด็ก ส่งเสริมให้เด็กมีเวทีทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ และเป็นเครือข่ายระหว่างเด็กและสตรีในพื้นที่ รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ทำให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาตนเองและสังคม สร้างความเข้าใจอันดี เพื่อนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ภายใต้สังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม
=========ข้อมูลองค์กร===============
กลุ่มบูหงารายา (Bunga Raya Group) เป็นองค์กรภาคประชาสังคม ที่ดำเนินโครงการเพื่อสร้างสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีโครงการจัดตั้งศูนย์วิชาการแด่น้องผู้ได้รับผลกระทบในชายแดนใต้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพด้านการศึกษา อนุรักษ์ และส่งเสริมทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง ลดเงื่อนไขความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้นภายในใจของเด็ก ส่งเสริมให้เด็กมีเวทีทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่สังคมสันติสุข มีความเคารพ และเชื่อมั่นในวิถีของชุมชน นอกจากนี้ทางกลุ่มฯมีความพร้อมที่จะทำงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมสิทธิเด็กและสตรี เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิที่ตนเองพึ่งได้รับตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและสตรี (Convention on the Rights of the Child – CRC)
Bunga Raya อ่านว่าบูหงา-รายอ เป็นภาษามลายู หมายถึง ดอกชบา เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของจังหวัดปัตตานี และดอกชบา สื่อถึงความเป็นมิตรภาพ
=====================================
พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ย่อมส่งผลกระทบให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ไม่มากก็น้อย แต่หลายท่านคงอยากจะตัดคำว่า “ก็น้อย” อออก เพราะผลกระทบที่เด็กในพื้นที่ได้รับนั้น มันมากมาย และส่งผลต่อชีวิตของพวกเขาในภายภาคหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย หากองค์กรต่างๆ ไม่มาช่วยเหลือกันอย่างจริงจังแล้ว อนาคตของน้องๆ และอนาคตของจังหวัดทั้งสามนั้นคงจะก้าวไปอย่างลำบาก
ไม่บ่อยครับที่จะได้เจอโครงการดีๆ ที่ช่วยเหลือน้องๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผมคิดว่าหลายท่านคงอยากจะช่วยแต่ไม่รู้ว่าจะช่วยทางไหนดี ลองศึกษาและพิจารณาโครงการนี้ดูครับ หากว่าท่านเห็นควรก็บริจาคได้ดังนี้ครับ
• บริจาคเป็นทุนทรัพย์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาสำหรับน้องๆ
โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “พัฒนาการศึกษาเพื่อเด็กและชุมชนจังหวัดชายแดนใต้” เลขที่บัญชี 763-0-11265-3 ธนาคารกรุงไทย สาขาบิ๊กซีปัตตานี
• บริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ขนม/อาหาร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมโครงการและการจัดค่ายของน้องๆ
สามารถเลือกส่งสิ่งของได้อย่างง่ายดาย เพียงเลือกช่องทางที่ท่านสะดวก ดังต่อไปนี้

1) ไปรษณีย์ไทย เลือกส่งด้วยบริการดังนี้
- บริการพัสดุไปรษณีย์ – บริการจัดส่งพัสดุในราคาประหยัด สำหรับส่งของน้ำหนักรวมสูงสุดไม่เกิน 20 กิโลกรัม

- บริการโลจิสโพสต์ – บริการจัดส่งสิ่งของขนาดใหญ่ หรือมีรูปร่างพิเศษเหมาะกับการขนส่งสินค้าซึ่งมีน้ำหนักมาก
หรือมีบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.thailandpost.com/service.php?cid=2 หรือโทร 02-831-3131
2) ขนส่งสายใต้ ฝากส่งพัสดุภัณฑ์ไปกับรถโดยสาร
ข้อมูลเพิ่มเติม : http://www.transport.co.th/ หรือโทร 02-422-4413
ที่อยู่ผู้รับ : สำนักงาน/ศูนย์ประสานงาน กลุ่มบูหงารายา 76/7 ถนนหนองจิก ซอย 8 ตำบลสะบารัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 94000
หากอยากสอบข้อมูลเพิ่มเติม ก็ติดต่อได้ดังนี้ครับ
โทร. 073-337-348 หรือ
คุณอดัม 084-445-6174 และ
คุณต่วนซอบารียะห์ 084-861-3432
หากท่านพิจารณาเห็นควรแล้ว และได้ช่วยเหลือ ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
ขอให้ทุกท่านได้พบกับความสุขจากการให้นี้ครับ
ที่มา และภาพประกอบ: http://www.helplink.net/dev/news_activity_detail.php?id=95

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 06/04/2011 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

“ความเป็นหนึ่งเดียวคือพลัง”
.
.
'มะละการำพึง ปัตตานีรำพัน'
.
.
เอาข้าวแลก สักเมา ได้ไหมอะพี่ย่อง
.
.

.
ปล. ยังไม่ทันจะพิมพ์เลย กวนเสียขุ่นอีกแระผม
รออุดหนุนครับพี่..ด้วยความระทึก..
ขอให้ ขายดีๆ พิมพ์ซ้ำไม่จบสิ้น..
.
กลายเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาไปเลยยิ่งดี เนอะพี่เนอะ
.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
tengpong วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

บ้านเรามีที่ไหน จัดรูปแบบได้เท่านี้บ้างไม๊ครับ


นี่ถ้าผมได้ข้อมูลแบบนี้ตั้งแต่ตอนไปทำงานแถวนั้นใหม่ๆ คงรุ่งไปนานแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ฐารตี วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tharatee

ความหลากหลายเป็นสิ่งสวยงาม เหมือนดอกไม้ต่างสี ต่างชนิด นำมารวมกันได้ อยู่ที่ว่าจะจัดวางอย่างไรให้อยู่ในแจกันเดียวกันได้อย่างลงตัว ซึ่งคงต้องอยู่ที่ความสามารถของผู้จัดวาง เช่นเดียวกับการพัฒนาให้สอดคล้องไปกับการอนุรักษ์อย่างพอเหมาะพอดี---ชอบประโยคนี้ครับ ^^

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ฐารตี วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tharatee

ยังไม่ทันได้อ่าน แต่ติดใจรูปสวยๆๆๆๆๆ >_

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ปราณชลี วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 13.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับ-แตน, วันไหนโอกาสดีจัดทริปไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มใหญ่ มิสโปสการ์ดจะได้มีภาพสวยๆ มาทำโปสการ์ดงามๆ ส่งแทนความคิดถึงถึงผู้คน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

เป็นเมืองที่น่าไปมาก ๆ ค่ะ...

คำขวัญของเืมืองนี้...ดีจริง ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปราณชลี วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับ-ชบาตานี, หวังว่าคงหมายถึงทั้ง 'มะละกา' และ 'ตานี' นะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปราณชลี วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ครับ-พี่ลูกเสือฯ สงสัยจะเป็น 'ทางเสือผ่าน'
ผมเองตอนนี้มีภาพในสต็อกเกี่ยวกับ 'โลกมลายู' เยอะมาก แต่ยังไม่มีเวลาลงมือเขียนเรื่องอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ทั้งที่วางโครงเรื่องไว้เสร็จแล้ว กำลังตั้งใจเขียนหนังสือท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์อยู่เล่มหนึ่ง ตั้งชื่อคร่าวๆ ประมาณว่า 'มะละการำพึง ปัตตานีรำพัน' อย่าลืมรออุดหนุนกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชบาตานี วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 12.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

สงบเงียบน่าอยู่เหมือนเดิมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมได้ไปมาเมื่อช่วงปีใหม่ แต่ถ่ายภาพมาไม่มาก เพราะเป็นแค่"ทางผ่าน"
เขียนเรื่องเสร็จ ไม่โพสต์ เพราะภาพน้อยไป ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/04/2011 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมได้ไปมาเมื่อช่วงปีใหม่ แต่ถ่ายภาพมาไม่มาก เพราะเป็นแค่"ทางผ่าน"
เขียนเรื่องเสร็จ ไม่โพสต์ เพราะภาพน้อยไป ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]