• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 417689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันพฤหัสบดี ที่ 11 กรกฎาคม 2556
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 1507 , 09:51:18 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ชบาตานี , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

 

 

"แม้นจะเป็นชีวิตที่สุ่มเสี่ยง แต่การที่ต้องช่วยกันเข็นเรือจากบกสู่แผ่นน้ำ เพื่อมุ่งสู่ท้องทะเลกว้าง ทำให้ พ่อ แม่ ลูก มีโอกาสได้พบหน้า อยู่ด้วยกัน และคอยเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ตราบกระทั่งเมื่อนำเรือเข้าฝั่งหลังเผชิญวิถีกลางทะเลลึก ผู้มารอคอยต้อนรับคนแรกที่ได้พานพบก็คือ ใบหน้าอาบรอยยิ้มของภรรยาหรือลูกๆ นั่นเอง การทำประมงพื้นบ้านจึงนับเป็นอาชีพที่อบอุ่นที่สุดสำหรับความเป็นครอบครัว" 
บังปลิว - 'อาหมัด ตันหยงวารี' มอร์แกน ฟรีแมน แห่งชายทะเลบ้านทอน

         นอกจากน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ฯลฯ ที่ถูกพูดพาดพิงถึงบ่อยๆ ในประเด็นเกี่ยวกับ ‘การแย่งชิง’ ทรัพยากรรมธรรมชาติในพื้นที่ชายแดนใต้แล้ว ดูเหมือน ‘วิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน’ ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีการกล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเป็นเรื่องของการทำลายล้าง ไม่ว่าจะเป็นจากเรืออวนลาก การระเบิดปลา ฯลฯ แต่บางคราเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการลุกขึ้นมา ‘สู้’ ของกลุ่มประมงพื้นบ้านในหลายพื้นที่ ร่วมกับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรต่างๆ

         “โครงการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเฉลิมพระเกียรติ” ณ ชายหาดบ้านทอน ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยสำนักงานประมงจังหวัดนราธิวาส ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งนราธิวาส และอีกหลากหลายองค์กรเครือข่าย เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคมที่ผ่านมา มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการปล่อยพันธุ์กุ้งกุลาดำ ๕๐,๐๐๐ ตัว การทำความสะอาดบ้านปลา กิจกรรมจากทหารค่ายจุฬาภรณ์ เช่นโชว์การแสดงช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การแจกสิ่งของให้ชาวบ้าน ฯลฯ จึงเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดียิ่ง

         สนธยา ประไพทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๔ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ข้อมูลว่า ปกติเมื่อมีการทิ้งปะการังเทียมไปแล้ว ผ่านไประยะหนึ่งจะมีเศษอวนหรือขยะมาติดค้าง ทำให้สัตว์ทะเลไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้

         “เราจึงต้องมีโครงการทำความสะอาดบ้านปลา เป็นการเก็บกู้ซากอวน ปีหนึ่งทำกันหลายที่ตลอดชายฝั่งชายแดนใต้สุดไปจนถึงแถบพื้นที่ตอนบน โดยร่วมมือกับชาวบ้านและองค์กรต่างๆ”

         ผู้เขียนมีโอกาสได้นั่งเรือลอยลำ ไปสังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของคนทำงานกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาสาทำหน้าที่ทำความสะอาด 'บ้านปลา' หรือ 'ปะการังเทียม' เก็บเศษขยะ ฯลฯ ภายใต้ทะเลสีครามกับโลกใต้น้ำที่ชวนพิศวง โดยไม่อินังขังขอบหรือสนใจใยดีกับชื่อเสียงหรือการรับรู้ของสังคมวงกว้าง เป็นวิถีของคนเบื้องหลังในนาม ‘ชมรมดำน้ำสมิหลา’ ภายใต้โต้โผใหญ่ 'เอกรักษ์ ใฝ่บุญ' ในฐานะประธานชมรมดำน้ำสมิหลา ซึ่งนำทีมมาร่วมกิจกรรม

         เอกรักษ์ ใฝ่บุญ สะท้อนความในใจว่า ตั้งใจมาร่วมทำกิจกรรมทำความสะอาดบ้านปลา ด้วยการนำทีมดำน้ำไปตัดพวกเศษอวนที่ติดค้างตามกองปะการังเทียมซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำ ทั้งนี้ในเชิงภูมิศาสตร์ทะเลตอนล่างมีพื้นที่ค่อนข้างเป็นระดับลาดเอียง โลกใต้น้ำแถบนี้มีสัตว์ใหญ่อาศัยเป็นจำนวนมาก หากไปดำน้ำแถบเกาะโลซิน มักจะเจอวาฬ หรือไม่ก็ปลาตัวใหญ่หาพบได้ยากในบริเวณอื่น ส่วนบริเวณตู้รถไฟจะเจอปลาโลมาฝูงใหญ่

         “ที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษ มีอะไรดีๆ เยอะ แต่ข่าวที่ออกไปมีแต่เรื่องน่ากลัว จึงอยากให้คนที่สนใจมาสัมผัสเรื่องราวดีๆ ที่มีอยู่มากมาย อย่างขุมทรัพย์ในท้องทะเลใต้น้ำบริเวณนี้น่าสนใจมาก”

         ‘รุสดี ดาโอ๊ะ’ ประธานศูนย์ประสานงานประมงชายฝั่งบ้านทอน บอกเล่าภาพวิถีชาวประมงพื้นบ้านบ้านทอนทุกวันนี้ว่า เขตพื้นที่บ้านทอนซึ่งชาวบ้านเคยมีอาชีพเสริมจากการทำกระจูดขาย ทุกวันนี้หายไปเยอะ เนื่องจากไม่มีคนสานต่อ กลับตัดสินใจเปลี่ยนไปทำงานอื่นกันหมด แต่สิ่งสำคัญคืออาชีพประมงยังคงถือเป็นอาชีพหลัก โดยครอบครัวประมงที่บ้านทอนมีอยู่เกือบ ๒๐๐ ครัวเรือน

         “ชีวิตชาวประมงอยู่ในกลุ่มไม่แน่นอน หาเช้ากินค่ำ ปีหนึ่งประกอบอาชีพได้เพียง ๕ เดือน นอกนั้นก็เป็นช่วงมรสุม ๓-๔ เดือน เดิมมีคนอพยพหนีไปหางานทำที่มาเลย์เพราะทรัพยากรทางทะเลร่อยหรอ รายได้ลดน้อยลงมาก แต่เมื่อมีการส่งเสริมโครงการปะการังเทียม ทั้งการทิ้งโบกี้รถไฟ ซากรถถัง หรือแท่งคอนกรีต ระยะห่างประมาณ ๓-๑๐ กิโลเมตรจากชายฝั่ง เป็นรูปตัวแอลจากไม้แก่นถึงเขตเมือง ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ชาวบ้านจึงดีใจมาก”

         ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ ‘ปลาหมึก’ ซึ่งหายไปจากท้องทะเลแถบนี้นานหลายปี ปรากฏว่ามีการจับกันได้แล้ว รวมถึงปลาแปลกๆ ตัวโตๆ มีการพบ ‘เต่าทะเล’ ขึ้นมาวางไข่แถวค่ายจุฬาภรณ์ และริมชายหาดบางจุด ที่สำคัญคือ การปรากฏตัวของฝูงปลาโลมานับร้อยตัวห่างจากฝั่งประมาณ ๓ กิโลเมตร ชาวบ้านพบเจอในช่วงเดือนเมษายน และบางครั้งมาว่ายเวียนวนแถบหน้าหาดบ้านทอนนับสิบตัว อันสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลแถบนี้

         “สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากโครงการปะการังเทียม ซึ่งทำให้ปะการังธรรมชาติเกาะติดไปด้วย แต่หากไม่มีมาตรการคุ้มครองปะการังเทียมออกมา ก็กลายเป็นปัญหาอีก ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังคอยตรวจตรา ด้วยมีเรืออวนลาก มาล้อมจับปลาทำให้ปะการังเสียหาย หรือไม่อวนก็ติดกองปะการังทำให้มีผลเสียต่อสัตว์น้ำด้วย”

         รุสดี ดาโอ๊ะ เล่าว่า เรืออวนลากส่วนใหญ่จะมาจากนอกพื้นที่ เช่น เทพาส่วนในพื้นที่เองมีเหลือเพียงไม่กี่ลำ เรือพวกนี้จะแอบเข้ามาตอนกลางคืนห่างฝั่งเพียงประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ก่อผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้วิถีของสัตว์น้ำไม่ยั่งยืน จึงต้องมีกฎหมายควบคุมอย่างเด็ดขาด หรืออีกปัญหาหนึ่งคือเรื่องการทิ้งปะการังเทียม เนื่องจากบางหน่วยงานไม่มาปรึกษาชาวบ้านก่อน ไปทิ้งในจุดผิด ทำให้แทนที่จะได้ประโยชน์ กลับกลายเป็นสร้างปัญหา บางครั้งชาวบ้านทราบข่าวแล้วมาคัดค้านไม่ยอมให้ทิ้ง กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปอีก มองว่าชาวประมงเป็นคนมีปัญหา ทั้งที่การทิ้งปะการังเทียมใกล้เกินไปนั้นไม่ค่อยได้ผล

         “บางคนมีผลประโยชน์บังหน้า ไม่คิดถึงหัวอกชาวประมง แต่คิดแต่ผลประโยชน์ตนเอง” ประโยคทิ้งท้ายของ รุสดี ดาโอ๊ะ สะท้อนนัยสำคัญบางประการที่ยังคง ‘ปัญหาสำคัญ’ ในพื้นที่ชายแดนใต้ทุกวันนี้




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 12/07/2013 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นคนไำทยเราที่อยู็๋่ยากขึ้นทุกวันนะึครับ
กระทั่งบนแผ่นดินหรือผืนน้ำที่บรรพชนเคยใช้ชีวิตและทำมาหากินมาตลอด
ก็โดนฉกฉวยไปได้ง่ายมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่หมี วันที่ : 11/07/2013 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ทะเลคือขุมทรัพย์ของชาวประมง

และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและปะการัง

มนุษย์...ถ้าไม่แสวงหาผลประโยชน์จนเกินความจำเป็น

โลกคงน่าอยู่กว่านี้

รู้สึกดีที่ชาวบ้านร่วมมือกับโครงการดีๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< กรกฎาคม 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]