• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407852
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันศุกร์ ที่ 27 พฤษภาคม 2554
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 5927 , 08:55:24 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ย่าดา , BlueHill โหวตเรื่องนี้

สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ผู้จุดประกายเรื่อง 'ปู่เย็น' ผ่านรายการ 'คน ค้น ฅน' ขณะพูดคุยกับปู่ฯ

๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

หน้าจอโทรทัศน์ ช่อง ๙ รายการ คน ค้น ฅน ตอน ‘ปู่เย็น เฒ่าทระนง’

         เรื่องราวของชายคนหนึ่งซึ่งใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังบนเรือ ใต้สะพานแห่งหนึ่งในเมืองเพชรบุรี ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก แต่หากว่าชายคนนี้มีอายุถึง ๑๐๖ ปี ชายชราผมสีดอกเลา ในเรือสีแดงสด ร่างกายผ่ายผอมโก่งงอ ผิวหนังเหี่ยวย่นบอกเดือนปีที่ผ่านพบ

          คนอายุ ๑๐๐ ปีกว่ามีมากมาย แต่สำหรับปู่เย็นถือเป็นเรื่องไม่ธรรมดา ถึงแม้ว่าหูของปู่จะตึงนิดหน่อยแต่ว่าตาก็ยังดีอยู่ ถึงแม้ว่าหลังของปู่จะโก่งงอ แต่ว่าปู่ก็ยังเดินเหินได้อย่างสะดวก คล่องแคล่ว

“ผมไม่ได้แนะนำปู่ในฐานะที่เป็นคนวิเศษ มหัศจรรย์ เป็นเจ้าของสถิติอะไร ในทำนองนั้นนะครับ แต่ว่าอยากให้ท่านผู้ชมได้รู้จักคนแก่คนหนึ่งซึ่งมีความพิเศษ คือ ถึงแม้ว่าอายุจะเรียกว่าเลยวัยที่จะเรียกว่าไม้ใกล้ฝั่งไปแล้ว แต่ทว่าหัวจิตหัวใจของปู่ยังดีอยู่ครับ ถึงแม้ว่าปู่จะมีวัยล่วงเลยไป ๑๐๐ กว่าปีแล้ว แต่ทว่าปู่ยังยืนหยัดอยู่บนโลกนี้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างทระนงครับ โดยที่ไม่ยอมให้วัยและสังขารมาเป็นอุปสรรคของชีวิต”

          คำเปิดของคนเดินเรื่องชื่อ ‘สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ’ ครั้งออกอากาศเทปแรกของ ‘ปู่เย็น เฒ่าทระนง’ เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ หลังจากที่ทีมงานได้เฝ้าติดตามบันทึกเรื่องราวมากว่า ๕ เดือน เหมือนทวารบาลที่ได้เปิดให้ผู้คนได้รู้จักชีวิตของชายชราคนหนึ่ง

          ไม่เพียงเท่านั้น คลื่นความเปลี่ยนแปลงวิ่งปะทะเข้าหาปู่เย็นจนไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัว นำมาซึ่งชีวิตใหม่ชนิดที่ไม่เคยได้ประสบพบเจอมาก่อน และไม่คิดว่าจะได้เจอในชีวิตนี้

          ในวัยวาร ๑๐๕ ปีที่ผ่านมา จากชีวิตที่ไม่เคยได้จับต้องเงินทองเป็นกอบเป็นกำ

          ชีวิตที่ไม่เคยได้สนทนาประสาสะ หรือวิสาสะกับผู้คน

          ชีวิตที่ถือสันโดษเป็นที่ตั้ง

          ทุกอย่างถึงคราต้องเปลี่ยนแปลง...เมื่อปู่มีอายุย่างเข้า ๑๐๖ ปี

          “ดูแต่หอยซิ...ไม่มีมือมีตีนมันยังหากินได้เอง ประสาอะไรกับคน มีมือมีตีน หากินเองไม่ได้ก็อายหอย”

          “ขายอย่าให้แพง คนเขาจะได้กิน ฉันขายถูกๆ เอาไปเถอะ ซื้อไปแกงให้พอหม้อ”

          “กินฟรีได้...แต่ไม่อยากกิน เกรงใจ...ไม่เอา...อาย...ของเขาซื้อเขาขาย...ไหนต้องตัก ไหนต้องล้าง”

          “มีก็กิน...ไม่มีก็ไม่กิน ไม่ขอใคร คนเราอดตาย...หายาก ถ้าไม่เจ็บไข้นะ”

          ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ

          ปรัชญาชีวิตอันลึกซึ้งที่ผ่านการสั่งสมจากประสบการณ์ชีวิตที่เรียบง่าย เมื่อเปล่งออกมาจากเรียวปากของ ‘ปู่เย็น’ กลายเป็น ‘คำคม’ ที่ทิ่มแทงไปในหัวใจผู้คนแห่งยุคสมัย และกิริยาท่าทางของชายชราที่ปรากฏกลับตราตรึงเลือดนักสู้ของชายคนหนึ่งที่หากได้ยากในสังคมทุกวันนี้

          เหมือนดั่งผู้คนในท้องทะเลทรายที่ได้พบแหล่งน้ำ ประหนึ่งชีวิตที่โหยหาอัศวินม้าขาวหรือวีรบุรุษ และอาจเป็นวิสัยของมนุษย์ทุกคนที่แฝงไปด้วยความเมตตา อาทร สงสารในเพื่อนมนุษย์ร่วมชะตากรรม เมื่อสิ่งที่มุ่งหวังเฝ้าคอยปรากฏ แทบทุกคนกระโจนเข้าใส่ทันที

          หลังจากรายการ คน ค้น ฅน ออกอากาศเทปแรกเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เทปสอง ๑ มีนาคม ๒๕๔๘ ปรากฏว่ามีเสียงเรียกร้องให้มีการฉายซ้ำ ในที่สุด ‘ปู่เย็น เฒ่าทระนง’ ตอน ๑ และตอน ๒ จึงต้อง ‘Return’ พร้อมกับนำเสนอตอน ‘ปู่เย็นเปลี่ยนไป’ อีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๘

          ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เป็นเพราะคลื่นมหาชนต่างหลั่งไหลสู่ใต้สะพานลำไยซึ่งเดิมเป็นพื้นที่เฉอะแฉะ สกปรก ไร้คนสนใจ แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยย่ำของผู้คนจากทั่วสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นใต้สุด เหนือสุด จากญี่ปุ่น อเมริกา คนสูงวัย ๙๙ ปี เด็กน้อย ๒ ขวบ และจากสารพัดอาชีพ

          “วันที่ปู่โด่งดังที่สุด มีคนเข้ามาเยี่ยมและถ่ายรูปวันละเกือบ ๑๐๐ คน ทั้งคนดังระดับประเทศและชาวบ้านชาวช่องธรรมดา มีคนบริจาคเงินให้ลุงวันหนึ่งเป็นหมื่นบาท” คนใกล้ชิดปู่เย็นอรรถาธิบาย

          แต่สิ่งที่นำความภาคภูมิใจให้กับปู่เย็นมากที่สุด คงเป็นการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้นายประสงค์ พิทูรกิจจา ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และคุณหญิงสงวนศรี พิทูรกิจจา นายกเหล่ากาชาดจังหวัด เข้าไปดูแลและให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ ตลอดจนพระราชทานเรือลำใหม่ที่มีหลังคากันแดดกันฝนได้ โดยมีการทำพิธีรับเรือพระราชทานเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๘ บริเวณริมน้ำเพชรบุรี ข้างจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ท่ามกลางประชาชนมากมายที่มาร่วมในพิธี

          “ดีใจ ตื้นตันใจ และเกรงใจ” คำสั้นๆ ที่เอ่ยจากปากปู่เย็นพร้อมน้ำตาที่ไหลพร่างอย่างเงียบเงียบ ก่อนจะลงเรือพระราชทานที่ทำด้วยไฟเบอร์กลาสทั้งลำ ขนาดกว้าง ๑ เมตร ยาว ๖ เมตร มีประทุน และหลังคาทำด้วยผ้าใบอย่างดี เพื่อพายเรือไปเทียบที่ใต้สะพานลำไยเช่นปกติ และน่าจะดำรงอย่างต่อเนื่องยาวนานมิแปรเปลี่ยนหากไม่เกิดเรื่องราวที่ได้ ‘ทอน’ ความรู้สึกของผู้คนชนิดที่จัก ‘รับไม่ได้’ 

กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

บ้านลูกบุญธรรม ถนนหน้าวัดลาด อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี

คำ “ปู่เย็น เฒ่าทระนง” ปรากฏเด่นชัดอยู่ที่กระจกหน้ารถมาสด้า ทะเบียน ซึ่งแกซื้อมาในราคา ๔๐,๐๐๐ บาท- ขาดตัว

เชื่อหรือไม่ว่า นี่คือรถที่ปู่เย็นตั้งใจซื้อหามาเพื่อหัดขับ โดยหวังให้ลูกเขยเป็นผู้สอน

“ผมอายุเกินร้อยแล้ว ไม่ต้องทำใบขับขี่” ปู่เย็นบอกเล่า พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากตามสไตล์ในเย็นวันหนึ่งที่ได้พบปะพูดคุยกันหลังจากได้ตัดสินใจขึ้นบกได้ ๕ เดือนมาแล้ว

การขึ้นบกมาอาศัยกับลูกบุญธรรมที่บ้านหน้าวัดลาด เกิดขึ้นหลังผ่านประสบการณ์ที่ไม่คิดว่าจะได้พานพบ กระทั่งวันหนึ่งปู่เย็นต้องเลือกทางเดินใหม่เพราะเงื่อนไขชีวิตที่เปลี่ยนไป

“ปู่เย็นร้อนเสียแล้ว ขี้ยารุ่นหลานคุกคาม” 

          พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์สะท้อนความเป็นไปของปู่เย็นอย่างน่าสะทกสะท้านในโลกยุคบริโภคนิยม

          เพราะขณะที่ด้านหนึ่งปู่เย็นได้รับความนิยม การยกย่องเชิดชูจากผู้คนมากมาย มีเงินมีทองจากที่มีผู้นำมาให้ แต่โลกอีกด้านในค่ำคืนหนึ่งช่วงตี ๑ เศษ กลับมีกลุ่มวัยรุ่นขี้ยารุ่นหลาน ๓ คน พยายามข่มขู่หวังทำร้ายหรือชิงทรัพย์ แต่ปู่เย็นก็ไว้ลายเสือไม่ยอมให้ แถมพยายามพายเรือหนี ทำให้เรือล่มจนได้รับบาดเจ็บ

ในที่สุดเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย และหลีกเลี่ยงปัญหาวัยรุ่นติดยาเสพติดมารังควาน จึงได้ตัดสินใจหันหลังให้กับลำน้ำเพชรบุรี ‘ขึ้นบก’ ไปอาศัยอยู่ที่บ้านลูกบุญธรรม

          อย่างไรก็ตาม ‘ปู่เย็น’ ยังคงดำเนินชีวิตแบบเดิม คือ ตื่นเช้าขึ้นมาก็ต้องเดินทางไปกินน้ำเต้าหู้ที่ตลาด และมานั่งรับแขกที่บริเวณเชิงสะพานลำไย พอถึงเวลาค่ำจะกลับไปพักที่วัดลาดโดยมีลูกเขยคอยขี่รถสามล้อรับ-ส่ง เมื่อได้ของมาก็จ่ายแจกให้ผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กๆ พร้อมคำพูด “แบ่งกันกิน” 

          เพียงแต่ไม่นานต่อมา ปู่เย็นกลับหักเหไปใช้ชีวิตในวิถีใหม่ที่สร้างความตะลึงงงงัน นำเงินที่ได้รับจากการบริจาคของผู้คนไปถอยรถจักรยานไฟฟ้ามา ๑ คัน ราคา ๖,๐๐๐ บาท

          ภาพของคนคนหนึ่งที่ซิ่งจักรยานไฟฟ้าด้วยความโลดโผนโจนทะยาน คงเป็นเรื่องปกติในชีวิต หากทว่าสำหรับปู่เย็น กลับเป็นเรื่องไม่ปกติยิ่ง ด้วยวัยและสังขารที่ล่วงถึง ๑๐๖ ปีแล้ว และบางครั้งถึงกับขี่ไปถึงบ้านเก่าที่ท่าแร้ง ระยะทางนับได้หลายกิโลเมตร

          “แกขี่แล้วล้มอยู่ ๔-๕ ครั้ง เป็นแผลถลอกปอกเปิกไปหมด ในที่สุดจึงตัดสินใจขายไปในราคา ๓,๐๐๐ บาท” บุญพา สิงโต ลูกเขยที่แต่งงานกับบุตรบุญธรรมของปู่เย็นกล่าว

          ไม่พอแค่นั้น กิจปฏิบัติประจำวันของ ‘ปู่เย็น’ ยังมีที่แปลกใหม่อีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการไปปรากฏกายเดินเฉิดฉายอยู่ตัวคนเดียวแถวๆ ริมหาดเจ้าสำราญแล้วขึ้นรถประจำทางกลับ การนั่งรถประจำทางไปเที่ยวเล่นถึงจังหวัดราชบุรี หรือการนำเครื่องเรือมาติดแล้วขับไปโผล่แถวอำเภอบ้านแหลม

สำหรับเรื่องการถูกเชิญตัวไปร่วมงานตามสถานที่ต่างๆ ตามประสาคนดัง ทั้งในจังหวัดเพชรบุรี และตามต่างจังหวัด แรกๆ ก็ไม่คุ้นชิน โดยเฉพาะการต้องนอนโรงแรมชั้นหนึ่งซึ่งนับเป็นความใหม่และแปลกแยกจากชีวิตเดิมโดยสิ้นเชิง แต่ในที่สุดปู่เย็นก็เริ่มคุ้นชินกับการเดินทางไกลไปกินนอนต่างถิ่นมากขึ้น 

ไม่นานต่อมาปู่เย็นกลับกระทำสิ่งที่ช็อกความรู้สึกผู้คนมากขึ้น ด้วยการถอยรถกระบะมาสด้า ราคา ๔๐,๐๐๐ บาท จนนำมาซึ่งปัญหามากมาย โดยไหว้วานให้ลูกเขยช่วยสอนให้ขับอยู่ในวัดลาด แต่ลูกเขยไม่ยอมสอนให้เพราะเห็นว่าอายุมากแล้ว ทำให้ปู่งอนอยู่พักหนึ่ง กระทั่งต้องตัดสินใจขายให้กับลูกเขยในราคา ๒๐,๐๐๐ บาท ก่อนจะตัดสินใจเก็บข้าวของ หันหลังให้กับที่พักพิงชั่วคราวบนบกเพื่อคืนสู่สายน้ำ...

อาจเพราะอายุที่ล่วงผ่าน ทำให้ปู่เย็นไม่คิดสะสมวัตถุสิ่งของชนิดที่คนรุ่นใหม่คลั่งไคล้อย่างที่เรียกว่า บ้าคลั่ง แต่เพียงต้องการเติมเต็มสิ่งที่เคยพร่องในชีวิต และทำในสิ่งที่อยากกระทำ จากเดิมที่ไม่สามารถกระทำเนื่องจากขาดปัจจัยสำคัญคือ ‘เงิน’

          อาจเป็นเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่เข้าใจหรือมิสามารถจินตนาการแก่นความคิดที่สะท้อนผ่านวิถีชีวิตของคนคนหนึ่งที่มีอายุขัยล่วงเลยกว่า ๑ ศตวรรษ ผ่านการใช้ชีวิตมาแล้วถึง ๕ รัชกาล

“ตั้งแต่ทีแรกที่มองว่าแกมีการเปลี่ยนแปลงในบางเรื่อง สิ่งที่เราเห็นคือ พอออกรายการคน ค้น ฅน ภาษีทางสังคมของแกมากขึ้นเต็มพิกัด เพราะว่าภาษีทางสังคมเมื่อก่อนก็คือ ตาเย็น ก่อนจะกลายมาเป็นปู่เย็นของคนเกือบทั้งประเทศเมื่อได้ดูรายการ เป็นที่เคารพรักของคนเยอะมาก คือเปลี่ยนภาษีทางสังคมมากขึ้นอย่างชัดเจนเลย วิถีชีวิตบางอย่างเปลี่ยนไปแวบๆ หนึ่งตามช่วงที่แกหลงระเริงกับรายได้ที่ได้รับมาตอนแรกๆ ไปซื้อจักรยาน ไปซื้อรถยนต์อะไรประมาณนี้ แต่สุดท้ายแกก็สรุปได้ว่าของเหล่านั้นมันไม่เป็นประโยชน์อะไรกับชีวิตเลย แกก็เลยลงเรือ คงคิดได้ เหมือนกับได้พบสัจธรรมชีวิตอีกรอบ” กบ-เกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล ผู้แนะนำเรื่องราวของปู่เย็นให้รายการ คน ค้น ฅน พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของปู่เย็น

          “สุดท้ายแกก็กลับมาเหมือนเดิม มาเป็นปู่เย็นที่อยู่ในเรือ หาปลาเหมือนเดิม” คำสรุปอย่างให้ภาพชัดเจนของเพื่อนรักต่างวัย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพแสนงดงาม

          นั่นเป็นการพิสูจน์ว่า หากรากแก้วหรือเสาเข็มความคิดของชีวิตคนเรามั่นคงแข็งแรงแล้ว แม้นร่างกายจะร่วงโรยไปตามอายุขัย แต่ทว่านาวาชีวิตก็จักไม่โยกคลอนไปตามแรงกระเพื่อมของสิ่งรอบข้าง หากเป็นหัวจิตหัวใจที่มั่นคงแน่แน่ว

          ไม่ว่าผู้คนจะเรียกขานคมความเหล่านี้ว่าปรัชญาหรืออะไรก็แล้วแต่ ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือผลึกความคิดในชีวิตของปู่เย็นที่ได้ประสบ ไม่ว่าจะยากดีมีจน ดังหรือไม่ดัง ชีวิตปู่เย็นเป็นไปเช่นนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

          เดือนสิงหาคม ๒๕๔๘ ปู่เย็นจึงหวนกลับคืนสู่ลำน้ำเพชรบุรีอีกครั้งหนึ่ง...

ใครได้สนทนากับปู่ฯ จะสัมผัสได้ถึงความเมตตาและอารมณ์ดีผ่านรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

บ้านลูกบุญธรรมหน้าวัดลาด, บ้านพักของปู่ฯ ช่วงขึ้นจากเรือ

กินอยู่หลับนอนอย่างสมถะยิ่ง

เรียบ...ง่าย...

เปิดประตูสู่นาวาชีวิตที่กลายเป็นบทเรียนและแรงบันดาลใจหนึ่งให้แก่สังคมไทย

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชบาตานี วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 05.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เรียบๆ ง่ายๆ ไม่รบกวนใคร คือ ปู่เย็น
หลายคนในสังคมไทยที่กำลังแก่งแย่งชิงดีกัน(แม้แต่เก้าอี้) น่าจะดูปู่เป็นแบบอย่างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 28/05/2011 เวลา : 00.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

เห็นแล้ว..มีความสุข

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ย่าดา วันที่ : 27/05/2011 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

โหวดสำหรับเรื่องปู่เย็น ชีวิตคนเราเรียบง่าย ดีที่สุดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 27/05/2011 เวลา : 13.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

หลายปีที่ผ่านมามี คำคม ปรัชญาของปู่เย็น ว่อนไปให้ทั่วในเน็ท
แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้เช่นนั้น...

เพียงแต่มนุษย์รู้จักคำว่า "พอ พอ และคำว่า พอ" โลกนี้คงน่าอยู่ ชีวิตคงมีความสุขแบบเรียบง่ายปู่เย็น...อยากเป็นแบบนั้นได้จัง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 27/05/2011 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

“ดูแต่หอยซิ...ไม่มีมือมีตีนมันยังหากินได้เอง ประสาอะไรกับคน มีมือมีตีน หากินเองไม่ได้ก็อายหอย”

ประโยคนี้ ถือเป็นสัจธรรมทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
musachiza วันที่ : 27/05/2011 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

มาชมครับ
รำลึกปู่เย็น
http://www.oknation.net/blog/umbasbook

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]