• Narcissus
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : roengarom@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-23
  • จำนวนเรื่อง : 32
  • จำนวนผู้ชม : 27832
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
นาร์ซีส์ซัส
สำหรับผู้สนใจฟุตบอลเยอรมัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/narcissus
วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม 2552
Posted by Narcissus , ผู้อ่าน : 247 , 20:29:50 น.  
หมวด : กีฬา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หลังจากลงไปเตะลีกาสองนานถึง 4 ฤดูกาล ในที่สุด เอสเซ ไฟร์บวร์ก ก็มีโอกาสกลับสู่บุนเดสลีกา เยอรมัน กันอีกครั้ง ด้วยการเป็นแชมป์ลีกาสองสมัยที่ 3 ของประวัติศาสตร์สโมสร ตั้งแต่ยังไม่ทันจบฤดูกาล 2008-09
 ไฟร์บวร์กเคยได้แชมป์ลีกาสองมาแล้วเมื่อปี 1993 กับ 2003 ซึ่งเป็นการประสบความสำเร็จในระดับอาชีพเพียงแค่ 2 หนตลอดประวัติศาสตร์ 105 ปีของพวกเขา และทั้งหมดเกิดขึ้นยุคที่มีเทรนเนอร์ชื่อ โฟลเคอร์ ฟิงเค่ ซึ่งคุมทัพแห่งนี้ 16 ฤดูกาล ช่วงปี 1991-2007 จนเป็นสถิติยาวนานสุดของวงการฟุตบอลเยอรมัน แต่ โรบิน ดุตต์ ซึ่งมาสานงานต่อ ก็สามารถย้อนรอยความสำเร็จได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อมาก เพราะดุตต์ ซึ่งเรียนมาทางด้านสาขาการตลาดอุตสาหกรรม ไม่เคยสัมผัสเกมลูกหนังระดับอาชีพเลย ไม่ว่าจะเป็นสมัยเป็นนักเตะ หรือตอนคุมทัพ จนกระทั่งย้ายจาก คิกเกอร์ส สตุ๊ตการ์ท มาอยู่ไฟร์บวร์ก
 แต่ดุตต์ วัย 44 ใช้ประสบการณ์ซึ่งผ่านงานโค้ชมากว่า 14 ปี สร้างไฟร์บวร์กให้เป็นขุมกำลังอันแข็งแกร่ง แนวรุกดุดัน แม้มีนักเตะทั้งหมดแค่ 25 คนและอายุเฉลี่ยแค่ 24.6 ปี จนถึงปัจจุบันไฟร์บวร์กก็ยังคงเป็นทีมที่ยิงประตูได้มากสุดในลีกาสองฤดูกาลนี้ และครองตำแหน่งจ่าฝูงถึง 17 จาก 32 สัปดาห์ แม้จบครึ่งฤดูกาลแรกด้วยการอยู่อันดับ 3 รองจาก 1. เอฟเอสเฟา ไมนซ์ 05 กับ 1. เอฟเซ ไกเซอร์สเลาเทิร์น แต่นั่นคืออันดับที่ต่ำสุดของไฟร์บวร์กในฤดูกาลนี้ และเมื่อออกสตาร์ทปี 2009 พวกเขาแซงขึ้นนำหลังจากชนะ 6 แมตช์ติดต่อกัน โดยไม่เคยตกจากบัลลังก์จ่าฝูงตั้งแต่เริ่มครึ่งฤดูกาลหลัง
 นักเตะไฟร์บวร์กชุดนี้หลายคนเคยมีประสบการณ์ในบุนเดสลีกากันมาบ้างแล้ว ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหากับการทำศึกลีกาสอง โดย ไฮโค บุทเชอร์ กองหลังกัปตันทีม ย้ายมาจาก เฟาเอฟแอล โบคุ่ม เหมือน ทอมมี่ เบ็คมันน์ หัวหอกเดนมาร์ก ส่วน โมฮัมมาดู อิดริสซู อดีตกองหน้าทีมชาติแคเมอรูน เคยสังกัด ฮันโนเวอร์ 96 และ เอ็มเอสเฟา ดุ๊ยส์บวร์ก ขณะ ยูเลี่ยน ชูสเตอร์ เพิ่งย้ายมาจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท สำหรับ อิวิก้า บาโนวิช กองกลางอีกคนชาวโครเอเชีย เป็นอดีตนักเตะ แวร์เดอร์ เบรเมน กับ 1. เอฟเซ เนิร์นแบร์ก อาลี กูเนช ก็เคยร่วมงานกับไฟร์บวร์กสมัยอยู่บุนเดสลีกาช่วงปี 1998-2000 แต่ย้ายกลับมาจากตุรกีในฤดูกาล 2007-08
 นอกจากกูเนส ไฟร์บวร์กชุดล่าสุดยังมีนักเตะที่ผ่านงานในลีกสูงสุดของประเทศอื่น รวมถึงเป็นผู้เล่นระดับทีมชาติอีกหลายคน เช่น ซิโมน ปุ๊ปแล็ง อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี มาจากสโมสร สต๊าด แรนส์ ในลีก เอิง ส่วน ยาซีน อับเดสซัดกี้ คือกองกลางทีมชาติโมร็อกโก ก็เคยเตะลีกสูงสุดของฝรั่งเศส กับสโมสร ราซิ่ง สตราส์บูร์ก และ ตูลูส แอฟเซ ขณะ ดาเนี่ยล ชว๊าบ เป็นแบ๊กขวาตัวจริงของทีมชาติเยอรมันชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี สำหรับ อแล็ง จูเนียร์ โอเล่ โอเล่ คือปีกซ้ายที่ได้โอกาสติดทีมชาติแคเมอรูน ไปทำศึกโอลิมปิกเมื่อปี 2008 และ วิตาลี่ โรดิโอนอฟ เป็นหัวหอกทีมชาติเบลารุส ซึ่งเคยเตะยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ บาเต้ โบริซอฟ


 การผสมผสานของนักเตะทั้งสองกลุ่ม ทำให้งานของดุตต์ง่ายขึ้น และทั้งฤดูกาลพวกเขาก็เล่นด้วยระเบียบวินัยอย่างเข้มข้น จนมีผู้ติดโทษแบนแค่ 5 รายเท่านั้น โดยเป็นการถูกไล่ออกจากสนามเพียง 1 คน สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่เจองานหนัก หรือเกมที่กดดันมากนัก เพราะไฟร์บวร์กมักชนะคู่แข่งแบบขาดลอยหลายครั้ง เช่น ถล่ม เอสเฟา เวเฮ่น วีสบาเด้น 5-0, โร้ท-ไวส์ อาห์เล่น 3-0, เฟาเอฟแอล ออสนาบรุ๊ค 4-1, เอฟเอสเฟา แฟร้งค์เฟิร์ต 4-1 และ สปีลแฟร์ไอนิกุงก์ กรอยเธอร์ เฟือร์ธ 5-2 แถมทั้ง 7 ครั้งที่ไฟร์บวร์กแพ้ตลอดฤดูกาลนี้ก็เป็นเกมที่พวกเขาทำประตูไม่ได้อยู่แล้ว
 สโมสรเล็กๆจากตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมันแห่งนี้ เคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าอันดับ 3 ของบุนเดสลีกาในฤดูกาล 1994-95 หรือเพียงแค่ 2 ปีหลังการเลื่อนชั้นขึ้นมาครั้งแรก โดยยุคนั้นพวกเขามีนักเตะอย่าง ยอร์ก ชมัดท์เค่ (ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของฮันโนเวอร์ในฤดูกาลหน้า), โรดอลโฟ่ คาร์โดโซ่ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินา, ยอร์ก ไฮน์ริช วิงแบ๊กทีมชาติเยอรมัน, อเล็กซานเดอร์ โบร็อดยุค กองหน้าทีมชาติรัสเซีย, อัลติน ราเคิลลี่ หัวหอกทีมชาติแอลแบเนีย และ เยนส์ โทดท์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน แต่ 2 ฤดูกาลต่อมาไฟร์บวร์กก็ตกชั้นในฐานะรองบ๊วย
 ไฟร์บวร์กกลับมาเล่นในบุนเดสลีกาอีกครั้งเมื่อปี 1998 และคราวนี้ก็รักษามาตรฐานด้วยการอยู่นาน 4 ฤดูกาลก่อนตกชั้นเท่ากับครั้งแรก ช่วงนี้นี่เองพวกเขาปั้น เซบาสเตียน เคห์ล, อเล็กซานเดอร์ เอียชวิลี่ กับ เลวาน โคเบียชวิลี่ ขึ้นมาประดับวงการ แต่การเลื่อนชั้นหนที่ 3 เมื่อปี 2003 ไฟร์บวร์กอยู่ในบุนเดสลีกาแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น แต่นักเตะอย่าง ซาช่า รีเธอร์, ซลาตัน บาจราโมวิช และ วิลฟรีด ซานู ก็สามารถแจ้งเกิดได้เช่นกัน ก่อนพวกเขาจะตกชั้นด้วยฐานะทีมบ๊วยของฤดูกาล 2004-05
 หวังว่าการกลับมาครั้งที่ 4 ในฤดูกาลหน้า ไฟร์บวร์กจะมีอนาคตที่สดใส และยั่งยืนกว่าเดิม เพราะพวกเขาจัดว่าเป็นสโมสรที่สามารถสร้างสีสันให้บุนเดสลีกาได้เสมอ แถมนักเตะดังหลายรายก็มักถูกค่ายนี้ปั้นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แม้การเอาตัวรอดบนลีกสูงสุดนั้นจะไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนสมัยทำศึกลีกาสองก็ตาม





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

หวังว่าคงไม่หล่นลงไปอีกในปีหน้า

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน