• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 417691
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม 2554
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 2860 , 08:06:11 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน นายสิบหมื่น , คิม_นพวรรณ และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

“ลองย้อนกลับไปพิจารณาดูนะครับว่า ในประวัติศาสตร์ของงานเขียนที่เกี่ยวกับพื้นที่ชายแดนใต้บ้านเรา มีหรือไม่ที่เราจะได้อ่านงานเขียนของอูแฆเมาะกีตอ (คนบ้านเรา) เขียนเรื่องข้าวยำ เรื่องบูดู หรือเรื่องอื่นๆ ให้คนนอกพื้นที่ได้อ่าน ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นวิถีชีวิตที่เราได้เห็น ได้สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่กลายเป็นว่าได้อ่านงานของคนอื่นที่เขียนถึงบ้านเรา ทำไมไม่ลองเขียนเรื่องราวของบ้านเราให้คนอื่นอ่านบ้าง จะได้เป็นข้อมูลที่ไม่คลาดเคลื่อน ถูกต้อง มีชีวิตชีวา และได้อารมณ์มากกว่า”

แม้แต่ตัวข้าพเจ้าเองก็แทบจะจดจำไม่ได้แล้วว่า ได้เคยเอ่ยประโยคประมาณนี้มากี่รอบกี่เที่ยวแล้วในรอบหลายปีมานี้ ขณะกล่าวถ้อยเพียงรู้สึกมีความสุขในใจ เมื่อสังเกตเห็นดวงตาเป็นประกายของน้องๆ เยาวชนค่ายนักเขียน ที่ต่างนั่งฟังอย่างตั้งใจ และมีบ้างที่มือหยิบปากกาจดข้อความไปด้วย

ค่ายสารคดีสร้างคน คนสร้างสารคดี ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ซึ่งข้าพเจ้าได้รับเชิญเป็นวิทยากรต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ แล้ว ร่วมกับวิทยากรซึ่งเป็นกวี-นักเขียนอีกหลายๆ ท่าน ผ่านการประสานของ ดร.พิเชฐ แสงทอง ค่ายคราวนี้ซึ่งเป็นปีที่ ๓ จัดกันที่อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า จ.พัทลุง วันที่ ๒๗-๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑ จัดกัน ณ ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าว อ.เมือง จ.พัทลุง ส่วนการจัดครั้งที่ ๒ ณ สวนสัตว์สงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ปรากฏผลงานเขียนจากค่ายเป็นรูปเล่มในชื่อ สงขลา ในสายตาเด็กชายแดน โดย ๓๐ เยาวชนสามจังหวัดชายแดนใต้ มี วิมลมาศ ปฤชากุล รับบทบรรณาธิการ

เมื่อกล่าวถึงค่ายนักเขียนน้อยชายแดนใต้ ทำให้ข้าพเจ้าหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นที่พวกเราในนาม สำนักหัวใจเดียวกัน ได้ไปริเริ่มโครงการร่วมกับมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง ของ ดร.รุ่ง แก้วแดง เมื่อหลายปีก่อน ภายใต้ความเชื่อเรื่องความหลากหลายของวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมประเพณี เรื่องต้นทุนทางประวัติศาสตร์ ฯลฯ ของพื้นที่ชายแดนใต้

ย้อนไปช่วงปลายปี ๒๕๕๑ ข้าพเจ้ามีโอกาสได้พบปะและพูดคุยหลากหลายเรื่องราวกับ ดร.รุ่ง แก้วแดง คนดีศรียะลา หนึ่งในประเด็นที่เรามีความเห็นร่วมกันคือ การให้ความสำคัญกับ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และพลังของ เยาวชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งน่าจะลุกขึ้นมาบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองผ่านการ เขียน

เป็นที่โชคดีว่าขณะนั้นมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง กำลังดำเนินโครงการพัฒนาผู้นำเยาวชนเพื่อสันติสุข ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้งที่ ๒ โดยได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อข้าพเจ้านำเสนอประเด็นว่าด้วยเรื่องการดำเนินการโครงการค่ายเยาวชนนักเขียน ดร.รุ่ง เห็นด้วย จึงได้ตัดสินใจปรับรูปแบบโครงการเพื่อให้สอดรับกับสิ่งที่เราได้พูดคุยกัน

๑.เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนชายแดนใต้ มีความสนใจเรื่องราวของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งเชิงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ฯลฯ

๒.เพื่อปูพื้นฐานในการอ่าน การเขียน การถ่ายภาพ ที่จะมีผลต่อการพัฒนาทักษะด้านการอ่าน การเก็บข้อมูล การเขียน ฯลฯ ในอนาคตต่อไป

๓.เพื่อเสริมส่งให้เยาวชนเกิดสำนึก และเกิดความภาคภูมิใจในถิ่นเกิด ก่อเกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างคนต่างศาสนาและคนต่างถิ่น ในฐานะผู้ร่วมอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน

         ข้างต้นคือวัตถุประสงค์ตามโครงการ เยาวชนชายแดนใต้รักท้องถิ่น ที่ข้าพเจ้าเขียนนำเสนอต่อ ดร.รุ่ง แก้วแดง เพื่อจัดค่ายอบรมการเขียน โดยคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน ๖๐ คนมาร่วมโครงการ ขณะเดียวกันเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการเขียนข่าว สกู๊ป สารคดี ฯลฯ รวมถึงการถ่ายภาพ และการบรรณาธิการ ทั้งจากส่วนกลางและท้องถิ่นมาบรรยายให้ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์

ในที่สุด วันที่ ๑-๔ ธันวาคม ๒๕๕๑ ค่ายนักเขียนน้อยชายแดนใต้ จึงได้เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้ความร่วมมือของมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง สพฐ. และสำนักหัวใจเดียวกัน

ทีมงานของสำนักหัวใจเดียวกัน ที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญ นอกจากตัวข้าพเจ้าแล้ว ยังต้องยกเครดิตให้กับ โอ๋ – ธนาคม พจนาพิทักษ์ และ วิน – ชวิน ถวัลย์ภิยโย

โอ๋ – ธนาคม พจนาพิทักษ์ นั้นเป็นชาว จ.สตูล ในครอบครัวไทยมุสลิมซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นศิลปิน-นักเขียน สำเร็จปริญญาตรีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ ปริญญาโท คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์  (NIDA) สาขาการจัดการทางสังคม เคยผ่านงานสื่อมวลชนจาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน เป็นบรรณาธิการบริหารนิตยสารชีวจิต บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการวิทยุ BatterLife   ของบมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง กรรมการผู้จัดการบริษัท บิ๊กฟิช ครีเอชั่น จำกัด/บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Love+Share บรรณาธิการนิตยสาร ALL    บมจ.สยามอินเตอร์มัลติมีเดียฯ ฯลฯ รวมถึงอาจารย์พิเศษคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บรรณาธิการข่าว ศูนย์ข่าวชายแดนใต้ อาจารย์พิเศษคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และอาจารย์พิเศษคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

 มีประสบการณ์/กิจกรรม/บรรยาย มากมาย อาทิ คณะทำงานจัดงานจุดประกายฟอรั่มของนสพ.กรุงเทพธุรกิจ คณะทำงานโครงการจัดงาน อมรินทร์บุ๊คแฟร์บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง คณะทำงานและพิธีกรงานรวมพลคนเขียน บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้ง พิธีกร/วิทยากร การเขียนเชิงสร้างสรรค์ เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย ฯลฯ เจ้าของผลงานหนังสือปลาที่บินได้ และนักเขียนหนังสือเล่ม สุดยอด 9 CEO ไทย ผู้ไต่จากศูนย์ฯลฯ

ส่วน วิน – ชวิน ถวัลย์ภิยโย เพื่อนหนุ่มผู้เปรียบเสมือนเป็น เงา ซึ่งกันและกัน เป็นช่างภาพอาชีพอิสระ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ เอกภูมิศาสตร์สิ่งแวดล้อม (วทบ.ภูมิศาสตร์) เคยผ่านงานในตำแหน่งกองบรรณาธิการหลายสำนัก อาทิเช่น หนังสือ ๕ พฤษภา, กองบรรณาธิการวารสารการปฏิรูปการศึกษา, กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ศิลปะวรรณกรรม, บรรณาธิการฝ่ายภาพนิตยสาร ฅ.คน บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง สำนักหัวใจเดียวกัน มาด้วยกัน ผู้ให้คำนิยามตัวเองว่าเป็น ช่างภาพสาธารณะ ด้วยเป็นช่างภาพอาชีพอิสระที่บันทึกภาพต่างๆ ไว้มากมาย แต่ไม่เคย 'หวงภาพ' กลับเปิดโอกาสให้ผู้คนหยิบภาพไปใช้ได้โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น เคยจัดแสดงงานถ่ายภาพ ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์, ร้านเจน ถนนพระอาทิตย์ ร้านสิงห์สาโท และร้านข้าวหมูแดงนายชุ้น ศาลายา จ.นครปฐม และเป็นช่างภาพคนหนึ่งที่บันทึกภาพเกี่ยวกับ ชายแดนใต้ ไว้เป็นจำนวนมากในหลายปีมานี้ พร้อมกับสอนการถ่ายภาพเบื้องต้นให้แก่เยาวชนมากมาย

ข้าพเจ้ายังได้เชิญวิทยากรที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์อีก ๒ คน คือ มนตรี ศรียงค์ รู้จักกันในฉายา กวีหมี่เป็ด กวีซีไรต์จากกวีนิพนธ์เรื่อง โลกในดวงตาข้าพเจ้า ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา กวี-นักเขียนที่มีผลงานมากมาย และ ปิยะโชติ อินทรนิวาส นักเขียนที่ไปเอาดีในอาชีพนักข่าว มีผลงานรวมเล่มหลายเล่ม ผู้ร่วมก่อนตั้ง กลุ่มวรรณกรรมกาแลที่มี แรคำ ประโดยคำ มาลา คำจันทร์ แสงดาว ศรัทธามั่น และวีระศักดิ์ ยอดระบำ เป็นที่ปรึกษา จบปริญญาตรีสาชาวิชาการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยร่วมงานที่นิตยสารถนนหนังสือ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าศูนย์ข่าวหาดใหญ่เครือผู้จัดการ-ASTV ปี ๒๕๔๗ เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการทำข่าวสืบสวนสอบสวนที่อเมริกา

นอกจากนี้วิทยากรรับเชิญ ยังประกอบด้วย 'สายธารสิโป' หรือ นิพนธ์ รัตนพันธุ์ นักรบวรรณกรรมแห่งเทือกเขาบูโด พันธกานท์ ตฤณราษฎร์ และผู้หลักผู้ใหญ่คนสำคัญที่แนะแนวให้ความรู้ และบอกเล่าประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง เช่น ดร.รุ่ง แก้วแดง ลุงดำ - ดำรง สุวรรณรัตน์ ฯลฯ

ที่สำคัญ คือ การพยายามนำการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน มาร่วมแสดงให้เยาวชนได้สัมผัส ด้วยการเชิญสมาชิกวง 'บุหลันตานี' มาแสดง และให้เยาวชนนักเขียนฯ ได้ทดลองสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเพื่อเขียนสารคดี

         ครั้งนั้นนับเป็นที่โชคดีว่า ทั้งข้าพเจ้าและโอ๋-ธนาคม มีประสบการณ์ในฐานะ บรรณาธิการ มาก่อน ทำให้สามารถช่วยทั้งขัดเกลาและวางแผน จัดทำหนังสือผลงานอันเป็นผลผลิตงานเขียนของเยาวชนแต่ละค่ายได้อย่างใกล้ชิด ทุ่มเทอย่างที่เรียกได้ว่าช่วยชี้แนะ ปรับปรุงแก้ไขกันในระดับคำและประโยค ประกอบกับ วิน-ชวิน นั้น นอกจากจะเป็นช่างภาพมืออาชีพอิสระแล้ว ยังสามารถจัดทำรูปเล่มหนังสือ (Art Work) ได้อีกด้วย

ทั้ง ๔ ค่ายที่ดำเนินการซึ่งมีทั้งเยาวชนไทยพุทธและมลายูมุสลิมเข้าร่วม จึงมีผลงานของเด็กออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามในวันสุดท้ายที่ปิดค่าย ด้วยจำนวนผลิตเพียงไม่กี่เล่มเพื่อมอบให้แก่ห้องสมุดโรงเรียน ผ่านการตั้งชื่อด้วยการโหวตหาชื่อกันเองของเหล่าเยาวชนนักเขียน ตั้งแต่เรื่องเล่าจากชาวค่ายลำพะยา ขบวน ๑ ตามรอยฝัน เรื่องเล่าจากชาวค่ายลำพะยา ขบวน ๒ ผีเสื้อกลางสายฝน เรื่องเล่าจากชาวค่ายลำพะยา ขบวน ๓ นกน้อยสานฝัน และเรื่องเล่าจากชาวค่ายลำพะยา ขบวน ๔ เมฆใต้ฟ้า

ก่อนที่ต่อมา ผลงานจากเยาวชนนักเขียนรุ่น รวมดาว ซึ่งคัดเลือกเด็กเก่งจาก ๔ ค่ายๆ ละ ๑๐ คนมารวมกันเป็นค่ายที่ ๕ รวม ๔๐ คน จักปรากฏอย่างน่าชมชื่น โดยพวกเราให้โจทย์เหล่าเยาวชนล่วงหน้าไว้ก่อนว่า

“ให้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชุมชนของตัวเองในประเด็นใดก็ได้มา ๑ เรื่อง แล้วให้เอามาส่งในวันเข้าค่ายรุ่นรวมดาววันแรก เพื่อพี่เลี้ยงค่ายคือพวกเราจะได้ช่วยกันพิจารณา แนะนำ ขัดเกลา กันต่อไป”

ในที่สุดเมื่อจบค่ายรุ่นรวมดาว เยาวชนนักเขียนมีผลงานรวมเล่มเป็นของตัวเอง ๒ เล่ม จัดพิมพ์โดยมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง เล่มแรกชื่อ ‘Love Land ดินแดนแห่งรัก และ เปอร์นูลิส มูดา จาฮายา กือซือลามัตตัน ดี สลาตัน เยาวชนนักเขียน เรืองแสงแห่งสันติที่ชายแดนใต้ 

ดร.รุ่ง แก้วแดง เขียนไว้ในคำนำหนังสือ ‘Love Land ดินแดนแห่งรัก เพื่อสะท้อนให้เห็นกระบวนการทำงานว่า กว่าจะเป็นผลงานในรูปเล่มที่ท่านถืออยู่นี้ เยาวชนและครูต้องเหน็ดเหนื่อย ทำงานหนักหนาอย่างมาก แต่ก็ต้องชื่นชมกับความตั้งใจและความมุ่งมั่นของทั้ง ๒ ฝ่าย เด็กเริ่มหัดเขียนง่ายๆ ค่อยๆ ปรับแก้ โดยในรอบแรก มีเยาวชนมาเข้าร่วมทั้งสิ้น ๔ กลุ่ม

“หลังจากนั้นก็ได้คัดเลือกเยาวชนที่มีแวว มีศักยภาพดีที่สุดของแต่ละรุ่นมาจำนวนหนึ่ง มาเข้าค่าย ฝึกในระดับที่สูงขึ้น เด็กๆ กลุ่มนี้มีโอกาสที่ได้ไปเรียนรู้เพื่อสังเกต และฝึกเขียนเรื่องราวของการจัดกิจกรรมด้านศิลปะการแสดงตำนานชุมชน ในโครงการพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรเยาวชนระดับ อบต. ด้านกีฬา ดนตรี และศิลปะใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง จัดอยู่ทั้งที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งเด็กๆ มีความซาบซึ้งในมรดกทางวัฒนธรรมเป็นอย่างดี”

อย่างไรก็ตาม เมื่อจบภารกิจจากการทำค่ายกันครั้งแรกแล้ว ด้วย อุบัติเหตุ บางอย่าง ทำให้สำนักหัวใจเดียวกัน และมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง ไม่ได้ทำค่ายนักเขียนร่วมกันอีก แต่ทางมูลนิธิฯ ได้เชิญชวน ปลายมนัส ลิ้มสุวรรณ์ ซึ่งขอติดตามข้าพเจ้าลงสัมผัสพื้นที่ชายแดนใต้เป็นครั้งแรก และมีโอกาสเข้าร่วมสัมผัสค่ายนักเขียน ค่ายที่ ๔ รับหน้าที่ไปดำเนินการดูแลการทำค่ายนักเขียนต่อ โดยปี ๒๕๕๔ นี้เป็นปีที่ ๓ ของการทำค่ายแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งที่ยังคงมีการทำค่ายลักษณะเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง

เพียงแต่ข้าพเจ้าได้เคยเสนอแนะ ปลายมนัสฯ ในคราได้รับเชิญเป็นวิทยากรการเสวนาว่าด้วยวรรณกรรมไทย-มลายู ที่ มอ.ปัตตานี ครั้งหนึ่งว่า ผลงานของเยาวชนที่ถูกนำมารวมเล่มในหนังสือ เปอร์นูลิส มูดา จาฮายา กือซือลามัตตัน ดี สลาตัน เยาวชนนักเขียน เรืองแสงแห่งสันติที่ชายแดนใต้ นั้น ถือว่าเป็นงานเขียนประเภท สารคดี ไม่ใช่ เรื่องสั้น อย่างที่มีการเขียนคำโปรยไว้บนปกว่า รวมเรื่องสั้นของ ๑๙ เยาวชนนักเขียนจากชายแดนใต้

“สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จำเป็นต้องระมัดระวังและให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหากผู้ดูแลการจัดทำหนังสือยังไม่เข้าใจประเภทของงานเขียน อาจด้วยความสะเพร่า ประมาทเลินเล่อ หรือด้วยอะไรก็ตามแต่ มันจะกลายเป็นการนำทางที่ทำให้เยาวชนหรือคนที่ได้อ่านเนื้อนัยหนังสือเกิดความเข้าใจผิดได้ รวมถึงรายละเอียดเล็กน้อยอื่นๆ อีกมากมาย ที่ล้วนต้องให้ความใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง”

ซึ่งแน่นอน, นั่นย่อมไม่เป็นผลดีต่อการปลูกฝัง การเขียนสำหรับเหล่าเยาวชนในระยะยาวเป็นแน่แท้

นับจากค่ายเยาวชนนักเขียนที่สำนักหัวใจเดียวกัน ได้ดำเนินร่วมกันกับ มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง ในการ จุดประกาย การทำค่ายนักเขียนห้วงเกิดความสถานการณ์ไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ เวลาต่อมาพวกเราในนามของ สำนักหัวใจเดียวกัน ได้ริเริ่มทำค่ายนักเขียนอีกหลากหลายลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมกับเทศบาลเมืองเบตง อบต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา คณะศึกษาศาสตร์ มอ.ปัตตานี องค์กรในพื้นที่นราธิวาส โครงการพัฒนาทักษะนักเขียน ศวชต. ของศูนย์ประสานงานวิชาการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ (ศวชต.) ฯลฯ รวมถึงค่ายนักเขียน-นักข่าวสายพันธุ์ใหม่ชายแดนใต้ ที่ให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ใน Social Media เป็นช่องทางเผยแพร่ผลงานของเหล่าเยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้ สู่สังคมออนไลน์ทั่วโลก

 ผ่านมาหลายปี นับจากที่พวกเราได้ทำค่ายนักเขียนน้อยชายแดนใต้ อย่างจริงจัง ร่วมกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ จวบจนปัจจุบันนี้ปี ๒๕๕๔ ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจยิ่งที่เห็น ความเคลื่อนไหว ในการจัดทำค่ายลักษณะนี้ขยายปริมณฑลออกไปเรื่อยๆ และที่สำคัญองค์กรที่เกี่ยวข้องกับแวดวงการอ่าน-เขียน เริ่ม ขยับตัว บ้าง หลังจากทำตัวเสมือนเป็น ยักษ์หลับ มาเนิ่นนาน  

ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมา พวกเราเองได้พยายามปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ประยุกต์ รูปแบบและวิธีการหลายประการด้วยกัน เพื่อให้สอดคล้องกับคุณสมบัติของเยาวชนที่มาเข้าค่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วการทำค่ายในพื้นที่ที่ถูกปรามาสว่าคนส่วนหนึ่งซึ่งเป็นชาวมลายูมุสลิม แม้แต่พูดไทยยังไม่ชัด แล้วจะเขียนให้ดีได้อย่างไร แต่หากใครได้มาเห็นต้นฉบับงานเขียน รวมถึงการเลือก คำ ของเหล่านักเขียนน้อยแล้วอาจเกิดอาการ อึ้ง ไปตามกัน เพราะกลายเป็นว่าเยาวชนเหล่านี้มีพื้นฐานภาษาไทยอยู่ในระดับค่อนข้างดี เหตุผลประการหนึ่งอาจเป็นด้วยอยู่ในพื้นที่ที่มากด้วยตำนานและประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ยุคศรีวิชัย ลังกาสุกะ ปัตตานีดารุสสาลาม ก่อนจะมาเป็นรัตนโกสินทร์ในกาลปัจจุบัน ทำให้รากของ ประวัติศาสตร์ และ ภาษา ได้รับการสั่งสมบ่มเพาะ และผสมผสานกันมานานอย่างลงตัว  

อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดในเงื่อนเวลาและตัวแปรอื่นๆ อีกมากมาย ย่อมมิอาจนำผลงานเขียนของเยาวชนนักเขียนน้อยชายแดนใต้ ไปเทียบเคียงกับระดับ มืออาชีพ โดยทั่วไปได้

แต่อย่างน้อยการใช้ประสบการณ์จากการทำค่ายในหลายๆ ครั้ง ในนามของ 'สำนักหัวใจเดียวกัน' ร่วมกับองค์กรต่างๆ มาเป็นกรณีศึกษา ภายใต้ความเชื่อที่ว่า แม้นเยาวชนที่เข้าค่ายนักเขียนทั้งที่นับถือศาสนาพุทธหรืออิสลาม อาจจะไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรจากการเพิ่มทักษะในการเขียน-อ่าน คราเข้าค่ายแต่ละครั้ง แต่ผลสำเร็จประการหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจได้ว่า ผลพวงที่พวกเขาและเธอต้องได้รับแน่นอน นอกจากเรื่องของ แรงบันดาลใจ กำลังใจ ความรู้สึกมี พื้นที่แสดงออก และมี ตัวตนในสังคมบ้างแล้ว

สิ่งสำคัญยิ่งประการหนึ่งซึ่งถือเป็นคุณูปการสำคัญก็คือ ความเป็น เพื่อน ที่เกิดขึ้นนั่นเอง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ครูคิม วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kimz
คิม นพวรรณ

สวัสดีค่ะ
เคยพบกับน้องเยยาวชนต้นกล้าจากปัตตานีและยะลา น่าสนใจมากค่ะ และได้รับทราบเรื่องเล่าของกิจกรรมมาบ้างแล้ว ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจค่ะ ขอมีส่วนร่วมในการสั่งเสื้อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Kibangkok วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaithai
สีน้ำ(มือสมัครเล่น)และเรื่องราวชิวชิวที่ไร้สาระของผู้ชายหน้าแก่     .    ลุงกิ๊..

อยากจะเป็นนักเขียนบ้างจังเลย แต่ตอนนี้ขอแอบอ่านงานเขียนและขอชื่นชมของเพื่อนบ้านก่อนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

มาร่วมยกมือยืนยันแข็งขัน... "หัวใจเดียวกัน" จะกลับมาแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชบาตานี วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชื่นชมผู้เป็นต้นคิดเรื่องนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
tengpong วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

การอ่านและการเขียน ช่วยขัดเกลาหัวใจที่หยาบกระด้าง
คงเหลือไว้แต่ความกล้า กล้าที่จะแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร

ผมคิดอย่างนั้นครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ขอบพระคุณมากครับพี่ชัยฯ สำหรับ 'กำลังใจ' แด่น้องๆ เยาวชนและชาวหัวใจเดียวกัน เรื่องนิตยสารหัวใจเดียวกัน ที่ออกไปได้ ๙ เล่ม รับรองกลับมาแน่นอนครับ แต่จะเป็นรูปแบบใด ลักษณะไหน ทีมงานกำลังปรึกษาหารือกันอยู่ ไว้รออ่านอีกสักตอนหรือสองตอนจากนี้ไป ใน 'เบื้องหลังฅนหัวใจเดียวกัน' ผมจะเล่าที่มาที่ไปและรายละเอียดว่าทำไมพวกเราถึงลุกขึ้นมาทำนิตยสารหัวใจเดียวกัน ทั้งที่รู้ว่าในเชิงธุรกิจเป็นไปไม่ได้แน่นอน โปรดรอติดตามนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ChaiManU วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ยังจำผลงานของนักเขียนน้อยบางท่านที่เคยได้รับโอกาสให้บันทึกไว้ใน "หัวใจเดียวกัน" และเห็นว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครับ

ผมขอณุญาตที่จะเสนอแนะว่า "หัวใจเดียวกันรายสะดวก" น่าที่จะกลับมานะครับ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นพื้นที่รองรับให้กับนักเขียนน้อยในโครงการได้

เป็นกำลังใจให้กับทุกภาระกิจของทีมงาน และยังยืนยันที่จะรักษาสิทธิ์สมาชิกคนที่หนึ่งของหัวใจเดียวกันอยู่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

ขอบคุณมากครับ คุณ bon09 ร่วมด้วยช่วยกัน-คนละไม้คนละมือครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 12.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

เห็นด้วยเป็นยิ่งครับพี่ชาลีฯ 'ศักยภาพ' ของเด็กๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ มีมากกว่าที่คิดจริงๆ เพียงแต่จะมีใครหรือหน่วยงานใด 'เปิดโอกาส' ให้เขาและเธอเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่องจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
bon09 วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

เป็นกิจกรรมที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

จากที่ำได้ตามอ่านผลงานของเหล่านักเขียนน้อย
เห็นว่าหลาย ๆ เรื่องมีคุณค่าในเชิงวรรณกรรม
อาจเป็นเพราะได้แีรงบันดาลใจ
และมีความซาบซึ้งในมรดกทางวัฒนธรรม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปราณชลี วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]