• ปราณชลี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nara_chumsak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-19
  • จำนวนเรื่อง : 201
  • จำนวนผู้ชม : 407026
  • ส่ง msg :
  • โหวต 359 คน
นัยน์ตามีตีน
ร่วมเปิดดวงตาเสาะแสวงหาแก่นแท้ชีวิตประดับใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม 2556
Posted by ปราณชลี , ผู้อ่าน : 1856 , 23:04:04 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน เฟื่อง , แม่หมี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

เมื่อดนตรีไม่มีพรมแดน...สักวันหนึ่ง หัวใจผู้คนก็คงไร้ซึ่งความรุนแรง

บ่ายคล้อยที่แดดเริงร่า แว่ววังเวงเสียงแมนโดลินกรีดสำเนียง ‘เพลงรองเง็ง’ บาดใจสะท้อนจากด้านในของตัวบ้านเป็นระยะๆ ขณะด้านนอกสายลมรำเพย และแดดโลมไล้กายใจ .....

บ้านพักริมถนนสายปัตตานี-นราธิวาส เขต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ‘แบเย็ง’ หรือเซ็ง อาบู กำลังนั่งสนทนากับพรภิรมย์ แสนรักษ์ หรือ ‘ครูไข่’ ศิษย์เอกคนหนึ่ง ผู้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าวง ‘บุหลันตานี’ ในบ้านไม้โปร่งลมโกรก ขณะมุมบ้านมุมหนึ่งมีผืนผ้าที่ทั้งถูกตากและวางกองอยู่เรียงรายบนพื้น เนื่องจากภรรยาของแบเย็งประกอบอาชีพซักรีดซึ่งทำรายได้ให้แก่ครอบครัวบ้าง

สำหรับ ‘แบเย็ง’ กลับมุ่งมั่นใส่ใจแต่เรื่องของดนตรีเป็นหลักด้วยใจรัก แม้นจะรู้ดีว่าอาชีพนักดนตรีในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยามนี้คงยากยิ่งที่จะสร้างรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ หรือพอเพียงกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของครอบครัว

ครูไข่เดินทางจาก อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี หลังจากนัดแนะกับแบเย็งตั้งแต่วันวาน เพียงเพื่อมาแจ้งข่าวคราวเกี่ยวกับการแสดงของวงบุหลันตานี

“วันอาทิตย์นี้เรานัดซ้อมดนตรีกันที่หอศิลปฯ ใน มอ.ปัตตานีนะ” ครูไข่เจรจากับผู้เป็นอาจารย์ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบแมนโดลินที่แบเย็งเพิ่งหยุดเล่น มาลองดีดไล่นิ้วมือให้คล่อง

“แล้วเราจะเล่นจริงกันวันไหนละ” แบเย็งซึ่งมีบุคลิกเป็นคนสนุกสนาน เปล่งคำพูดออกมาเป็นภาษาไทยชัดถ้อยความระหว่างสื่อสารกับศิษย์

“วันที่ ๑๐ และ ๑๑ นี้” ครูไข่ตอบคำถามของแบเย็ง

วันที่คณะบุหลันตานีจะไปเล่นคือส่วนหนึ่งของการแสดงในงานสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานี ซึ่งปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๙-๑๕ กุมภาพันธ์ งานซึ่งเป็นประเพณีที่สะท้อนวัฒนธรรมความเป็นเชื้อชาติจีนชัดเจน ในขณะที่สถานภาพของวงบุหลันตานีกลับฉายฉานความผูกพันระหว่างคน ๒ ศาสนาที่ผูกพันกันแนบแน่นยิ่ง

คนหนึ่งรับบทบาทในฐานะอาจารย์ เป็นชาวไทยมุสลิม ถิ่นเกิดดั้งเดิมเป็นคน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ในขณะที่ลูกศิษย์ซึ่งเป็นสมาชิกวงทั้งหมดเป็นชาวไทยพุทธมาจากหลากหลายสถานที่ แต่ชะตากรรมก็นำมาให้พบกันด้วยการบ่มเพาะเส้นเสียงดนตรี - จนรักเติบโตกลางห้วงใจ

“ผมนับถือแบเย็งเหมือนเป็นพ่อ แกเป็นทั้งอาจารย์ เป็นพี่ และเป็นพ่อของพวกเราทุกคน”

คำพูดที่เปล่งเต็มไปด้วยความเคารพนอบน้อม และดวงตาฉายฉานแววแห่งความศรัทธา

นัยแห่งความและความหมายแห่งคำ ล้วนมีที่มาที่ไปจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ และถูกถักทอร้อยรัดด้วยความรักเป็นความผูกพันอันแนบแน่นยิ่ง

กลางลานโล่งในอาคารแสดงนิทรรศการของหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า มอ.ปัตตานี แบเย็งยืนอยู่อย่างโดดเด่นท่ามกลางสมาชิกวงบุหลันตานี ขณะอำนวยเพลงในลำนำเพลงพื้นบ้านร็องเง็งและลำนำเพลงอื่นๆ ในท่วงทำนองเพลงพื้นบ้านมุสลิม

เสียงไวโอลินที่โหยหวน ผสานผสมกับประดาสรรพสำเนียงของเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแมนโดลิน รำมะนา มาราคัสหรือลูกซัด ฆ้อง และแอ๊กคอเดี้ยน ช่างมีมนต์สะกดผู้คนให้ต้องยืนรับฟังอย่างสงบนิ่ง ฆ้องที่อยู่ในมือสมาชิกวงซึ่งเป็นมุสลิมอีกคนหนึ่ง มีตัวหนังสือเขียนไว้อย่างสวยงามว่า ‘บุหลันตานี’

สมาชิกของวงบุหลันตานี ประกอบด้วย พรภิรมย์ แสนรักษ์ ในฐานะหัวหน้าวง เล่นแมนโดลิน, สารสิทธิ์ นิลชัยศรี บรรเลงแอคคอเดี้ยน, สมบัติ สุระคำแหง ตำแหน่งไวโอลิน, วชิรพันธุ์ ภู่พงษ์ ตีรำมะนา และแบเฮง มือฆ้องและบาราคัส  และอาจารย์ใหญ่คือ ‘แบเย็ง’

ประวัติของสมาชิกวงบุหลันตานีมีที่มาค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่อาจารย์พรภิรมย์จบเกษตรป่าไผ่ จ.นราธิวาส มาเป็นอาจารย์สอนศิลปะอยู่ที่โรงเรียนคุระ อ.แม่ลาน, สารสิทธิ์ เรียนด้านสถาปัตยกรรม แต่ผันตัวเองมาธุรกิจส่วนตัวเปิดร้านซ่อม-ขายมือถือในเมืองปัตตานีเกือบ ๑๕ ปีมาแล้ว ทั้งที่พื้นเพเดิมอยู่กรุงเทพฯ, วชิรพันธ์ จบ มอ.ปัตตานี เล่นวงดุริยางค์มาก่อนสมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ, สมบัติจบด้านดนตรีไทยมาโดยตรงจากวิทยาลัยนาฏศิลป์พัทลุง และจบปริญญาตรีจากสถาราชภัฎสวนดุสิต ส่วนแบเฮงเป็นเพื่อนของแบเย็งซึ่งได้คบหากันมานาน

“ดนตรีแนวนี้มีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยพ่อค้าชาวโปรตุเกสเข้ามาติดต่อทำการค้าบริเวณแหลมมลายูประมาณปี พ.ศ.๒๐๖๑ แล้วนำเอาเครื่องดนตรีเข้ามาด้วย คำว่ารำมะนาเป็นภาษาโปรตุเกส แมนโดลินก็เป็นเครื่องดนตรีทางโน้น แต่คนพื้นถิ่นรับเอาเครื่องดนตรีมาบรรเลงในทำนองหรือแนวทางของคนพื้นเมืองกระทั่งวิวัฒนาการกลายเป็นเพลงร็องเง็ง คงเอกลักษณ์ที่ชัดเจนเช่นทุกวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมทางดนตรีทั้งตะวันออกกับตะวันตกเข้าด้วยกัน” อาจารย์พรภิรมย์กล่าวเปิดวงสนทนา พร้อมกับเล่าว่าผู้ที่โดดเด่นเป็นอันดับหนึ่งของดนตรีแนวนี้คือ ‘อาจารย์ขาเดร์ แวเด็ง’ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงดนตรีพื้นบ้าน ปี ๒๕๓๖ ผู้ก่อตั้งวงดนตรีคณะ อิลามา อัสลี โดยมีอาจารย์เซ็ง อาบู เป็นหนึ่งในสมาชิกวงในตำแหน่งแมนโดลิน และเคยออกผลงานเพลง ๒ ชุดแล้ว

นอกจากนี้อาจารย์ขาเดร์ยังได้นำเพลงร็องเง็งไปบันทึกเสียงลงแผ่นซีดีในชุด ‘ดนตรีชาวสยาม’ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมแสงอรุณ สนับสนุนงบประมาณโดยกลุ่มบริษัท แปลน จำกัด เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ ในนามคณะเด็นดัง อัสลี จากจังหวัดปัตตานี โดยมีเพลงที่บันทึกไว้ ๓ เพลง คือ เพลงลากูดูวอ เพลงมาศแมเราะห์ และเพลงจินดาซายัง

ทุกวันนี้อาจารย์ขาเดร์มีอายุมากแล้วจึงเดินทางไปไหนไม่ค่อยสะดวก ภาระการสอนสั่งและสืบทอดตำนานเพลงพื้นบ้านมุสลิมจึงถูกส่งไม้ต่อให้กับ อาจารย์เซ็ง อาบู เพราะเป็นผู้พยายามหานักดนตรีมาสานงานดนตรีแนวนี้ร่วมกับ ‘สหายทางดนตรี’ คืออาจารย์ขาเดร์นั่นเอง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เหมือนสายลม

บทเพลงประกอบหนังสือจิตวิญญาณระหว่างขุนเขา บูโด-สันกาลาคีรี โดยชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

View All
<< ธันวาคม 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]