• Narcissus
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roengarom@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 27828
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
นาร์ซีส์ซัส
สำหรับผู้สนใจฟุตบอลเยอรมัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narcissus
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2552
Posted by Narcissus , ผู้อ่าน : 1596 , 17:21:19 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 สัปดาห์ที่ผ่านมาคือช่วงเวลาอันย่ำแย่สำหรับหลายคนในวงการฟุตบอลเยอรมัน โดยเฉพาะอดีตนักเตะซึ่งเคยได้ตำแหน่งแชมป์โลกปี 1990 เนื่องจากต้องถูกไล่ออกจากงานภึง 3 ราย คือ โลธ่าร์ มัทเธอุส, เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ รวมถึง เจอร์เก้น โคห์เลอร์
 เราจะมาดูกันว่า 19 ปีผ่านไป อดีคนักเตะทีมชาติเยอรมันตะวันตกชุดทำศึกฟุตบอลโลก 1990 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคว้าแชมป์ในรายการนี้ จะมีชะตาชีวิตอย่างไรกันบ้าง ใครที่ยังอยู่ในวงการ และใครที่ต้องไปเลี้ยงหลานที่บ้านเพราะไม่มีงานทำ


 ไรมอนด์ เอามันน์  หลังคว้าแชมป์โลก 4 ปี เขาก็ย้ายออกไปค้าแข้งในตุรกีกับสโมสร เบซิคตัส อิสตันบูล และแขวนสตั๊ดในอีก 2 ปีต่อมา การอยู่ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค นานถึง 14 ปี (1980-1994) ทำให้เขาไม่คิดจากไปไหนอีก ปัจจุบันเขาจึงมาทำหน้าที่ผู้ดูแลแฟนบอลของสโมสรดังกล่าว


 โบโด อิ๊ล์กเนอร์  หนึ่งในผู้ไม่มีโชคในการค้าแข้งนอกประเทศบ้านเกิด เพราะเขาย้ายจาก 1. เอฟเซ โคโลญจน์ สโมสรที่เขาอยู่นาน 13 ฤดูกาล ไปสังกัด เรอัล มาดริด ช่วงปี 1996 แต่ 5 ปีกับค่ายดังกล่าวไม่มีอะไรดีขึ้น จนเขาต้องแขวนสตั๊ดอย่างเงียบๆเมื่อปี 2001 และเก็บตัวมาตลอดหลายปี


 อันเดรียส์ ค็อปเค่  เจ้าตัวยอมอยู่สโมสรเล็กๆอย่าง 1. เอฟเซ เนิร์นแบร์ก ถึงปี 1994 จึงไปเล่นให้ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ตามด้วย โอลิมปิก มาร์กเซย ในฝรั่งเศส ช่วงปี 1996-98 ก่อนกลับมาเนิร์นแบร์ก และแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2001 จากนั้นทำงานด้านการตลาดของสโมสรดังกล่าว 3 ปี ก่อนเป็นโค้ชผู้รักษาประตูของทีมชาติเยอรมัน แทน เซ็ปป์ ไมเออร์ ตั้งแต่เดือนต.ค. 2004 จนถึงปัจจุบัน


 เคล้าส์ เอาเกนธาเลอร์  แขวนสตั๊ดกับ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรที่เขาอยู่มานาน 15 ปี (1976-1991) หลังคว้าแชมป์โลก 1 ฤดูกาล จากนั้นก็เริ่มเป็นเทรนเนอร์ให้ชุดอายุไม่เกิน 19 ปีของสโมสร เป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชุดใหญ่ และกุนซือทีมสมัครเล่นของสโมสร เมื่อรู้ว่าไม่มีโอกาสคุมบาเยิร์นชุดใหญ่ จึงย้ายไปทำหน้าที่โค้ช กร๊าซ อาคา ในออสเตรีย 8 เดือน ก่อนกลับมาเยอรมันเพื่อเป็นเทรนเนอร์ 1. เอฟเซ เนิร์นแบร์ก (3 ปี 1 เดือน), ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น (2 ปี 4 เดือน) กับ เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก (1 ปี 6 เดือน) แต่ไม่มีสโมสรใดเเลยที่เขาอยู่ครบสัญญา และตกงานตั้งแต่พ.ค. 2007


 โธมัส แบร์โธลด์  หลังคว้าแชมป์โลกปีเดียว เขาย้ายจาก โรม่า ในอิตาลี กลับมาบ้านเกิด เล่นให้ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค (1991-93) และ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท (1993-2000) จากนั้นไปเตะในตุรกีกับสโมสร อดานาสปอร์ 5 แมตช์ ก่อนแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2001 ว่างงาน 2 ปีแบร์โธลด์ก็รับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ ตั้งแต่ก.ค. 2003 ถึง 14 มี.ค. 2005 ช่วงต่อมาเจ้าตัวหันไปเล่นกอล์ฟ และร่วมสอนฟุตบอลตามโครงการณ์ของเพื่อนร่วมทีมชาติอย่าง คาร์ลไฮนซ์ ฟอร์สเตอร์ กับ กีโด บุ๊ควัลด์ เป็นครั้งคราว


 อันเดรียส์ เบรห์เม่  เขาอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ถึงปี 1992 ย้ายไปเล่นในสเปนกับ เรอัล ซาราโกซ่า 1 ฤดูกาล ปี 1993 ก็กลับมาเล่นให้ 1. เอฟเซ ไกเซอร์สเลาเทิร์น สโมสรที่สร้างชื่อเสียงให้กับเจ้าตัว เบรห์เม่แขวนสตั๊ดเมื่อปี 1998 หลังจากนั้นไปเปิดโรงเรียนสอนฟุตบอล ปี 2000-2002 ได้เป็นกุนซือของไกเซอร์ฯ ก่อนถูกปลด ปี 2004 มีโอกาสคุมทัพอีกครั้งกับ สปีลแฟร์ไอนิกุงก์ อุนเตอร์ฮัคคิงก์ แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะกุมบังเหียนเพียง 9 เดือน หลังจากนั้นมาเป็นผู้ช่วยเทรนเนอร์ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท แต่โดนปลดไปพร้อมกับกุนซือ โจวานนี่ ตราปัตโตนี่


 กีโด บุ๊ควัลด์  หลังได้แชมป์โลก 4 ปี เขาย้ายจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ไปอยู่ อูราวะ เร้ด ไดม่อนด์ส ในญี่ปุ่น ก่อนกลับเยอรมันมาสังกัด คาร์ลสรูห์ เอสเซ เมื่อปี 1997 และ 2 ปีต่อมาก็แขวนสตั๊ด กลับไปคุมเร้ด ไดม่อนด์ส ปี 2004-06 และคืนสู่มาตุภูมิเพื่อเป็นเทรนเนอร์ อเลมานเนีย อาเค่น ในลีกาสอง เมื่อก.ค. 2007 แต่โดนไล่ออกหลังผ่านไป 16 เกม


 เจอร์เก้น โคห์เลอร์ หลังคว้าแชมป์โลก 1 ปี โคห์เลอร์ได้ไปค้าแข้งในอิตาลีกับ ยูเวนตุส และปี 1995 ก็กลับเยอรมันมาสังกัด โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2002 จากนั้นได้ทำงานหลากหลายทั้งคุมทีมชาติเยอรมัน ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ทำหน้าที่เทรนเนอร์ เอ็มเอสเฟา ดุ๊ยส์บวร์ก และ เฟาเอฟแอร์ อาเล่น กลับไปรับงานผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอีกครั้งกับค่ายหลัง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักอย่าง ล่าสุดเขาโดนอาเล่นปลดจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา เพราะสโมสรหล่นไปอยู่ท้ายตารางลีกาสาม


 ฮันส์ ฟลูกเลอร์  เขาอยู่กับ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค จนแขวนสตั๊ดในปี 1992 แต่ปี 1995 กลับมาลงสนามช่วยต้นสังกัดอีก 1 แมตช์ ช่วงปี 2001-02 ก็เตะให้ทีมสมัครเล่นของสโมสร 32 เกม ทั้งๆตอนนั้นอายุ 42 หลังจากนั้นฟลูกเลอร์หันมาข่วยงานด้านการตลาดให้บาเยิร์นจนถึงปัจจุบัน โดยดูแลเรื่องของที่ระลึก


สเตฟาน รอยเตอร์  ปี 1991 ย้ายจาก เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค ไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส ในอิตาลี อีกคน แต่อยู่แค่ปีเดียวก็ย้ายกลับมาเล่นให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถึง 12 ฤดูกาล จนกระทั่งแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2004 หลังจากนั้นก็เริ่มงานบริหารกับสโมสรดังกล่าวตั้งแต่เดือนก.ค. 2004 ถึง 3 ม.ค. 2005 โดยมีหน้าที่ติดต่อกับสปอนเซอร์ และย้ายไปเป็นขุนคลังของค่าย เทเอสเฟา 1860 มิวนิค ในลีกาสอง เมื่อปี 2006 แต่โดนปลด หลังจาก มิโรสลาฟ สเตวิช อดีตเพื่อนร่วมทีมดอร์ทมุนด์ เข้ามาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา ตั้งแต่ 2 ก.พ. 2009 ปัจจุบันรอยเตอร์จึงตกงานอยู่


 พอล สไตเนอร์  เขาแขวนสตั๊ดกับ 1. เอฟเซ โคโลญจน์ สโมสรที่เขาอยู่มานาน 10 ฤดูกาล (1981-1991) 1 ปีหลังเป็นแชมป์โลก ก่อนเป็นแมวมองให้สโมสร ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ตั้งแต่ปี 1997 และเพิ่งกลับมาทำงานให้โคโลญจน์ในตำแหน่งเดียวกันเมื่อเดือนก.ค. 2008


 อูเว่ บายน์  เจ้าตัวอยู่ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต จนถึงปี 1994 ก็ย้ายไป อูราวะ เร้ด ไดม่อนด์ส สโมสรในญี่ปุ่น 3 ปีหลังจากนั้นจึงกลับมาเล่นให้ เฟาเอฟเบ กีเซ่น ในลีกสมัครเล่นของเยอรมัน ร้างสนามไปพักใหญ่ ก่อนกลับมาเตะกับ เอสเฟาอา บาด แฮร์สฟิลด์ อีกหนึ่งทีมสมัครเล่น ช่วงปี 2002–2006 บายน์ได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ คิกเกอร์ส ออฟเฟนบัค สโมสรเก่าของตัวเอง ช่วงเดือนก.ค. 2005 แต่ทำได้ 5 เดือนก็โดนปลด และเขาก็ไม่มีงานประจำนับจากนั้น


 โธมัส เฮสเลอร์  หลังคว้าแชมป์โลกปีเดียวก็ย้ายจาก ยูเวนตุส ไป โรม่า ซึ่งอยู่อิตาลีเหมือนกัน ก่อนกลับมาอยู่ในเยอรมันกับ คาร์ลสรูห์ เอสเซ (1994–98), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (1998–99) และ เทเอสเฟา 1860 มิวนิค (1999–2003) ไปอยู่ เอสเฟา ซัลซ์บวร์ก ในออสเตรีย (2003-04) ตั้งแต่ต.ค. 2006 เป็นเทรนเนอร์ด้านเทคนิคให้ 1. เอฟเซ โคโลญจน์ สโมสรเก่า โดยช่วงเดือนก.พ.-พ.ย. 2007 ก็รับงานเสริมด้วยการเป็นผู้ช่วย แบร์ตี้ โฟกท์ส ตอนไปคุมทีมชาติไนจีเรีย


 เกินเทอร์ แฮร์มันน์  เป็นแชมป์โลกที่ไม่มีใครจำ 2 ปีหลังประสบความสำเร็จในอิตาลี เขาก็ย้ายจาก แวร์เดอร์ เบรเมน มาอยู่ เอสเก วัตเตนไชด์ 09 ปี 1994 ก็ไปสังกัด ฮันโนเวอร์ 96 ก่อนสู่ลีกสมัครเล่นกับ โรเทนบวร์ก เอสเฟา และแขวนสตั๊ดเมื่อปี 1996 เริ่มต้นอาชีพโค้ชที่ค่ายดังกล่าว แต่อยู่ 2 ฤดูกาล ก่อนคุม เฟาเอสคา ออสเตอร์โฮลซ์ ชาร์มเบ็ค ในโอเบอร์ลีกา นีเดอร์ซัคเซ่น ออสท์ ตั้งแต่ปี 2001 จนถึงปัจจุบัน


 ปิแอร์ ลิทท์บาร์สกี้  หลังได้แชมป์โลก 3 ปี เขาไปค้าแข้งในญี่ปุ่นกับ เจฟ ยูไนเต็ด ชิบะ เริ่มเป็นโค้ชทีมเยาวชนของสโมสรเมื่อปี 1995 แต่ปีต่อมาก็โยกสู่ เวกัลต้า เซนได แขวนสตั๊ดปี 1997 เริ่มงานโค้ชอีกครั้งกับ โยโกฮาม่า เอฟซี 1 ฤดูกาล เมื่อปี 1999 กลับเยอรมันเมื่อปี 2001 เพื่อเป็นผู้ช่วย แบร์ตี้ โฟกท์ส ที่ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ฤดูกาล 2001-02 ไปคุม เอ็มเอสเฟา ดุ๊ยส์บวร์ก และเป็นกุนซือ โยโกฮาม่า เอฟซี ช่วงฤดูกาล 2003-04 ไปอยู่ออสเตรเลียกับ ซิดนี่ย์ เอฟซี ปี 2005-06 กลับญี่ปุ่นมาคุม อวิสป้า ฟูกูโอกะ ปี 2006-08 ก่อนเป็นกุนซือ ไซป้า เตหราน ในอิหร่าน ช่วงสั้นๆ ตั้งแต่ธ.ค. 2008 ถึงปัจจุบัน อยู่กับ เอฟเซ วาดุซ สโมสรลิกเทนสไตน์ในลีกสวิตเซอร์แลนด์


 โลธ่าร์ มัทเธอุส  ย้ายจาก อินเตอร์ มิลาน กลับมาอยู่ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค หลังคว้าแชมป์โลก 2 ฤดูกาล ปี 2000 ไปค้าแข้งในสหรัฐอเมริกากับ นิวยอร์ค-นิวเจอร์ซี่ย์ เมโทรสตาร์ส และแขวนสตั๊ดปีเดียวกันนั้น เริ่มคุม เอสคา ราปิด เวียนนา ในออสเตรีย (8 เดือน), ปาร์ติซาน เบลเกรด ของเซอร์เบีย (1 ปี), คุมทีมชาติฮังการี (2 ปี), คลูเบ้ แอตเลติโก ปาราเนนเซ่ แห่งบราซิล (2 เดือน), ซึ่งไม่มีสโมสรใดเลยที่เขาอยู่ครบสัญญา มาเป็นผู้ช่วย โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ ที่ เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในออสเตรีย 1 ปี ก็ย้ายไปคุม มัคคาบี้ เนทันย่า สโมสรอิสราเอล เมื่อมิ.ย. 2008 แต่ต้นสังกัดก็ไม่ให้เขาอยู่ต่อหลังจากจบฤดูกาลแรก


 อันเดรียส์ โมลเลอร์  เขาอำลา ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เมื่อปี 1992 ไปอยู่ ยูเวนตุส ในอิตาลี แต่ 2 ปีให้หลังก็กลับมาสังกัด โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึงปี 2000 จึงโยกสู่ เอฟเซ ชาลเก้ 04 และคืนรังแฟร้งค์เฟิร์ตช่วงฤดูกาล 2003-04 ก่อนแขวนสตั๊ด จากนั้นไปเป็นครูสอนฟุตบอลในมหาวิทยาลัยพลศึกษาที่โคโลญจน์ ร่วมกับ ดีเตอร์ ไอล์ทส์ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติ ปลายปี 2006 รับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประสานงาน ดูแลเรื่องสปอนเซอร์ให้สโมสร วิคตอเรีย อชาฟเฟนบวร์ก และเป็นกุนซือค่ายดังกล่าวในฤดูกาล 2007-08 ก่อนย้ายมาทำหน้าที่ผู้จัดการทั่วไปของ คิกเกอร์ส ออฟเฟนบัค สโมสรระดับลีกาสาม


 โอลาฟ โธน  นักเตะพรสวรรค์ แต่ไม่หันมาเอาดีทางลูกหนังอีกเลยหลังเลิกเล่น โธนย้ายจาก เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค กลับมาเล่นให้ เอฟเซ ชาลเก้ 04 เมื่อปี 1994 แขวนสตั๊ดในอีก 8 ปีต่อมา ช่วงปี 2005-08 เขาคือสมาชิกบอร์ดที่ปรึกษาของสโมสร ต่อมาย้ายไปดูแลการตลาด แต่จะลาออกหลังวันที่ 31 ก.ค. 2009 เพราะเขาเป็นสมาชิกบอร์ดที่ปรึกษาของบริษัทด้านไอทีอย่าง คอนเซียตี้ เอจี อยู่ด้วย


 เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์  ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องหลังปี 1990 โดยมีโอกาสค้าแข้งในฝรั่งเศส (อาแอส โมนาโก), อังกฤษ (ท็อตต์แน่ม ฮ็อตสเปอร์) และ อิตาลี (ซามพ์โดเรีย) แขวนสตั๊ดปี 1998 แต่กลับมาเตะให้ ออเรนจ์ เคาน์ตี้ บลูสตาร์ ในสหรัฐอเมริกาช่วงสั้นๆระหว่างปี 2003-04 เป็นกัปตันทีมชาติชุดแชมป์ยูโร 1996 และได้คุมทีมชาติแทน รูดี้ โฟลเลอร์ อดีตคู่ขาในทัพ "อินทรีเหล็ก" เมื่อปี 2004 ไม่ต่อสัญญาหลังได้อันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2006 และกลับสู่วงการอีกครั้งเมื่อเดือนก.ค. 2008 หลังรับงานกุนซือ เอฟเซ บาเยิร์น มิวนิค แต่ 9 เดือนต่อมาก็โดนปลด และยังว่างงานอยู่


 แฟร้งค์ มิลล์  อยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึงปี 1994 ก็ย้ายสู่ ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ และแขวนสตั๊ดในอีก 2 ปีต่อมา เขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของสโมสรดังกล่าว แต่อยู่แค่ช่วงสั้นๆ ตอนนี้หันมาเป็นนักลงทุน โดยร่วมกับ วิลลี่ เมนเซ่ เปิดโรงเรียนสอนฟุตบอล 44 แห่งทั่วเยอรมัน โดยมีอดีตนักเตะอาชีพกว่า 50 คนเป็นผู้สอน


 คาร์ลไฮนซ์ รีดเล่  อยู่ในอิตาลีกับ ลาซิโอ ถึงปี 1993 ก็ไปเล่นให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ประเทศบ้านเกิด 4 ฤดูกาล ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 1997 จึงย้ายมาอยู่ ลิเวอร์พูล (1997–99) และ ฟูแล่ม (1999–2001) ในอังกฤษ โดยมีโอกาสคุมค่ายหลังแบบรักษาการเมื่อปี 2000 ต้นปี 2002 ได้เป็นกุนซือ เอฟเซ วาดุซ สโมสรลิกเทนสไตน์ในลีกสวิตเซอร์แลนด์ แต่อยู่แค่ 3 สัปดาห์ก็ยกเลิกสัญญา ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2008 รีดเล่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของ กราสส์ฮ็อปเปอร์ส ซูริค ในลีกสูงสุดของสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นเจ้าของกิจการโรงแรม 4 ดาว และแคมป์สอนฟุตบอลในแคว้นบาเดน เวือร์ทเทมแบร์ก ของเยอรมัน


 รูดี้ โฟลเลอร์  ออกจาก โรม่า ไปอยู่ โอลิมปิก มาร์กเซย ในฝรั่งเศส ช่วงปี 1992  และกลับเยอรมันมาอยู่ ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น ในอีก 2 ปีต่อมา แขวนสตั๊ดเมื่อปี 1996 เพื่อรับงานผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของสโมสรดังกล่าว ก่อนเป็นกุนซือทีมชาติช่วงปี 2000-04 โดยเป็นกุนซือชั่วคราวของเลเวอร์คูเซ่น 1 นัด ช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. 2000 หลังจบยูโร 2004 ก็ไปคุม โรม่า แต่อยู่ได้เพียง 27 วัน ก็ลาออก ว่างงาน 3 เดือนก็กลับมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของเลเวอร์คูเซ่นตั้งแต่ 18 ม.ค. 2005 จนถึงปัจจุบัน และลงมาคุมทัพชั่วคราว 4 นัด ช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. 2005





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หนึ่งมิตรชิดใกล้ วันที่ : 14/05/2009 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/skylove
นิราศรักหน้าถ้ำ : ร่ายโคลงร่ำเมรัยอาลัยรัก / กลุ่มเขียนข้าว 

ชื่นชมข้อมูล ยอดมากครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ManInTheWind วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 18.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nopsteve

Great...ขอบคุณข้อมูลประกอบภาพ"ครบเครื่อง "

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
WiLLiaM-Wi วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 18.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/william-wi


เดี๋ยวนี้รู้สึกวงการฟุตบอลเยอรมัน..
..ไม่ดังเหมือนอังกฤษ สเปน อิตาลี เลยครับ..
(หรือเฉพาะบ้านเราก็ไม่รู้ ^o^!!)

William

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

Danke sehr!

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน